แฮร์รี เคน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
แฮร์รี เคน
Harry Kane.jpg
ข้อมูลส่วนบุคคล
ชื่อเต็ม แฮร์รี เอ็ดเวิร์ด เคน[1]
วันเกิด 28 กรกฎาคม ค.ศ. 1993 (25 ปี)[1]
สถานที่เกิด วอลทัมสโตว์, อังกฤษ
ส่วนสูง 1.88 เมตร (6 ฟุต 2.0 นิ้ว)[2]
ตำแหน่ง กองหน้า
ข้อมูลสโมสร
สโมสรปัจจุบัน
Tottenham Hotspur
หมายเลข 10
สโมสรเยาวชน
1999–2001 ริดจ์เวย์โรเจอส์
2001–2002 อาร์เซนอล
2002–2004 ริดจ์เวย์โรเจอส์
2004 วอตฟอร์ด
2004–2009 ทอตนัมฮอตสเปอร์
สโมสรอาชีพ*
ปี ทีม ลงเล่น (ประตู)
2009– ทอตนัมฮอตสเปอร์ 150 (108)
2011เลย์ตันออเรียนต์ (ยืมตัว) 18 (5)
2012มิลล์วอลล์ (ยืมตัว) 22 (7)
2012–2013นอริชซิตี (ยืมตัว) 3 (0)
2013เลสเตอร์ซิตี (ยืมตัว) 13 (2)
ทีมชาติ
2010 อังกฤษ อายุไม่เกิน 17 ปี 3 (2)
2010–2012 อังกฤษ อายุไม่เกิน 19 ปี 14 (6)
2013 อังกฤษ อายุไม่เกิน 20 ปี 3 (1)
2013–2015 อังกฤษ อายุไม่เกิน 21 ปี 14 (8)
2015– อังกฤษ 29 (19)

* นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้สโมสรเฉพาะลีกในประเทศเท่านั้น ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 16.18, 21 พฤษภาคม ค.ศ.2018 (UTC)
† ลงเล่น (ประตู)

‡ นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้ทีมชาติ
ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 20.42, 11 กรกฎาคม ค.ศ. 2018 (UTC)

แฮร์รี เอ็ดเวิร์ด เคน (อังกฤษ: Harry Edward Kane) เกิดเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม ค.ศ. 1993 เป็นนักฟุตบอลชาวอังกฤษ ปัจจุบันเล่นให้กับทอตนัมฮอตสเปอร์ และทีมชาติอังกฤษ ในตำแหน่งกองหน้า

ประวัติ[แก้]

แฮร์รี เคน เกิดเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม ค.ศ. 1993 ที่ย่านวอลทัมสโตว์ ในฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงลอนดอน มีชื่อเต็มว่า แฮร์รี เอ็ดเวิร์ด เคน (Harry Edward Kane) โดยครอบครัวของเคนนั้นล้วนแต่เป็นแฟนของทอตนัมฮอตสเปอร์ จึงทำให้เคนเติบโตมากับทอตนัมฮอตสเปอร์อย่างเต็มตัว โดยมี เท็ดดี้ เชอริงแฮม อดีตกองหน้าของทอตนัมฮอตสเปอร์และทีมชาติอังกฤษ เป็นนักฟุตบอลที่ชื่นชอบ

แฮร์รี เคน เริ่มต้นจากการเป็นนักฟุตบอลเยาวชนชุดอายุไม่เกิน 7 ขวบ ของอาร์เซนอล[3]แต่ได้ย้ายออกมาหลังจากอยู่ได้ 2 ปี เนื่องจากถูกมองว่ามีรูปร่างเล็กเกินไป และย้ายไปอยู่กับริดจ์เวย์รอเจอส์ สโมสรระดับเล็ก ๆ ย่านลอนดอนเหนือละแวกเดียวกับที่ตั้งสนามและสโมสรของอาร์เซนอล [4]จนกระทั่งย้ายมาอยู่กับทอตนัมฮอตสเปอร์เมื่อปี ค.ศ. 2009 ในชุดอายุไม่เกิน 11 ปี และได้พัฒนาการเล่นขึ้นมาตามลำดับ โดยทำประตูไปได้ 22 ประตู จากการลงเล่นไปทั้งหมด 32 นัด ในชุดอายุไม่เกิน 18 ปี และจากนั้นก็ทำประตูได้อีก 10 ประตู จากการลงเล่นทั้งหมด 16 นัด ในชุดอายุไม่เกิน 21 ปี ก่อนที่จะมีโอกาสได้เล่นในทีมชุดใหญ่ครั้งแรกกับรายการยูโรปาลีก กับ ฮาร์ทส์ เมื่อเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2011

