สโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ซิตี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เลสเตอร์ ซิตี้
Leicester City logo
ชื่อเต็ม สโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้
(Leicester City Football Club)
ฉายา The Foxes, City, Blue Army
จิ้งจอกสีน้ำเงิน
ก่อตั้ง 1884 (ในชื่อ เลสเตอร์ฟอสส์)
สนาม คิงพาวเวอร์สเตเดียม
เลสเตอร์ ประเทศอังกฤษ
Ground ความจุ 32,500[1]
เจ้าของ คิง เพาเวอร์
ประธาน วิชัย ศรีวัฒนประภา
ผู้จัดการ เคลาดิโอ รานิเอรี
ลีก พรีเมียร์ลีก
2015–16 พรีเมียร์ลีก, อันดับที่ 1
เว็บไซต์ เว็บไซต์สโมสร
สีชุดทีมเยือน
สีชุดที่สาม
ฤดูกาลปัจจุบัน

สโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ซิตี (อังกฤษ: Leicester City Football Club) เป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพของอังกฤษ ตั้งอยู่ที่เมืองเลสเตอร์ ในแคว้นเลสเตอร์เชอร์ ประเทศอังกฤษ

ตามสถิติของสโมสร ส่วนใหญ่จะเล่นอยู่ใน 2 ดิวิชั่นสูงสุดของอังกฤษ ยกเว้นเพียงปีเดียวในฤดูกาล 2008-09 ที่ตกชั้นจากฟุตบอลลีกแชมเปียนชิพไปเล่นในฟุตบอลลีกวัน แต่ก็ได้แชมป์และเลื่อนชั้นกลับสู่ลีกแชมเปียนชิปในปีถัดมา สโมสรเคยมีอันดับสูงสุดเป็นอันดับที่ 2 ของดิวิชัน 1 ในฤดูกาล 1928–29

ประวัติ[แก้]

เลสเตอร์ซิตีก่อตั้งในปี ค.ศ. 1884 ใช้ชื่อว่า เลสเตอร์ฟอสส์ (Leicester Fosse) ตามชื่อถนนที่สนามเหย้าในขณะนั้นตั้งอยู่ [2] และเข้าร่วมสมาคมฟุตบอลอังกฤษตั้งแต่ปี 1890 [3] พร้อมกับย้ายมาใช้สนามที่ถนนฟิลเบิร์ต ตั้งแต่ปี 1891 จนถึงปัจจุบัน

สโมสรเคยคว้าแชมป์ลีกคัพในปี 1964,1997 และ 2000 เคยเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศเอฟเอคัพ ในปี 1949,[4]1961, 1963, 1969 [2] แต่ไม่เคยได้รับตำแหน่งแชมป์แม้แต่ครั้งเดียว นอกจากนี้แล้วพวกเขายังเคยได้รองแชมป์ดิวิชั่น 1 ในปี 1929

นับตั้งแต่ตกชั้นจากพรีเมียร์ลีกในฤดูกาล 2003-04 สโมสรก็พบกับความตกต่ำอย่างหนัก โดยเคยตกชั้นสู่ลีกวันในฤดูกาล 2008-09

ในปี 2010 มีการเข้าซื้อกิจการโดยกลุ่มบริษัทคิง เพาเวอร์ของนายวิชัย ศรีวัฒนประภาจากประเทศไทย ก็ได้มีโครงการขยายความจุของสนามเป็น 42,000 ที่นั่ง และเปลี่ยนชื่อเป็นคิงเพาเวอร์ สเตเดียม [5]

ในเดอะแชมเปี้ยนชิพฤดูกาล 2013–14 เลสเตอร์ของผู้จัดการทีมไนเจล เพียร์สันสามารถคว้าแชมป์ลีกได้ และเลื่อนชั้นไปเล่นในลีกสูงสุดเป็นครั้งแรกในรอบสิบปี

