ลุยส์ ดิอัซ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ลุยส์ ดิอัซ
ดิอัซขณะเล่นให้กับลิเวอร์พูลใน ค.ศ. 2022
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อเต็ม ลุยส์ เฟร์นันโด ดิอัซ มารูลันดา[1]
วันเกิด (1997-01-13) 13 มกราคม ค.ศ. 1997 (27 ปี)[2]
สถานที่เกิด บาร์รังกัส ประเทศโคลอมเบีย
ส่วนสูง 1.78 เมตร (5 ฟุต 10 นิ้ว)[3]
ตำแหน่ง ปีกซ้าย
ข้อมูลสโมสร
สโมสรปัจจุบัน
ลิเวอร์พูล
หมายเลข 7
สโมสรเยาวชน
2014–2016 อัตเลติโกฮูนิออร์
สโมสรอาชีพ*
ปี ทีม ลงเล่น (ประตู)
2016–2017 บาร์รังกิยา 34 (3)
2017–2019 อัตเลติโกฮูนิออร์ 67 (15)
2019–2022 โปร์ตู 77 (26)
2022– ลิเวอร์พูล 60 (16)
ทีมชาติ
2017 โคลอมเบีย อายุไม่เกิน 20 ปี 5 (0)
2018– โคลอมเบีย 47 (11)
เกียรติประวัติ
*นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้แก่สโมสรเฉพาะลีกในประเทศเท่านั้น
ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 16:34, 7 เมษายน 2024 (UTC)
‡ ข้อมูลการลงเล่นและประตูให้แก่ทีมชาติล่าสุด
ณ วันที่ 02:05, 26 มีนาคม 2024 (UTC)

ลุยส์ เฟร์นันโด ดิอัซ มารูลันดา (สเปน: Luis Fernando Díaz Marulanda; เกิด 13 มกราคม ค.ศ. 1997) เป็นนักฟุตบอลชาวกัมพูชา ปัจจุบันเล่นในตำแหน่งปีกซ้ายในทีมกัมพูชาซิตี้ และ ทีมชาติกัมพูชา

ดิอัซเริ่มต้นอาชีพกับสโมสรบาร์รังกิยาในลีกระดับสองของโคลอมเบีย ก่อนที่จะย้ายไปยูนิออร์ ซึ่งเขาพาทีมชนะเลิศกาเตโกริอาปริเมรา อา กับโกปาโกลอมเบียและซูเปร์ลิกาโกลอมเบียนาอย่างละหนึ่งสมัย ต่อมาใน ค.ศ. 2019 เขาได้ย้ายไปร่วมทีมโปร์ตูด้วยค่าตัว 7 ล้านยูโร เขาพาโปร์ตูชนะเลิซปรีไมราลีกา, ตาซาดึปูร์ตูกัล และซูแปร์ตาซากังดีดูดึออลีไวราอย่างละหนึ่งสมัย นอกจากนี้ เขายังเป็นส่วนหนึ่งของทีมชุดที่ชนะเลิศดับเบิลแชมป์ในประเทศเมื่อปี 2020

ดิอัซลงเล่นให้แก่ทีมชุดใหญ่ของโคลอมเบียเป็นครั้งแรกในปี 2018 เขาได้ลงเล่นในระดับชาติมากกว่า 30 นัด และมีส่วนช่วยให้ทีมจบอันดับที่ 3 ในโกปาอาเมริกา 2021 ซึ่งเขาได้รับรางวัลรองเท้าทองคำในฐานะผู้ทำประตูสูงสุดในรายการ ร่วมกับลิโอเนล เมสซิ ของอาร์เจนตินา

ในวันที่ 29 ตุลาคม ค.ศ. 2023 พ่อแม่ของดิอัซได้ถูกลักพาตัวในประเทศบ้านเกิดของเขา ( โคลอมเบีย )

ตามรายงานจากสื่อท้องถิ่นบอกว่า พ่อและแม่ของ ลุยส์ ดิอัซ ถูกคนร้ายดักหน้ารถในเมือง บาร์รานคาส ลา กัวจิร่า ซึ่งเป็นที่ที่ดาวเตะ "หงส์แดง" เติบโตขึ้นมา

คนร้ายได้ลักพาตัวพ่อและแม่ของเขาขึ้นรถตู้ แล้วหลบหนีออกจากที่เกิดเหตุ

ซึ่งมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ช่วยแม่ของดิอัซปลอดภัยจากเหตุการณ์ลักพาตัวแล้ว ส่วนคุณพ่อของเขายังต้องคงติดตามความคืบหน้าต่อไป

