ผลต่างระหว่างรุ่นของ "สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8"

ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ย้อนการแก้ไขที่ 7907987 สร้างโดย Thanapat Duenchai (พูดคุย)
ป้ายระบุ: แก้ไขจากอุปกรณ์เคลื่อนที่ แก้ไขจากเว็บสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่
(ย้อนการแก้ไขที่ 7907987 สร้างโดย Thanapat Duenchai (พูดคุย))
ป้ายระบุ: ทำกลับ
{{Infobox royalty
| สีพิเศษ = #ffcc00
| สีอักษร = #8f5f12
| image = ไฟล์:พระบรมรูป สมเด็จพระเจ้าเสือ วัดไทร.jpg|พระเจ้าเสือ
| name = พระเจ้าสุริเยนทราธิบดี
| personal name = มะเดื่อ
| birth_style = พระราชสมภพ
| full name = สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8
| birth_date = พ.ศ. 2204
|birth_place = [[อำเภอโพธิ์ประทับช้าง|ตำบลโพธิ์ประทับช้าง]] [[จังหวัดพิจิตร|เมืองพิจิตร]] [[อาณาจักรอยุธยา]]<ref name="พิจิตร" />
|death_place = [[กรุงศรีอยุธยา]] [[อาณาจักรอยุธยา]]
|succession = พระเจ้ากรุงศรีอยุธยา
| father = [[สมเด็จพระนารายณ์มหาราช]] หรือ [[สมเด็จพระเพทราชา]]
| mother = [[นางกุสาวดี]]
| spouse =
| predecessor = [[สมเด็จพระเพทราชา]]
| successor = [[สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 9]]
|title = พระเจ้ากรุงศรีอยุธยาเสือ
}}
'''สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8พระเจ้าสุริเยนทราธิบดี''' หรือ([[คำให้การชาวกรุงเก่า]]ว่า) ซึ่ง[[พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว]]ทรงวินิจฉัยพระนามว่าเป็น'''[[สมเด็จพระสุริเยนทราธิบดีสรรเพชญ์]]ที่ 8'''<ref>''ทรงวิจารณ์เรื่องพระราชพงศาวดารกับเรื่องประเพณีการตั้งพระมหาอุปราช'', หน้า 42-59</ref> เป็น[[พระมหากษัตริย์ไทย]]รัชกาลที่ 29 แห่ง[[อาณาจักรอยุธยา]] และเป็นพระองค์ที่สองแห่ง[[ราชวงศ์บ้านพลูหลวง]] ราชวงศ์สุดท้ายของอาณาจักรอยุธยา ทรงเป็นพระราชโอรสใน[[สมเด็จพระนารายณ์มหาราช]]กับ[[นางกุสาวดี]] ทรงครองราชย์ พ.ศ. 2246 — พ.ศ. 2251
 
ผู้คนในสมัยพระองค์มักเรียกขานพระองค์ว่า '''พระเจ้าเสือ''' เพื่อเปรียบว่า พระองค์มีพระอุปนิสัยโหดร้ายดังเสือ<ref name = "chan"/> พระองค์ทรงมีพระปรีชาด้าน[[มวยไทย]] โดยทรงเป็นผู้คิดท่า[[แม่ไม้มวยไทย]] ซึ่งมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ปรากฏชัดเจน และได้มีการถ่ายทอดเป็นตำราให้ชาวไทยรุ่นหลังได้เรียนรู้ฝึกฝนจนถึงปัจจุบัน<ref>[http://www.thaipost.net/x-cite/260213/70083 ตามรอยพระเจ้าเสือ กษัตริย์นักมวย ณ ราชธานีเก่า - ไทยโพสต์]{{dead link|date=August 2018}}</ref>
 
[[สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ]] ได้ระบุในหนังสือ ศิลปะมวยไทย ถึงพระองค์ในการปลอมพระองค์เป็นชาวบ้านมาชกมวยกับนักมวยฝีมือดีจาก[[เมืองวิเศษชัยชาญ]] และสามารถชนะนักมวยเอกได้ถึง 3 คน ซึ่งได้แก่ นายกลาง หมัดตาย, นายใหญ่ หมัดเหล็ก และนายเล็ก หมัดหนัก<ref>[http://kanchanapisek.or.th/kp6/sub/book/book.php?book=35&chap=3&page=t35-3-infodetail01.html ประวัติความเป็นมาของมวยไทย - สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ]</ref> ปัจจุบัน [[กระทรวงวัฒนธรรม]] ได้กำหนดให้วันที่ 6 กุมภาพันธ์ ซึ่งตรงกับวันที่พระองค์ได้ขึ้นครองราชย์ตามหลักฐานในประวัติศาสตร์เป็น[[วันมวยไทย]]<ref name=พี>{{cite news|work=[[พีพีทีวี]]|title=6 กุมภาพันธ์ “วันมวยไทย” เทิดไท้ “พระเจ้าเสือ”|url=http://www.pptvthailand.com/sport/news/22592|date=5 กุมภาพันธ์ 2559|accessdate=9 กันยายน 2559}}</ref>
 
