สโมสรฟุตบอลเบิร์นลีย์
| ชื่อเต็ม | สโมสรฟุตบอลเบิร์นลีย์ | |||
|---|---|---|---|---|
| ฉายา | The Clarets(เดอะคลาเรตส์) เหล้าองุ่น | |||
| ก่อตั้ง | 18 พฤษภาคม 1882 | |||
| สนาม | เทิร์ฟมัวร์ | |||
| ความจุ | 21,944 | |||
| เจ้าของ | เอแอลเค แคปปิตอล แอลแอลซี | |||
| ประธาน | อลัน เพซ | |||
| ผู้จัดการ | ไมค์ แจ็กสัน (รักษาการ) | |||
| ลีก | อีเอฟแอลแชมเปียนชิป | |||
| 2025–26 | พรีเมียร์ลีก, อันดับที่ 19 (ตกชั้น) | |||
| เว็บไซต์ | https://www.burnleyfootballclub.com/ | |||
| ||||
สโมสรฟุตบอลเบิร์นลีย์ (อังกฤษ: Burnley Football Club) เป็นสโมสรฟุตบอลอังกฤษที่ตั้งอยู่ในเมืองเบิร์นลีย์ แลงคาสเชอร์ แข่งขันในอีเอฟแอลแชมเปียนชิป ซึ่งเป็นลีกลำดับสองของฟุตบอลอังกฤษ สโมสรก่อตั้งเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม ค.ศ. 1882 โดยเป็นหนึ่งในสโมสรแรก ๆ ที่เข้าสู่ระบบอาชีพ (ใน ค.ศ. 1883) และมีการกดดันให้สมาคมฟุตบอลต้องจ่ายค่าจ้างให้แก่นักเตะ สโมสรเข้าร่วมแข่งขันเอฟเอคัพครั้งแรกในฤดูกาล 1885–86 และเป็นหนึ่งใน 12 สโมสรผู้ร่วมก่อตั้งฟุตบอลลีกในฤดูกาล 1888–89 ระหว่างช่วงคริสต์ทศวรรษ 1950 ถึง 1970 ภายใต้การบริหารของประธาน บ็อบ ลอร์ด สโมสรมีความโดดเด่นในด้านการพัฒนาระบบเยาวชนและการเฟ้นหานักเตะฝีเท้าดี อีกทั้งยังเป็นสโมสรแรก ๆ ที่มีการจัดตั้งสนามฝึกซ้อมฟุตบอล
เบิร์นลีย์ชนะเลิศลีกสูงสุดของอังกฤษสองสมัยในฤดูกาล 1920–21 และ 1959–60 ชนะเลิศเอฟเอคัพสมัยเดียวในฤดูกาล 1913–14 ชนะเลิศเอฟเอแชริตีชีลด์ใน ค.ศ. 1960 และ 1973 จบอันดับรองชนะเลิศในเฟิสต์ดิวิชันสองครั้งในฤดูกาล 1919–20 และ 1961–62 จบรองชนะเลิศเอฟเอคัพในฤดูกาล 1946–47 และ 1961–62 เบิร์นลีย์เป็นหนึ่งในห้าสโมสรที่ชนะเลิศลีกฟุตบอลอาชีพของอังกฤษครบทั้งสี่ระดับ ร่วมกับวุลเวอร์แฮมป์ตันวอนเดอเรอส์, เพรสตันนอร์ทเอนด์, เชฟฟีลด์ยูไนเต็ด และพอร์ตสมัท ในฤดูกาล 1920–21 เบิร์นลีย์สร้างสถิติเป็นสโมสรที่ไม่แพ้ใครติดต่อกันยาวนานที่สุดของอังกฤษ ณ ขณะนั้น โดยไม่แพ้ใครยาวนานถึง 30 นัด{{efn|สถิตินี้ถูกทำลายโดยอาร์เซนอลในฤดูกาล 2003–04 และในฤดูกาล 1959–60 ซึ่งสโมสรชนะเลิศลีกสูงสุด เมืองเบิร์นลีย์มีประชากรเพียงราว 80,000 คน ทำให้เบิร์นลีย์เป็นหนึ่งในสโมสรที่เมืองที่ตั้งมีประชากรน้อยที่สุดที่ชนะเลิศลีกสูงสุดของประเทศ