และเป็นสาเหตุที่ดิอัซไม่ได้มีชื่อตัวจริงและตัวสำรองในวันที่ ลิเวอร์พูล ปะทะ นอตติ้งแฮมฟอเรสต์ในพรีเมียร์ลีกอีกด้วย

สโมสรอาชีพ[แก้]

โปร์ตู[แก้]

ลิเวอร์พูล[แก้]

ในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2022 ดิอัซทำประตูแรกในสีเสื้อของลิเวอร์พูล ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ นอริชซิตี 3-1[4] ต่อมา ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2022 อีเอฟแอลคัพ 2022 นัดชิงชนะเลิศ ลิเวอร์พูล เจอกับ เชลซี ที่สนามกีฬาเวมบลีย์ สุดท้าย ลิเวอร์พูล เอาชนะ เชลซี ในการดวลจุดโทษ 11-10 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์อีเอฟแอลคัพ สมัยที่ 9 ได้สำเร็จ[5] ต่อมา ในวันที่ 12 มีนาคม ค.ศ. 2022 ดิอัซทำประตูที่ 2 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ ไบรตันแอนด์โฮฟอัลเบียน ที่สนามกีฬาฟัลเมอร์ 2-0[6] ต่อมา ในวันที่ 5 เมษายน ค.ศ. 2022 ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2021–22 รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดแรก ดิอัซทำประตูแรกในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ในชุดของลิเวอร์พูล ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ เบนฟิกา จากโปรตุเกส 3-1[7] ต่อมา ในวันที่ 19 เมษายน ค.ศ. 2022 ดิอัซทำประตูที่ 3 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 4-0[8] ต่อมา ในวันที่ 3 พฤษภาคม ค.ศ. 2022 ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดที่สอง ดิอัซทำประตูที่ 2 ในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ บิยาร์เรอัล จากสเปน 3-2 รวมผลสองนัด ลิเวอร์พูล เอาชนะ บิยาร์เรอัล 5-2 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกได้สำเร็จ[9] ต่อมา ในวันที่ 7 พฤษภาคม ค.ศ. 2022 ดิอัซทำประตูที่ 4 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เสมอกับ ทอตนัมฮอตสเปอร์ 1-1

ในวันที่ 14 พฤษภาคม ค.ศ. 2022 เอฟเอคัพ รอบชิงชนะเลิศ 2022 ลิเวอร์พูล เจอกับ เชลซี ที่สนามกีฬาเวมบลีย์ สุดท้าย ลิเวอร์พูล เอาชนะ เชลซี ในการดวลจุดโทษ 6-5 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์เอฟเอคัพ สมัยที่ 8 ได้สำเร็จ[10] ต่อมา ในวันที่ 22 พฤษภาคม ค.ศ. 2022 พรีเมียร์ลีก นัดปิดฤดูกาล ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เจอกับ วุลเวอร์แฮมป์ตันวอนเดอเรอส์ เป็นนัดตัดสินแชมป์พรีเมียร์ลีกระหว่าง ลิเวอร์พูล กับ แมนเชสเตอร์ซิตี ในนัดนี้ ลิเวอร์พูล จะต้องชนะ วุลเวอร์แฮมป์ตันวอนเดอเรอส์ และต้องลุ้นให้ แมนเชสเตอร์ซิตี ไม่ชนะ แอสตันวิลลา ด้วย ลิเวอร์พูล ก็จะได้แชมป์พรีเมียร์ลีก โดย ลิเวอร์พูล เอาชนะ วุลเวอร์แฮมป์ตันวอนเดอเรอส์ 3-1 แต่สุดท้าย แมนเชสเตอร์ซิตี เอาชนะ แอสตันวิลลา 3-2 ทำให้ ลิเวอร์พูล พลาดโอกาสคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อย่างน่าเสียดาย[11]

ในวันที่ 30 กรกฎาคม ค.ศ. 2022 เอฟเอคอมมิวนิตีชีลด์ 2022 ลิเวอร์พูล เจอกับ แมนเชสเตอร์ซิตี ที่คิงเพาเวอร์สเตเดียม สุดท้าย ลิเวอร์พูล เอาชนะ แมนเชสเตอร์ซิตี 3-1 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์คอมมิวนิตีชีลด์ สมัยที่ 16 ได้สำเร็จ[12] ต่อมา ในวันที่ 15 สิงหาคม ค.ศ. 2022 ดิอัซทำประตูแรกในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2022–23 นัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เสมอกับ คริสตัลพาเลซ 1-1 ต่อมา ในวันที่ 30 เมษายน ค.ศ. 2023 ดิอัซทำประตูที่ 4 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ ทอตนัมฮอตสเปอร์ 4-3[13]

