ข้ามไปเนื้อหา

อิหม่ามเยเมน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
พระมหากษัตริย์เยเมน
รายละเอียด
กษัตริย์องค์แรกอัลฮาดี อิลาอัลฮักก์ ยะห์ยา
กษัตริย์องค์สุดท้ายมุฮัมมัด อัลบัดร์
สถาปนาเมื่อป. ค.ศ. 897
การล้มล้าง1 ธันวาคม ค.ศ. 1970
ที่ประทับดารุลฮะญัร ซานา ประเทศเยเมน
ผู้อ้างสิทธิเป็นกษัตริย์อะกีล บิน มุฮัมมัด อัลบัดร์

อิหม่ามเยเมน ภายหลังมีชื่อว่า พระมหากษัตริย์เยเมน เป็นผู้นำทางศาสนาที่ได้รับการเคารพ ซึ่งนับถือศาสนาอิสลามนิกายชีอะฮ์ สาขาซัยดียะฮ์ พวกเขาจัดตั้งการปกครองที่ผสมผสานระหว่างศาสนาและทางโลก-การเมืองในพื้นที่ของเยเมนใน ค.ศ. 897 โดยยังคงอยู่ได้ภายใต้สถานการณ์ที่แตกต่างกัน จนกระทั่งสงครามกลางเมืองเยเมนเหนือสิ้นสุดลงใน ค.ศ. 1970 หลังการปฏิวัติของฝ่ายสาธารณรัฐใน ค.ศ. 1962 ผู้อ้างสิทธิ์เป็นอิหม่ามจะทำการประกาศ "เรียก" (ดะอ์วะฮ์) และไม่บ่อยนักที่จะมีผู้อ้างสิทธิ์มากกว่าหนึ่งคน[1]

ประวัติศาสตร์

[แก้]

การก่อตั้ง

[แก้]
ดีนาร์ทองคำของอัลฮาดี ผลิตที่เศาะอ์ดะฮ์ ในปี ค.ศ. 910/11

เหล่าอิมามอาศัยความชอบธรรมจากการสืบเชื้อสายมาจากศาสดามุฮัมมัดของศาสนาอิสลาม โดยส่วนใหญ่สืบสายผ่านทาง อัลกอซิม อัรเราะซี (เสียชีวิต ค.ศ. 860) หลังจากยุคของเขา ในบางครั้งอิมามในยุคกลางจึงถูกเรียกว่าเป็นกลุ่มราชวงศ์เราะซีด (Rassids) ปฐมกษัตริย์ของสายการปกครองนี้คือ หลานชายของเขาที่ชื่อ อัลฮาดี อิลาอัลฮักก์ ยะห์ยา ซึ่งเกิดในมะดีนะฮ์ ชื่อเสียงของเขาในฐานะปัญญาชนและผู้นำที่โดดเด่น ทำให้เขาได้รับเชิญไปยังเยเมน เขาถูกเรียกตัวไปปกครองชนเผ่าบนที่ราบสูงในปี ค.ศ. 893 และอีกครั้งในช่วงปี ค.ศ. 896–897 อัลฮาดีได้ริเริ่มนโยบายและแนวปฏิบัติมากมาย ซึ่งพัฒนาไปสู่รูปแบบเฉพาะของนิกายซัยดียะฮ์ในเยเมน ความพยายามของอัลฮาดีในท้ายที่สุดได้กลายมาเป็นแนวทางพื้นฐานสำหรับลักษณะทางศาสนาและการเมืองของลัทธิซัยดีย์ในเยเมน อย่างไรก็ตาม อัลฮาดีไม่สามารถรวบรวมอำนาจปกครองเหนือเยเมนได้ทั้งหมด เขาไม่สามารถแม้แต่จะสร้างรัฐที่ยั่งยืนบนที่ราบสูงได้ เนื่องจากความเป็นท้องถิ่นนิยมที่หยั่งรากลึกในภูมิภาคนี้ มีการก่อกบฏเกิดขึ้น รวมถึงมีประชาชนบางส่วนที่ไม่ยอมรับการอ้างสิทธิ์ในการปกครองทั้งทางศาสนาและการเมืองของเขาและผู้สืบทอด[2]