== พระราชประวัติ ==
[[พระราชพงศาวดาร ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม)]] ระบุว่าพระเจ้าเสือเป็นสมเด็จพระเจ้าลูกเธอใน[[สมเด็จพระเพทราชา]]<ref>''พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) และเอกสารอื่น'' หน้า 318, 333</ref>
[[พระราชพงศาวดาร ฉบับสมเด็จพระพนรัตน์ วัดพระเชตุพน ฉบับตัวเขียน]] ระบุว่า สมเด็จพระเจ้าเสือเป็นพระราชโอรสใน[[สมเด็จพระนารายณ์มหาราช]]กับพระสนมซึ่งเป็นพระราชธิดาใน[[พระแสนเมือง|พญาแสนหลวง เจ้าเมืองเชียงใหม่]]<ref>''พระราชพงศาวดาร ฉบับสมเด็จพระพนรัตน์ วัดพระเชตุพน ตรวจสอบชำระจากเอกสารตัวเขียน'', หน้า 239-240</ref> โดย[[คำให้การขุนหลวงหาวัด]]ออกพระนามว่า ''พระราชชายาเทวี'' หรือ ''เจ้าจอมสมบุญ'' ส่วนใน[[คำให้การชาวกรุงเก่า]]เรียกว่า ''[[นางกุสาวดี]]''<ref name="sk">สุทธิศักดิ์ ระบอบ สุขสุวานนท์. "พงศาวดารกระซิบเรื่องโอรสลับพระนารายณ์". ในศิลปวัฒนธรรม ปีที่ 30 ฉบับที่ 11 กันยายน 2552 กรุงเทพ:สำนักพิมพ์มติชน,2552. หน้า 109</ref>
 
แต่ส่วน[[พระราชพงศาวดาร ฉบับสมเด็จพระพนรัตน์ วัดพระเชตุพน ฉบับตัวเขียน]] ระบุว่าเป็นพระราชโอรสลับในเวลา[[สมเด็จพระนารายณ์มหาราช]]กับพระสนมซึ่งเป็นพระราชธิดาใน[[พระแสนเมือง|พญาแสนหลวง เจ้าเมืองเชียงใหม่]]<ref>''พระราชพงศาวดาร ฉบับสมเด็จพระพนรัตน์ วัดพระเชตุพน ตรวจสอบชำระจากเอกสารตัวเขียน'', หน้า 239-240</ref> โดย[[คำให้การขุนหลวงหาวัด]]ออกพระนามว่า ''พระราชชายาเทวี'' หรือ ''เจ้าจอมสมบุญ'' ส่วนใน[[คำให้การชาวกรุงเก่า]]เรียกว่า ''[[นางกุสาวดี]]''<ref name="sk">สุทธิศักดิ์ ระบอบ สุขสุวานนท์. "พงศาวดารกระซิบเรื่องโอรสลับพระนารายณ์". ในศิลปวัฒนธรรม ปีที่ 30 ฉบับที่ 11 กันยายน 2552 กรุงเทพ:สำนักพิมพ์มติชน,2552. หน้า 109</ref> ต่อมา สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ได้พระราชทานพระสนมดังกล่าวให้แก่[[สมเด็จพระเพทราชา|พระเพทราชา]] เมื่อครั้งที่ดำรงตำแหน่ง (เจ้ากรมช้าง) โดยในคำให้การขุนหลวงหาวัดและคำให้การชาวกรุงเก่า มีเนื้อหาสอดคล้องกัน กล่าวคือนางเป็นสนมลับของพระนารายณ์แต่แตกต่างกันเพียงชื่อของนาง และเหตุผลในการพระราชทานพระโอรสแก่พระเพทราชา แต่พระราชพงศาวดาร ฉบับสมเด็จพระพนรัตน์ กลับให้ข้อมูลเกี่ยวกับพระชาติกำเนิดแตกต่างไปจากคำให้การของขุนหลวงหาวัดและคำให้การชาวกรุงเก่า โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ทรงทำศึกสงครามกับเมืองเชียงใหม่แล้วได้ราชธิดาเจ้าเมืองเชียงใหม่เป็นสนม แต่นางสนมเกิดตั้งครรภ์ พระองค์ได้ละอายพระทัยด้วยเธอเป็นนางลาว พระองค์จึงได้พระราชทานแก่พระเพทราชา<ref name="sk" /> ดังความในพระราชพงศาวดารฯ ฉบับพระพนรัตน์ ความว่า<ref name="st">''พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุทธยา และพงศาวดารเหนือ''. เล่ม 2. กรุงเทพฯ:องค์การค้าของคุรุสภา, 2504. หน้า 91-94</ref>
 
