สโมสรฟุตบอลแบล็กเบิร์นโรเวอส์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
สโมสรฟุตบอลแบล็กเบิร์นโรเวอส์
Blackburn Rovers svg.png
ชื่อเต็มสโมสรฟุตบอลแบล็กเบิร์นโรเวอส์
(Blackburn Rovers Football Club)
ฉายาRovers, Blue and Whites
กุหลาบไฟ (ในภาษาไทย)
ก่อตั้งค.ศ. 1875
สนามอีวุดพาร์ก
ผู้จัดการทีมโทนี โมว์เบรย์
ลีกอีเอฟแอลแชมเปียนชิป
2019–20อันดับที่ 11
เว็บไซต์เว็บไซต์สโมสร
สีชุดทีมเยือน

สโมสรฟุตบอลแบล็กเบิร์นโรเวอส์ (อังกฤษ: Blackburn Rovers Football Club) เป็นสโมสรฟุตบอลในระดับลีกวัน ของอังกฤษ เคยเป็นแชมป์ พรีเมียร์ลีก ในฤดูกาล 1994–95 มีฉายาว่า "กุหลาบไฟ" ในภาษาไทย ตั้งอยู่ ณ เมืองแบล็กเบิร์น ในเทศมณฑลแลงคาเชียร์ ประเทศอังกฤษ มีสนามเหย้าชื่อ อีวุดพาร์ก

ประวัติ[แก้]

สโมสรฟุตบอลแบล็กเบิร์นโรเวอส์ ก่อตั้งเมื่อปี 1875 และได้แชมป์ฟุตบอลลีกครั้งแรกในปี 1911 ได้สมัยที่ 2 ในปี 1913

ในปี 1992 มีการเปลี่ยนชื่อลีกสูงสุดเป็นพรีเมียร์ลีกหรือพรีเมียร์ชิพเป็นปีแรก สโมสร แบล็กเบิร์นโรเวอส์ จบด้วยอันดับ 4 แต่ด้วยการทุ่มทุนมหาศาลของแจ็ค วอร์กเกอร์ ประธานสโมสรผู้ทำธุรกิจเหล็กกล้า ซึ่งลงทุนจ้าง เคนนี ดัลกลิช อดีตผู้จัดการของ ลิเวอร์พูล พร้อมกับให้เงินดัลกลิชซื้อ อลัน เชียเร่อส์ มาจับคู่กับ คริส ซัตตัน จนสามารถชนะเลิศพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ อย่างไม่มีใครคาดคิด โดยมีคะแนนมากกว่าคู่แข่งสำคัญอย่าง แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด เพียงคะแนนเดียว แต่ต่อมาในปี 1994–95 มา แบล็กเบิร์นโรเวอส์ จบด้วยอันดับ 7 และก็เสียผู้เล่นคนสำคัญอย่าง อลัน เชียเร่อส์, โทนี เกล, เดวิด แบ็ตตี้ ทำให้ แบล็กเบิร์นโรเวอส์ พยายามซื้อนักฟุตบอลที่มีชื่อเสียงอย่าง ซีเนอดีน ซีดาน แต่ก็ล้มเหลว ก่อนที่ทีมจะตกชั้นลงไปเล่นเดอะแชมเปียนชิปในปี 1998 และแจ็ค วอร์กเกอร์ได้เสียชีวิตด้วยวัย 71 ปี ในปี 2000 และในปี 2001–02 แบล็กเบิร์นสามารถเลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จพร้อมกับคว้าแชมป์คาร์ลิงคัพ มาครองได้สำเร็จ

แบล็กเบิร์นโรเวอส์ อยู่ในพรีเมียร์ลีกมาอย่างยาวนาน จนกระทั่งใน ปี 2011–12 แบล็กเบิร์นโรเวอส์ ต้องตกชั้นลงไปสู่ เดอะแชมเปียนชิป ด้วยอยู่ในอันดับที่ 19 ของตาราง ด้วยคะแนนเพียง 31 คะแนนเท่านั้น[1] [2]