ก่อนหน้าที่เคนจะได้ลงเล่นกับทีมชุดใหญ่ของทอตนัมฮอตสเปอร์ เคนได้ถูกปล่อยไปหาประสบการณ์กับ เรย์ตันโอเรียน แบบยืมตัวในช่วงต้นปี ค.ศ. 2011 และต่อมาก็ได้ย้ายไปแบบยืมตัวกับอีกหลายสโมสร

แฮร์รี เคน ได้กลับมาสู่ทีมชุดใหญ่ของทอตนัมฮอตสเปอร์อีกครั้ง ในเดือนเมษายน ในฤดูกาล 2013–14 โดยยิงได้ 12 ประตูจากทุกรายการที่ลงแข่งขัน

ทอตนัมฮอตสเปอร์[แก้]

ฤดูกาล 2014–15[แก้]

ในฤดูกาล 2014–15 แฮร์รี เคน กลายเป็นนักฟุตบอลดาวรุ่งที่น่าจับตามอง โดยแฟนของทอตนัมฮอตสเปอร์ได้ตั้งฉายาให้ว่า "เฮอร์ริเคน" [5] ในการแข่งขันนัดที่ 20 ของฤดูกาล ซึ่งตรงกับวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 2015 ที่ทอตนัมฮอตสเปอร์พบกับ เชลซี ซึ่งเป็นจ่าฝูง ที่สนามไวต์ฮาร์ตเลน เคนเล่นได้อย่างโดดเด่นมาก โดยเป็นผู้ยิงประตูคนเดียวถึง 2 ประตู และมีส่วนที่ทำให้ได้อีก 2 ประตู ซึ่งผลการแข่งขันทอตนัมฮอตสเปอร์ชนะเชลซีไปถึง 5–3 ประตู ส่งผลให้เชลซีพ่ายแพ้เป็นนัดที่ 2 ในฤดูกาล[6] และยิงได้อีก 2 ประตู ในนัดที่ 24[7] ที่ทอตนัมฮอตสเปอร์ชนะอาร์เซนอล ไปได้ 2–1 ประตู ที่สนามไวต์ฮาร์ตเลน โดยเป็นผู้ยิงประตูได้ในนาทีที่ 56 และ 86 ทั้งที่อาร์เซนอลเป็นฝ่ายยิงประตูนำไปก่อน[8] ในนัดที่ 30 ของฤดูกาล เคนสามารถทำแฮตทริกได้ ในนัดที่พบกับ เลสเตอร์ซิตี ที่สนามไวต์ฮาร์ตเลน โดยเป็นจุดโทษในนาทีที่ 64 เป็นลูกที่ 3 ผลการแข่งขันทอตนัมฮอตสเปอร์ชนะไป 4–3 ประตู[9] และทำให้เคนกลายเป็นดาวซัลโวของฤดูกาลไปในขณะนั้นด้วยการทำประตูไปทั้งหมด 19 ประตู[10]

จนกระทั่งจบฤดูกาล แฮร์รี เคน ทำสถิติยิงไปทั้งสิ้น 21 ประตู (เฉพาะพรีเมียร์ลีก แต่รวมกันทุกรายการยิงได้ 31 ประตู) เป็นจุดโทษ 1 ประตู เป็นดาวซัลโวอันดับ 2 ของฤดูกาลรองจาก เซร์คีโอ อะกูเอโร กองหน้าของ แมนเชสเตอร์ซิตี ที่ยิงไปทั้งสิ้น 26 ประตู[11]

