ข้ามไปเนื้อหา

แปเตอร์ แช็ค

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
แปเตอร์ แช็ค
แช็คกับเชลซีใน ค.ศ. 2013
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อเต็ม แปเตอร์ แช็ค
วันเกิด (1982-05-20) 20 พฤษภาคม ค.ศ. 1982 (44 ปี)
สถานที่เกิด เปิลแซ็ญ เช็กโกสโลวาเกีย
ส่วนสูง 1.97 เมตร (6 ฟุต 6 นิ้ว)[1]
ตำแหน่ง ผู้รักษาประตู
ข้อมูลสโมสร
สโมสรปัจจุบัน
เชลซี
สโมสรเยาวชน
1989–1999 วิกโตริยาเปิลแซ็ญ
สโมสรอาชีพ*
ปี ทีม ลงเล่น (ประตู)
1999–2001 เบลซานี 27 (0)
2001–2002 สปาร์ตาปราฮา 27 (0)
2002–2004 แรนส์ 70 (0)
2004–2015 เชลซี 333 (0)
2015–2019 อาร์เซนอล 110 (0)
2020 เชลซี 0 (0)
ทีมชาติ
1997–1998 เช็กเกีย อายุไม่เกิน 15 ปี 3 (0)
1998–1999 เช็กเกีย อายุไม่เกิน 16 ปี 15 (0)
1999 เช็กเกีย อายุไม่เกิน 17 ปี 3 (0)
1999–2000 เช็กเกีย อายุไม่เกิน 18 ปี 13 (0)
2000–2001 เช็กเกีย อายุไม่เกิน 20 ปี 7 (0)
2001–2002 เช็กเกีย อายุไม่เกิน 21 ปี 15 (0)
2002–2016 เช็กเกีย 124 (0)
*นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้แก่สโมสรเฉพาะลีกในประเทศเท่านั้น

แปเตอร์ แช็ค (เช็ก: Petr Čech, เสียงอ่านภาษาเช็ก: [ˈpɛtr̩ ˈtʃɛx] ) เป็นอดีตนักฟุตบอลชาวเช็กเกียตำแหน่งผู้รักษาประตู สโมสรสุดท้ายที่เล่นให้คืออาร์เซนอล

ในพรีเมียร์ลีก ปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคของเชลซีในพรีเมียร์ลีก

แปเตอร์ แช็ค เป็นผู้รักษาประตูที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว คือ เมื่อลงเล่นจะสวมหมวกป้องกันศีรษะกระแทก ซึ่งเป็นผลมาจากการลงเล่นให้กับเชลซีพบกับเรดิง เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม ค.ศ. 2006 ที่ถูกเข่าของสตีเวน ฮันต์ ผู้เล่นในตำแหน่งปีกซ้ายของเรดิง กระแทกเข้าที่ศีรษะอย่างรุนแรงจนถูกหามออกจากสนามทันที[2]

ประวัติ

[แก้]

แปเตอร์ แช็ค เป็นลูกชายของนักกีฬาทศกรีฑาระดับทีมชาติ สมัยเด็ก ๆ แช็คต้องเปลี่ยนใจหันมาเล่นฟุตบอลเพราะอุปกรณ์ฮอกกี้ซึ่งเป็นกีฬาที่แช็คชอบนั้นมีราคาแพงเกินไป ด้วยความสูงของเขาจึงถูกเพื่อน ๆ ให้เล่นตำแหน่งผู้รักษาประตู ซึ่งแช็คก็สามารถทำได้ดี ปัจจุบันแปเตอร์ เช็กสูง 7 ฟุต

แปเตอร์ แช็ค ได้เปิดเผยในภายหลังว่าตำแหน่งแรกเมื่อได้เล่นฟุตบอลครั้งแรกเมื่ออายุ 10 ขวบ คือ ปีกซ้าย แต่เปลี่ยนมาเป็นผู้รักษาประตู เนื่องจากผู้รักษาประตูขาดแคลน แต่ก่อนหน้านั้นก็เคยเป็นผู้รักษาประตูมาก่อนแต่เป็นกีฬาฮอกกี้น้ำแข็ง[3]

1999–2001

[แก้]

