มิค โฟลีย์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
มิค โฟลีย์
Mick Foley in December 2016.jpg
เกิด Michael Francis Foley
7 มิถุนายน ค.ศ. 1965 (53 ปี)
Bloomington, Indiana, U.S.[1]
ถิ่นพำนัก Garden City, New York, U.S.
จบจาก State University of New York at Cortland
อาชีพ นักมวยปลํ้าอาชีพ, นักเขียน, นักวิจารณ์, นักแสดง
ปีปฏิบัติงาน 1983–2012 (มวยปลํ้า)
1999–present (นักเขียน)
1996–present (นักแสดง)
คู่สมรส Colette Christie (แต่ง ค.ศ. 1992)
บุตร 4, พร้อมด้วย โนเอลล์ โฟลีย์
เว็บไซต์

RealMickFoley.com

ประวัติมวยปล้ำอาชีพ
ชื่อบน
สังเวียน
Cactus Jack
Dude Love[2]
Jack Foley
Mankind[2]
Mick Foley[2]
ส่วนสูง 6 ft  2  in (188 ซม.) (1.88 เมตร)[2][3]
น้ำหนัก 287 ปอนด์ (130 กก.)[3]
มาจาก Setauket, Long Island, New York[3]
The Boiler Room
Truth or Consequences, New Mexico
Bloomington, Indiana
ฝึกหัดโดย Dominic DeNucci[2][3]
เปิดตัว 1983[4]

ไมเคิล แฟรนซิส "มิค" โฟลีย์ ซีเนียร์ (Michael Francis "Mick" Foley Sr.)[1][2] เกิดวันที่ 7 มิถุนายน ค.ศ. 1965[1][2] นักมวยปล้ำอาชีพที่เกษียณอายุ, นักเขียน, นักวิจารณ์, นักแสดง และนักแสดงเสียง ชาวอเมริกัน อดีตนักมวยปล้ำของWWE ในชื่อที่รู้จักกันอย่างดี มิค โฟลีย์ (Mick Foley) เขายังได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางว่าเป็นนักมวยปล้ำที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของสมาคม[3][5]

ประวัติ[แก้]

โฟลีย์ใฝ่ฝันว่าตัวเองจะได้เป็นนักมวยปล้ำ และเขาชื่นชอบ จิมมี "ซูเปอร์ฟลาย" สนูกกา มาก ทั้งท่าทาง ทั้งลีลาต่างๆ ของเขา ถึงขนาดอัดวิดีโอที่เป็นแมตช์ของเขาอย่างเดียวเก็บไว้เป็นหลายม้วน แถมลองทำท่า Diving Headbutt ที่เป็นท่าไม้ตายของสนูกก้า บนเตียงตัวเอง อีกด้วย หลังจากนั้นเขาก็เริ่มทำความฝันของตัวเองให้เป็นจริงโดยไปฝึกทักษะมวยปล้ำที่สมาคมแห่งหนึ่ง และไฝ่ฝันต่อว่าจะได้ไปปล้ำที่สมาคม WWF ซึ่งเขาได้ปล้ำแมตช์เดียวในแจ็คเก็ด ก็แพ้แล้ว จึงลาออกจาก WWF และไปฝึกมวยปล้ำที่ญี่ปุ่น ในนามของ แคคตัส แจ็ค ซึ่งเขาก็ถนัดในการปล้ำแบบ เดท แมตช์ หรือ ฮาร์ดคอร์ ซะด้วย จึงได้รับการผลักดันให้เป็นนักมวยปล้ำเด่นๆ ในสมาคมหนึ่งในญี่ปุ่น จากนั้นก็ได้มาปล้ำที่เยอรมนี โดยเขาขึ้นปล้ำกับ ลีโอ ไวท์ หรือ บิ๊ก แวน เวเดอร์[6] ก็ยังคงปล้ำแบบฮาร์ดคอร์ อยู่ดีและเป็นที่สนใจในสมาคมมวยปล้ำของอเมริกาหลายแห่ง ไม่นานโฟลีย์ ก็กลับมาที่อเมริกา และเซ็นสัญญากับสมาคม WCW