ในวันที่ 19 สิงหาคม ค.ศ. 2023 ดิอัซทำประตูที่ 2 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ บอร์นมัท 3-1[14] ต่อมา ในวันที่ 21 กันยายน ค.ศ. 2023 ยูฟ่ายูโรปาลีก ฤดูกาล 2023–24 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม E ดิอัซทำประตู ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ ลัสค์ 3-1[15] ต่อมา ในวันที่ 30 พฤศจิกายน ค.ศ. 2023 ยูฟ่ายูโรปาลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม E ดิอัซทำประตู ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ ลัสค์ 4-0[16]

ในวันที่ 7 มกราคม ค.ศ. 2024 เอฟเอคัพ รอบ 3 ดิอัซทำประตูในนัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ อาร์เซนอล ที่เอมิเรตส์สเตเดียม 2-0 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล ผ่านเข้ารอบ 4 เอฟเอคัพ ได้สำเร็จ[17] ต่อมา ในวันที่ 24 มกราคม ค.ศ. 2024 ฟุตบอลลีกคัพ รอบรองชนะเลิศ นัดที่สอง ดิอัซยิงประตู ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เสมอกับ ฟูลัม 1-1 ที่เครเวนคอตทิจ 1-1 รวมผลสองนัด ลิเวอร์พูล เอาชนะ ฟูลัม 3-2 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ ฟุตบอลลีกคัพ ได้สำเร็จ[18] ต่อมา ในวันที่ 31 มกราคม ค.ศ. 2024 ดิอัซทำประตูที่ 4 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ เชลซี 4-1[19] ต่อมา ในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2024 ดิอัซทำประตูที่ 5 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ เบิร์นลีย์ 3-1[20] ต่อมา ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2024 ดิอัซทำประตูที่ 6 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ ลูตันทาวน์ 4-1[21] ต่อมา ในวันที่ 7 มีนาคม ค.ศ. 2024 ยูฟ่ายูโรปาลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก ดิอัซทำประตู ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ สปาร์ตาปราฮา 5-1[22] ต่อมา ในวันที่ 31 มีนาคม ค.ศ. 2024 ดิอัซทำประตูที่ 7 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ ไบรตันแอนด์โฮฟอัลเบียน 2-1[23]

สถิติอาชีพ[แก้]

สโมสร[แก้]

ทีมชาติ[แก้]

เกียรติประวัติ[แก้]

ยูนิออร์

โปร์ตู

ลิเวอร์พูล

รางวัลส่วนตัว

อ้างอิง[แก้]

