แอนดรูว์ รอเบิร์ตสัน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
แอนดรูว์ รอเบิร์ตสัน
Liver-RM (10).jpg
รอเบิร์ตสันกับลิเวอร์พูลในปี 2018
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อเต็ม แอนดรูว์ เฮนรี รอเบิร์ตสัน[1]
วันเกิด 11 มีนาคม ค.ศ. 1994 (28 ปี)[2]
สถานที่เกิด กลาสโกว์ สกอตแลนด์
ส่วนสูง 1.78 ม. (5 ฟุต 10 นิ้ว)[2]
ตำแหน่ง แบ็กซ้าย
ข้อมูลสโมสร
สโมสรปัจจุบัน
ลิเวอร์พูล
หมายเลข 26
สโมสรเยาวชน
0000–2009 เซลติก
2009–2012 ควีนส์พาร์ก
สโมสรอาชีพ*
ปี ทีม ลงเล่น (ประตู)
2012–2013 ควีนส์พาร์ก 34 (2)
2013–2014 ดันดียูไนเต็ด 36 (3)
2014–2017 ฮัลล์ซิตี 99 (3)
2017– ลิเวอร์พูล 161 (7)
ทีมชาติ
2013–2015 สกอตแลนด์ อายุไม่เกิน 21 ปี 4 (0)
2014– สกอตแลนด์ 56 (3)
* นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้แก่สโมสรเฉพาะลีกในประเทศเท่านั้น ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 21:06, 22 พฤษภาคม 2022 (UTC)
‡ ข้อมูลการลงเล่นและประตูให้แก่ทีมชาติล่าสุด ณ วันที่ 07:47, 29 มีนาคม 2022 (UTC)

แอนดรูว์ เฮนรี รอเบิร์ตสัน (อังกฤษ: Andrew Henry Robertson; เกิด 11 มีนาคม ค.ศ. 1994) เป็นนักฟุตบอลชาวสกอตแลนด์ ปัจจุบันเล่นในตำแหน่งกองหลังในพรีเมียร์ลีก ให้กับลิเวอร์พูลและฟุตบอลทีมชาติสกอตแลนด์

สโมสรอาชีพ[แก้]

ฮัลล์ซิตี[แก้]

ลิเวอร์พูล[แก้]

ในวันที่ 21 กรกฎาคม ค.ศ. 2017 รอเบิร์ตสันย้ายไปร่วมทีมลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัว 8 ล้านปอนด์ โดยรอเบิร์ตสันได้สวมเสื้อหมายเลข 26[3] [4] ต่อมา ในวันที่ 19 สิงหาคม ค.ศ. 2017 รอเบิร์ตสันลงเล่นให้กับ ลิเวอร์พูล เป็นนัดแรกโดยลงสนามเป็นตัวจริง ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ คริสตัลพาเลซ 1-0 ต่อมา ในวันที่ 13 พฤษภาคม ค.ศ. 2018 พรีเมียร์ลีก นัดปิดฤดูกาล 2017–18 ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เจอกับ ไบรตันแอนด์โฮฟอัลเบียน ในนัดนี้ ลิเวอร์พูล จะต้องชนะเพื่อการันตีโควต้าพื้นที่ในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก รอเบิร์ตสันทำประตูแรกในสีเสื้อของ ลิเวอร์พูล ช่วยให้ ลิเวอร์พูล เอาชนะ ไบรตันแอนด์โฮฟอัลเบียน 4-0 ทำให้ ลิเวอร์พูล จบอันดับที่ 4 และคว้าโควต้าแชมเปียนส์ลีก ในฤดูกาล2018-2019ได้สำเร็จ[5]

ในวันที่ 18 มกราคม ค.ศ. 2019 รอเบิร์ตสันตัดสินใจต่อสัญญาระยะยาวกับสโมสรลิเวอร์พูล ไปจนถึงปี 2024[6] ต่อมา รอเบิร์ตสันยังได้ติดทีมยอดเยี่ยมของพีเอฟเอ ร่วมกับ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, ซาดีโย มาเน และ เฟอร์จิล ฟัน ไดก์ 3 นักเตะของลิเวอร์พูล อีกด้วย ต่อมา ในวันที่ 1 มิถุนายน ค.ศ. 2019 ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก นัดชิงชนะเลิศ 2019 ลิเวอร์พูล เจอกับ ทอตนัมฮอตสเปอร์ ที่วันดาเมโตรโปลิตาโน ในมาดริด, ประเทศสเปน สุดท้าย ลิเวอร์พูล เอาชนะ ทอตนัมฮอตสเปอร์ 2-0 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก สมัยที่ 6 ได้สำเร็จ[7]