สโมสรลงเล่นเกมเหย้าที่สนามเทิร์ฟมัวร์ตั้งแต่ ค.ศ. 1883 หลังจากที่พวกเขาย้ายมาจากสนามคัลเดอร์เวล เบิร์นลีย์ใช้สีแดงไวน์ (คลาเร็ตส์) และสีฟ้าเป็นสีชุดแข่งประจำสโมสรมาตั้งแต่ฤดูกาล 1910–11 ซึ่งสีเหล่านี้ได้รับอิทธิพลจากชุดแข่งของแอสตันวิลลาซึ่งเป็นแชมป์ลีกสูงสุด ณ ขณะนั้น สโมสรมีฉายาว่า "เดอะคลาเร็ตส์" ซึ่งมีที่มาจากสีชุดเหย้าของสโมสร ตราประจำสโมสรในปัจจุบันปรับแต่งจากตราประจำเมือง สโมสรมีคู่ปรับสำคัญได้แก่แบล็กเบิร์นโรเวอส์ ซึ่งการพบกันของทั้งคู่ถูกเรียกว่าอีสต์แลงคาสเชอร์ดาร์บี
ประวัติ
[แก้]สโมสรเบิร์นลีย์ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 18 พฤษภาคม ค.ศ. 1882 โดยก่อนที่จะเป็นสโมสรฟุตบอลนั้นเบิร์นลีย์เคยเป็นทีมรักบี้มาก่อน ต่อมาเมื่อได้มีการก่อตั้งลีกดิวิชัน 1 (เดิม) ขึ้นมาในปี ค.ศ. 1888 เบิร์นลีย์ก็เป็นหนึ่งในสโมสรที่ร่วมก่อตั้งลีกขึ้นมา
ในปี ค.ศ. 1976 เบิร์นลีย์ตกจากลีกสูงสุดไปอยู่ดิวิชัน 2 (เดิม) และไม่ได้กลับขึ้นมาสู่ลีกสูงสุดอีกเป็นเวลานานถึง 33 ปีจนในฤดูกาล 2009–10 เบิร์นลีย์ก็ได้กลับสู่ลีกสูงสุดอีกครั้งได้สำเร็จ โดยการเพลย์ออฟเอาชนะทีมดาบคู่ เชฟฟีลด์ยูไนเต็ด ไป 1-0 และสร้างความฮือฮาด้วยการชนะแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ได้ 1-0 จาก ร็อบบี เบลก
ในฤดูกาล 2014–15 เบิร์นลีย์ได้เลื่อนชั้นมาสู่พรีเมียร์ลีกอีกครั้ง แต่ทว่าก็ต้องตกลงไปเล่นในเดอะแชมเปียนชิปเมื่อสิ้นสุดฤดูกาล หลังการลงแข่งในนัดที่ 36 แต่มีเพียง 29 คะแนน ซึ่งไม่เพียงพอที่จะอยู่ต่อ[1]
ผู้เล่น
[แก้]- ณ 31 สิงหาคม ค.ศ.2025[2]
หมายเหตุ: ธงชาติที่ปรากฏบ่งบอกให้ทราบว่าผู้เล่นคนนั้นสามารถเล่นให้กับชาติใดตามกฎของฟีฟ่าตามความเหมาะสม เพราะผู้เล่นบางคนอาจถือสองสัญชาติ
|
|
เกียรติประวัติ
[แก้]เบิร์นลีย์เป็นสโมสรลำดับที่สอง และเป็นหนึ่งในห้าทีมที่ชนะเลิศลีกอาชีพของอังกฤษครบทั้ง 4 ระดับ ร่วมกับวุลเวอร์แฮมป์ตันวอนเดอเรอส์, เพรสตันนอร์ทเอนด์, เชฟฟีลด์ยูไนเต็ด และพอร์ตสมัท[3][4] เกียรติประวัติของสโมสรมีดังต่อไปนี้:[5][6]
ลีก
- ดิวิชัน 1 (ระดับ 1)[a]
- ชนะเลิศ: 1920–21, 1959–60