<blockquote>"แล้วเมื่อพระองค์เสด็จพระราชดำเนินมาจากเมืองเชียงใหม่นั้น พระองค์เสด็จทรงสังวาสด้วยพระราชธิดาเจ้าเมืองเชียงใหม่ และนางนั้นก็ทรงครรภ์ขึ้นมา ทรงพระกรุณาละอายพระทัย จึงพระราชทานนางนั้นให้แก่พระเพทราชา แล้วดำรัสว่านางลาวนี้มีครรภ์ขึ้นมา เราจะเอาไปเลี้ยงไว้ในพระราชวังก็คิดละอายแก่พระสนมทั้งปวง และท่านจงรับเอาไปเลี้ยงไว้ ณ บ้านเถิด และพระเพทราชาก็รับพระราชทานเอานางนั้นไปเลี้ยงไว้ ณ บ้าน"</blockquote>
โดยเหตุผลของสมเด็จพระนารายณ์มหาราชได้ปรากฏในคำให้การชาวกรุงเก่าว่า พระองค์ทรงเกรงว่าพระราชโอรสองค์นี้จะคิดกบฏชิงราชสมบัติอย่างเมื่อคราว[[พระศรีศิลป์]] ส่วนคำให้การของขุนหลวงหาวัดว่า พระองค์ทรงต้องรักษาราชบัลลังก์ให้กับพระราชโอรสที่ประสูติแต่พระอัครมเหสีเท่านั้น<ref name="sk" />
 
พระราชพงศาวดาร ฉบับสมเด็จพระพนรัตน์ จดระบุว่าพระนามเดิมของพระองค์ว่าคือ ''มะเดื่อ''<ref name="st" /><ref>''พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุทธยา และพงศาวดารเหนือ''. เล่ม 2. กรุงเทพฯ:องค์การค้าของคุรุสภา, 2504. หน้า 183</ref> ส่วนในหนังสือปฐมวงศ์ของ [[ก.ศ.ร. กุหลาบ]] เรียกว่า ''ดอกเดื่อ''<ref>''ปฐมวงศ์ ฉบับของ ก.ศ.ร. กุหลาบ'', ในอภินิหารบรรพบุรุษและปฐมวงศ์. สุจิตต์ วงษ์เทศ บรรณาธิการ. กรุงเทพฯ:มิตชน, 2545, หน้า 68</ref> เนื่องจากประสูติใต้ต้นมะเดื่อในแขวงเมืองพิจิตร ขณะพระมารดาเสด็จติดตามออกพระเพทราชาโดยเสด็จสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 3 (สมเด็จพระนารายณ์) เสด็จขึ้นไปนมัสการ[[พระพุทธชินราช]]และ[[พระพุทธชินสีห์]]ที่[[อำเภอเมืองพิษณุโลก|เมืองพิษณุโลก]]
 
จดหมายเหตุเอนเยลเบิร์ต แกมป์เฟอร์ (Engelbert Kaempfer) นายแพทย์ชาวเยอรมันประจำคณะทูตของบริษัทอีสต์อินเดียของฮอลันดาที่เข้ามาเจริญพระราชไมตรีราชสำนักสยามในปี พ.ศ. 2233 ได้ให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับปีประสูติของออกหลวงสรศักดิ์ว่า เมื่อ พ.ศ. 2233 พระสรศักดิ์ (Peja Surusak) พระมหาอุปราชมีพระชนม์ 20 พรรษา<ref>เอนเยลเบิร์ต แกมป์เฟอร์ เขียน, อัมพร สายสุวรรณ แปล. ''ไทยในจดหมายเหตุแกมป์เฟอร์''. กรุงเทพฯ:กรมศิลปากร, 2545, หน้า 64</ref> แสดงว่าพระองค์ประสูติในปี พ.ศ. 2213<ref name="sk" />
 