หลังจากนั้น 3 ปี ก็ย้ายไปอยู่ ECW ก่อนที่จะเซ็นสัญญากับ WWF ในปี 1996 ในนามของ แมนไคนด์ และก็มีเรื่องอยู่กับ ดิอันเดอร์เทเกอร์ และมีจุดๆหนึ่งที่ทำให้ WWF และคนดูทุกๆคนนับถือและยอมรับในความเป็นนักมวยปล้ำของเขา ในศึก คิงออฟเดอะริง ปี 1998 แมนไคนด์ ได้เจอกับ ดิอันเดอร์เทเกอร์ ในแมตช์ เฮลอินเอเซล และเขาก็ได้ถูกเหวี่ยงลงมาจากบนสุดของกรงเหล็กลงมากระแทกกับโต๊ะผู้บรรยายพัง จนเจ็บซี่โครงและไหล่ แต่เขาก็ยังไม่ยอม ยังจะเข้าไปสู้ และครั้งที่ 2 ก็โดนท่า โชคสแลม ลงมาบนเวทีข้างล่างอีก แต่ก็ยังใจแข็งสู้ต่อ ซึ่งทำให้ทุกๆคนเลื่อมใสในสปีริตการเป็นนักมวยปล้ำของโฟลีย์ ตั้งแต่นั้นมา[7][8][9][10][11][12] หลังจากนั้นก็พักการปล้ำไปนานและกลับมาในนามของ ดู๊ด เลิฟ ซึ่งเป็นคนที่ชอบแต่งตัวหลายบุคลิก และกลายมาเป็น แคคตัส แจ็ค สุดท้ายก็กลายมาเป็น แมนไคนด์ และจับคู่กับเดอะร็อก ได้คว้าแชมป์แท็กทีม 8 สมัย แชมป์โลกอีก 3 สมัย จากนั้นก็มีเรื่องกับทริปเปิลเอช และก็แพ้ไปในปี 1999 ต่อมาโฟลีย์ ได้ย้ายไปสังกัดอยู่สมาคม TNA[13][14] จนถึงปี 2011 โฟลีย์ได้กลับมา WWE อีกครั้ง ในรอว์ วันที่ 14 พฤศจิกายน 2011[15]

ในรอว์ 24 กันยายน 2012 โฟลีย์ออกมาเพื่อด่าซีเอ็ม พังก์ โฟลีย์ บอกว่า พังก์บอกว่าจะเปลี่ยนแปลงวงการ แต่แล้วเขาทำอะไรบ้างล่ะ รังแกกรรมการ เชื่อฟังพอล เฮย์แมนหน้ามืดตามัว มันเคยบอกให้ทุกคนยืนหยัดต่อสู้เพื่อตัวเอง แต่เดี๋ยวนี้มันเป็นแค่... พังก์ออกมาขัดจังหวะ โฟลีย์พูดต่อบอกว่าเขาก็เคยเป็นเด็กพอล เฮเมนเหมือนกัน แต่เขาก็เป็นแค่คนโนเนมจนกระทั่งเขาแยกจาก พอล เฮเมน และเริ่มคิดทำอะไรด้วยตัวเอง โฟลีย์บอกว่าเขาสร้างชื่อเสียงมาจากแมตช์ เฮลอินเอเซลแมตช์นั้น และเขาไม่จำเป็นต้องเรียกร้องให้ใครมาให้เกียรติ เพราะเขาได้รับเกียรติจากการปล้ำแมตช์นั้น ถ้าอยากได้รับเกียรติล่ะก็ เข้าไปเจอกับจอห์น ซีนา ในเฮลอินเอเซล (2012) สิ พังก์บอกว่า ก็เขาชนะซีนา มาหลายครั้งแล้วนี่ ขนาดปล้ำในบ้านเกิดมัน มันก็ยังไม่มีปัญญาเอาแชมป์ไปได้ เขาไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ตัวเองอะไรอีก และจะไม่ทำอะไรเพื่อแฟนๆ พวกนี้ด้วยเพราะแฟนๆ หักหลังเขา พังก์บอกโฟลีย์ก็แค่ชอบกระโดดลงมาจากที่สูงๆ เอาตะปูทิ่มตัวเอง เล่นกับลวดหนาม หรืออาจจะทำกระทั่งจุดไฟเผาตัวเองเพื่อเรียกร้องความสนใจจากคนดู โฟลีย์บอก นายจะเป็นแชมป์มากี่วันมันไม่สำคัญหรอก เพราะคนดูจะไม่จดจำเลยเมื่อนายเลิกปล้ำไปแล้ว แต่คนดูจะยกย่องให้คนเป็นตำนานจากเหตุการณ์สุดยอดที่พวกเขาสร้างไว้ต่างหาก และนายก็ได้โอกาสนี้แล้วในเฮลอินเอเซล เพราะซีนา จะหายบาดเจ็บพอดี คิดดูให้ดี

