ทรงกิตติ จักกาบาตร์
| ทรงกิตติ จักกาบาตร์ | |
|---|---|
| ผู้บัญชาการทหารสูงสุด | |
| ดำรงตำแหน่ง 1 ตุลาคม พ.ศ. 2551 – 30 กันยายน พ.ศ. 2554 |
|
| สมัยก่อนหน้า | พลเอก บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ |
| สมัยถัดไป | พลเอก ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร |
| แม่ทัพภาคที่ 4 | |
| ดำรงตำแหน่ง 1 เมษายน พ.ศ. 2546 – 30 กันยายน พ.ศ. 2546 |
|
| สมัยก่อนหน้า | พลโท วิชัย บัวรอด |
| สมัยถัดไป | พลโท พงษ์ศักดิ์ เอกบรรณสิงห์ |
| เสนาธิการทหารบก | |
| สมัยก่อนหน้า | พลเอก มนตรี สังขทรัพย์ |
| สมัยถัดไป | พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา |
| ข้อมูลส่วนบุคคล | |
| เกิด | 22 ธันวาคม พ.ศ. 2493 (62 ปี) |
| คู่สมรส | ภรณีย์ จักกาบาตร์ |
| การเข้าเป็นทหาร | |
| สังกัด | กองทัพบกไทย (ถึงปีพ.ศ. 2548) กองบัญชาการกองทัพไทย |
| ปีปฏิบัติงาน | พ.ศ. 2515 - พ.ศ. 2554 |
| ยศ | |
| บังคับบัญชา | ผู้บัญชาการทหารสูงสุด |
พลเอก พลเรือเอก พลอากาศเอก ทรงกิตติ จักกาบาตร์[1] (22 ธันวาคม พ.ศ. 2493 — ) อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด[2] เคยดำรงตำแหน่งเป็นเสนาธิการทหารบกและแม่ทัพภาคที่ 4
เนื้อหา |
[แก้] การศึกษา
- โรงเรียนพิพัฒนา จ.กรุงเทพฯ
- โรงเรียนอำนวยศิลป์ พระนคร
- โรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 10
- โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 21
- นายทหารฝ่ายอำนวยการสายการข่าว ชั้นที่ 1 รุ่นที่ 1 โรงเรียนข่าวทหารบก พ.ศ. 2515
- หลักสูตรชั้นนายร้อย เหล่าทหารม้า รุ่นที่ 18 พ.ศ. 2518
- หลักสูตร ชั้นนายพัน เหล่าทหารม้า รุ่นที่ 24 พ.ศ. 2524
- โรงเรียนเสนาธิการทหารบก (หลักสูตรหลักประจำ ชุดที่ 62 ) พ.ศ. 2527
- หลักสูตรเตรียมการสำหรับผู้บังคับหน่วยทหาร รุ่นที่ 3 สถาบันวิชาการทหารบกชั้นสูง พ.ศ. 2528
- โรงเรียนเสนาธิการทหารบกอังกฤษ แคมป์เบอร์ลี่ ประเทศอังกฤษ พ.ศ. 2529
- หลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักรภาครัฐร่วมเอกชน รุ่นที่ 16 วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ ต.ค.พ.ศ. 2546 – ก.ย.พ.ศ. 2547
[แก้] การรับราชการ
- ผู้บังคับหมวดลาดตระเวน กองพันทหารม้าที่ 3 รักษาพระองค์ พ.ศ. 2515
- ผู้ช่วยนายทหารส่งกำลังบำรุง กองพันทหารม้าที่ 3 รักษาพระองค์ พ.ศ. 2518
- รองผู้บังคับกองร้อยลาดตระเวน กองพันทหารม้าที่ 3 รักษาพระองค์ พ.ศ. 2520
- ผู้บังคับกองร้อยลาดตระเวน กองพันทหารม้าที่ 3 รักษาพระองค์ พ.ศ. 2522
- ผู้บังคับกองร้อยต่อสู้รถถังที่ 10 พ.ศ. 2524
- รองผู้บังคับกองพันทหารม้าที่ 19 พ.ศ. 2524
- ประจำโรงเรียนเสนาธิการทหารบก พ.ศ. 2526
- รองผู้บังคับกองพันทหารม้าที่ 25 พ.ศ. 2527
- อาจารย์โรงเรียนเสนาธิการทหารบก พ.ศ. 2529
- รองผู้บังคับการกรมทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ พ.ศ. 2533
- รองเสนาธิการกองพลทหารม้าที่ 2 พ.ศ. 2533
- ผู้ช่วยทูตทหารบกไทย/จาการ์ตา และรักษาราชการผู้ช่วยทูตทหาร ไทย/จาการ์ตา พ.ศ. 2535
- ผู้อำนวยการกองข่าว สำนักงานสารนิเทศ กองบัญชาการทหารสูงสุด พ.ศ. 2538
- ผู้อำนวยการกองสารนิเทศ กรมกิจการพลเรือนทหาร กองบัญชาการทหารสูงสุด พ.ศ. 2540
- ผู้อำนวยการสำนักวิเทศสัมพันธ์ กรมข่าวทหาร กองบัญชาการทหารสูงสุด พ.ศ. 2541
- รองเจ้ากรมข่าวทหาร กองบัญชาการทหารสูงสุด พ.ศ. 2543
- รองแม่ทัพภาคที่ 4 พ.ศ. 2544
- แม่ทัพภาคที่ 4 พ.ศ. 2546
- ผบ.รร.จปร. พ.ศ. 2546
- ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพบก พ.ศ. 2547
- ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก พ.ศ. 2548
- รองเสนาธิการทหาร พ.ศ. 2548
- เสนาธิการทหาร พ.ศ. 2549
- ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พ.ศ. 2551
[แก้] บทบาท
พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ นับได้ว่าเป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 10 (ตท.10) เช่นเดียวกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ปัจจุบันได้มีตำแหน่งเป็นประธานนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 10 ได้รับการสนับสนุนให้ย้ายจากกองบัญชาการทหารสูงสุดไปยังกองทัพบก ในตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4 แต่หลังการรัฐประหาร 19 กันยายน พ.ศ. 2549 พล.อ.ทรงกิตติ ก็ได้ย้ายกลับไปที่กองบัญชาการทหารสูงสุดอีดครั้ง และได้รับการสนับสนุนให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดในที่สุด [3]
ในเหตุการณ์สงกรานต์เลือด พล.อ.ทรงกิตติ ได้รับการแต่งตั้งจาก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีให้เป็นผู้อำนวยการกองอำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (กอฉ.) ที่ตั้งขึ้นมาเฉพาะกิจเพื่อแก้ไขเหตุการณ์นี้โดยเฉพาะ ในฐานะผู้บัญชาการทหารสูงสุด ซึ่งเหตุการณ์ก็จบลงได้อย่างสวยงาม โดยไม่มีผู้เสียชีวิต[4]
พล.อ.ทรงกิตติ มีชื่อเล่นว่า "ตุ้ย" จึงมีชื่อที่สื่อมวลชนนิยมเรียกว่า "บิ๊กตุ้ย" และนับได้ว่าเป็นนายทหารคนหนึ่งที่ใกล้ชิดกับ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและอดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่เป็นทหารม้าที่เคยเป็นผู้ใต้บังคับบัญชามาก่อน
ชีวิตส่วนตัว สมรสกับนางภรณี จักกาบาตร์ มีบุตรธิดาสามคนคือ นางสาวกฤตินี จักกาบาตร์ นางสาวรวิตา จักกาบาตร์ และนายกิตติภูมิ จักกาบาตร์
[แก้] รางวัล
[แก้] เครื่องอิสริยาภรณ์
[แก้] ประเทศไทย
พ.ศ. 2550 - เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้น มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (ม.ป.ช.) [6]
- เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นมหาวชิรมงกุฏ (ม.ว.ม.)
- เหรียญพิทักษ์เสรีชน ชั้นที่ 2 ประเภทที่ 2
- เหรียญราชการชายแดน
[แก้] ต่างประเทศ
Member of the Order of Australia จากเครือรัฐออสเตรเลีย [7]
เครื่องอิสริยาภรณ์บินตัง ยูดาร์ นามาร์ นารายา จากสาธารณรัฐอินโดนีเซีย[7]
[แก้] อ้างอิง
- ^ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องพระราชทานยศทหารและแต่งตั้งนายทหารพิเศษ
- ^ แนวหน้า, โปรดเกล้าฯโยกย้ายทหาร 556 ตำแหน่ง "ทรงกิตติ จักกาบาตร์"นั่งผบ.สส., 31 สิงหาคม 2551
- ^ หนังสือ ลับลวงพราง ปฏิวัติปราสาททราย โดย วาสนา นาน่วม : สำนักพิมพ์มติชน ISBN 9789740203384
- ^ ผอ.กอฉ.ยัน จนท.จะไม่ใช้อาวุธผลักดันผู้ชุมนุม
- ^ ทำเนียบศิษย์เก่ารางวัลเกียรติยศจักรดาว
- ^ ราชกิจานุเบกษา ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี 2550 เล่ม 124 ตอนที่ 18ข วันที่ 5 ธันวาคม 2550
- ^ 7.0 7.1 ราชกิจจานุเบกษา ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาติให้ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ และเครื่องอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ เล่ม 118 ตอนที่ 6ข วันที่ 10 เมษายน 2544
- ^ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องพระราชทานยศทหารและแต่งตั้งนายทหารพิเศษ
- ^ แนวหน้า, โปรดเกล้าฯโยกย้ายทหาร 556 ตำแหน่ง "ทรงกิตติ จักกาบาตร์"นั่งผบ.สส., 31 สิงหาคม 2551
- ^ หนังสือ ลับลวงพราง ปฏิวัติปราสาททราย โดย วาสนา นาน่วม : สำนักพิมพ์มติชน ISBN 9789740203384
- ^ ผอ.กอฉ.ยัน จนท.จะไม่ใช้อาวุธผลักดันผู้ชุมนุม
- ^ ทำเนียบศิษย์เก่ารางวัลเกียรติยศจักรดาว
- ^ ราชกิจานุเบกษา ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี 2550 เล่ม 124 ตอนที่ 18ข วันที่ 5 ธันวาคม 2550
- ^ 7.0 7.1 ราชกิจจานุเบกษา ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาติให้ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ และเครื่องอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ เล่ม 118 ตอนที่ 6ข วันที่ 10 เมษายน 2544
| สมัยก่อนหน้า | ทรงกิตติ จักกาบาตร์ | สมัยถัดไป | ||
|---|---|---|---|---|
| พลเอก บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ | ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (1 ตุลาคม พ.ศ. 2551 - 30 กันยายน พ.ศ. 2554) |
พลเอก ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร |
|
||||||||||||||||