อาลีซง แบเกร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
อาลีซง แบเกร์
20180610 FIFA Friendly Match Austria vs. Brazil 850 1625.jpg
อาลีซงขณะเล่นให้กับทีมชาติบราซิลใน ค.ศ. 2018
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อเต็ม อาลีซง รังซิส แบเกร์[1]
วันเกิด 2 ตุลาคม ค.ศ. 1992 (29 ปี)[2]
สถานที่เกิด โนวูอัมบูร์กู ประเทศบราซิล
ส่วนสูง 1.91 ม.[3]
ตำแหน่ง ผู้รักษาประตู
ข้อมูลสโมสร
สโมสรปัจจุบัน
ลิเวอร์พูล
หมายเลข 1
สโมสรเยาวชน
2002–2013 อิงเตร์นาซีโยนัล
สโมสรอาชีพ*
ปี ทีม ลงเล่น (ประตู)
2013–2016 อิงเตร์นาซีโยนัล 80 (0)
2016–2018 โรมา 37 (0)
2018– ลิเวอร์พูล 138 (1)
ทีมชาติ
2009 บราซิล อายุไม่เกิน 17 ปี 3 (0)
2013 บราซิล อายุไม่เกิน 21 ปี 5 (0)
2015– บราซิล 55 (0)
เกียรติประวัติ
ฟุตบอลชาย
ตัวแทนของ ธงชาติบราซิล บราซิล
โกปาอาเมริกา
ชนะเลิศ บราซิล 2019
รองชนะเลิศ บราซิล 2021
* นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้แก่สโมสรเฉพาะลีกในประเทศเท่านั้น ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 16:20 15 สิงหาคม ค.ศ. 2022 (UTC)
‡ ข้อมูลการลงเล่นและประตูให้แก่ทีมชาติล่าสุด ณ วันที่ 6 มิถุนายน ค.ศ. 2022

อาลีซง รังซิส แบเกร์ (โปรตุเกส: Alisson Ramses Becker; เกิด 2 ตุลาคม ค.ศ. 1992) หรือที่รู้จักกันในชื่อ อลิสซอน เป็นนักฟุตบอลอาชีพชาวบราซิล ปัจจุบันเล่นในตำแหน่งผู้รักษาประตูให้กับสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูลและทีมชาติบราซิล เขาได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในผู้รักษาประตูที่ดีที่สุดในโลก ด้วยการสร้างสถิติเก็บคลีนชีต การอ่านจังหวะ การยืนคุมตำแหน่ง การเข้าสกัดบอล และยังเป็นผู้รักษาประตูคนแรกในประวัติศาสตร์สโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูลที่สามารถทำประตูได้

อาลีซงเริ่มอาชีพนักฟุตบอลที่สโมสรอิงเตร์นาซียอนัล เขาลงเล่นเกินกว่า 100 นัด และเป็นผู้ชนะเลิศกังเปโอนาตูกาอูชู (การแข่งขันระหว่างสโมสรในรัฐรีอูกรันดีดูซูล) ในทุกฤดูกาลที่เขาอยู่กับสโมสร ใน ค.ศ. 2016 เขาย้ายไปยังสโมสรโรมาด้วยค่าตัว 7.5 ล้านยูโร ในช่วงแรกเขาเป็นผู้เล่นสำรองให้กับวอยแชค ชแชนสนือ เป็นส่วนใหญ่[4] และได้เป็นผู้รักษาประตูหลักหลังจากชแชนสนือย้ายออกไป ในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2018 อาลีซงเซ็นสัญญาเล่นให้กับสโมสรลิเวอร์พูลด้วยค่าตัว 66.8 ล้านปอนด์ ซึ่งถือเป็นสถิติโลกสำหรับผู้เล่นในตำแหน่งผู้รักษาประตู[5]

อาลีซงเคยเป็นผู้เล่นทีมชาติบราซิลในระดับเยาวชนหลายระดับ ก่อนจะเปิดตัวในฐานะผู้เล่นทีมชาติชุดใหญ่เมื่อ ค.ศ. 2015 หลังจากนั้นก็ได้เป็นตัวแทนประเทศในการแข่งขันโกปาอาเมริกาเซนเตนาริโอ เมื่อ ค.ศ. 2016

สโมสรอาชีพ[แก้]