แช็คเริ่มต้นชีวิตการเล่นฟุตบอลกับสโมสรท้องถิ่น วิกโตเรียเปิลแซ็ญ ก่อนจะได้รับโอกาสเทิร์นโปรกับชเมล บลาซานี่ สโมสรระดับดิวิชัน 1 ของสาธารณรัฐเช็ก และลงเล่นทั้งหมด 27 เกมจาก 2 ฤดูกาล พออายุ 19 ปี เช็ก ถูกขายให้สปาร์ตาปราฮา ด้วยค่าตัว 400,000 ปอนด์

2001–2002

[แก้]

ลงเล่นกับสปาร์ตาปราฮา 27 เกม แช็คได้สร้างสถิติไม่เสียประตูยาวนานที่สุดของประเทศ ด้วยเวลา 904 นาที ทำให้อีก 1 ปีให้หลัง แรน สโมสรระดับกลางของแดนน้ำหอมยอมควักเงิน 3 ล้านปอนด์แลกตัวเขาเข้ามาสู่ทีม

2002–2004

[แก้]

จากนั้นแช็คเริ่มฉายแววยอดนายทวารออกมาจนเป็นที่จับตาของวงการลูกหนังยุโรป เริ่มจากการพาทีมชาติชุดยู-21 คว้าแชมป์ยุโรปอายุต่ำกว่า 21 ปี ในเดือนพฤษภาคม ปี 2002 โดยรับบทฮีโร่เซฟจุดโทษในรอบชิงชนะเลิศ และเขาได้มีโอกาสสัมผัสเกมทีมชาติชุดใหญ่กับฮังการี ในเดือนกุมภาพันธ์

ด้วยฟอร์มที่ยอดเยี่ยม ทำให้แปเตอร์ แช็ค ต้องเก็บข้าวของอีกครั้งเพื่อย้ายสู่สโมสรใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิมอย่างเชลซี

2004–2005

[แก้]

แช็คได้เซ็นสัญญากับสโมสรเชลซี 5 ปี ด้วยค่าตัว 7.1 ล้านปอนด์ และสามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมกับต้นสังกัด จนสามารถพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก และแชมป์คาร์ลิงคัพในฤดูกาล 2004 - 2005

2009–2010

[แก้]

แช็คเริ่มต้นฤดูกาล 2009-2010 ด้วยการคว้าชัยกับเชลซีในการชนะเหนือ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ในเกมคอมมิวนิตีชีลด์ รอบชิงชนะเลิศที่เวมบลีย์ ด้วยการเซฟการยิงจุดโทษของไรอัน กิกส์ และปาทริส เอวรา จากที่เสมอกันในเวลาปกติ 2-2 และในเกมพรีเมียร์ลีกนัดสุดท้าย แช็คพาเชลซี ถล่มวีแกน แอทเลติก ไป 8-0 ทำให้เชลซีคว้าแชมป์เหนือแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดมาได้สำเร็จ ด้วยผลต่าง 1 แต้ม ซ้ำยังเซฟจุดโทษในเกมพบกับพอร์ทสมัท ในรอบชิงชนะเลิศ เอฟเอ คัพ ได้อย่างสวยงาม ทำให้เชลซีคว้าดับเบิลแชมป์เป็นปีแรกได้สำเร็จ ทำให้รางวัลผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมจึงตกเป็นของเขาอย่างไม่ต้องสงสัย

2010–2011

[แก้]

วันอังคารที่ 8 มีนาคม 2011 ลงเล่นให้กับเชลซี เป็นเกมที่ 300 ในเกมเยือนพบกับ แบล็กพูล ที่สนาม บลูมฟิลด์ โร้ด แล้วสามารถเก็บชัยชนะออกมาได้

2011–2012

[แก้]

วันเสาร์ที่ 5 พฤษภาคม 2012 แช็คช่วยให้เชลซี คว้าแชมป์เอฟเอคัพ สมัยที่ 7 ได้สำเร็จโดยเอาชนะ ลิเวอร์พูล 2 - 1

วันเสาร์ที่ 19 พฤษภาคม 2012 แช็คมีส่วนสำคัญในการพาเชลซีคว้าแชมป์ ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ได้เป็นสมัยแรก โดยการเซฟลูกจุดโทษสำคัญของ อาร์เยิน โรบเบิน ในนาทีที่ 96 ทำให้เชลซีรอดพ้นจากการถูกขึ้นนำ ทำให้เสมอกันในเวลา 1-1 ต้องชี้ขาดในการดวลจุดโทษ เชลซีสามารถเอาชนะได้ด้วยสกอร์ 4-3 ซึ่งเป็นแชมป์ที่สองของเชลซีในฤดูกาล 2011-2012