ฤดูกาล 2015–16[แก้]

แต่ในฤดูกาล 2015–16 4 นัดแรกของฤดูกาล เคนยังไม่สามารถทำประตูได้เลย อีกทั้งทอตนัมฮอตสเปอร์ก็ยังไม่ชนะสโมสรใดเลยอีกด้วย[12] จนเมื่อทอตนัมฮอตสเปอร์ชนะครั้งแรกเมื่อเป็นฝ่ายบุกไปเยือน ซันเดอร์แลนด์ ด้วยผลการแข่งขัน 0–1 ประตู ในการแข่งขันนัดที่ 5 ก็ไม่ใช่แฮร์รี เคน ที่ทำประตู[13]

แฮร์รี เคน มายิงลูกแรกในฤดูกาลนี้ได้ ในพรีเมียร์ลีกนัดที่ 7 ที่ทอตนัมฮอตสเปอร์พบกับ แมนเชสเตอร์ซิตี ซึ่งมีคะแนนนำเป็นอันดับหนึ่งในตารางคะแนน ที่สนามไวต์ฮาร์ตเลน ด้วยการซ้ำลูกยิงฟรีคิกของคริสเตียน อีริกเซน ที่กระเด็นออกมาจากมุมประตู ในนาทีที่ 61 นับเป็นลูกที่ 3 และทำให้ทอตนัมฮอตสเปอร์เอาชนะไปได้ 4–1 ประตู โดยถูกยิงนำไปก่อน [14] และต่อมายิงแฮตทริกได้ในนัดที่ 10 ที่พบกับ บอร์นมัท ที่สนามดีนคอร์ท ในนาทีที่ 9, 56 และ 63 โดยลูกแรกเป็นจุดโทษ[15] และจนจบฤดูกาล แฮร์รี เคน ได้เป็นดาวซัลโว เมื่อเป็นผู้ทำประตูได้มากที่สุดในลีกด้วยการยิงไปทั้งสิ้น 25 ประตู และได้รับรางวัลรองเท้าทองคำไปครอง[16]

ฤดูกาล 2016–17[แก้]

ในฤดูกาล 2016–17 เคนยิงลูกแรกได้ในฤดูกาลในนัดที่ 4 ในการพบกับสโตกซิตี ที่สนามบริแทนเนียสเตเดียม นับเป็นลูกที่ 4 ของนัดนี้ ในนาทีที่ 70 ผลการแข่งขันเมื่อจบลง ทอตนัมฮอตสเปอร์เอาชนะไปได้ 0–4 และเป็นลูกที่ 50 ของเคนที่ยิงให้กับทอตนัมฮอตสเปอร์เฉพาะในพรีเมียร์ลีก[17]

เคนมายิงได้เป็นลูกที่สอง ในนัดถัดมาที่พบกับซันเดอร์แลนด์ ในนาทีที่ 59 ที่สนามไวต์ฮาร์ตเลน และเป็นประตูเดียวในนัดนี้ แต่ทว่าได้รับบาดเจ็บที่ข้อเท้าในช่วงท้ายการแข่งขัน ขณะแย่งลูกฟุตบอลกับผู้เล่นซันเดอร์แลนด์ ทำให้ต้องถูกหามลงเปลเปลี่ยนตัวออก และคาดว่าต้องหยุดพักรักษาตัวนานประมาณ 10 สัปดาห์[18]

เคนทำแฮตทริกได้ในนัดที่ 21 ของฤดูกาล ในต้นปี ค.ศ. 2017 ในการพบกับเวสต์บรอมมิชอัลเบียน ที่สนามไวต์ฮาร์ตเลน ผลการแข่งขันทอตนัมฮอตสเปอร์ชนะไป 4–0 ถือเป็นการทำแฮตทริกครั้งที่สามของเคน และทำสถิติเป็นผู้ทำแฮตทริกได้มากที่สุดของสโมสรเทียบเท่ากับเจอร์เมน เดโฟ กับร็อบบี คีน อดีตผู้เล่นคนสำคัญของสโมสรในอดีต[19]