โรมา[แก้]

ลิเวอร์พูล[แก้]

ฤดูกาล 2018-19[แก้]

ในวันที่ 19 กรกฎาคม ค.ศ. 2018 ลิเวอร์พูลประกาศคว้าตัวอาลีซงจากโรมา ด้วยค่าตัว 66.8 ล้านปอนด์ ซึ่งกลายเป็นสถิติค่าตัวแพงที่สุดในตำแหน่งผู้รักษาประตูสวมเบอร์13[6] ต่อมา ในวันที่ 12 สิงหาคม ค.ศ. 2018 อาลีซงได้ลงเล่นให้กับ ลิเวอร์พูล นัดแรกเป็นทางการในนัดที่ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์ชนะ เวสต์แฮมยูไนเต็ด 4-0[7] ต่อมา อาลีซงก็ช่วยให้ลิเวอร์พูลไม่เสียประตูอีก 2 นัดกับคริสตัลพาเลซและไบรตันแอนด์โฮฟอัลเบียน ทำให้อาลีซงเป็นผู้รักษาประตูคนที่ 4 ของลิเวอร์พูลที่สร้างสถิติเก็บคลีนชีตไว้ได้ ต่อมา ในวันที่ 1 กันยายน ค.ศ. 2018 อาลีซงก็เสียประตูพรีเมียร์ลีกจากความผิดพลาดของเขาเอง ในนัดที่ลิเวอร์พูลชนะเลสเตอร์ซิตีที่คิงเพาเวอร์สเตเดียม 2-1[8] จบฤดูกาล อาลีซงเก็บคลีนชีตส์ในพรีเมียร์ลีกทั้งหมด 21 นัด ทำให้ อาลีซงคว้ารางวัลถุงมือทองคำของพรีเมียร์ลีกไปครอง

ต่อมา ในวันที่ 1 มิถุนายน ค.ศ. 2019 ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก นัดชิงชนะเลิศ 2019 ลิเวอร์พูล เจอกับ ทอตนัมฮอตสเปอร์ ที่วันดาเมโตรโปลิตาโน ในมาดริด, ประเทศสเปน อาลีซงเก็บคลีนชีตส์ สุดท้าย ลิเวอร์พูล เอาชนะ ทอตนัมฮอตสเปอร์ 2-0 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก สมัยที่ 6 ได้สำเร็จ[9]

ฤดูกาล 2019-20[แก้]

อาลีซงจะสวมเสื้อหมายเลข 1 สำหรับฤดูกาล 2019-20 หลังจากใช้หมายเลข 13 เมื่อฤดูกาลที่แล้ว

ในวันที่ 9 สิงหาคม ค.ศ. 2019 พรีเมียร์ลีก นัดเปิดฤดูกาล 2019–20 อาลีซงลงเล่นแค่ 38 นาทีเนื่องจากมีอาการบาดเจ็บ โดยอาเดรียน ผู้รักษาประตูมือสองลงมาเฝ้าเสาแทนในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์ชนะ นอริชซิตี 4-1[10] และอาลีซงจะต้องได้รับการสแกนเพื่อตรวจต่อไป[11]

ในวันที่ 20 ตุลาคม ค.ศ. 2019 อาลีซงหายเจ็บกลับมาลงสนามอีกครั้ง ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เสมอกับ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ที่โอลด์แทรฟฟอร์ด 1-1[12] ต่อมา ในวันที่ 30 พฤศจิกายน ค.ศ. 2019 อาลีซงโดนใบแดงไล่ออกจากสนามเป็นครั้งแรกในฟุตบอลอาชีพ ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์ชนะ ไบรตันแอนด์โฮฟอัลเบียน 2-1 ทำให้ อาลีซง โดนแบน 1 นัด[13] ต่อมา ในวันที่ 21 ธันวาคม ค.ศ. 2019 ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก 2019 นัดชิงชนะเลิศ ลิเวอร์พูล เจอกับ ฟลาเม็งกู ตัวแทน คอนเมบอล ในฐานะแชมป์เก่าของ โกปาลิเบร์ตาโดเรส ที่สนามกีฬาแห่งชาติคาลิฟา ในโดฮา, ประเทศกาตาร์ อาลีซงเก็บคลีนชีตส์ สุดท้าย ลิเวอร์พูล เอาชนะ ฟลาเม็งกู ในช่วงต่อเวลาพิเศษ 1-0 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก สมัยแรกได้สำเร็จ[14] ต่อมา ในวันที่ 19 มกราคม ค.ศ. 2020 อาลีซงเปิดบอลให้ มุฮัมมัด เศาะลาห์ ทำประตูในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะคู่ปรับตลอดกาล แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 2-0[15] จบฤดูกาล อาลีซงช่วยให้ ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรกในรอบ 30 ปีได้สำเร็จ[16]

