ชีอะฮ์สิบสองอิมาม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
สิบสองอิมามและท่านหญิงฟาติมะห์ ซาลามุลลอห์อะลัยฮิ

ชีอะฮ์สิบสองอิมามหรือ อิษนาอะชะรีเป็นชื่อของสำนักคิดชีอะฮ์ในศาสนาอิสลาม มีความเชื่อในสิบสองอิมาม ภายหลังจากศาสดาของอิสลาม สำนักคิดนี้ถูกรู้จักในชื่อ ชีอะฮ์ญะอ์ฟะรีหรืออิมามียะฮ์ ชีอะฮ์สิบสองอิมามในช่วงเริ่มต้นของศตวรรตที่ยี่สิบเอ็ดเป็นสำนักคิดที่ใหญ่ที่สุดในสำนักคิดชีอะฮ์

 อิมามียะฮ์[แก้]

"อิมามียะฮ์เป็นหนึ่งในสำนักคิดที่ถูกรู้จักที่สุดในด้านเทววิทยา มีรากศัพย์มาจากคำว่าอิมามในพจนานุกรมให้ความหมายว่าผู้นำ บุคคลที่เชื่อฟังและปฏิบัติตาม พหูพจน์ของอิมามคือ อะอิมมะฮ์ พยัญชนะตัวยาที่อยู่ในคำก่อนสุดท้าย อิมามียะฮ์เป็นคำเชื่อมที่ให้ความหมายผู้นำไปยังอิมาม ส่วนการใช้พยัญชนะที่เป็นเครื่องหมายบ่งบอกถึงการเป็นเพศหญิง (ตามหลักภาษาอาหรับ) ก็เพื่อที่จะแนะนำสำนักคิดอิมามียะฮ์ (เจาะจงไปที่กลุ่มหนึ่งที่ได้ปฏิตามผู้นำที่ถูกแต่งตั้งภายหลังจากการจากไปของท่านศาสดาอิสลาม) 

ส่วนในความหมายเฉพาะให้ความหมายว่ากลุ่มใดก็ตามภายหลังจากท่านศาสดามุฮัมหมัด มีความเชื่อในอิมามที่ถูกแต่งตั้ง หรืออาจจะเรียกว่าอิมามีก็ได้ ในสภาพนี้คำว่า อิมามียะฮ์กับชีอะฮ์ให้ความหมายเดียวกัน ด้วยเหตุผลที่ว่า ชีอะฮ์คือผู้ที่ปฏิบัติตามอิมาม อะลีบินอะบีฏอลิบ ที่ถูกแต่งตั้งจากท่านศาสดา

 อิมามียะฮ์ในแหล่งอ้างอิงของสำนักคิดต่าง ๆ ในอิสลาม[แก้]