ในฤดูกาล 2014-15 เลสเตอร์อยู่ในตารางคะแนนลำดับท้าย ๆ นานถึง 140 วัน แต่ไนเจล เพียร์สันก็สามารถพาสโมสรชนะ 7 นัด จาก 9 นัดหลังสุดจนกระทั่งจบฤดูกาลด้วยอันดับ 14 ทำให้รอดพ้นจากการตกชั้น แต่หลังจากนั้นไม่นานไม่นาน ทางสโมสรก็ได้ตัดสินใจปลดเพียร์สันออกด้วยเหตุเหตุผลด้านความสัมพันธ์ [6]และได้แต่งตั้ง เคลาดิโอ รานิเอรี ชาวอิตาเลียน อดีตผู้จัดการสโมสรเชลซี เข้ามารับตำแหน่ง ด้วยสัญญา 3 ปี[7] นับตั้งแต่เริ่มต้นฤดูกาลมา เลสเตอร์กลายสภาพจากทีมหนีตกชั้นกลายเป็นทีมลุ้นแชมป์ในเวลานี้

อดีตนักฟุตบอลที่มีชื่อเสียงของสโมสร ได้แก่ กอร์ดอน แบงส์ (1959–1967), ปีเตอร์ ชิลตัน (1966–1974), แกรี ลินีเคอร์ (1978–1985), เอมิล เฮสกี (1994–2000) และร็อบบี้ ซาเวจ (1997–2002)

คู่แข่ง[แก้]

สโมสรตั้งอยู่ในภาคมิดแลนด์สตะวันออกของอังกฤษ และถือว่าทีมคู่แข่งร่วมภูมิภาค ได้แก่ ดาร์บีเคาน์ตี และนอตติงแฮมฟอเรสต์ แต่ทีมที่ถือว่าเป็นคู่แข่งสำคัญ คือโคเวนทรีซิตี ที่ถึงแม้ว่าจะอยู่ในภาคมิดแลนด์สตะวันตก ซึ่งถือว่าอยู่คนละภูมิภาคกันและอยู่ตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิง แต่ก็อยู่ห่างออกไปเพียง 24 ไมล์ หรือประมาณ 38.6 กิโลเมตร และทั้งสองเมืองเชื่อมต่อกันด้วยทางหลวงสาย M69 [8] สื่อจึงมักขนานนามการแข่งขันระหว่างทั้งสองทีมว่า เอ็ม 69 ดาร์บี้แมตช์

ผู้เล่นชุดปัจจุบัน[แก้]

หมายเหตุ: ธงชาติที่ปรากฏบ่งบอกให้ทราบว่าผู้เล่นคนนั้นสามารถเล่นให้กับชาติใดตามกฎของฟีฟ่าตามความเหมาะสม เพราะผู้เล่นบางคนอาจถือสองสัญชาติ

No. ตำแหน่ง ผู้เล่น
1 เดนมาร์ก GK แคสเปอร์ สไมเกิล (รองกัปตันทีม)
4 อังกฤษ MF แดนนี ดริงค์วอเตอร์
5 จาเมกา DF เวส มอร์แกน (กัปตันทีม)
6 เยอรมนี DF โรเบิร์ต ฮูธ
8 อังกฤษ MF แมทตี เจมส์
9 อังกฤษ FW เจมี วาร์ดี
10 เวลส์ MF แอนดี คิง
11 อังกฤษ MF มาร์ก ออลไบรตัน
12 อังกฤษ GK เบ็น แฮเมอร์
13 กานา MF ดาเนียล อมาร์เตย์
14 ฝรั่งเศส MF เอ็นโกโล ก็องเต
15 กานา MF เจฟฟ์ ชลัพพ์
No. ตำแหน่ง ผู้เล่น
17 อังกฤษ DF แดนนี ซิมป์สัน
18 อังกฤษ DF เลียม มัวร์
20 ญี่ปุ่น FW ชินจิ โอะกะซะกิ
22 อังกฤษ MF เดมาไร เกรย์
23 อาร์เจนตินา FW เลโอนาร์โด อุลลัว
24 อังกฤษ MF เนธาน ดายเออร์ (ยืมจาก นอริชซิตี)
26 แอลจีเรีย MF ริยาด มาห์เรซ
27 โปแลนด์ DF มาร์คิน วาซิลเฟสกี
28 ออสเตรีย DF คริสเตียน ฟุชส์
30 อังกฤษ DF เบน ชิลเวลล์
32 ออสเตรเลีย GK มาร์ก ชวาร์เซอร์
33 สวิตเซอร์แลนด์ FW โกคาน อินแลร์