ในวันที่ 14 สิงหาคม ค.ศ. 2019 ยูฟ่าซูเปอร์คัพ 2019 ลิเวอร์พูล แชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2018–19 เจอกับ เชลซี แชมป์ยูฟ่ายูโรปาลีก ฤดูกาล 2018–19 ที่สนามโวดาโฟนพาร์ก, อิสตันบูล ประเทศตุรกี สุดท้าย ลิเวอร์พูล เอาชนะ เชลซี ในการดวลจุดโทษ 5-4 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ยูฟ่าซูเปอร์คัพ สมัยที่ 4 ได้สำเร็จ[8] ต่อมา ในวันที่ 2 ตุลาคม ค.ศ. 2019 ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2019–20 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม E รอเบิร์ตสันทำประตูแรกในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2019–20 นัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ เร็ดบุลซัลทซ์บวร์ค จากออสเตรีย 4-3[9] ต่อมา ในวันที่ 2 พฤศจิกายน ค.ศ. 2019 รอเบิร์ตสันทำประตูแรกในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2019–20 นัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ แอสตันวิลลา ที่วิลลาพาร์ก 2-1[10] ต่อมา ในวันที่ 21 ธันวาคม ค.ศ. 2019 ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก 2019 นัดชิงชนะเลิศ ลิเวอร์พูล เจอกับ ฟลาเม็งกู ตัวแทน คอนเมบอล ในฐานะแชมป์เก่าของ โกปาลิเบร์ตาโดเรส ที่สนามกีฬาแห่งชาติคาลิฟา ในโดฮา, ประเทศกาตาร์ สุดท้าย ลิเวอร์พูล เอาชนะ ฟลาเม็งกู ในช่วงต่อเวลาพิเศษ 1-0 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก สมัยแรกได้สำเร็จ[11]

ในวันที่ 11 กรกฎาคม ค.ศ. 2020 รอเบิร์ตสันทำประตูที่ 2 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เสมอกับ เบิร์นลีย์ 1-1 จบฤดูกาล รอเบิร์ตสันช่วยให้ ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรกในรอบ 30 ปีได้สำเร็จ[12] รอเบิร์ตสันยังได้ติดทีมยอดเยี่ยมของพีเอฟเอ ร่วมกับ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, เฟอร์จิล ฟัน ไดก์, ซาดีโย มาเน และ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน 4 นักเตะของลิเวอร์พูล อีกด้วย[13]

ในวันที่ 28 กันยายน ค.ศ. 2020 รอเบิร์ตสันทำประตูแรกในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2020–21 นัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ อาร์เซนอล 3-1[14]

ในวันที่ 24 สิงหาคม ค.ศ. 2021 รอเบิร์ตสันตัดสินใจต่อสัญญาระยะยาวกับสโมสรลิเวอร์พูลถึงปี 2026[15] ต่อมา ในวันที่ 19 ธันวาคม ค.ศ. 2021 รอเบิร์ตสันทำประตูแรกในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2021–22 แต่ก็โดนใบแดงไล่ออกจากสนาม ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เสมอกับ ทอตนัมฮอตสเปอร์ ที่สนามกีฬาทอตนัมฮอตสเปอร์ 2-2 ทำให้ รอเบิร์ตสันโดนแบน 3 นัด

ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2022 อีเอฟแอลคัพ 2022 นัดชิงชนะเลิศ ลิเวอร์พูล เจอกับ เชลซี ที่สนามกีฬาเวมบลีย์ สุดท้าย ลิเวอร์พูล เอาชนะ เชลซี ในการดวลจุดโทษ 11-10 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์อีเอฟแอลคัพ สมัยที่ 9 ได้สำเร็จ[16] ต่อมา ในวันที่ 24 เมษายน ค.ศ. 2022 รอเบิร์ตสันทำประตูที่ 2 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ เอฟเวอร์ตัน 2-0[17]