- รองชนะเลิศ: 1919–20, 1961–62
- ดิวิชัน 2 / แชมเปียนชิป (ระดับ 2)[a]
- ดิวิชัน 3 / ดิวิชัน 2 (ระดับ 3)[a]
- ดิวิชัน 4 (ระดับ 4)[a]
- ชนะเลิศ: 1991–92
ถ้วย
- เอฟเอคัพ
- เอฟเอแชริตีชีลด์[9]
- เท็กซาโกคัพ[13]
- รองชนะเลิศ: 1973–74
- แองโกล-สกอตติชคัพ
- ชนะเลิศ: 1978–79
- แอสโซซิเอตเมมเบอส์คัพ
- รองชนะเลิศ: 1987–88
ภูมิภาค
- แลงคาเชอร์คัพ[14][15][d]
- ชนะเลิศ (13): 1889–90, 1914–15, 1949–50, 1951–52, 1959–60, 1960–61, 1961–62, 1964–65, 1965–66, 1969–70, 1971–72, 1992–93, 2022–23
หมายเหตุ
[แก้]- 1 2 3 4 นับตั้งแต่ ค.ศ. 1992 พรีเมียร์ลีกกลายเป็นลีกระดับสูงสุดของฟุตบอลอังกฤษ ในขณะที่ฟุตบอลลีก ดิวิชัน 1 , ดิวิชัน 2 และ ดิวิชัน 3 กลายเป็นลีกระดับที่ 2, 3 และ 4 ตามลำดับ[7] นับตั้งแต่ ค.ศ. 2004 ดิวิชัน 1 กลายเป็นแชมเปียนชิป, ดิวิชัน 2 กลายเป็นลีกวัน และดิวิชัน 3 กลายเป็นลีกทู[8]
- ↑ ก่อน ค.ศ. 1993 หากผลการแข่งขันเอฟเอแชริตีชีลด์เสมอกัน จะมีการแบ่งถ้วยรางวัลให้แก่ทั้งสองทีมที่พบกัน โดยแต่ละทีมมีสิทธิ์ในครอบครองถ้วยเป็นระยะเวลา 6 เดือน โดยในครั้งนั้น เบิร์นลีย์เสมอกับวุลเวอร์แฮมป์ตันวอนเดอเรอส์ 2–2[10][11]
- ↑ เนื่องจากลิเวอร์พูล ผู้ชนะเลิศลีกดิวิชัน 1 ฤดูกาล 1972–73 กับซันเดอร์แลนด์ ผู้ชนะเลิศ เอฟเอคัพ ฤดูกาล 1972–73 ปฏิเสธที่จะเข้าร่วมแข่งขันเอฟเอแชริตีชีลด์ 1973 ดังนั้น แมนเชสเตอร์ซิตี แชมป์เก่าในรายการนี้ กับเบิร์นลีย์ ผู้ชนะเลิศลีกดิวิชัน 2 จึงได้สิทธิ์เข้าร่วมแข่งขันแทน[12]
- ↑ สโมสรส่งผู้เล่นทีมสำรองลงแข่งขันในรายการนี้ตั้งแต่กลางคริสต์ทศวรรษ 1990[16]
อ้างอิง
[แก้]- ↑ หน้า 14 ต่อจากหน้า 16 กีฬา, แมวดำเฮลั่นบุกขย้ำทอฟฟี่. เดลินิวส์ฉบับที่ 23,950: วันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 แรม 8 ค่ำ เดือน 6 ปีมะแม
- ↑ "Men". Burnley F.C. สืบค้นเมื่อ 14 กรกฎาคม 2023.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Tyler, Martin (9 พฤษภาคม 2017). "Martin Tyler's stats: Most own goals, fewest different scorers in a season". Sky Sports. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 14 เมษายน 2020. สืบค้นเมื่อ 15 สิงหาคม 2018.