ทีมชาติ[แก้]

ในระดับทีมชาติ จากการเล่นที่ร้อนแรงในฤดูกาล 2014–15 ทำให้ แฮร์รี เคน ถูกเรียกตัวติดทีมชาติชุดใหญ่ครั้งแรก ในรายการคัดเลือกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2016 ในนัดที่อังกฤษพบกับ ลิทัวเนีย และ อิตาลี ในปลายเดือนมีนาคม ค.ศ. 2015[20] และยิงได้ทันทีในนัดแรกที่ได้ลงพบกับลิทัวเนีย โดยเคนเป็นตัวสำรองถูกเปลี่ยนไปแทนเวย์น รูนีย์ และยิงได้ภายในนาทีเดียวที่ถูกเปลี่ยนลงไป ในนาทีที่ 71 จากการโหม่ง จากลูกส่งให้ของราฮีม สเตอร์ลิง เป็นลูกที่ 4 ผลการแข่งขันอังกฤษเอาชนะไปได้ 4-0 ประตู[21]

แฮร์รี เคน ยิงประตูให้กับทีมชาติอังกฤษได้อีกครั้ง ในรายการคัดเลือกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2016 เมื่อถูกเปลี่ยนตัวมาในครึ่งหลัง ในนัดที่อังกฤษพบกับ ซานมาริโน ในนาทีที่ 77 จากการเปิดผ่านของจอนโจ เชลวีย์ นับเป็นลูกที่ 5 ผลการแข่งขันอังกฤษเป็นฝ่ายชนะไปถึง 0–6 ประตู ซึ่งทำให้อังกฤษกลายเป็นชาติแรกที่ผ่านเข้าไปแข่งขันในฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2016 รอบสุดท้าย เป็นชาติแรก[22]

แต่ผลงานของเคนและทีมชาติอังกฤษ ในฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปครั้งนี้ ถูกมองว่าไม่ดี โดยเคนไม่สามารถทำประตูได้เลย[23] แม้อังกฤษจะผ่านเข้าสู่รอบสอง หรือรอบ 16 ทีมสุดท้ายได้ก็ตาม แต่ทว่าอังกฤษก็ไปแพ้ต่อไอซ์แลนด์ ที่ถูกมองว่าเป็นรองกว่า เนื่องจากเป็นทีมที่เพิ่งเข้าร่วมรายการแข่งขันระดับโลกเป็นครั้งแรก ไป 1–2 ประตู อีกทั้งเคนก็ถูกมองว่าทำหน้าที่เตะมุมหรือยิงลูกฟรีคิก ซึ่งเป็นสิ่งที่เจ้าตัวทำได้ไม่ดี[24]

สถิติอาชีพ[แก้]

สโมสร[แก้]

ณ วันที่ end of 2017–18 season
Appearances and goals by club, season and competition
Club Season League FA Cup League Cup Europe Other Total
Division Apps Goals Apps Goals Apps Goals Apps Goals Apps Goals Apps Goals
Tottenham Hotspur 2009–10[25] Premier League 0 0 0 0 0 0 0 0
2010–11[26] Premier League 0 0 0 0 0 0 0 0
2011–12[27] Premier League 0 0 0 0 6[a] 1 6 1
2012–13[28] Premier League 1 0 0 0 1 0
2013–14[29] Premier League 10 3 0 0 2 1 7[a] 0 19 4
2014–15[30] Premier League 34 21 2 0 6 3 9[a] 7 51 31
2015–16[31] Premier League 38 25 4 1 1 0 7[a] 2 50 28
2016–17[32] Premier League 30 29 3 4 0 0 5[b] 2 38 35
2017–18[33] Premier League 37 30 4 4 0 0 7[c] 7 48 41
Total 150 108 13 9 9 4 41 19 213 140
Leyton Orient (loan) 2010–11[26] League One 18 5 0 0 18 5
Millwall (loan) 2011–12[27] Championship 22 7 5 2 27 9
Norwich City (loan) 2012–13[28] Premier League 3 0 1 0 1 0 5 0
Leicester City (loan) 2012–13[28] Championship 13 2 2[d] 0 15 2
Career total 206 122 19 11 10 4 41 19 2 0 278 156
  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 Appearances in UEFA Europa League
  2. Three appearances and two goals in UEFA Champions League, two appearances in UEFA Europa League
  3. Appearances in UEFA Champions League
  4. Appearances in Championship play-offs

