เอริก ลาเมลา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เอริก ลาเมลา
2020-03-10 Fußball, Männer, UEFA Champions League Achtelfinale, RB Leipzig - Tottenham Hotspur 1DX 3690 by Stepro (cropped).jpg
ลาเมลากับทอตนัมฮอตสเปอร์ในปี ค.ศ. 2020
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อเต็ม เอริก มานูเอล ลาเมลา
วันเกิด 4 มีนาคม ค.ศ. 1992 (29 ปี)
สถานที่เกิด บัวโนสไอเรส อาร์เจนตินา
ส่วนสูง 1.81 ม. (5 ฟุต 11 12 นิ้ว)[1]
ตำแหน่ง ปีก / กองกลางตัวรุก[1]
ข้อมูลสโมสร
สโมสรปัจจุบัน
เซบิยา
หมายเลข 17
สโมสรเยาวชน
2000–2009 รีเบร์เปลต
สโมสรอาชีพ*
ปี ทีม ลงเล่น (ประตู)
2009–2011 ริเบร์เปลต 36 (4)
2011–2013 โรมา 62 (19)
2013–2021 ทอตนัมฮอตสเปอร์ 177 (17)
2021– เซบิยา 0 (0)
ทีมชาติ
2011–2012 อาร์เจนตินา รุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี 4 (3)
2011– อาร์เจนตินา 25 (3)
* นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้แก่สโมสรเฉพาะลีกในประเทศเท่านั้น ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 18:32, 27 กรกฎาคม ค.ศ. 2021 (UTC)
‡ ข้อมูลการลงเล่นและประตูให้แก่ทีมชาติล่าสุด ณ วันที่ 03:42, 21 พฤศจิกายน 2018 (UTC)

เอริก มานูเอล ลาเมลา (สเปน: Erik Manuel Lamela; เกิด 4 มีนาคม ค.ศ. 1992) เป็นนักฟุตบอลอาชีพชาวอาร์เจนตินา ปัจจุบันเล่นในตำแหน่งกองกลางตัวรุกหรือปีกให้แก่เซบิยา สโมสรในลาลิกา และทีมชาติอาร์เจนตินา

เขาเริ่มต้นอาชีพกับรีเบร์เปลต ต่อมาในปี ค.ศ. 2011 เขาย้ายไปโรมา ด้วยค่าตัว 12 ล้านยูโร หลังจากผ่านไปสองฤดูกาลในเซเรียอา เขาย้ายไปเข้าร่วมทอตนัมฮอตสเปอร์ด้วยค่าตัว 25.8 ล้านปอนด์ เขาลงเล่น 257 นัด และทำ 37 ประตูให้กับสโมสร พาทีมเป็นรองแชมป์ ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกในฤดูกาล 2018–19 ในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2021 เขาย้ายร่วมทีมเซบิยา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในข้อแลกเปลี่ยนการซื้อตัว บรายัน ฆิล ของสเปอร์

นอหจากนี้เขาลงเล่นให้กับทีมชาติอาร์เจนตินาชุดใหญ่มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2011 และเคยพาอาร์เจนตินาคว้ารองแชมป์โกปาอาเมริกา 2015 ที่ประเทศชิลี และโกปาอาเมริกาเซนเตนาริโอ ที่สหรัฐ

ทีมชาติ[แก้]

เอริก ลาเมลา (คนที่ 4 จากขวา) กับทีมชาติอาร์เจนตินา ในนัดที่พบกับอุรุกวัย

ลาเมลาลงเล่นให้กับทีมชาติอาร์เจนตินา รุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี ในการแข่งขันฟุตบอลโลกเยาวชนอายุไม่เกิน 20 ปี 2011 โดยเขาทำได้สามประตูจากการลงเล่นสี่นัด[2]

เขาลงเล่นนัดแรกให้กับทีมชาติชุดใหญ่เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม ค.ศ. 2011 ในนัดกระชับมิตรพบกับปารากวัย[3]