{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Club Honours & Records". Wolverhampton Wanderers F.C. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 12 พฤศจิกายน 2020. สืบค้นเมื่อ 21 กรกฎาคม 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Rundle, Richard. "Burnley". Football Club History Database. สืบค้นเมื่อ 3 พฤษภาคม 2025.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Burnley Football Club honours". 11v11. AFS Enterprises. สืบค้นเมื่อ 26 มกราคม 2018.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "History Of The Football League". The Football League. 22 กันยายน 2010. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2 กุมภาพันธ์ 2013.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "League gets revamp". BBC Sport. 10 มิถุนายน 2004. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 29 กรกฎาคม 2020. สืบค้นเมื่อ 18 มิถุนายน 2020.
{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Ross, James M. (1 กันยายน 2020). "England – List of FA Charity/Community Shield Matches". RSSSF. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 15 พฤศจิกายน 2020. สืบค้นเมื่อ 15 พฤศจิกายน 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Simpson (2007), pp. 296–297
- ↑ "The FA Community Shield history". The Football Association. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 9 มิถุนายน 2013. สืบค้นเมื่อ 6 กรกฎาคม 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Manchester City v Burnley, 18 August 1973". 11v11. AFS Enterprises. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 25 ธันวาคม 2022. สืบค้นเมื่อ 22 มกราคม 2022.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Lewis, Tom (20 ธันวาคม 2007). "Anglo-Scottish Cup & Texaco Cup – Full Results". RSSSF. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 17 ตุลาคม 2020. สืบค้นเมื่อ 27 พฤษภาคม 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ The winning years are sourced from Ray Simpson's book The Clarets Chronicles (2007). Winning years from 2007 onwards are sourced from other references.
- ↑ Whitaker, Alec (31 สิงหาคม 2023). "Barrow AFC suffer agonising penalty defeat in Senior Cup Final". The Mail. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 12 เมษายน 2024. สืบค้นเมื่อ 12 เมษายน 2024.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Simpson (2007), pp. 509–510
- บรรณานุกรม
- Bennett, Walter (1948). The History of Burnley 1650–1850. Burnley Corporation. ASIN B0032OO3MM.
- Bennett, Walter (1951). The History of Burnley from 1850. Burnley Corporation. ASIN B001HBTW7S.
- Butler, Bryon (1991). The Official History of The Football Association. Queen Anne Press. ISBN 0-356-19145-1.
- Peskett, Roy; Williams, Tony (1970). Rothmans Football Yearbook 1970–71. Queen Anne Press. ISBN 0-362-00071-9.
- Quelch, Tim (2015). Never Had It So Good: Burnley's Incredible 1959/60 League Title Triumph. Pitch Publishing Ltd. ISBN 978-1-909626-54-6.
- Quelch, Tim (2017). From Orient to the Emirates: The Plucky Rise of Burnley FC. Pitch Publishing Ltd. ISBN 978-1-78531-312-7.
- Simpson, Ray (2007). The Clarets Chronicles: The Definitive History of Burnley Football Club 1882–2007. Burnley F.C. ISBN 978-0-9557468-0-2.
- Smith, Stratton (1963). The International Football Book for Boys No. 5. Souvenir Press. ASIN B000KHKII2.
- Taylor, Matthew (2013). The Association Game: A History of British Football. Routledge. ISBN 978-1-317-87008-1.
- Wiseman, David (2009). The Burnley FC Miscellany. DB Publishing. ISBN 978-1-85983-717-7.
แหล่งข้อมูลอื่น
[แก้]- เว็บไซต์ทางการ

- Burnley on BBC Sport: Club news – Recent results and fixtures
- Burnley at Sky Sports
- Burnley at Premier League
- Burnley at UEFA
- Clarets Mad
- The Longside – Your Online Clarets Encyclopedia (archived)
- Clarets Trust