ต่อมาใน ฤดูกาล 2016–17 แบล็กเบิร์นโรเวอส์ ต้องตกลงไปสู่ลีกวัน หรือระดับดิวิชัน 3 ด้วยการจบฤดูกาลที่อันดับที่ 22 แม้นัดสุดท้ายจะเป็นฝ่ายเอาชนะเบรนท์ฟอร์ด ไปได้ถึง 3-1 และแม้จะมีคะแนน 51 คะแนนเท่ากับ นอตทิงแฮมฟอเรสต์ แต่ทว่ามีลูกเสียได้น้อยกว่า 2 ลูก ทำให้ต้องตกชั้นลงไปสู่ลีกวัน นับเป็นสโมสรแรกที่ได้แชมป์พรีเมียร์ลีกแต่ต้องลงไปเล่นในระดับลีกวัน[3]

ผู้เล่นชุดสร้างประวัติศาสตร์ แชมป์พรีเมียร์ลีก 1994-95[แก้]

อดีตผู้เล่นที่มีชื่อเสียง[แก้]

ผู้เล่นชุดปัจจุบัน[แก้]

หมายเหตุ: ธงชาติที่ปรากฏบ่งบอกให้ทราบว่าผู้เล่นคนนั้นสามารถเล่นให้กับชาติใดตามกฎของฟีฟ่าตามความเหมาะสม เพราะผู้เล่นบางคนอาจถือสองสัญชาติ

เลข ตำแหน่ง สัญชาติ ผู้เล่น
1 GK  ENG คริสเตียน วอลตัน
2 DF  NAM ไรอัน เอ็นยัมเบ้
3 DF  IRL เดอรริค วิลเลี่ยมส์
4 MF  ENG แบร็ดลี่ย์ จอห์นสัน
5 DF  IRE เกร็ก คันนิ่งแฮม
6 MF  ENG ริชาร์ด สมอลวู๊ด
7 FW  ENG อดัม อาร์มสตรอง
8 MF  ENG โจ รอธเวลล์
9 FW  ENG แซม กัลลาเกอร์
10 FW  ENG แดนนี่ เกรแฮม
11 MF  ENG แฮริสัน แชปแมน
12 FW  ENG โดมินิค ซามูเอล
13 GK  CAN เจสัน เลียตไวเลอร์
17 DF  JAM อามารี' ไอ เบล
18 MF  ENG จาค๊อบ ดาเวนพอร์ต
เลข ตำแหน่ง สัญชาติ ผู้เล่น
19 MF  ENG สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง
20 FW  ENG เบน เบรเรตัน
23 MF  ENG แบร็ดลี่ย์ แด๊ค
24 DF  ENG โทซิน อดาเร่ไบโอโย่
26 DF  IRL แดร์เร็ก เลนิฮาน
27 MF  ENG เลวิส ทราวิส
29 MF  NIR คอร์รี่ อีแวนส์
30 DF  ENG แซม ฮาร์ท
31 MF  ENG เอลเลียต เบนเน็ตต์
33 GK  ENG แอนดี้ ฟิชเช่อร์
34 FW  ENG เดเนียล บัตเตอร์เวิร์ธ
35 DF  ENG โจ เกรย์สัน
37 MF  ENG โจ แรนกิ้น-คอสเทลโล
39 MF  ENG จอห์น บั๊คลี่ย์

เกียรติประวัติ[แก้]

ระดับประเทศ[แก้]

  • ดิวิชันสอง
    • ชนะเลิศ (1): 1938–39
  • ดิวิชันสาม
    • ชนะเลิศ (1): 1974–75

อ้างอิง[แก้]

  1. "แบล็กเบิร์นตกชั้น!วีแกนอัด1-0". สนุกดอตคอม.
  2. "ตารางคะแนน ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2011-2012". พรีเมียร์ดรีมดอตคอม.
  3. หน้า 19, กุหลาบช้ำ. "ตะลุยฟุตบอลโลก" โดย หมวดแซม. ไทยรัฐปีที่ 68 ฉบับที่ 21660: วันพฤหัสบดีที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2560 แรม 1 ค่ำ เดือน 6 ปีระกา

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]