ผู้เล่นที่อยู่ในสัญญายืมตัว[แก้]

หมายเหตุ: ธงชาติที่ปรากฏบ่งบอกให้ทราบว่าผู้เล่นคนนั้นสามารถเล่นให้กับชาติใดตามกฎของฟีฟ่าตามความเหมาะสม เพราะผู้เล่นบางคนอาจถือสองสัญชาติ

No. ตำแหน่ง ผู้เล่น
2 เบลเยียม DF ริตชี เดอ ลาต (ยืมโดยมิดเดิลส์เบรอ)
7 อังกฤษ MF ดีน แฮมมอนด์ (ยืมโดยเชฟฟีลด์ยูไนเต็ด)
16 เวลส์ MF ทอม ลอว์เรนซ์ (ยืมโดยคาร์ดิฟฟ์ซิตี)
19 โครเอเชีย FW อันเดรย์ กรามาริช (ยืมโดยฮอฟเฟนไฮม์)
29 ตูนิเซีย DF โยฮัน เบนาลูน (ยืมโดยฟิออเรนตินา)
No. ตำแหน่ง ผู้เล่น
35 อังกฤษ FW เจคอบ ไบลท์ (ยืมโดยแบล็กพูล)
38 เซนต์คิตส์และเนวิส FW แฮรี พานายิโอตู (ยืมโดยเรธโรเวอร์ส)
อังกฤษ MF แจ็ค บาร์มบี (ยืมโดยพอร์ตแลนด์ ทิมเบอร์ส)
อังกฤษ MF ฮัมซ่า ชูดูรี (ยืมโดยเบอร์ตัน อัลเบียน)
- อังกฤษ DF พอล คอนเชสกี (ยืมโดยควีนส์พาร์กเรนเจอส์)

ผู้เล่นชุดพัฒนาที่มีหมายเลข[แก้]

หมายเหตุ: ธงชาติที่ปรากฏบ่งบอกให้ทราบว่าผู้เล่นคนนั้นสามารถเล่นให้กับชาติใดตามกฎของฟีฟ่าตามความเหมาะสม เพราะผู้เล่นบางคนอาจถือสองสัญชาติ

No. ตำแหน่ง ผู้เล่น
36 อังกฤษ MF โจ โดดู
39 อังกฤษ MF อันเดร โอลูคันมี
No. ตำแหน่ง ผู้เล่น
41 อังกฤษ MF จอห์นนี แมดดิสัน

อ้างอิง[แก้]

  1. "King Power Stadium Overview". Leicester City Football Club. 8 August 2007. สืบค้นเมื่อ 2008-02-11. 
  2. 2.0 2.1 "The History of Leicester City Football Club". Leicester City Official Website. Leicester City Football Club & FL Interactive Ltd. 25 April 2009. 
  3. Sewell, Albert (1974). Observers Book of Association Football. London, England: Frederick Warne & co. p. 58. ISBN 978-0-7232-1536-3. 
  4. Socerbase.com FA Cup 1949
  5. Leicester City's Walkers Stadium could be renamed and increased in size
  6. "แฟนอึ้ง!! เลสเตอร์ไล่ “เพียร์สัน” พ้นกุนซือ “ลินิเกอร์” ด่าโง่". ผู้จัดการออนไลน์. 1 July 2015. สืบค้นเมื่อ 1 July 2015. 
  7. "จิ้งจอกสยามเปิดตัว เคลาดิโอ รานิเอรี่ นั่งแท่นกุนซือ". เอ็มไทยดอตคอม. สืบค้นเมื่อ 14 July 2015. 
  8. Sinclair, John (17 February 2007). "Leicester v Coventry". BBC Sport (British Broadcasting Corporation). สืบค้นเมื่อ 2009-06-17. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]