ฤดูกาล 2020-21[แก้]

ในวันที่ 20 กันยายน ค.ศ. 2020 อาลีซงเซฟลูกจุดโทษครั้งแรกนับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีมลิเวอร์พูล ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ เชลซี ที่สแตมฟอร์ดบริดจ์ 2-0[17]

ในวันที่ 16 พฤษภาคม ค.ศ. 2021 เขาสามารถทำประตูได้ในนัดที่ ลิเวอร์พูล บุกไปเอาชนะ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน 2-1 โดยเขาขึ้นมาทำประตูในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีสุดท้าย ทำให้เขาเป็นผู้รักษาประตูลิเวอร์พูลคนแรกที่สามารถทำประตูได้ และเป็นผู้รักษาประตูคนแรกที่ทำประตูด้วยลูกโหม่ง[18]

ฤดูกาล 2021-22[แก้]

ในวันที่ 4 สิงหาคม ค.ศ. 2021 อาลีซงตัดสินใจต่อสัญญาระยะยาวกับสโมสรลิเวอร์พูลถึงปี 2027[19] วันที่ 7 พฤศจิกายน 2564 อาลีซงทำเข้าประตูตัวเองในนัดแรก ในนัดที่ลิเวอร์พูลแพ้เวสต์แฮม ที่ลอนดอนสเตเดียม 3-2

ในวันที่ 14 พฤษภาคม ค.ศ. 2022 เอฟเอคัพ รอบชิงชนะเลิศ 2022 ลิเวอร์พูล เจอกับ เชลซี ที่สนามกีฬาเวมบลีย์ สุดท้าย ลิเวอร์พูล เอาชนะ เชลซี ในการดวลจุดโทษ 6-5 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์เอฟเอคัพ สมัยที่ 8 ได้สำเร็จ[20] ต่อมา ในวันที่ 22 พฤษภาคม ค.ศ. 2022 พรีเมียร์ลีก นัดปิดฤดูกาล ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เจอกับ วุลเวอร์แฮมป์ตันวอนเดอเรอส์ เป็นนัดตัดสินแชมป์พรีเมียร์ลีกระหว่าง ลิเวอร์พูล กับ แมนเชสเตอร์ซิตี ในนัดนี้ ลิเวอร์พูล จะต้องชนะ วุลเวอร์แฮมป์ตันวอนเดอเรอส์ และต้องลุ้นให้ แมนเชสเตอร์ซิตี ไม่ชนะ แอสตันวิลลา ด้วย ลิเวอร์พูล ก็จะได้แชมป์พรีเมียร์ลีก โดย ลิเวอร์พูล เอาชนะ วุลเวอร์แฮมป์ตันวอนเดอเรอส์ 3-1 แต่สุดท้าย แมนเชสเตอร์ซิตี เอาชนะ แอสตันวิลลา 3-2 ทำให้ ลิเวอร์พูล พลาดโอกาสคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อย่างน่าเสียดาย[21] จบฤดูกาล อาลีซงเก็บคลีนชีตส์ในพรีเมียร์ลีกทั้งหมด 20 นัด ทำให้ อาลีซงคว้ารางวัลถุงมือทองคำของพรีเมียร์ลีกสมัยที่ 2 ไปครอง[22]

ทีมชาติบราซิล[แก้]

ในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2018 ทีมชาติบราซิลเรียกตัวอาลีซงติดรายชื่อชุดลุยศึกฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย โดยบราซิลได้อยู่กลุ่มอีร่วมกับสวิตเซอร์แลนด์, คอสตาริกา และเซอร์เบีย อาลีซงได้ลงสนามเป็นตัวจริงในฐานะมือ 1 สุดท้าย บราซิลผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย คว้าอันดับ 1 ของกลุ่มอี ชนะ 2 เสมอ 1 ต่อมาในวันที่ 6 กรกฎาคม ค.ศ. 2018 ฟุตบอลโลก 2018 รอบ 8 ทีมสุดท้าย บราซิลพ่ายแพ้เบลเยียม 1-2 ทำให้บราซิลต้องจบเส้นทางฟุตบอลโลกที่รัสเซียเพียงเท่านี้