ทีมชาติ[แก้]

ณ วันที่ 7 กรกฎาคม 2018[34][35]
Appearances and goals by national team and year
National team Year Apps Goals
England 2015 8 3
2016 9 2
2017 6 7
2018 5 7
Total 28 19

ประตูในนามทีมชาติ[แก้]

As of match played 24 June 2018. England score listed first, score column indicates score after each Kane goal.[34]
International goals by date, venue, cap, opponent, score, result and competition
No. Date Venue Cap Opponent Score Result Competition Ref.
1 27 March 2015 Wembley Stadium, London, England 1 ธงชาติลิทัวเนีย ลิทัวเนีย 4–0 4–0 UEFA Euro 2016 qualification [36]
2 5 September 2015 San Marino Stadium, Serravalle, San Marino 3 ธงชาติซานมารีโน ซานมารีโน 5–0 6–0 [37]
3 8 September 2015 Wembley Stadium, London, England 4 ธงชาติสวิตเซอร์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ 1–0 2–0 [38]
4 26 March 2016 Olympiastadion, Berlin, Germany 9 ธงชาติเยอรมนี เยอรมนี 1–2 3–2 Friendly [39]
5 22 May 2016 City of Manchester Stadium, Manchester, England 11 ธงชาติตุรกี ตุรกี 1–0 2–1 Friendly [40]
6 10 June 2017 Hampden Park, Glasgow, Scotland 18 ธงชาติสกอตแลนด์ สกอตแลนด์ 2–2 2–2 2018 FIFA World Cup qualification [41]
7 13 June 2017 Stade de France, Saint-Denis, France 19 ธงชาติฝรั่งเศส ฝรั่งเศส 1–0 2–3 Friendly [42]
8 2–2
9 1 September 2017 National Stadium, Ta' Qali, Malta 20 ธงชาติมอลตา มอลตา 1–0 4–0 2018 FIFA World Cup qualification [43]
10 4–0
11 5 October 2017 Wembley Stadium, London, England 22 ธงชาติสโลวีเนีย สโลวีเนีย 1–0 1–0 [44]
12 8 October 2017 LFF Stadium, Vilnius, Lithuania 23 ธงชาติลิทัวเนีย ลิทัวเนีย 1–0 1–0 [45]
13 2 June 2018 Wembley Stadium, London, England 24 ธงชาติไนจีเรีย ไนจีเรีย 2–0 2–1 Friendly [46]
14 18 June 2018 Volgograd Arena, Volgograd, Russia 25 ธงชาติตูนิเซีย ตูนิเซีย 1–0 2–1 2018 FIFA World Cup [47]
15 2–1
16 24 June 2018 Nizhny Novgorod Stadium, Nizhny Novgorod, Russia 26 ธงชาติปานามา ปานามา 2–0 6–1 [48]
17 5–0
18 6–0
19 3 July 2018 Otkritie Arena, Moscow, Russia 27 ธงชาติโคลอมเบีย โคลอมเบีย 1–0 1–1 [49]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 "Hary Kane". Barry Hugman's Footballers. สืบค้นเมื่อ 31 March 2016. 
  2. "Player profile". Tottenham Hotspur F.C. สืบค้นเมื่อ 9 January 2015. 
  3. "เสียดายไหม?สื่ออังกฤษเผยเคนเคยเป็นเยาวชนปืนตอน 7 ขวบ". อาร์เซนอลไทย.com. สืบค้นเมื่อ 9 January 2015. 
  4. "เคน เผยถูก อาร์เซน่อล เมินตั้งแต่เป็นเยาวชน เหตุตัวเล็กเกินไป". teededball. สืบค้นเมื่อ September 1, 2016. 
  5. หน้า 20 กีฬา, แฮร์รี เคน ความหวังใหม่ 'ไก่เดือยทอง' โดย "หมึกบอล". เดลินิวส์ฉบับที่ 23,770: วันอังคารที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557 แรม 5 ค่ำ เดือน 12 ปีมะเมีย
