ข้ามไปเนื้อหา

ออแล็งปิกเดอมาร์แซย์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
มาร์แซย์
ตราออแล็งปิกเดอมาร์แซย์
ชื่อเต็มออแล็งปิกเดอมาร์แซย์
ฉายาLes Phocéens (The Phocaeans)[1]
Les Olympiens (The Olympians)
Les Minots (พวกผู้ชายจากมาร์แซย์)[2]
ก่อตั้ง31 สิงหาคม 1899; 126 ปีก่อน (1899-08-31)
สนามสตาดเวโลดรอม, มาร์แซย์
ความจุ67,394 ที่นั่ง[3]
เจ้าของแฟรงก์ แมกคอร์ต (95%)
Margarita Louis-Dreyfus (5%)[4]
ประธานสเตฟาน ริชาร์ด
ผู้จัดการฮาบิบ เบย์
ลีกลีกเอิง
2024–25อันดับที่ 2
เว็บไซต์OM.fr
สีชุดทีมเยือน
สีชุดที่สาม

ออแล็งปิกเดอมาร์แซย์ (ฝรั่งเศส: Olympique de Marseille)[5] เป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพฝรั่งเศส ตั้งอยู่ที่เมืองมาร์แซย์ ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1899 ปัจจุบันเล่นอยู่ในลีกเอิง เป็นสโมสรที่ชนะการแข่งขันในลีกเอิงมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ในฟุตบอลฝรั่งเศสรองจากแซ็งเตเตียน มาร์แซย์ชนะการแข่งขันในเฟรนช์แชมเปียนส์ 9 ครั้ง และได้รับกุปเดอฟร็องส์ เป็นสถิติ 10 ครั้ง ในปี ค.ศ. 1993

สนามกีฬาเหย้าของสโมสรคือสตาดเวลอดรอม (Stade Vélodrome) สามารถบรรจุคน 60,031 คน ตั้งอยู่ทางใต้ของเมือง โดยทีมเล่นสนามนี้มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1937

ประวัติ

[แก้]

มาร์แซย์ เป็นสโมสรแรกและสโมสรเดียวของฝรั่งเศส เคยก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในยอดทีมของยุโรป พวกเขาเริ่มต้นจากความพ่ายแพ้ต่อ เซอร์เวน่า ซเวซด้า (หรือที่เราคุ้นเคยในชื่อ เร้ดสตาร์ เบลเกรด) ในการดวลจุดโทษรอบชิงชนะเลิศศึกยูโรเปียนคัพเมื่อปี 1991 ก่อนที่พวกเขาจะคว้าแชมป์รายการนี้ได้สำเร็จในอีก 2 ปีต่อมา ซึ่งได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็น ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก จากประตูชัยของ บาซิล โบลี่ ซึ่งช่วยให้ทีมเฉือนชนะ เอซี มิลาน 1-0 ทว่าช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพวกเขากลบพังพินาศ หลังมีการเปิดโปงว่า นักเตะของ วาล็องเซียน ทีมร่วมลีกเอิงที่กำลังหนีตกชั้นในตอนนั้น ถูก แบร์กนาร์ ตาปี ประธานสโมสรโอแอ็มในช่วงเวลาดังกล่าวติดสินบน เพื่อให้พวกเขาอ่อนข้อต่อมาร์แซย์ในเกมที่ทั้งคู่พบกัน 1 สัปดาห์ก่อนพบมิลาน ลดความเสี่ยงจากอาการบาดเจ็บก่อนเกมสำคัญ

นั่นทำให้เรื่องนี้กลายเป็นข่าวใหญ่โต มีการสอบสวนครั้งใหญ่ ก่อนที่ตาปีจะไม่รอดต้องโทษจำคุกในปี 1995 นอกจากนี้ ฌอง-ปิแอร์ เบอร์เน่ส์ ผู้จัดการทั่วไปของสโมสร และ ฌอง-ฌักส์ เอเดลี่ กองกลางของทีมที่ตาปีให้เป็นตัวกลางต่างก็โดนโทษจำคุกล่วงหน้า ถึงแม้โทษของรายหลังจะได้รับการลดเหลือเพียงรอลงอาญาก็ตาม