  • อัชอะรี- ได้ให้คำจำกัดชีอะฮ์ในสามชื่อด้วยกัน (ฆอะลียะฮ์) (รอฟิเฎาะฮ์) (ซัยดียะฮ์) สรุปก็คืออิมามียะฮ์อยู่ในฐานะเดียวกับรอฟิเฎาะฮ์ เขาได้บันทึกในหนังสือว่า ฆอะลียะฮ์มีสิบห้าสำนักคิด รอฟิเฎาะฮ์มียี่สิบสี่ ส่วนซัยดียะฮ์มีหกสำนักคิด
  • มะละฏี- รอฟิเฏาะฮ์กับอิมามมียะฮ์นั้นคือสำนักคิดเดียวกันและจากมันก็ได้แยกออกเป็นอีกสิบแปดสำนักคิด ซัยดียะฮ์ก็เป็นหนึ่งในนั้น เค้าได้ให้ความหมายของอิมามียะฮ์ครอบคลุมทั้งหมด คือเชื่อว่า อิมามนั้นคือผู้ถูกเลือก ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ อยู่ภายใต้คำจำกัดความ (คำนี้) นักวิจัย มุฮัมหมัดซาฮิด เกาษะรีได้กล่าวในหนังสือของเขาว่า อิมามียะฮ์นั้นก็คือ สำนักคิดอิษนาอะชะรี แต่ผู้เขียนได้เชื่อว่า ผู้ใดก็ตามที่มีความเชื่อในตำแหน่งอิมาม (อิมามัต) พวกเขาก็คืออิมามี
  • บัฆดาดี- ได้จำกัดรอฟิเฎาะฮ์ไว้ในสี่สำนักคิดหลัก ๆ เช่น ซัยดียะฮ์, ไกซานียะฮ์, อิมามียะฮ์, ฆุลาต จากไซดียะฮ์แยกออกเป็นอีกสามสำนักคิด ไกซานียะฮ์แยกออกเป็นสองสำนักคิด อิมามียะฮ์แยกออกเป็นสิบห้าสำนักคิด และฆุลาตแยกออกเป็นหกสำนักคิด
  • อัซฟิรออีนี- ไม่ได้กล่าวถึงสำนักคิดฆุลาต แต่ได้ระบุรอฟิเฏาะฮ์ไว้ในสามสำนักคิด ซัยดียะฮ์, อิมามียะฮ์, ไกซานียะฮ์ และจากอิมามียะฮ์ก็แยกออกเป็นอีกสิบห้าสำนักคิด
  • ชะฮ์ริซตานี- ได้แบ่งชีอะฮ์ออกเป็นห้าสำนักคิดคือ ไกซานียะฮ์, อิมามียะฮ์, ฆอะลียะฮ์, อิสมาอีลียะฮ์
  • อะห์หมัดอามีนมิสรี – รากฐานของตะชัยยุอ์ มีความเชื่อว่า อะลีและลูกหลานของเขาเหมาะสมในตำแหน่งผู้ปกครองมากกว่าผู้ใด และท่านศาสดาของอิสลามก็ได้เลือกพวกเขาไว้สำหรับตำแหน่งนี้ นอกเหนือจากสำนักคิดซัยดียะฮ์ สำนักคิดอื่น ๆ ของชีอะฮ์อยู่ภายใต้อิมามียะฮ์ ซึ่งสำคัญที่สุดสำหรับเขาก็คืออิษนาอะชะรียะฮ์
  • จากคำกล่าวของท่านเชคเกาษะรี- นักวิจัยค้นคว้าหนังสือมะละฏี ที่ว่าไม่มีข้อขัดแย้งกันในความหมายเฉพาะเลย เมื่อใดก็ตามที่ความหมายจากอิมามียะฮ์ คือการเชื่อต่ออิมามที่ถูกแต่งตั้งดังนั้นทั้งหมดของสำนักคิดชีอะฮ์ อาจจะถูกเรียกว่าอิมามียะฮ์ก็ได้ยกเว้นสำนักคิดต่าง ๆ ของพวก ฆอะลี ซึ่งอิสลามก็ได้ตั้งคำถามมากมายเกี่ยวกับสำนักคิดต่าง ๆ เหล่านั้น ในกรณีที่ความหมายเฉพาะที่ใช้กันในหมู่มากของชีอะฮ์หรือไม่ใช่ก็ตาม ความถูกต้องก็คือ อิมามียะฮ์เป็นส่วนหนึ่งของชีอะฮ์หรือคำเดียวกับอิษนาอะชะรียะฮ์ คือเชื่อในสิบสองอิมาม ด้วยเหตุนี้ท่านเชคมุฟีดได้กล่าวว่า อิมามียะอ์มีความเชื่อในอิมามภายหลังจากท่านอิมามอะลี, ฮะซัน, ฮุเซน และลูกหลานที่มาจากอะลีบุตรของฮุเซน ตำแหน่งอิมามัตจนถึงอิมามริฎอและไปจนถึงอิมามมะห์ดี
  • ฟัครุดดีนรอซี – ก็เชื่อในแนวคิดแบบนี้เช่นเดียวกัน ท่านได้กล่าวว่า อิมามียะฮ์เป็นกลุ่มหนึ่งจากชีอะฮ์ที่ได้กล่าวว่าอิมามภายหลังจากศาสดาของอิสลามคือท่านอะลีบุตรของอบีฏอลิบหลังจากนั้นบุตรของท่านฮะซันและท่านฮุเซนผู้เป็นน้องชายหลังจากนั้นบุตรชายของฮุเซนอะลีบินฮุเซน หลังจากนั้นบุตรของเขา มุฮัมหมัด บาเกร หลังจากนั้นบุตรของเขาญะอ์ฟัรซอดิก หลังจากนั้นบุตรของเขามูซา กาซิม หลังจากนั้นบุตรของเขาอะลีบินมูซา อัรริฎอ หลังจากนั้นบุตรของเขามุฮัมหมัดตะกีและหลังจากนั้นบุตรของเขาอะลี นะกี หลังจากนั้นบุตรของเขาอะลี ซะกี และหลังจากนั้นบุตรของเขามุฮัมหมัดซึ่งท่านก็คืออิมามท่านสุดท้ายที่โลกนั้นรอคอย
  • ในยุคสมัยของท่านเชคซอดู๊ก การเขียนตำราเทววิทยา,มิลัลและนิฮัลได้เติบโตเป็นอย่างมากในหมู่ของชีอะฮ์ สำนวนของอิมามียะฮ์ได้ถูกใช้ในสำนักคิดอิษนาอะชะรียะฮ์ ซะอ์บุตรของอับดุลลอฮ์อัชอะรี กุมมี ซึ่งเป็นสาวกของอิมามอัสการีเสียชีวิตในปี 299 ได้เขียนหนังสือเล่มหนึ่งชื่อ (มะกอลาตุ้ลอิมามียะฮ์) ท่านเชคซอดู๊ก (306-381) ก็ได้เขียนหนังสือเล่มหนึ่งชื่อ (ริซาละฮ์ฟีดีนิ้ลอิมามียะฮ์) หรือถูกรู้จักในชื่อความเชื่อของเชคซอดู๊ก และจากยุคสมัยนั้นเป็นต้นไป คำว่าอิมามียะฮ์ในคำของเชคมุฟีด ในหนังสือ (อะวาอิลุ้ลมะกอลาต) จะใช้กับอิษนาอะชะรียะฮ์ ซึ่งทั้งหมดได้พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าการแบ่งสำนักคิดโดยอัชอะรีหรือไม่อัชอะรีนั้นไม่ละเอียดพอหรือให้ความหมายโดยรวมคอบคลุมทั้งหมด