ในวันที่ 14 พฤษภาคม ค.ศ. 2022 เอฟเอคัพ รอบชิงชนะเลิศ 2022 ลิเวอร์พูล เจอกับ เชลซี ที่สนามกีฬาเวมบลีย์ สุดท้าย ลิเวอร์พูล เอาชนะ เชลซี ในการดวลจุดโทษ 6-5 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์เอฟเอคัพ สมัยที่ 8 ได้สำเร็จ[18] ต่อมา ในวันที่ 22 พฤษภาคม ค.ศ. 2022 พรีเมียร์ลีก นัดปิดฤดูกาล ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เจอกับ วุลเวอร์แฮมป์ตันวอนเดอเรอส์ เป็นนัดตัดสินแชมป์พรีเมียร์ลีกระหว่าง ลิเวอร์พูล กับ แมนเชสเตอร์ซิตี ในนัดนี้ ลิเวอร์พูล จะต้องชนะ วุลเวอร์แฮมป์ตันวอนเดอเรอส์ และต้องลุ้นให้ แมนเชสเตอร์ซิตี ไม่ชนะ แอสตันวิลลา ด้วย ลิเวอร์พูล ก็จะได้แชมป์พรีเมียร์ลีก โดย รอเบิร์ตสันยิงประตูให้ ลิเวอร์พูล เอาชนะ วุลเวอร์แฮมป์ตันวอนเดอเรอส์ 3-1 แต่สุดท้าย แมนเชสเตอร์ซิตี เอาชนะ แอสตันวิลลา 3-2 ทำให้ ลิเวอร์พูล พลาดโอกาสคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อย่างน่าเสียดาย[19]

สถิติอาชีพ[แก้]

สโมสร[แก้]

ณ วันที่ 28 พฤษภาคม 2022.
Appearances and goals by club, season and competition
Club Season League Cup[a] League Cup[b] Europe Other Total
Division Apps Goals Apps Goals Apps Goals Apps Goals Apps Goals Apps Goals
ควีนส์พาร์ก 2012–13[20] Scottish Third Division 34 2 2 0 3 0 4[c] 0 43 2
Dundee United 2013–14[20] สกอตติชพรีเมียร์ชิป 36 3 5 2 3 0 44 5
ฮัลล์ซิตี 2014–15[20] พรีเมียร์ลีก 24 0 0 0 0 0 0 0 24 0
2015–16[20] แชมเปียนชิป 42 2 2 0 5 1 3[d] 1 52 4
2016–17[20] พรีเมียร์ลีก 33 1 2 0 4 0 39 1
รวม 99 3 4 0 9 1 0 0 3 1 115 5
ลิเวอร์พูล 2017–18[20] พรีเมียร์ลีก 22 1 1 0 1 0 6[e] 0 30 1
2018–19 พรีเมียร์ลีก 36 0 0 0 0 0 12[e] 0 48 0
2019–20[20] พรีเมียร์ลีก 36 2 1 0 0 0 8[e] 1 4[f] 0 49 3
2020–21[21] พรีเมียร์ลีก 38 1 1 0 0 0 10[e] 0 1[g] 0 50 1
2021–22 พรีเมียร์ลีก 29 3 4 0 4 0 10[e] 0 47 3
รวม 161 7 7 0 5 0 46 1 5 0 224 8
รวมทั้งหมด 330 15 18 2 20 1 46 1 12 1 426 20
  1. Includes Scottish Cup, FA Cup
  2. Includes Scottish League Cup, League/EFL Cup
  3. Two appearances in the Scottish Challenge Cup, two in Second Division play-offs
  4. Appearances in Championship play-offs
  5. 5.0 5.1 5.2 5.3 5.4 Appearances in UEFA Champions League
  6. One appearance in FA Community Shield; one appearance in UEFA Super Cup, two appearances in FIFA Club World Cup
  7. Appearance in FA Community Shield

ทีมชาติ[แก้]

ณ วันที่ 29 มีนาคม 2022.[22]
Appearances and goals by national team and year
ทีมชาติ ปี ลงเล่น ประตู
สกอตแลนด์ 2014 5 1
2015 3 0
2016 4 0
2017 8 1
2018 8 0
2019 6 1
2020 6 0
2021 15 0
2022 1 0
รวม 56 3

ประตูในนามทีมชาติ[แก้]

Updated to match played 10 June 2017. Scotland score listed first, score column indicates score after each Robertson goal.[23]
International goals by date, venue, opponent, score, result and competition
No. Date Venue Opponent Score Result Competition
1 18 November 2014 Celtic Park, Glasgow, Scotland ธงชาติอังกฤษ อังกฤษ 1–2 1–3 Friendly
2 1 September 2017 LFF Stadium, Vilnius, Lithuania ธงชาติลิทัวเนีย ลิทัวเนีย 2–0 3–0 2018 FIFA World Cup qualification
3 8 มิ.ย. 2019 Hampden Park, Glasgow, Scotland ธงชาติไซปรัส ไซปรัส 1–0 2–1 UEFA Euro 2020 qualifying