เรื่องอื้อฉาว

[แก้]

ยิ่งไปกว่านั้น มาร์แซย์ยังถูกตัดสินริบแชมป์ลีกเอิงที่ได้เมื่อปี 1993 ทำให้ตำแหน่งแชมป์ว่างลงหลัง ปารีแซ็ง-แฌร์แม็ง ปฏิเสธที่จะขึ้นเป็นแชมป์แทน พร้อมถูกตัดสิทธิ์ในการป้องกันแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รวมถึงลงแข่งในรายการยูฟ่า ซูเปอร์คัพ กับอินเตอร์คอนติเนตัล คัพ อีกด้วย

และเพียงปีถัดมา ซึ่งพวกเขาจบในตำแหน่งรองแชมป์ถัดจากเปแอสเชและได้ไปเล่นในศึกยูฟ่าคัพ มาร์แซย์ก็ถูกปรับตกชั้นจากปัญหาทางการเงินกับเรื่องอื้อฉาวที่เกิดขึ้นกับตัวของตาปี และแม้พวกเขาจะคว้าแชมป์ลีกเดอซ์ได้ในฤดูกาลต่อมา โอแอ็มก็จำต้องอยู่ลีกรองต่ออีกปีเมื่อสโมสรยื่นขอล้มละลาย

กลับมาสำเร็จบนลีกเอิงอีกครั้ง

[แก้]

หลังกลับสู่ลีกสูงสุดได้อีกครั้ง มาร์แซย์สามารถคว้าแชมป์ลีกสูงสุดได้เพียงหนเดียวเมื่อปี 2010 เมื่อพวกเขาถูกบดบังรัศมีจาก ลียง ที่คว้าแชมป์ 7 สมัยซ้อน รวมถึงเศรษฐีใหม่อย่างเปแอสเช ซึ่งนอกจากแชมป์ลีกเอิงครั้งนั้นแล้ว ผลงานเมื่อปี 2004 ที่ ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา แบกทีมไปถึงรอบชิงชนะเลิศยูฟ่าคัพ ก็ดูจะเป็นแสงสว่างวาบเดียวจากอดีตยักษ์ใหญ่รายนี้ กระทั่งความเปลี่ยนแปลงมาถึงในถิ่น สตาดเวลอดรอม เมื่อ แฟรงค์ แม็คคอร์ท นายทุนชาวอเมริกันเข้ามาซื้อสโมสร มาร์แซย์กลับมามีชีวิตชีวาภายใต้การคุมทีมของ รูดี้ การ์เซีย อดีตนายใหญ่ ลีลล์ และ โรม่า ที่พาทีมมีลุ้นโควต้าแชมเปียนส์ลีกอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการปรับปรุงรังเหย้าของพวกเขาให้กลับมาสง่างามน่าเกรงขามอีกครั้ง แต่ถึงกระนั้น แม้พวกเขาจะมีฤดูกาลน่าประทับใจเมื่อได้ ฟลอรีย็อง โตแว็ง กลับมาแจ้งเกิดใหม่ด้วยการทำไป 22 ประตู 11 แอสซิสต์ในลีก รวมถึง ดิมิทรี ปาเยต

เกียรติประวัติ

[แก้]
ผู้เล่นมาร์แซย์ฉลองแชมป์กุปเดอลาลีกในปี 2010 ก่อนที่จะชนะเลิศรายการนี้ติดต่อกันจนครบสามสมัย
ผู้เล่นมาร์แซย์ชู้ถ้วยรางวัลทรอเฟเดช็องปียงในปี 2011 หลังเอาชนะลีล 5–4

ประเทศฝรั่งเศส ระดับประเทศ

[แก้]