ในรอว์ 29 ตุลาคม 2012 โฟลีย์ออกมาเปิดคลิปฉากจบของแมตช์ชิงแชมป์ WWE ในเฮลอินเอเซล เป็นภาพซีเอ็ม พังก์โดนไรแบ็กจับใส่ Shell Shock บนกรงเหล็กเฮลอินเอเซล ทางด้านพังก์โต้กลับว่าครั้งสุดท้ายที่เราได้เห็นโฟลีย์ ก็คือโฟลีย์นั้นลงไปนอนกับพื้นเพราะโดนฉันเตะโฟลีย์ บอกว่าคืนนี้ไม่ได้ออกมาและบอกว่าเขาได้ให้ตัวเลือกกับพังก์ไป เมื่อเดือนก่อนว่า พังก์จะเลือกที่จะเป็นตำนานหรือเป็นแค่พวกไล่เก็บสถิติไปวันๆ ซึ่งพังก์คงลืมไป พังก์ก็พูดแขวะแฟนๆ ก่อนจะโม้อีกรอบว่าตัวเองเป็นแชมป์มา 344 วันแล้ว พังก์บอกว่าดูเหมือนโฟลีย์จะต้องการบางอย่าง พังก์เสนอแมตช์แทกทีม 5 ต่อ 5 ในเซอร์ไวเวอร์ซีรีส์ (2012) ทีมของพังก์ ปะทะ ทีมของโฟลีย์ และ โฟลีย์ ตอบรับคำท้าของพังก์ ทันใดนั้นเองเพลงเปิดตัวของไรแบ็กก็ดังขึ้น ไรแบ็กขึ้นมาบนเวที ทำให้พังก์กับเฮเมนหนีไป คืนเดียวกันพังก์ออกมาประกาศลูกทีมของพวกเขาคือ เดอะมิซ, โคดี โรดส์, แดเมียน แซนดาว และอัลเบร์โต เดล รีโอ ส่วนโฟลีย์ก็ออกมาประกาศสมาชิกในทีมคือ โคฟี คิงส์ตัน, แดเนียล ไบรอัน, เคน และแรนดี ออร์ตัน พังก์บอกจะกำจัดทุกคนออกไปจากแมตช์ เหลือไว้แต่โฟลีย์ แล้วจะได้สั่งสอนมันอย่างเมามันส์ แต่โฟลีย์บอกว่าเขาไม่ได้เข้าร่วมด้วยหรอก คนที่5 ของทีมเขาคือไรแบ็ก แล้วทุกคนก็ตีกันมั่วไปหมด พังก์รีบหนีกลับไปก่อน ปล่อยให้ลูกทีมโดนอัดอยู่บนเวที[16] ต่อมาได้เปลี่ยนให้ดอล์ฟ ซิกก์เลอร์เป็นกัปตันทีมแทนพังก์ ในเซอร์ไวเวอร์ซีรีส์ ทีมของโฟลีย์ได้แพ้ให้กับทีมของซิกก์เลอร์ ในปี 2013 โฟลีย์ได้รับการบรรจุชื่อเข้าสู่หอเกียรติยศดับเบิลยูดับเบิลยูอี[17] ในเดือนกรกฎาคม 2016 ถึงมีนาคม 2017 โฟลีย์ได้รับตำแหน่งเป็นผู้จัดการทั่วไปของรอว์จากการแต่งตั้งโดยสเตฟานี แม็กแมน