แม้ว่าเขาจะไม่ประสบความสำเร็จในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานการบริหารแบบถาวรใด ๆ แต่ลูกหลานของอัลฮาดี และตระกูลกลุ่มอะลีด (Alids) กลุ่มอื่น ๆ ที่เดินทางมาพร้อมกับเขา ได้กลายเป็นชนชั้นสูงในท้องถิ่นบริเวณที่ราบสูงทางตอนเหนือ[3] และจากกลุ่มคนเหล่านี้นี่เอง ที่อิมามแห่งเยเมนถูกคัดเลือกขึ้นมาในช่วงหนึ่งพันปีหลังจากนั้น โดยปกติแล้ว อิมามมักจะได้รับเลือกจากลูกหลานของอัลกอซิม อัรเราะซี และโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากสายของอัลฮาดี แต่มีอย่างน้อยแปดครั้งที่พวกเขาถูกเลือกจากสายอื่นที่สืบเชื้อสายมาจากหลานชายของมุฮัมมัด คือ ฮะซัน และฮุซัยน์[4]

ตลอดช่วงเวลาส่วนใหญ่ในยุคนั้น เยเมนแทบไม่เคยเป็นเอกภาพทางการเมืองเลย ในความเป็นจริง อาณาเขตที่รวมอยู่ภายในพรมแดนนั้นมีความแตกต่างกันอย่างมาก และไม่ได้รับการปกครองอย่างสอดคล้องหรือเป็นเนื้อเดียวกันโดยกลุ่มผู้ปกครองกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เว้นแต่ในช่วงเวลาสั้น ๆ เยเมนดำรงอยู่ในฐานะส่วนหนึ่งของระบบการเมืองและราชวงศ์การปกครองที่แตกต่างกันหลายแห่งระหว่างศตวรรษที่ 9 ถึง 16 ซึ่งหลังจากนั้นก็ได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิออตโตมัน

รายชื่ออิหม่าม

[แก้]

ไม่มีรายชื่อใดของอิหม่ามเยเมนที่ไม่มีข้อโต้แย้ง เนื่องจากอิหม่ามหลายคนไม่ค่อยเป็นที่ยอมรับ และบางครั้งถูกซ่อนด้วยผู้นำจากราชวงศ์ในดินแดนตอนล่างหรือจากพวกเติร์ก รายการต่อไปนี้ค่อนข้างครอบคลุม[5][6][7][8]

สำหรับผู้นำหลัง ค.ศ. 1962 ดูประธานาธิบดีสาธารณรัฐอาหรับเยเมน

ความเชื่อ

[แก้]

ผู้นับถือชีอะฮ์ซัยดียะฮ์ไม่ระบุคุณสมบัติเหนือมนุษย์แก่อิหม่ามของตน ซึ่งต่างจากอิหม่ามหลายคน (ชีอะฮ์สาขาสิบสองอิมามและอิสมาอีลียะฮ์)[9]

อ้างอิง

[แก้]
ทั่วไป
  • Harris, Walter B. (1893). A Journey Through the Yemen and Some General Remarks Upon That Country. Edinburgh and London: William Blackwood and Sons. น. 374–375. OCLC 5044217.
  • Imam Zaid bin Ali Cultural Foundation, مؤسسة الإمام زيد بن علي الثقافية :: استعراض الكتاب (in Arabic).
จำเพาะ
  1. Jane Hathaway, A Tale of Two Factions; Myth, Memory, and Identity in Ottoman Egypt and Yemen. New York 2003, pp. 79–81.
  2. Cornelis van Arendonk, Les débuts de l'imamat zaidite au Yemen. Leiden 1960
  3. D. Thomas Gochenour, "Towards a sociology of the Islamization of Yemen", in B.R. Pridham (ed.), Contemporary Yemen: Politics and historical background, Beckenham 1984, pp. 8–9.
  4. Enzyklopädie des Islam, Vol. III, Leiden 1936, p. 1216
  5. Ayman Fu'ad Sayyid, Masadir ta'rikh al-Yaman fial 'asr al-islami. al Qahira 1974, pp. 404–16
  6. R.B. Serjeant & Ronald Lewcock (eds.), San'a': An Arabic Islamic City. London 1983, pp. 72–95
  7. الأئمة الزيديون في اليمن (in Arabic)
  8. الأئمة الزيدية من 898 م إلى 1962م (in Arabic)
  9. Francis Robinson, Atlas of the Islamic World Since 1500, pg. 47. New York: Facts on File, 1984. ISBN 0871966298

อ่านเพิ่ม

[แก้]
  • A.M.H.J. Stokvis, Manuel d'histoire, de généalogie et de chronologie de tous les états du globe, Vol I-III. Leiden 1888–93.
  • Peter Truhart, Regents of Nations. München 2003
  • E. de Zambaur, Manuel de généalogie et de chronologie de l'histoire de l'islam. Hannover 1927.