นักวิจัยร่วมสมัยบางกลุ่มของสำนักคิดต่าง ๆ ในอิสลาม ได้เชื่อว่าส่วนมากที่รวมสำนักคิดต่าง ๆ ของ อัชอะรี หรือ มะละฏีเข้ามาในอิมามียะฮ์นั้นไม่มีตัวตนจริงหรืออันที่จริงนั้นเป็นเพียงสำนักคิดที่ถูกสร้างขึ้นเหมือนกับ (ซุรอรียะฮ์) และ (ฮิชามียะฮ์) การมีความเชื่อเฉพาะในด้านหนึ่งของเทววิทยาไม่สามารถที่จะเพิ่มจำนวนของสำนักคิดได้ ดังนั้นสิ่งที่จะเป็นแนวทางในการแยกความหมายอิมามียะฮ์โดยให้ความหมายโดยรวม ความแตกต่างที่แท้จริงอยู่ในเรื่องความต่อเนื่องของอิมามัตและข้อปลีกย่อย ดังนั้นสามารถที่จะนับ (ซัยดียะฮ์) (อิสมาอีลียะฮ์) และ (วากิฟียะฮ์) เป็นสำนักคิดหนึ่งของชีอะฮ์ได้ เป็นไปได้ที่เป้าหมายในการเพิ่มสำนักคิดอาจจะมาจากฮาดีษที่ถูกรู้จัก คือประชาติของอิสลามจะแบ่งออกเป็นเจ็ดสิบสามพวก

ความเชื่อต่าง ๆ ในสำนักคิดนี้[แก้]