และในฤดูกาลนั้นแช็คได้รับรางวัลโกลเดนบอล ของประเทศสาธารณรัฐเช็ก

2015–2016

[แก้]
ขณะเล่นให้กับเชลซี พบกับโบลตันวอนเดอเรอส์

ในฤดูกาล 2014–15 แช็คต้องตกเป็นตัวสำรองของตีโบ กูร์ตัว มาตลอดทั้งฤดูกาล ดังนั้นเมื่อจบฤดูกาล ถึงแม้ว่าเชลซีจะสามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ก็ตาม แต่แช็คซึ่งต้องการลงสนามเป็นตัวจริง ได้ตัดสินใจย้ายไปอาร์เซนอล แม้จะมีวัยถึง 33 ปีแล้วก็ตาม ด้วยค่าตัว 11 ล้านปอนด์ และสัญญา 4 ปี ทั้งที่มีหลายสโมสรต้องการตัว แต่ทว่าแช็คต้องการที่จะอยู่ในกรุงลอนดอนต่อไป เพราะครอบครัวได้ปักหลักลง ณ ที่นี่แล้ว [4]

ซึ่งในเรื่องนี้ ทำให้ผู้สนับสนุนเชลซีจำนวนหนึ่งไม่พอใจ และได้เผาเสื้อที่มีชื่อของแช็คในเชลซี เนื่องจากอาร์เซนอลเป็นสโมสรคู่แข่งร่วมเมืองที่สำคัญ[5]

กับอาร์เซนอล แช็คได้สวมเสื้อหมายเลข 33 ซึ่งตรงกับอายุของเจ้าตัว อีกทั้งยังเป็นการฉลองครบการเล่นในพรีเมียร์ลีกมาทั้งหมด 333 นัดอีกด้วย [6]

โดยก่อนเปิดฤดูกาล ในการแข่งขันรายการพิเศษทุกรายการของอาร์เซนอล แปเตอร์ แช็คได้ลงเล่นเป็นตัวจริงทุกนัด โดยเสียไปเพียงแค่ประตูเดียวเท่านั้น จากลูกยิงของรอสส์ บาร์กลีย์ ของเอฟเวอร์ตัน ในรายการพรีเมียร์ลีกเอเชียโทรฟี ฤดูกาล 2015[7] และทำให้อาร์เซนอลได้แชมป์ทุกรายการ รวมเป็นทั้งหมด 3 รายการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเอฟเอคอมมิวนิตีชีลด์ 2015 ที่แช็คต้องพบกับเชลซีต้นสังกัดเก่าด้วย แต่ทว่าแช็คก็ถือว่าเป็นผู้เล่นที่มีส่วนอย่างมากที่ทำให้อาร์เซนอลเอาชนะไปได้ [8]

แต่ในการแข่งขันจริงในพรีเมียร์ลีกนัดแรก ที่อาร์เซนอลพบกับ เวสต์แฮมยูไนเต็ด ที่สนามเอมิเรตส์สเตเดียม ที่อาร์เซนอลสามารถเอาชนะมาได้ตลอดในระยะหลังนั้น ปรากฏว่าอาร์เซนอลเป็นฝ่ายแพ้ไปถึง 0-2 ประตู โดยเฉพาะลูกแรกนั้นแช็คมีส่วนผิดพลาดจนทำให้สโมสรต้องเสียประตู เมื่อเป็นฝ่ายออกไปตัดลูกฟรีคิกของเวสต์แฮมยูไนเต็ดช้ากว่าชิคู คูยาเต ผู้เล่นของเวสต์แฮมยูไนเต็ด ที่สอดเข้ามาโหม่งเป็นประตูไปในช่วงท้ายของครึ่งแรก[9]

ในการแข่งขันนัดที่ 3 ของฤดูกาล อาร์เซนอล พบกับ ลิเวอร์พูล ที่สนามเอมิเรตส์สเตเดียม ซึ่งผลการแข่งขันเสมอกัน 0-0 ประตู แปเตอร์ แช็คกลับเล่นได้อย่างโดดเด่น สามารถป้องกันลูกยิงของผู้เล่นลิเวอร์พูลได้หลายต่อหลายครั้ง [10]