== ครองราชย์ ==
ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช สมเด็จพระเจ้าเสือได้ถวายตัวเป็นมหาดเล็กรับราชการเป็นที่ โปรดปรานของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ต่อมาได้ตำแหน่งเป็นหลวงสรศักดิ์ สมัยสมเด็จพระเพทราชา หลวงสรศักดิ์ให้รับสถาปนาเป็นพระมหาอุปราช กรมพระราชวังบวรสถานมงคลซึ่งหวังจะได้ขึ้นครองราชสมบัติต่อจากสมเด็จพระเพทราชา แต่สมเด็จพระเพทราชากลับทรงโปรดปราน[[เจ้าพระขวัญ]] พระราชโอรสของพระองค์และ[[สมเด็จเจ้าฟ้าศรีสุวรรณ กรมหลวงโยธาทิพ]]แถมมีผู้คนมากมายต่างพากันนับถือ ทำให้กรมพระราชวังบวรฯเกิดความหวาดระแวงว่าราชสมบัติจะตกไปอยู่กับเจ้าพระขวัญ จึงลวงให้เจ้าพระขวัญมาสำเร็จโทษด้วยไม้ท่อนจันทร์ เมื่อสมเด็จพระเพทราชาซึ่งทรงประชวรทรงทราบทรงพระพิโรธกรมพระราชวังบวรฯ เป็นอันมากแลตรัสว่าจะไม่ยกราชสมบัติให้แก่กรมพระราชวังบวรฯ แล้วทรงพระกรุณาตรัสเวนราชสมบัติให้เจ้าพระพิไชยสุรินทร พระราชนัดดา หลังจากนั้นสมเด็จพระเพทราชาทรงสวรรคต เจ้าพระพิไชยสุรินทรทรงเกรงกลัวกรมพระราชวังบวรฯจึงไม่กล้ารับ และน้อมถวายราชสมบัติแด่กรมพระราชวังบวรฯ เมื่อกรมพระราชวังบวรฯได้ขึ้นครองราชสมบัติ พระนามว่า สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8ในปี
 
ราชาภิเษก พ.ศ. 2246 มีพระราชโอรส 2 พระองค์ คือ เจ้าฟ้าเพชร ([[สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ]]) และเจ้าฟ้าพร ([[สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ]]) มีพระสมัญญานามว่า “เสือ”<ref name="พิจิตร" /> ตั้งแต่สมัยที่ยังดำรงตำแหน่งเป็น หลวงสรศักดิ์ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชมาแล้ว<ref name="เสือ">[[จุลลดา ภักดีภูมินทร์]]. [http://www.sakulthai.com/DSakulcolumndetail.asp?stcolumnid=718&stissueid=2436&stcolcatid=2&stauthorid=13 พระบัณฑูรใหญ่ พระบัณฑูรน้อย]{{dead link|date=August 2018}}. '''สกุลไทย''' ฉบับที่ 2436 ปีที่ 47 ประจำวันอังคารที่ 26 มิถุนายน 2544</ref>
 
ทรงมีความเด็ดขาดในการมีรับสั่งให้ผู้ที่ปฏิบัติงานใดต้องสำเร็จผลเป็นอย่างดี หากบกพร่องพระองค์จะมีรับสั่งให้ลงโทษ ไม่เฉพาะข้าราชบริพารเท่านั้น แม้พระราชโอรสทั้งสองก็เช่นกัน อย่างเช่น ในการเสด็จไปคล้องช้างที่เมือง[[นครสวรรค์]] มีรับสั่งให้เจ้าฟ้าเพชรและเจ้าฟ้าพรตัดถนนข้ามบึงหูกวาง โดยถมบึงส่วนหนึ่งให้เสร็จภายในหนึ่งคืน พระราชโอรสดำเนินงานเสร็จตามกำหนด แต่เมื่อเสด็จพระราชดำเนิน ช้างทรงตกหลุม ทรงลงพระราชอาญาเจ้าฟ้าเพชร แต่ภายหลังก็ได้รับพระราชทานอภัยโทษ<ref name="เสือ" />
<blockquote>"ประการหนึ่ง ปราศจากพระเบญจางคิกศีล มักพอพระทัยทำอนาจารเสพสังวาสกับภรรยาขุนนาง แต่นั้นมาพระนามปรากฏเรียกว่า พระเจ้าเสือ"</blockquote>
 