  6. "คลิปไฮไลท์พรีเมียร์ลีก สเปอร์ส 5-3 เชลซี TOTTENHAM HOTSPUR 5-3 CHELSEA". football-fun.net. สืบค้นเมื่อ 2 January 2015. 
  7. "ไฮไลท์ฟุตบอล". 
  8. หน้า 16 ต่อ 14 กีฬา, เคนเหมายิง ไก่จิกปืนดับ แซงชนะ2-1. เดลินิวส์ฉบับที่ 23,856: วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 แรม 5 ค่ำ เดือน 3 ปีมะเมีย
  9. "คลิปไฮไลท์พรีเมียร์ลีก สเปอร์ส 4-3 เลสเตอร์". สืบค้นเมื่อ 22 March 2015. 
  10. "‘เรือใบ’เปิดบ้านถล่มเวสต์บรอมวิช10-‘เคน’ซัดแฮตทริกแรก-นำดาวซัลโวพา‘ไก่’เฮ-‘ปืน’เฉือนนิวคาสเซิล". สืบค้นเมื่อ 22 March 2015. 
  11. "อันดับดาวซัลโว ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ฤดูกาล 2014-2015". สืบค้นเมื่อ 25 May 2015. 
  12. หน้า 20 บทความการศึกษา-กีฬา, เกิดอะไรขึ้น. "คิดทันเกม" โดย หมึกบอล. เดลินิวส์ฉบับที่ 24,064: วันอังคารที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2558 แรม 3 ค่ำ เดือน 9 ปีมะแม
  13. หน้า 19 ต่อจากหน้า 17 กีฬา, ไก่เดือยทองฝืดเฉือนซันเดอร์แลนด์. เดลินิวส์ฉบับที่ 24,077: วันจันทร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2558 ขึ้น 2 ค่ำ เดือน 10 ปีมะแม
  14. "'เคน' สุดปลื้ม! ยิงลูกแรกในฤดูกาลนี้ได้แล้ว". ไทยรัฐ. 26 September 2015. สืบค้นเมื่อ 27 September 2015. 
  15. "“หงส์” วืดชัยเจอนักบุญโขกท้ายเกม 1-1". ผู้จัดการออนไลน์. 26 October 2015. สืบค้นเมื่อ 26 October 2015. 
  16. "คมกว่าใคร ! แฮร์รี เคน คว้ารางวัล "ดาวซัลโว" พรีเมียร์ลีก 2015-16". 90min.com. 16 May 2016. สืบค้นเมื่อ 18 May 2016. 
  17. "สโต๊คซิตี้04สเปอร์ส". thlivescore. 2016-09-10. สืบค้นเมื่อ 2016-09-10. 
  18. หน้า 19, 'เคน'เจ็บพักนาน 10 วีก-คลอปป์รับไม่มีประตูมือ 1. ไทยรัฐปีที่ 67 ฉบับที่ 21428: วันพุธที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2559 แรม 5 ค่ำ เดือน 10 ปีวอก
  19. เหลืองอ่อน, สันติภพ (2017-01-15). "เทียบชั้น 2 ตำนาน! เคน ขึ้นแท่นแฮตทริคมากสุดของสเปอร์ส-goal.com". เฟซบุก. สืบค้นเมื่อ 2017-01-15. 
  20. "โอกาสมา "แฮร์รี่ เคน" ถูกเรียกติดทีมชาติอังกฤษหนแรก ในเกมฟาดแข้งกับลิธัวเนีย-อิตาลี". มติชน. สืบค้นเมื่อ 22 March 2015. 
  21. ""เคน" เปิดซิงโขกพาสิงโตเฮ 4-0 กระทิงหืด 1-0". ผู้จัดการออนไลน์. สืบค้นเมื่อ 28 March 2015. 
  22. ""รูน" นำสิงโตฝัง ซาน มาริโน 6-0 ลิ่วยูโรทีมแรก". ผู้จัดการออนไลน์. สืบค้นเมื่อ 6 September 2015. 
  23. "11 แข้งยอดแย่ยูโร 2016 รอบแบ่งกลุ่ม : เคน, อิบราฮิโมวิช,เลวานดอฟสกี้ มาครบ". fourfourtwo. 24 June 2016. สืบค้นเมื่อ 28 June 2016. 
  24. "เคน ไร้ปัญหาหากต้องเตะมุม". smmsport. 25 June 2016. สืบค้นเมื่อ 28 June 2016. 
  25. "Games played by แฮร์รี เคน in 2009/2010". Soccerbase. Centurycomm. สืบค้นเมื่อ 31 March 2016. 