ทวีปยุโรป ระดับทวีปยุโรป

[แก้]

ผู้เล่น

[แก้]

ผู้เล่นชุดปัจจุบัน

[แก้]
ณ 6 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2026[6]

หมายเหตุ: ธงชาติที่ปรากฏบ่งบอกให้ทราบว่าผู้เล่นคนนั้นสามารถเล่นให้กับชาติใดตามกฎของฟีฟ่าตามความเหมาะสม เพราะผู้เล่นบางคนอาจถือสองสัญชาติ

เลข ตำแหน่ง สัญชาติ ผู้เล่น
1 GK ประเทศอาร์เจนตินา Gerónimo Rulli
4 DF ประเทศอังกฤษ CJ Egan-Riley
5 DF ประเทศอาร์เจนตินา Leonardo Balerdi (รองกัปตัน)
6 MF ประเทศไนจีเรีย Tochukwu Nnadi
8 MF ประเทศแอลจีเรีย Himad Abdelli
9 FW ประเทศแอลจีเรีย Amine Gouiri
10 FW ประเทศอังกฤษ เมสัน กรีนวุด
11 MF ประเทศอังกฤษ อีธาน นวาเนรี (ยืมจาก อาร์เซนอล)
12 GK ประเทศเนเธอร์แลนด์ Jeffrey de Lange
14 FW ประเทศบราซิล Igor Paixão
17 FW ประเทศกาบอง ปีแยร์-แอเมอริก โอบาเมอย็องก์
เลข ตำแหน่ง สัญชาติ ผู้เล่น
18 MF ประเทศเบลเยียม Arthur Vermeeren (ยืมจาก แอร์เบ ไลพ์ซิช)
19 MF สาธารณรัฐแอฟริกากลาง Geoffrey Kondogbia
20 MF ประเทศโกตดิวัวร์ Hamed Traorè (ยืมจาก บอร์นมัท)
21 DF ประเทศโมร็อกโก Nayef Aguerd
22 FW สหรัฐอเมริกา Timothy Weah (ยืมจาก ยูเวนตุส)
23 MF ประเทศเดนมาร์ก พีแยร์-เอมิล ฮอยปีแยร์ (กัปตัน)
26 MF ประเทศโมร็อกโก Bilal Nadir
27 MF ประเทศเนเธอร์แลนด์ Quinten Timber
28 DF ประเทศฝรั่งเศส แบ็งฌาแม็ง ปาวาร์ (ยืมจาก อินเตอร์ มิลาน)
32 DF ประเทศอาร์เจนตินา Facundo Medina (ยืมจาก ล็องส์)
33 DF ประเทศอิตาลี แอแมร์ซง ปัลมีเอรี

อ้างอิง

[แก้]
  1. "#33 – Olympique de Marseille : les Phocéens" (ภาษาฝรั่งเศส). Footnickname. 3 May 2020. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 9 October 2022. สืบค้นเมื่อ 30 August 2021.
  2. "#298 – Olympique de Marseille : les Minots" (ภาษาฝรั่งเศส). Footnickname. 25 October 2020. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 16 October 2022. สืบค้นเมื่อ 30 August 2021.
  3. "Le stade Orange Vélodrome, une enceinte unique" (ภาษาฝรั่งเศส). OM.fr. 17 November 2021. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 21 March 2023. สืบค้นเมื่อ 17 November 2021.
  4. "L'OM vendu 45 millions d'euros par Margarita Louis-Dreyfus à Frank McCourt" (ภาษาฝรั่งเศส). L'Équipe. 16 September 2016. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 17 September 2016. สืบค้นเมื่อ 16 September 2016.
  5. "Velodrome Stadium". om.net. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2008-02-28. สืบค้นเมื่อ 13 January 2008.
  6. "First Team - Season 2025–2026". Olympique de Marseille. สืบค้นเมื่อ 3 July 2025.

บรรณานุกรม

[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]