รายชื่อผลงาน[แก้]

Memoirs

Children's fiction

Contemporary fiction

ผลงานแสดง[แก้]

ผลงานแชมป์ความสำเร็จ[แก้]

  • Extreme Mid-South Wrestling
    • MSW North American Championship (3 times)[21]
  • George Tragos/Lou Thesz Professional Wrestling Hall of Fame
    • Frank Gotch Award (2010)[22]
  • North American Wrestling
    • NAW Heavyweight Championship (1 time)[24]
  • Ozark Mountain Wrestling
    • OMW North American Heavyweight Championship (1 time)[26]

แมตช์ที่มีสิ่งต่างๆ เป็นเดิมพัน[แก้]

บันทึก: 0-2

สิ่งที่เดิมพัน ผู้ชนะ ผู้แพ้ สถานที่ วันที่ หมายเหตุ
Career Triple H Cactus Jack Hartford, Connecticut กุมภาพันธ์ 27, 2000 Title vs. Career Hell in a Cell match at No Way Out 2000 between Cactus Jack's career and Triple H's WWF Championship.[50]
Career Jeff Jarrett Mick Foley Orlando, Florida พฤษภาคม 22, 2010 James Storm and Robert Roode served as the special guest referees for the match.[51]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 "Mick Foley Biography". IGN. สืบค้นเมื่อ 2008-05-20. 
  2. 2.0 2.1 2.2 2.3 2.4 2.5 2.6 "Mick Foley's profile". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ 2008-04-14. 
  3. 3.0 3.1 3.2 3.3 3.4 "Mick Foley". WWE Alumni profile, World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 2010-10-01. 
  4. Foley, Mick (October 2000). Have A Nice Day!: A Tale of Blood and Sweatsocks (1 ed.). New York, New York: Avon Books. pp. 103–107. ISBN 0061031011. 
  5. Joel Ross and Simon Lilsboy. Interview with Mick Foley (May 3, 2007) (podcast). WrestleCast. 
  6. Foley, Have A Nice Day!, pp. 243–244
  7. Mick Foley (1999). Have a Nice Day: A Tale of Blood and Sweatsocks. p. 651. ISBN 978-0-06-039299-4. 
  8. Mick Foley (1999). Have a Nice Day: A Tale of Blood and Sweatsocks. p. 653. ISBN 978-0-06-039299-4. 
  9. Terry Funk: More Than Just Hardcore - Google Books
  10. Foley, Mick (January 20, 2004). Mick Foley's Greatest Hits & Misses: A Life in Wrestling (DVD). WWE Home Video (See disc 2, minute mark 1:39:44; In Foley's intro to the Mankind vs. The Undertaker match he states: "The cage ripping and giving way was a complete surprise to both of us, and it did a lot of damage."). 
  11. During a 2002 sit-down interview on the program, Off the Record with Michael Landsberg, The Undertaker commented on the second notorious big bump/fall of the match stating: "That panel was not supposed to break loose. That panel gave way and the second one [fall] was far worse than the first one"
  12. Terry Funk; Scott E. Williams; Mick Foley (27 August 2006). Terry Funk: More Than Just Hardcore. Sports Publishing LLC. pp. 199–. ISBN 978-1-59670-159-5. สืบค้นเมื่อ 5 March 2013. 
  13. Clevett, Jason (2008-09-03). "Mick Foley TNA bound". SLAM! Wrestling. สืบค้นเมื่อ 2008-09-04. 
  14. "Foley Debuts at LI TNA Show, First Photo". NewsDay.com. 2008-09-07. สืบค้นเมื่อ 2008-10-31. 
  15. "Raw: Mick Foley hosts "John Cena, This is Your Life," Part 2: Bull Buchanan". WWE. สืบค้นเมื่อ 2012-01-03. 
  16. "Team Mick Foley to face team Punk at Survivor Series". WWE. สืบค้นเมื่อ October 29, 2012. 