เกียรติประวัติ[แก้]

สโมสร[แก้]

ฮัลล์ซิตี

  • ฟุตบอลลีกแชมเปียนชิป รอบเพลย์ออฟ: 2016

ลิเวอร์พูล

รางวัลส่วนตัว[แก้]

  • PFA Scotland Young Player of the Year: 2013–14
  • PFA Scotland Team of the Year: 2013–14
  • SPFL Player of the Month: พฤศจิกายน 2013
  • SPFL Young Player of the Month: กันยายน 2013
  • PFA Team of the Year: 2018–19, 2019–20
  • UEFA Champions League Squad of the Season: 2018–19
  • FIFA FIFPro World11 nominee: 2019 (7th defender)
  • EA Sports FIFA Team of the Year: 2019
  • UEFA Team of the Year: 2019

อ้างอิง[แก้]

  1. "FIFA Club World Cup Qatar 2019: List of Players: Liverpool" (PDF). FIFA. 21 December 2019. p. 7. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม (PDF) เมื่อ 5 December 2019. สืบค้นเมื่อ 17 January 2020.
  2. 2.0 2.1 "Andrew Robertson: Overview". Premier League. สืบค้นเมื่อ 13 October 2019.
  3. "สโมสรลิเวอร์พูลคว้าตัวแอนดี รอเบิร์ตสัน มาร่วมทีม". คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2017-07-24. สืบค้นเมื่อ 2017-07-22.
  4. "เผยหมายเลขเสื้อของแอนดี รอเบิร์ตสัน". คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2017-07-24. สืบค้นเมื่อ 2017-07-22.
  5. "ฉลองชุดใหม่! ลิเวอร์พูลปิดฉากพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2017-18 ด้วยสามแต้ม และคลีนชีต". คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2018-05-16. สืบค้นเมื่อ 2018-05-14.
  6. แอนดี รอเบิร์ตสัน เซ็นสัญญาระยะยาวฉบับใหม่กับลิเวอร์พูล (วิดีโอ)
  7. Match Report: ลิเวอร์พูลคว้าถ้วยแชมเปียนส์ลีกหลังชนะสเปอร์ส 2-0
  8. Match Report: ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ซูเปอร์ คัพ หลังดวลจุดโทษชนะเชลซี
  9. Match Report: ลิเวอร์พูลเฉือนซัลซ์บวร์ก 4-3 ในแชมเปียนส์ลีก
  10. Match Report: ลิเวอร์พูลพลิกกลับมาชนะวิลลาด้วยประตูชัยช่วงทดเวลา
  11. Match Report: ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์คลับ เวิลด์ ที่กาตาร์
  12. อัลบั้มภาพ: ทีมลิเวอร์พูลคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก
  13. 5 นักเตะหงส์แดงมีชื่อในทีมแห่งปีของพีเอฟเอประจำฤดูกาล 2019-20
  14. Match Report: ลิเวอร์พูลคว้าสามแต้มเหนืออาร์เซนอล
  15. แอนดี โรเบิร์ตสัน เซ็นสัญญาระยะยาวฉบับใหม่กับสโมสรลิเวอร์พูล
  16. Match Report: ลิเวอร์พูลดวลจุดโทษชนะเชลซีคว้าแชมป์คาราบาว คัพ
  17. Match Report: ลิเวอร์พูลคว้าชัยในเกมเมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บีที่แอนฟิลด์
  18. Match Report: ลิเวอร์พูลดวลจุดโทษชนะเชลซีคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ
  19. Match Report: ลิเวอร์พูลชนะวูล์ฟส์ในเกมสุดท้ายที่แอนฟิลด์
  20. 20.0 20.1 20.2 20.3 20.4 20.5 20.6 "A. Robertson". Soccerway. สืบค้นเมื่อ 24 November 2014.
  21. "Games played by แอนดรูว์ รอเบิร์ตสัน in 2020/2021". Soccerbase. Centurycomm. สืบค้นเมื่อ 29 August 2020.
  22. Robertson.html แอนดรูว์ รอเบิร์ตสัน ที่ National-Football-Teams.com
  23. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ eng goal
  24. McNulty, Phil (27 February 2022). "Chelsea 0–0 Liverpool". BBC Sport. สืบค้นเมื่อ 27 February 2022.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]