สถิติอาชีพ[แก้]

สโมสร[แก้]

ณ วันที่ 15 สิงหาคม 2022[23]
สโมสร ฤดูกาล ลีก สเตทลีก[a] ฟุตบอลถ้วย ลีกคัพ ทวีป อื่นๆ[b] รวม
ดิวิชัน ลงเล่น ประตู ลงเล่น ประตู ลงเล่น ประตู ลงเล่น ประตู ลงเล่น ประตู ลงเล่น ประตู ลงเล่น ประตู
อิงเตร์นาซีโยนัล 2013 Série A 6 0 1 0 2[c] 0 9 0
2014 Série A 11 0 3 0 0 0 14 0 28 0
2015 Série A 26 0 15 0 4[c] 0 12[d] 0 57 0
2016 Série A 1 0 17 0 0 0 3 0 21 0
รวม 44 0 36 0 6 0 12 0 17 0 115 0
โรมา 2016–17 เซเรียอา 0 0 4[e] 0 11[f] 0 15 0
2017–18 เซเรียอา 37 0 0 0 12[g] 0 49 0
รวม 37 0 4 0 23 0 64 0
ลิเวอร์พูล 2018–19 พรีเมียร์ลีก 38 0 0 0 0 0 13[g] 0 51 0
2019–20 พรีเมียร์ลีก 29 0 0 0 0 0 5[g] 0 3[h] 0 37 0
2020–21 พรีเมียร์ลีก 33 1 1 0 0 0 7[g] 0 1[i] 0 42 1
2021–22 พรีเมียร์ลีก 36 0 4 0 1 0 13[g] 0 54 0
2022–23 พรีเมียร์ลีก 2 0 0 0 0 0 0[g] 0 2 0
รวม 138 1 5 0 1 0 38 0 4 0 186 1
รวมทั้งหมด 219 1 36 0 15 0 1 0 73 0 21 0 365 1
  1. Appearances in Campeonato Gaúcho
  2. Appearances in Primeira Liga (Brazil), Copa FGF and Supercopa Gaúcha
  3. 3.0 3.1 Appearances in Copa do Brasil
  4. Appearances in Copa Libertadores
  5. Appearances in Coppa Italia
  6. One appearance in UEFA Champions League and ten appearances in UEFA Europa League
  7. 7.0 7.1 7.2 7.3 7.4 7.5 Appearances in UEFA Champions League
  8. One appearance in FA Community Shield, two appearances in FIFA Club World Cup
  9. Appearance in FA Community Shield

ทีมชาติ[แก้]

ณ วันที่ 29 มีนาคม 2022[24]
ทีมชาติ ปี ลงเล่น ประตู
บราซิล 2015 3 0
2016 12 0
2017 7 0
2018 12 0
2019 10 0
2020 0 0
2021 7 0
2022 3 0
รวม 54 0

เกียรติประวัติ[แก้]

สโมสร[แก้]

อิงเตร์นาซียอนัล

  • Campeonato Gaúcho: 2013, 2014, 2015, 2016

ลิเวอร์พูล

ทีมชาติ[แก้]

บราซิล อายุไม่เกิน 23 ปี

  • Toulon Tournament: 2013

บราซิล

รางวัลส่วนตัว[แก้]

  • The Best FIFA Goalkeeper: 2019
  • FIFA FIFPro World XI: 2019, 2020
  • UEFA Champions League Squad of the Season: 2017–18, 2018–19
  • UEFA Champions League Goalkeeper of the Season: 2018–19
  • Serie A Goalkeeper of the Year: 2017–18
  • Serie A Team of the Year: 2017–18
  • Premier League Golden Glove: 2018–19, 2021–22
  • Goal 50 World's Best Goalkeeper: 2018
  • Globe Soccer Awards Goalkeeper of the Year: 2018, 2019
  • Copa América Golden Glove: 2019
  • Copa América Team of the Tournament: 2019
  • IFFHS World's Best Goalkeeper: 2019
  • IFFHS Men's World Team: 2019
  • Yashin Trophy: 2019
  • Ballon d'Or: 2019 (7th place)
  • Samba Gold: 2019
  • EA Sports FIFA Team of the Year: 2019
  • UEFA Team of the Year: 2019
  • Liverpool Goal of the Season: 2020–21 (vs. West Brom)
  • Standard Chartered Liverpool Player of the Month: มีนาคม 2022