  17. 17.0 17.1 "Mick Foley to be inducted into WWE Hall of Fame". WWE. 2013-01-11. สืบค้นเมื่อ 2013-01-11. 
  18. "A Most Mizerable Christmas". Barnes & Noble. 
  19. "CWA Tag Team Championship history". Wrestling-titles.com. 
  20. "ECW World Tag Team Title history with his son alex foley". Wrestling-titles.com. 
  21. "History of Extreme Midsouth Wrestling". Buddy Huggins Productions & Extreme Midsouth Wrestling. 
  22. "Mick Foley, Terry Funk headline pro hall of fame class at Gable Museum". The Dan Gable International Wrestling Institute and Museum. สืบค้นเมื่อ 2010-07-12. 
  23. "IWA World Tag Team Championship history". Wrestling-titles.com. 
  24. Royal Duncan & Gary Will (2000). Wrestling Title Histories (4th ed.). Archeus Communications. ISBN 0-9698161-5-4. 
  25. Tsakiries, Phil. "NWL – National Wrestling League NWL Heavyweight Title History". Solie. สืบค้นเมื่อ 2008-07-05. 
  26. "MCW North American Heavyweight Title history". Wrestling-titles.com. 
  27. 27.0 27.1 "Pro Wrestling Illustrated Award Winners Match of the Year". Wrestling Information Archive. สืบค้นเมื่อ 2008-07-05. 
  28. "Pro Wrestling Illustrated Award Winners Inspirational Wrestler of the Year". Wrestling Information Archive. สืบค้นเมื่อ 2008-07-05. 
  29. "Pro Wrestling Illustrated Top 500 – 1999". Wrestling Information Archive. สืบค้นเมื่อ 2010-08-05. 
  30. "Pro Wrestling Illustrated's Top 500 Wrestlers of the PWI Years". Wrestling Information Archive. สืบค้นเมื่อ 2008-07-04. 
  31. Westcott, Brian. "SCW Tag Team Championship history". Solie. สืบค้นเมื่อ 2008-07-04. 
  32. "TNA Television Championship history". 
  33. "TNA World Heavyweight Championship history". 
  34. "WCW World Tag Team Championship history". Wrestling-titles.com. 
  35. "USWA World Tag Team Championship history". Wrestling-titles.com. 
  36. "WCWA World Light Heavyweight Title history". Wrestling-titles.com. 
  37. "WCWA World Tag Team Championship history". Wrestling-titles.com. 
  38. "Mankind's first WWF Championship reign". 
  39. "Mankind's second WWF Championship reign". 
  40. "Mankind's third WWF Championship reign". 
  41. "WWE Hardcore Championship history". 
  42. ""Stone Cole" Steve Austin and Dude Love's first World Tag Team Championship reign". 
  43. "Cactus Jack and Chainsaw Charlie's first World Tag Team Championship reign". 
  44. "Kane and Mankind's first World Tag Team Championship reign". 
  45. "Kane and Mankind's second World Tag Team Championship reign". 
  46. "Mankidn and The Rock's first World Tag Team Championship reign". 
  47. "Mankind and The Rock's second World Tag Team Championship reign". 
  48. "Mankind and The Rock's third World Tag Team Championship reign". 
  49. "Mankind and Al Snow's first World Tag Team Championship reign". 
  50. "Triple H vs. Cactus Jack – Hell in a Cell Match for the WWE Championship". WWE. 27 February 2000. สืบค้นเมื่อ 25 May 2012. 
  51. Wilkenfeld, Daniel (2010-03-22). "WILKENFELD'S TNA IMPACT REPORT 3/22: Ongoing "virtual time" coverage of Spike TV broadcast". PWTorch. สืบค้นเมื่อ 2010-03-23. 

เชิงอรรถ[แก้]

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]