  26. 26.0 26.1 "Games played by แฮร์รี เคน in 2010/2011". Soccerbase. Centurycomm. สืบค้นเมื่อ 31 March 2016. 
  27. 27.0 27.1 "Games played by แฮร์รี เคน in 2011/2012". Soccerbase. Centurycomm. สืบค้นเมื่อ 23 August 2014. 
  28. 28.0 28.1 28.2 "Games played by แฮร์รี เคน in 2012/2013". Soccerbase. Centurycomm. สืบค้นเมื่อ 23 August 2014. 
  29. "Games played by แฮร์รี เคน in 2013/2014". Soccerbase. Centurycomm. สืบค้นเมื่อ 23 August 2014. 
  30. "Games played by แฮร์รี เคน in 2014/2015". Soccerbase. Centurycomm. สืบค้นเมื่อ 31 March 2016. 
  31. "Games played by แฮร์รี เคน in 2015/2016". Soccerbase. Centurycomm. สืบค้นเมื่อ 29 May 2016. 
  32. "Games played by แฮร์รี เคน in 2016/2017". Soccerbase. Centurycomm. สืบค้นเมื่อ 16 July 2017. 
  33. "Games played by แฮร์รี เคน in 2017/2018". Soccerbase. Centurycomm. สืบค้นเมื่อ 2 June 2018. 
    "Premier League: Tottenham goal at Stoke awarded to Harry Kane". BBC Sport. 11 April 2018. สืบค้นเมื่อ 11 April 2018. 
  34. 34.0 34.1 Kane, Harry เว็บไซต์ National-Football-Teams.com (อังกฤษ)
  35. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ Nigeria
  36. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ England 4–0 Lithuania
  37. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ San Marino 0–6 England
  38. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ England 2–0 Switzerland
  39. McNulty, Phil (26 March 2016). "Germany 2–3 England". BBC Sport. สืบค้นเมื่อ 29 May 2016. 
  40. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ England 2–1 Turkey
  41. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ Scotland 2–2 England
  42. McNulty, Phil (13 June 2017). "France 3–2 England". BBC Sport. สืบค้นเมื่อ 13 June 2017. 
  43. McNulty, Phil (1 September 2017). "Malta 0–4 England". BBC Sport. สืบค้นเมื่อ 2 September 2017. 
  44. McNulty, Phil (5 October 2017). "England 1–0 Slovenia". BBC Sport. สืบค้นเมื่อ 5 October 2017. 
  45. McNulty, Phil (8 October 2017). "Lithuania 0–1 England". BBC Sport. สืบค้นเมื่อ 8 October 2017. 
  46. McNulty, Phil (2 June 2018). "England 2–1 Nigeria". BBC Sport. สืบค้นเมื่อ 2 June 2018. 
  47. McNulty, Phil (18 June 2018). "Tunisia 1–2 England". BBC Sport. สืบค้นเมื่อ 19 June 2018. 
  48. McNulty, Phil (24 June 2018). "England 6–1 Panama". BBC Sport. สืบค้นเมื่อ 24 June 2018. 
  49. McNulty, Phil (3 July 2018). "Colombia 1–1 England". BBC Sport. สืบค้นเมื่อ 4 July 2018. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]