อ้างอิง[แก้]

  1. "FIFA World Cup Russia 2018: List of Players: Brazil" (PDF). FIFA. 15 July 2018. p. 4. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 11 June 2019.
  2. "FIFA Club World Cup Qatar 2019: List of Players: Liverpool" (PDF). FIFA. 21 December 2019. p. 7. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 5 December 2019. สืบค้นเมื่อ 17 January 2020.
  3. "Alisson: Profile". worldfootball.net. HEIM:SPIEL. สืบค้นเมื่อ 20 August 2020.
  4. "Porto-Roma, la formazione ufficiale: Alisson in porta, Dzeko in attacco" [Porto-Roma, the official formation: Alisson in goal, Dzeko in attack]. La Gazetta dello Sport (ภาษาอิตาลี). 17 August 2016. สืบค้นเมื่อ 8 December 2017.
  5. Romano, Fabrizio (2018-07-18). "Liverpool sign Roma goalkeeper Alisson for world-record £66.9m fee". the Guardian (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2018-07-19.
  6. ลิเวอร์พูลบรรลุข้อตกลงในการคว้าตัวอลิสสัน เบ็คเกอร์ มาร่วมทีม
  7. Match Report: หงส์แดงถล่มขุนค้อน 4-0 คว้าสามแต้มแรกของฤดูกาล 2018-19
  8. Match Report: ลิเวอร์พูลบุกไปเฉือนเลสเตอร์ 2-1
  9. Match Report: ลิเวอร์พูลคว้าถ้วยแชมเปียนส์ลีกหลังชนะสเปอร์ส 2-0
  10. Match Report: ลิเวอร์พูลประเดิมเก็บ 3 แต้มแรกในเกมเปิดหัวพรีเมียร์ลีก
  11. อัปเดตการบาดเจ็บของอลิสสัน เบ็คเกอร์
  12. Match Report: ลิเวอร์พูลบุกไปเสมอแมนฯ ยูไนเต็ด ที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด
  13. Match Report: สองประตูของฟาน ไดจ์ค ช่วยให้ลิเวอร์พูลยังครองจ่าฝูง
  14. Match Report: ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์คลับ เวิลด์ ที่กาตาร์
  15. Match Report: ประตูจากฟาน ไดจ์ค และ ประตูท้ายเกมจากซาลาห์ ช่วยให้ลิเวอร์พูลคว้าชัยชนะเหนือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
  16. อัลบั้มภาพ: ทีมลิเวอร์พูลคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก
  17. Match Report: มาเน่เบิ้ลให้ลิเวอร์พูลคว้าสามแต้มเหนือเชลซี
  18. Match Report: อลิสสันโหม่งพังประตูในนาทีสุดท้ายคว้าชัยให้ลิเวอร์พูล
  19. อลิสสันเซ็นสัญญาระยะยาวฉบับใหม่กับลิเวอร์พูล
  20. Match Report: ลิเวอร์พูลดวลจุดโทษชนะเชลซีคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ
  21. Match Report: ลิเวอร์พูลชนะวูล์ฟส์ในเกมสุดท้ายที่แอนฟิลด์
  22. อลิสสันคว้ารางวัลถุงมือทองคำของพรีเมียร์ลีก
  23. "Alisson". Soccerway. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 19 กรกฎาคม 2018. สืบค้นเมื่อ 6 ธันวาคม 2018. {{cite web}}: ไม่รู้จักพารามิเตอร์ |dead-url= ถูกละเว้น แนะนำ (|url-status=) (help)
  24. "Alisson". National Football Teams. สืบค้นเมื่อ 23 June 2018.
  25. McNulty, Phil (27 February 2022). "Chelsea 0–0 Liverpool". BBC Sport. สืบค้นเมื่อ 27 February 2022.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]