กองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

กองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ ตั้งอยู่ที่ค่ายพรหมโยธี อ. เมือง จ. ปราจีนบุรี ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาต ให้เป็นหน่วยทหารรักษาพระองค์ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ มีสถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมท่องเที่ยวที่สำคัญ คือสนามกอล์ฟ กิจกรรมทางทหารต่าง ๆ ชมรมขี่ม้า ชมรมยิงปืน ศูนย์กีฬาพิพิธภัณฑ์และอนุสาวรีย์ทหารหาญ พุทธสถานและอุทยานธรรม [1]

ส่วนทหารภายใต้บังคับบัญชา[แก้]

  • กรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์
    • กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์
    • กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์
    • กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์
  • กรมทหารราบที่ 12 รักษาพระองค์
    • กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 12 รักษาพระองค์
    • กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 12 รักษาพระองค์
    • กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 12 รักษาพระองค์
  • กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ทหารเสือราชินี)
    • กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์
    • กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์
    • กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์
  • กองพันทหารม้าที่ 2
  • กองพันทหารม้าที่ 30 กองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (แปรสภาพมาจาก กองร้อยลาดตระเวนที่ 2 กองพลทหารราบที่ 2)
  • กรมทหารปืนใหญ่ที่ 2 รักษาพระองค์

ในทางการเมือง[แก้]

ในทางการเมืองหมายถึง เครือข่ายนายทหารที่มีเส้นทางเติบโตมาจากกองพลนี้ มีชื่อเรียกขานว่า "นักรบบูรพา" หรือ "บูรพาพยัคฆ์"

ปัจจุบันนายทหารที่มีเส้นทางเติบโตจาก "บูรพาพยัคฆ์" ได้แก่ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีตผู้บัญชาการทหารบก, พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก และพลโท คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1

นายทหารกลุ่มนี้เป็นกำลังสำคัญในรัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2549 และเป็นขุมกำลังหลักในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ รวมทั้งยังถือเป็นขั้วอำนาจสำคัญทางฝ่ายทหารที่มีอิทธิพลต่อรัฐบาลสมัคร, รัฐบาลสมชาย และรัฐบาลอภิสิทธิ์

บางกอกพันดิท (Bangkok Pundit) เขียนในเอเชียคอร์เรสปอนเดนท์ว่า นับแต่ปี 2549 พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ รัฐบุรุษ เสียอำนาจและความมีอิทธิพลในการเมืองไทย เมื่อพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชาและบูรพาพยัคฆ์มีเส้นสายของตัวและสามารถเลี่ยงพลเอกเปรมได้แล้ว Marwaan Macan-Markar เขียนว่า "ต่างกับสนธิ ประยุทธ์ยังไม่เป็นหนี้บุญคุณเครือข่ายอิทธิพลซึ่งเป็นผู้รักษาประตูสู่พระมหากษัตริย์แต่เดิม อันเป็นที่สถิตของอำนาจสูงสุดในราชอาณาจักร" และ "บูรพาพยัคฆ์คืนชีพโดยทำลายสายการบังคับบัญชาเดิมซึ่งเป็นหนี้บุญคุณต่อพลเอกเปรม เขามีสามัคคีจิตของเขาเอง"[2]

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. ค่ายพรหมโยธี
  2. Marwaan Macan-Markar, “On top at last, in civilian clothes” in The Edge Review, edition of August 22-28. อ้างใน Bangkok Pundit. In post-coup Thailand, what is happening with Prem?. Asian Correspondent. (Sep 09, 2014). สืบค้น 11-9-2014.