ผู้ที่ปฏิบัติตามแนวทางอิมามัตมีความเชื่อว่าภายหลังจากที่ท่านศาสดาของอิสลามจากไป ความต้องการของมนุษย์ไปยังตัวแทนของพระเจ้านั้นไม่ได้สิ้นสุดลง ด้วยเหตุผลนี้อัลลอฮ์จึงได้แต่งตั้งบรรดานบีขึ้นมาโดยเลือกตัวแทนขึ้นมาในหมู่พวกเขาเพื่อชี้นำทางให้แก่มนุษย์ไว้ด้วยเช่นเดียวกัน ชีอะฮ์สิบองอิมามมีความเชื่อต่อสิบสองตัวแทน (วะซี) ที่บริสุทธิ์ซึ่งมาจากครอบครัวของท่านศาสดามุฮัมหมัดว่าเป็นตัวแทนถูกเลือกจนถึงวันสิ้นโลกโดยใช้อัลกุรอานและอ้างอิงไปยังแบบฉบับของนบี ชีอะฮ์ได้อ้างอิงไปยังฮาดีษของท่านญาบิรและฮาดีษอื่น ๆ ที่ถูกยอมรับว่าสิบสองอิมามได้ถูกเลือกจากอัลลอฮ์และชื่อทั้งสิบสองท่านก็ถูกระบุไว้แล้วในสมัยของท่านนบี

1- อะลีบุตรของอบีฏอลิบ
2- ฮะซันบุตรของอะลี
3- ฮุเซนบุตรของอะลี
4- อะลีบุตรของฮุเซน (ซัจญาด)
5- มุฮัมหมัดบุตรของอะลี (บาเกร)
6- ญะฟัรบุตรของมุฮัมหมัด (ศอดิก)
7-มูซาบุตรของญะฟัร (กาซิม)
8- อะลีบุตรของมูซา (ริฎอ)
9- มุฮัมหมัดบุตรของอะลี (ตะกี)
10- อะลีบุตรของมุฮัมหมัด (นะกี)
11-ฮะซันบุตรของอะลี(อัสการี)
12-มุฮัมหมัดบุตรของฮะซัน (มะห์ดี)ชีอะฮ์มีความเชื่อว่าอิมามมะห์ดียังมีชีวิตอยู่แต่อยู่ในช่วงเวลาเร้นกาย(ฆัยบัต)

อิมามัต[แก้]

หนึ่งในหลักศรัทธาของชีอะฮ์สิบสองอิมามคือตำแหน่งอิมาม (อิมามัต) ซึ่งอิมามัตจะทำให้การศรัทธานั้นสมบูรณ์ และเช่นเดียวกันอิมามัตก็เหมือนกับนบูวัตทั้งสองคือความเมตตาจากพระผู้เป็นเจ้า และจำเป็นที่จะต้องมีผู้นำ (อิมาม)ในทุกยุคสมัยเพื่อที่จะชี้ทางนำให้กับมวลมนุษย์ชาติภายหลังจากท่านศาสดา อิมามนั้นก็จะต้องมีอำนาจเหนือประชาชาติเหมือนกับท่านศาสดาไม่ว่าจะในเรื่องการตัดสินหรือขจัดการกดขี่ข่มเหง ด้วยเหตุนี้เองอิมามัตคือการช่วยเหลือต่อเนื่องจากท่านศาสดา เมื่อจำเป็นจะต้องมีนบูวัตก็จำเป็นจะต้องมีอิมามัตเช่นเดียวกัน

แหล่งอ้างอิงที่เกี่ยวข้อง[แก้]

  • เรียกดู امامهای Shiites
  • Fourteen บริสุทธิ์
  • Imam
  • Pontificate
  • ที่ shias ของปากีสถาน
  • Shiites นมุม(หน่วยเป็นองศา):
  • ที่ Shia ชุมชนในเลบานอน name
  • \N แพทย์ชาวอิรักสักคน shias
  • Shiites,อินเดีย
  • Shiites ในเยเมน
  • شیعیگری(หนังสือ)
  • รายการของ Shiite เคร่งศาสนามีอำนาจหน้าที่ دوازدهامامی เซ็กส์

ท้ายกระดาษ[แก้]

ทรัพยากร[แก้]

  • Encyclopedia ของดั้งเดิมของ...รายการว่า"นี่เนื่องในโอกาสของ"อลิ rabbani golpaygani
  • Gholam تاجرینسب น فرجامشناسی รดำรงชีวิตของมนุษย์(รายและเบื้องหลังและเลขฐานของศาสนาของรัฐบาล)ย เตหะราน: ศูนย์วัฒนธรรมโปรแกรมจัดหน้าสิ่งพิมพ์ maniar، ۱۳۸۷ น แม่แบบ:یادکرد

อ้างอิง[แก้]