จันฟรังโก โซลา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
จิอันฟรังโก้ โซล่า
G Zola signing autographs Upton Park 09May09 (edited).jpg
จิอันฟรังโก้ โซล่าในปี ค.ศ. 2009
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อเต็ม จิอันฟรังโก้ โซล่า[1]
วันเกิด 5 กรกฎาคม ค.ศ. 1966 (53 ปี)[1]
สถานที่เกิด โอเลียน่า อิตาลี
ส่วนสูง 1.68 เมตร (5.5 ฟุต)
ตำแหน่ง กองหน้า
ข้อมูลสโมสร
สโมสรปัจจุบัน
เชลซี (ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน)
สโมสรเยาวชน
1980–1983 คอร์ราซี่ โอเลียน่า
สโมสรอาชีพ*
ปี ทีม ลงเล่น (ประตู)
1984–1986 นูโอเรส กัลโช่ 31 (10)
1986–1989 เอส.อี.เอฟ. ตอร์เรส 1903 88 (21)
1989–1993 นาโปลี 105 (32)
1993–1996 ปาร์ม่า 102 (49)
1996–2003 เชลซี 229 (59)
2003–2005 กายารี่ 74 (22)
รวม 629 (193)
ทีมชาติ
1991–1997 อิตาลี 35 (10)
จัดการทีม
2008–2010 เวสต์แฮม ยูไนเต็ด
2011–2012 อิตาลี อายุไม่เกิน 16 ปี
2012–2013 วัตฟอร์ด
2014–2015 กายารี่
2015–2016 อัล-อาราบี
2016–2017 เบอร์มิ่งแฮม ซิตี้
2018– เชลซี (ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน)
* นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้กับสโมสรเฉพาะลีกในประเทศเท่านั้น

จิอันฟรังโก้ โซล่า (อิตาลี: Gianfranco Zola; เกิด 5 กรกฎาคม ค.ศ. 1966) เป็นอดีตนักฟุตบอลและผู้จัดการทีมชาวอิตาลี ปัจจุบันเป็นผู้ช่วยผู้ฝึกสอนเชลซี

ประวัติ[แก้]

ในปี 2532 เล่นฟุตบอลให้กับทีมนาโปลี ในช่วงเวลาเดียวกับที่ดิเอโก้ อาร์มันโด้ มาราโดน่า นักเตะชื่อดังชาวอาร์เจนตินา ยังอยู่กับทีมนาโปลี เขาเล่นให้กับนาโปลีอยู่นานถึง 4 ปี จากนั้นก็ย้ายมาอยู่กับทีมปาร์ม่า ทีมชั้นนำของอิตาลี และช่วยทำประตูให้ทีมปาร์ม่าคว้าแชมป์คัพวินเนอร์สคัพในปี 2537 เขาเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะลูกฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษ

โซล่าถือเป็นราชาลูกฟรีคิกคนหนึ่งของโลกลูกหนังในขณะนั้นทีเดียว เขาเผยเคล็ดลับของการยิงลูกฟรีคิกว่า ฝีเท้าการยิงลูกฟรีคิกที่ยอดเยี่ยมดังที่เห็นนี้ ส่วนหนึ่งลอกเลียนแบบและศึกษาวิธีการยิงมาจากมาราโดน่านั่นเอง

กระทั่งกลางฤดูกาล 2540 รุด กุลลิท ผู้จัดการทีมเชลซี ซื้อตัวโซล่ามาร่วมทีมด้วยค่าตัว 4.5 ล้านปอนด์ และเขาสามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม จนกลายเป็นขวัญใจของแฟนบอลเชลซีอย่างรวดเร็ว เขาพาทีมคว้าถ้วยเอฟเอคัพ และสามารถคว้าตำแหน่งนักเตะต่างชาติยอดเยี่ยมของพรีเมียร์ลีกแม้จะเพิ่งเล่นได้แค่ครึ่งฤดูกาล

สำหรับการเล่นฟุตบอลให้กับทีมชาตินั้น ในช่วงฟุตบอลโลก 2537 ที่สหรัฐอเมริกา โซลาได้ลงเล่นในฐานะตัวสำรองของโรแบร์โต บาจโจ้ และได้ลงเล่นเพียง 12 นาทีในนัดพบไนจีเรีย ก่อนที่เขาจะได้รับใบแดงไล่ออกจากสนาม ต่อมาหลังจากบาจโจ้ได้รับบาดเจ็บและฝีมือตก โซล่าจึงได้ตำแหน่งตัวจริงในทีมชาติแทนที่บาจโจ้ แต่ในขณะเดียวกันเขาหลุดจากตำแหน่งตัวจริงในทีมเอซี มิลาน โซล่าเป็นตัวหลักในแผงหน้าของทีมชาติอิตาลีและเชลซี และนำความสำเร็จมาสู่ต้นสังกัด โดยเฉพาะในทีมเชลซีนั้นโซล่านำทีมผ่านเข้าสู่รอบลึก ๆ ของถ้วยเอฟ เอ คัพ อีกทั้งในพรีเมียร์ ลีกปี 2540 ก็ติดอยู่ในกลุ่มลุ้นแชมป์ หลังจากนั้นโซลาก็ย้ายเข้าสังกัดกายารี่ สโมสรฟุตบอลเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในอิตาลี และยังโชว์ฟอร์มเป็นขวัญใจของชาวอิตาลีเช่นเดิม

ปัจจุบันยุติการเล่นฟุตบอลแล้ว และได้เป็นผู้จัดการทีมฟุตบอลต่าง ๆ ในยุโรป

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 "Zola: Gianfranco Zola: Manager". BDFutbol. สืบค้นเมื่อ 22 December 2017.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]