จนถึงวันที่ 1 กันยายน ค.ศ. 2015 ที่การซื้อขายผู้เล่นในทวีปยุโรปจบลง อาร์เซนอลถือเป็นสโมสรเดียวในอังกฤษและทวีปยุโรปที่มีการซื้อตัวผู้เล่นมาเพียงคนเดียว และเป็นตำแหน่งที่มิใช่ผู้เล่นตัวรุกด้วย คือ แปเตอร์ แช็ค[11]

ในการแข่งขันนัดที่ 8 ของฤดูกาล อาร์เซนอล พบกับ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ที่สนามเอมิเรตส์สเตเดียม แช็คเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม สามารถป้องกันลูกยิงอันตรายหลายครั้งของผู้เล่นแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดได้ ทำให้อาร์เซนอลชนะไป 3-0 ประตู และแซงแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดขึ้นไปเป็นทีมรองในอันดับตารางคะแนน โดยมีแต้มห่างจากทีมนำ คือ แมนเชสเตอร์ซิตี แค่ 2 แต้มเท่านั้น[12]

ในการแข่งขันนัดที่ 19 ของฤดูกาล อาร์เซนอล พบกับ บอร์นมัท ที่สนามเอมิเรตส์สเตเดียม อาร์เซนอลชนะไป 2-0 ประตู ทำให้ขึ้นนำเป็นที่หนึ่งในตารางคะแนน ซึ่งเป็นช่วงครึ่งฤดูกาลพอดี และทำให้แช็คได้ทำสถิติใหม่ คือ เป็นผู้รักษาประตูที่ไม่เสียประตูเลยรวมทั้งสิ้น 170 นัด มากที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก จากการลงเล่น 352 นัด แซงหน้าเดวิด เจมส์ ที่ทำไว้ 169 ประตู จากการลงเล่น 572 นัด[13]

2016–17

[แก้]

ก่อนเริ่มฤดูกาล ในระดับทีมชาติ แช็คประกาศเลิกเล่นให้กับทีมชาติสาธารณรัฐเช็ก หลังจากฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2016 ที่ฝรั่งเศส ซึ่งสาธารณรัฐเช็กตกรอบแรก หลังจากติดทีมชาติมาตั้งแต่ปี 2002 รวมเป็นการลงเล่นทั้งหมด 124 นัด[14]

ในนัดที่ 4 ของฤดูกาล ที่อาร์เซนอลพบกับเซาแทมป์ตัน ที่สนามเอมิเรตส์สเตเดียม แช็คทำลูกเข้าประตูตัวเองในนาทีที่ 18 จากลูกฟรีคิกของดูซาน ทาดิช แช็คปัดลูกไปชนคานบนแล้ว แต่ทว่าลูกกลับปะทะกับหลังของแช็คเข้าประตูไป ทำให้เซาแทมป์ตันออกนำไปก่อน 0-1[15]

เกียรติประวัติ

[แก้]
เชลซี
อาร์เซนอล
นานาชาติ
รางวัลส่วนบุคคล
  • ผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมลีกเอิงประจำปี 2003-2004
  • พีเอฟเอ ทีม ออฟ เดอะ เยียร์ 2005
  • ผู้รักษาประตูที่ดีที่สุดในโลกประจำปี 2005
  • รางวัลถุงมือทอง บาร์เคลย์ ปี 2004-2005, 2009-2010
  • ผู้เล่นประจำเดือนของพรีเมียร์ลีก ธันวาคม 2005, มีนาคม 2007
  • นักฟุตบอลชาวเช็กประจำปี 2005, 2008, 2009, 2010
  • ลูกฟุตบอลทองคำ (เช็ก) 2005-2008, 2010, 2012
  • ยูฟ่า ผู้รักษาประตูที่ดีที่สุดในยุโรป 2005, 2007, 2008
  • ยูฟ่า ผู้รักษาที่ดีที่สุดประจำทีม 2003, 2005, 2007, 2008
  • อีเอสเอ็ม ทีมประจำปี 2004-2005, 2005-2006, 2006-2007, 2007-2008
  • เวิร์ลด์ ฟุตบอล ชาลเล้นจ์ 2009
  • ผู้เล่นประจำปีของเชลซี : รางวัลพิเศษมอบให้ แช็ค เนื่องจาก อาการบาดเจ็บขั้นรุนแรงที่ปะทะกับ สตีเฟ่น ฮันท์ ในปี 2006