ขณะที่[[พระราชพงศาวดารกรุงสยามฉบับ จากต้นฉบับของบริติชมิวเซียม]]บันทึกไว้ทำนองเดียวกันว่า
 
<blockquote>"ครั้งนั้น สมเด็จพระเจ้าแผ่นดินมีพระราชหฤทัยกักขฬะ หยาบช้า ทารุณ ร้ายกาจ ปราศจากกุศลสุจริต ทรงพระประพฤติผิดพระราชประเพณี มิได้มีหิริโอตัปปะ และพระทัยหนาไปด้วยอกุศลลามก มีวิตกในโทสโมหมูลเจือไปในพระสันดานเป็นนิรันดร์มิได้ขาด แลพระองค์เสวยน้ำจัณฑ์ขาวอยู่เป็นนิจ แล้วมักยินดีในการอันสังวาสด้วยนางกุมารีอันยังมิได้มีระดู ถ้าและนางใดอุตส่าห์อดทนได้ ก็พระราชทานรางวัลเงินทองผ้าแพรพรรณต่าง ๆ แก่นางนั้นเป็นอันมาก ถ้านางใดอดทนมิได้ไซร้ ทรงพระพิโรธ และทรงประหารลงที่ประฉิมุราประเทศให้ถึงแก่ความตาย แล้วให้เอาโลงเข้ามาใส่ศพนางนั้นออกไปทางประตูพระราชวังข้างท้ายสนมนั้นเนือง ๆ และประตูนั้นก็เรียกว่า ประตูผีออก มีมาตราบเท่าทุกวันนี้</blockquote>
 
== สวรรคต ==
สมเด็จพระเจ้าเสือ เสด็จอยู่ในตำแหน่งที่พระมหาอุปราช [[กรมพระราชวังบวรสถานมงคล]]ตั้งแต่ ปี [[พ.ศ. 2231]] – 2246 เป็นเวลา 15 ปี เสด็จอยู่ในพระราชสมบัติ พ.ศ. 2246 – 2251 เป็นเวลา 5 ปี สวรรคตเมื่อปี พ.ศ. 2251 พระชนมายุ 47 พรรษา
 
== พงศาวลี ==
; บรรณานุกรม
{{เริ่มอ้างอิง}}
* {{อ้างหนังสือ | ผู้แต่ง = พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว | ชื่อหนังสือ = ทรงวิจารณ์เรื่องพระราชพงศาวดารกับเรื่องประเพณีการตั้งพระมหาอุปราช | URL = http://dl.kids-d.org/bitstream/handle/123456789/HASH016b431e6ebbbb04ca4926cf/doc.pdf?sequence=1| พิมพ์ที่ = โรงพิมพ์พระจันทร์ | จังหวัด = พระนคร | ปี = 2479 | จำนวนหน้า = 95}}
* {{อ้างหนังสือ| ผู้แต่ง = | ชื่อหนังสือ = พระราชพงศาวดาร ฉบับสมเด็จพระพนรัตน์ วัดพระเชตุพน ตรวจสอบชำระจากเอกสารตัวเขียน | จังหวัด = กรุงเทพฯ| พิมพ์ที่ = [[อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง]]| ปี = 2558| ISBN = 978-616-92351-0-1| จำนวนหน้า = 558| หน้า = }} [จัดพิมพ์โดยเสด็จพระราชกุศลในการพระราชทานเพลิงศพพระธรรมปัญญาบดี (ถาวร ติสฺสานุกโร ป.ธ.๔)]
* {{อ้างหนังสือ| ผู้แต่ง = | ชื่อหนังสือ = พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) และเอกสารอื่น| จังหวัด = นนทบุรี| พิมพ์ที่ = ศรีปัญญา| ปี = 2553| ISBN = 978-616-7146-08-9| จำนวนหน้า = 800}}
 
{{อายุขัย|2205|2252}}
[[หมวดหมู่:พระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยาในราชวงศ์บ้านพลูหลวง|สรรเพชญ์ที่ 8]]
[[หมวดหมู่:กรมพระราชวังบวรสถานมงคล]]
[[หมวดหมู่:ราชวงศ์บ้านพลูหลวง]]
[[หมวดหมู่:นักมวยไทยชาวไทยยุคคาดเชือก]]
[[หมวดหมู่:ผู้ฝึกสอนมวยไทย]]

รายการนำทางไซต์