ต่อมาวันที่ 3 กันยายน ค.ศ. 2014 ลาเมลายิงประตูแรกในนามทีมชาตินัดที่อาร์เจนตินาเอาชนะเยอรมนี 4–2[4] และในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2015 ลาเมลาถูกเลือกติดทีมชาติโดยเคราร์โด มาร์ตีโน ในการแข่งขันโกปาอาเมริกา 2015 ที่ประเทศชิลี[5]

ในปี ค.ศ. 2016, ลาเมลาถูกเลือกติดทีมชาติอีกครั้ง ในการแข่งขันโกปาอาเมริกา 2016 เขาเป็นส่วนหนึ่งที่พาอาร์เจนตินาไปถึงรอบชิงชนะเลิศ เขาลงเล่นในรอบแบ่งกลุ่มทุกนัด และยิงประตูในนัดที่ชนะโบลิเวีย 3–0 จากฟรีคิก[6] ต่อมาก็ยิงประตูในรอบก่อนรองชนะเลิศ นัดที่ชนะเวเนซุเอลา 4–1 โดยนัดนั้นเขาลงมาเป็นตัวสำรอง[7] และในรอบชิงชนะเลิศ นัดที่พบกับชิลี เขาลงเล่นในฐานะตัวสำรอง โดยลงมาในนาทีที่ 111 ช่วงต่อเวลาพิเศษ สุดท้ายชิลีเป็นฝ่ายชนะลูกโทษ 4–2[8]

ประตูในนามทีมชาติ[แก้]

# วันที่ สนาม คู่แข่ง ประตู ผล การแข่งขัน
1. 3 กันยายน ค.ศ. 2014 Esprit Arena, ดึสเซิลดอร์ฟ, เยอรมนี ธงชาติเยอรมนี เยอรมนี
2–0
4–2
กระชับมิตร
2. 14 มิถุนายน ค.ศ. 2016 เซนจูรีลิงค์เฟร็ด, ซีแอตเทิล, สหรัฐ ธงชาติโบลิเวีย โบลิเวีย
1–0
3–0
โกปาอาเมริกาเซนเตนาริโอ
3. 18 มิถุนายน ค.ศ. 2016 สนามกีฬายิลเลตต์, ฟอกซ์โบโร, สหรัฐ ธงชาติเวเนซุเอลา เวเนซุเอลา
4–1
4–1
โกปาอาเมริกาเซนเตนาริโอ

เกียรติประวัติ[แก้]

สโมสร[แก้]

โรมา
ทอตนัมฮอตสเปอร์

ทีมชาติ[แก้]

อาร์เจนตินา

บุคคล[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 "Erik Lamela". Tottenham Hotspur. สืบค้นเมื่อ 8 December 2016.
  2. "Erik Lamela". FIFA. FIFA. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2011-07-19. สืบค้นเมื่อ 14 August 2011.
  3. "Argentina vs. Paraguay 4 – 2". SoccerWay. SoccerWay. สืบค้นเมื่อ 25 May 2011.
  4. "Argentina avenge their World Cup final defeat with destruction of Germany". The Guardian. 3 September 2014. สืบค้นเมื่อ 24 October 2014.
  5. "Gerardo Martino confirmó la lista de 23 convocados y mantuvo a Casco para la Copa América". La Nación. 27 May 2015. สืบค้นเมื่อ 27 May 2015.
  6. Thomas, Che (15 June 2016). "Tottenham's Erik Lamela posts picture after goal for Argentina". HITC.
  7. Downie, Andrew (19 June 2016). "Messi matches record as Argentina win Copa quarter-final". Reuters.
  8. =Alex Richards, Paul McConnell (27 June 2016). "Copa America final RECAP: All the action as it happened as Argentina faced Chile at MetLife Stadium". The Daily Mirror.CS1 maint: uses authors parameter (link)
  9. "League Cup 2016/2017 » Assists". WorldFootball. สืบค้นเมื่อ 22 October 2017.
  10. "Lamela rabona voted Budweiser Goal of the Month". Premier League. 2 April 2021. สืบค้นเมื่อ 2 April 2021.
  11. "Lamela rabona voted Budweiser Goal of the Season". Premier League. 5 June 2021. สืบค้นเมื่อ 5 June 2021.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]