อ้างอิง

[แก้]
  1. "Petr Čech" (ภาษาเยอรมัน). German Football Association. สืบค้นเมื่อ 24 เมษายน 2019.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  2. "สุดสยอง! เผยภาพสแกนกะโหลก "เช็ก" ครั้งแรก". ผู้จัดการออนไลน์. 20 พฤษภาคม 2008. สืบค้นเมื่อ 30 มิถุนายน 2015.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)[ลิงก์เสียถาวร]
  3. "เช็ก เผยตำแหน่งแรกในชีวิตก่อนเฝ้าเสา". arsenal.in.th. 2 สิงหาคม 2015. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2015-09-27. สืบค้นเมื่อ 2 สิงหาคม 2015.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  4. "ชูเสื้อแล้ว! 'ปืนใหญ่' ประกาศคว้า 'เช็ก' เฝ้าเสา". ไทยรัฐ. 29 มิถุนายน 2015. สืบค้นเมื่อ 30 มิถุนายน 2015.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  5. "แฟนเชลซีเดือด! เผาเสื้อ 'เช็ก' หลังย้ายซบปืน (ชมคลิป)". ไทยรัฐ. 30 มิถุนายน 2015. สืบค้นเมื่อ 30 มิถุนายน 2015.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  6. ""เช็ก" ถือฤกษ์ สวมเบอร์ 33 เฝ้าเสาปืน". ผู้จัดการออนไลน์. 12 กรกฎาคม 2015. สืบค้นเมื่อ 12 กรกฎาคม 2015.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)[ลิงก์เสียถาวร]
  7. ""เช็ก" โดนเปิดซิง แต่ปืนชนะ 3-1 แชมป์เอเชีย". ผู้จัดการออนไลน์. 18 กรกฎาคม 2015. สืบค้นเมื่อ 3 สิงหาคม 2015.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)[ลิงก์เสียถาวร]
  8. "5 สิ่งหลังเกมปืน-สิงห์จากศึก คอมมูนิตี ชิลด์". arsenal.in.th. 3 สิงหาคม 2015. สืบค้นเมื่อ 3 สิงหาคม 2015.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)[ลิงก์เสียถาวร]
  9. ""เช็ก" เหวอ "ปืนโต" โดน "ค้อน" บุกทุบแหลกคาถิ่น 0-2". ผู้จัดการออนไลน์. 9 สิงหาคม 2015. สืบค้นเมื่อ 10 สิงหาคม 2015.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)[ลิงก์เสียถาวร]
  10. "สัมภาษณ์หลังเกมเจ๊าหงส์". arsenal.in.th. 24 สิงหาคม 2015. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2015-09-30. สืบค้นเมื่อ 25 สิงหาคม 2015.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  11. "พี่ห้อยเชื่อ เวนเกอร์ ตั้งใจหานักเตะใหม่ก่อนล้มเหลววันปิดตลาด". arsenal.in.th. 2 กันยายน 2015. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2015-09-27. สืบค้นเมื่อ 3 กันยายน 2015.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  12. "คะแนนนักเตะ อาร์เซนอล รัวโหดผีแดง 3-0". arsenal.in.th. 5 ตุลาคม 2015. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2016-03-05. สืบค้นเมื่อ 5 ตุลาคม 2015.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  13. ""ปีเตอร์ เช็ก" ทำสถิติคลีนชีตมากสุดพรีเมียร์ลีก". นาว 26. 30 ตุลาคม 2015. สืบค้นเมื่อ 29 ตุลาคม 2015.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)[ลิงก์เสียถาวร]
  14. "เช็ก ประกาศอำลาทีมชาติอย่างเป็นทางการ". arsenal.in.th. กรกฎาคม 8, 2016. สืบค้นเมื่อ กรกฎาคม 9, 2016.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)[ลิงก์เสียถาวร]
  15. หน้า 14 กีฬา ต่อจากหน้า 16, เรือเฮส่งผีลงหลุม ทะยานขึ้นจ่าฝูง. เดลินิวส์ฉบับที่ 24,440: วันอาทิตย์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2559 ขึ้น 10 ค่ำ เดือน 10 ปีวอก

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]