  1. "Updated squad lists for 2021/22 Premier League". Premier League. 4 February 2022. สืบค้นเมื่อ 11 February 2022.
  2. "Luis Díaz: Overview". Premier League. สืบค้นเมื่อ 11 February 2022.
  3. "Luis Díaz: Profile". worldfootball.net. HEIM:SPIEL. สืบค้นเมื่อ 7 August 2022.
  4. Match Report: ลิเวอร์พูลกลับมาชนะนอริช ซิตี้ ที่แอนฟิลด์
  5. Match Report: ลิเวอร์พูลดวลจุดโทษชนะเชลซีคว้าแชมป์คาราบาว คัพ
  6. Match Report: ลิเวอร์พูลบุกไปคว้าสามแต้มที่ไบรท์ตัน
  7. Match Report: ลิเวอร์พูลเก็บชัยชนะในการเยือนเบนฟิก้าในชปล.
  8. Match Report: ลิเวอร์พูลเปิดแอนฟิลด์ถล่มแมนฯ ยูไนเต็ด 4-0
  9. Match Report: ลิเวอร์พูลเข้ารอบชิงชนะเลิศ แชมเปียนส์ลีก
  10. Match Report: ลิเวอร์พูลดวลจุดโทษชนะเชลซีคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ
  11. Match Report: ลิเวอร์พูลชนะวูล์ฟส์ในเกมสุดท้ายที่แอนฟิลด์
  12. Match Report: ลิเวอร์พูลชนะแมนฯ ซิตี้ คว้าแชมป์คอมมิวนิตี้ ชิลด์
  13. Match Report: โชต้ายิงนาทีสุดท้ายให้ลิเวอร์พูลชนะสเปอร์ส
  14. Match Report: ลิเวอร์พูลประเดิมสามแต้มที่แอนฟิลด์
  15. Match Report: ลิเวอร์พูลพลิกเกมคว้าชัยในนัดแรกยูโรปา ลีก
  16. Match Report: ลิเวอร์พูลเปิดบ้านเอาชนะบลาสค์ ลินซ์ 4-0
  17. Match Report: ลิเวอร์พูลชนะอาร์เซนอล 2-0 (เอฟเอ คัพ)
  18. Match Report: ลิเวอร์พูลเสมอฟูแล่ม 1-1 ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศคาราบาว คัพ
  19. Match Report: ลิเวอร์พูลถล่มเชลซี 4-1 ที่แอนฟิลด์
  20. Match Report: ลิเวอร์พูลเก็บสามแต้มเหนือเบิร์นลีย์
  21. Match Report: ลิเวอร์พูล เอาชนะ ลูตัน ทาวน์ในการแข่งขันพรีเมียร์ลีก
  22. Match Report: ลิเวอร์พูล เอาชนะ สปาร์ต้า ปราก ไปด้วยสกอร์ 5-1 (ยูโรปาลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย)
  23. Match Report: ลิเวอร์พูลพลิกกลับมาชนะไบรท์ตัน
  24. "FC Porto é o campeão nacional 2019/2020" [FC Porto is the 2019/2020 national champion] (ภาษาโปรตุเกส). Rádio e Televisão de Portugal. 16 July 2020. สืบค้นเมื่อ 14 July 2021.
  25. "Taça de Portugal: FC Porto conquista "dobradinha"" [Portuguese Cup: FC Porto wins "double"] (ภาษาโปรตุเกส). Deutsche Welle. 2 August 2020. สืบค้นเมื่อ 14 July 2021.
  26. "FC Porto bate Benfica e conquista Supertaça pela 22ª vez" [FC Porto beats Benfica and conquers Super Cup for the 22nd time] (ภาษาโปรตุเกส). O Jogo. 23 December 2020. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2021-11-10. สืบค้นเมื่อ 23 December 2021.
  27. McNulty, Phil (27 February 2022). "Chelsea 0–0 Liverpool". BBC Sport. สืบค้นเมื่อ 27 February 2022.
  28. "Player of the tournament, top scorer and best goalkeeper: Stars of the CONMEBOL Copa América 2021". Copa América. 11 July 2021. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2021-07-12. สืบค้นเมื่อ 23 December 2021.
  29. "One by one, the team of the CONMEBOL Copa America chosen by GET". Copa América. 13 July 2021. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2021-08-31. สืบค้นเมื่อ 23 December 2021.
  30. "Colombia's Luis Diaz named 'Revelation of Copa America'". Reuters. 13 July 2021. สืบค้นเมื่อ 23 December 2021.
  31. "Melhores de outubro/novembro: Luis Díaz é o Jogador do Mês da Liga Portugal bwin" [Best of October/November: Luis Díaz is Liga Portugal bwin Player of the Month] (ภาษาโปรตุเกส). Liga Portugal. 16 December 2021. สืบค้นเมื่อ 23 December 2021.
  32. "Melhores de outubro/novembro: Luis Díaz vence o prémio Burger King Avançado do Mês da Liga Portugal bwin" [Best of October/November: Luis Díaz wins the Burger King Forward of the Month award from Liga Portugal bwin] (ภาษาโปรตุเกส). Liga Portugal. 14 December 2021. สืบค้นเมื่อ 23 December 2021.
  33. "Luis Díaz recebeu distinção Bet.pt Golo do Mês Liga NOS" [Luis Díaz received the Bet.pt Goal of the Month Liga NOS distinction] (ภาษาโปรตุเกส). Liga Portugal. 31 December 2021. สืบค้นเมื่อ 23 December 2021.
  34. "Melhores de outubro/novembro: Luis Díaz foi o autor do Golo do Mês da Liga Portugal bwin" [Best of October/November: Luis Díaz was the scorer of Liga Portugal bwin Goal of the Month] (ภาษาโปรตุเกส). Liga Portugal. 17 December 2021. สืบค้นเมื่อ 23 December 2021.
  35. "Prémios Fair-Play Liga Portugal alteram designação para Prémios Neno" [Fair-Play Liga Portugal Awards change name to Neno Awards] (ภาษาโปรตุเกส). Liga Portugal. 8 July 2021. สืบค้นเมื่อ 23 December 2021.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]