จันฟรังโก โซลา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
จันฟรังโก โซลา
OMRI,[1] OBE[2]
Zola 2018.jpg
โซลาใน ค.ศ. 2018
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อเต็ม จันฟรังโก โซลา[3]
วันเกิด 5 กรกฎาคม ค.ศ. 1966 (56 ปี)[3]
สถานที่เกิด Oliena ประเทศอิตาลี
ส่วนสูง 1.68 เมตร (5 ฟุต 6 นิ้ว)
ตำแหน่ง กองหน้า
สโมสรเยาวชน
1980–1983 Corrasi Oliena
สโมสรอาชีพ*
ปี ทีม ลงเล่น (ประตู)
1984–1986 Nuorese 31 (10)
1986–1989 Torres 88 (21)
1989–1993 นาโปลี 105 (32)
1993–1996 ปาร์มา 102 (49)
1996–2003 เชลซี 229 (59)
2003–2005 คัลยารี 74 (22)
รวม 629 (193)
ทีมชาติ
1991–1997 อิตาลี 35 (10)
จัดการทีม
2008–2010 เวสต์แฮมยูไนเต็ด
2011–2012 อิตาลี อายุไม่เกิน 16 ปี
2012–2013 วอตฟอร์ด
2014–2015 คัลยารี
2015–2016 อัลอะเราะบี
2016–2017 เบอร์มิงแฮมซิตี
2018–2019 เชลซี (ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน)
* นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้แก่สโมสรเฉพาะลีกในประเทศเท่านั้น

จันฟรังโก โซลา (อิตาลี: Gianfranco Zola; เกิด 5 กรกฎาคม ค.ศ. 1966) เป็นอดีตนักฟุตบอลและผู้จัดการทีมชาวอิตาลี

ประวัติ[แก้]

ในปี 2532 เล่นฟุตบอลให้กับทีมนาโปลี ในช่วงเวลาเดียวกับที่ดิเอโก มาราโดนา นักเตะชื่อดังชาวอาร์เจนตินา ยังอยู่กับทีมนาโปลี เขาเล่นให้กับนาโปลีอยู่นานถึง 4 ปี จากนั้นก็ย้ายมาอยู่กับทีมปาร์มา ทีมชั้นนำของอิตาลี และช่วยทำประตูให้ทีมปาร์มาคว้าแชมป์คัพวินเนอร์สคัพในปี 2537 เขาเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะลูกฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษ

โซลาถือเป็นราชาลูกฟรีคิกคนหนึ่งของโลกลูกหนังในขณะนั้นทีเดียว เขาเผยเคล็ดลับของการยิงลูกฟรีคิกว่า ฝีเท้าการยิงลูกฟรีคิกที่ยอดเยี่ยมดังที่เห็นนี้ ส่วนหนึ่งลอกเลียนแบบและศึกษาวิธีการยิงมาจากมาราโดนานั่นเอง

กระทั่งกลางฤดูกาล 2540 รืด คึลลิต ผู้จัดการทีมเชลซี ซื้อตัวโซลามาร่วมทีมด้วยค่าตัว 4.5 ล้านปอนด์ และเขาสามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม จนกลายเป็นขวัญใจของแฟนบอลเชลซีอย่างรวดเร็ว เขาพาทีมคว้าถ้วยเอฟเอคัพ และสามารถคว้าตำแหน่งนักเตะต่างชาติยอดเยี่ยมของพรีเมียร์ลีกแม้จะเพิ่งเล่นได้แค่ครึ่งฤดูกาล

สำหรับการเล่นฟุตบอลให้กับทีมชาตินั้น ในช่วงฟุตบอลโลก 2537 ที่สหรัฐอเมริกา โซลาได้ลงเล่นในฐานะตัวสำรองของโรแบร์โต บัจโจ และได้ลงเล่นเพียง 12 นาทีในนัดพบไนจีเรีย ก่อนที่เขาจะได้รับใบแดงไล่ออกจากสนาม ต่อมาหลังจากบัจโจได้รับบาดเจ็บและฝีมือตก โซลาจึงได้ตำแหน่งตัวจริงในทีมชาติแทนที่บัจโจ แต่ในขณะเดียวกันเขาหลุดจากตำแหน่งตัวจริงในทีมเอซี มิลาน โซลาเป็นตัวหลักในแผงหน้าของทีมชาติอิตาลีและเชลซี และนำความสำเร็จมาสู่ต้นสังกัด โดยเฉพาะในทีมเชลซีนั้นโซลานำทีมผ่านเข้าสู่รอบลึก ๆ ของถ้วยเอฟ เอ คัพ อีกทั้งในพรีเมียร์ ลีกปี 2540 ก็ติดอยู่ในกลุ่มลุ้นแชมป์ หลังจากนั้นโซลาก็ย้ายเข้าสังกัดคัลยารี สโมสรฟุตบอลเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในอิตาลี และยังโชว์ฟอร์มเป็นขวัญใจของชาวอิตาลีเช่นเดิม

ปัจจุบันยุติทั้งการเล่นฟุตบอลและการเป็นผู้จัดการฟุตบอลแล้ว

อ้างอิง[แก้]

  1. "quirinale.it". quirinale.it. 27 December 2003. สืบค้นเมื่อ 29 April 2010.
  2. "Chelsea legend Zola awarded OBE". BBC. 1 November 2004. สืบค้นเมื่อ 20 December 2006.
  3. 3.0 3.1 "Zola: Gianfranco Zola: Manager". BDFutbol. สืบค้นเมื่อ 22 December 2017.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]