พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
| พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ | ||||||||||||||||||||||||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
|
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ |
||||||||||||||||||||||||||||||
|
||||||||||||||||||||||||||||||
พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ (19 ธันวาคม พ.ศ. 2423 — 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2466) ทรงเป็นต้นราชสกุล "อาภากร" เป็นพระราชโอรสองค์ที่ 28 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และองค์ที่ 1 ในเจ้าจอมมารดาโหมด พระองค์ทรงได้รับสมัญญานามว่า "องค์บิดาของทหารเรือไทย"
พระองค์ทรงเป็นผู้วางรากฐานการบริหารงานของกองทัพเรือ ทรงได้รับการเชิดชูในหมู่ทหารเรือเรียกขานพระองค์ว่า "เสด็จเตี่ย" หรือ "หมอพร" และ "พระบิดาแห่งกองทัพเรือไทย" ต่อมาในปี 2536 มีประกาศกองทัพเรือขนานพระนามพระองค์ว่า "พระบิดาของกองทัพเรือไทย" [1] และในปี 2544 แก้ไขเป็น "องค์บิดาของทหารเรือไทย" [2]
ภายหลังจากการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ ได้มีการจัดสร้างศาลและอนุเสาวรีย์พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ รวมทั้งสิ้น 217 แห่งทั่วประเทศไทย[3] เช่น โรงพยาบาลชุมพร อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร[4] หรือที่ โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี[5] เป็นต้น
เนื้อหา |
พระประวัติ [แก้]
พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ เป็นพระราชโอรสองค์ที่ 28 ใน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาโหมด ธิดาเจ้าพระยาสุรวงศ์ไวยวัฒน์ (วร บุนนาค) ผู้บัญชาการทหารเรือวังหลวง ประสูติเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2423 มีพระกนิษฐา และพระอนุชา ร่วมพระมารดา 2 พระองค์ คือ พระองค์เจ้าหญิงอรองค์อรรคยุพา (สิ้นพระชนม์เมื่อทรงพระเยาว์) และพระองค์เจ้าสุริยงประยุรพันธ์
ทรงเข้าเป็นนักเรียนในโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ เมื่อมีพระชนมายุได้ 13 พรรษา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เสด็จไปทรงศึกษาต่อ ณ ประเทศอังกฤษพร้อมกับ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งขณะนั้น ทรงดำรงพระอิสริยศักดิ์เป็น สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ ในปี พ.ศ. 2436 ทรงเข้าศึกษาต่อในโรงเรียนนายเรืออังกฤษ ในปี พ.ศ. 2439 ต่อจากนั้นทรงศึกษาต่อ ในมหาวิทยาลัยทหารเรือ โรงเรียนปืนใหญ่ และโรงเรียนตอร์ปิโด จนได้เลื่อนยศเป็นเรือเอก รวมเวลาที่ทรงศึกษาอยู่ในราชนาวีอังกฤษ 6 ปีเศษ
เสด็จกลับประเทศไทย ในวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2443 จึงได้รับพระราชทานยศเป็น นายเรือโท (ปัจจุบันเทียบเท่า นาวาตรี) ทรงได้รับการเฉลิมพระอิสริยยศเป็นพระองค์เจ้าต่างกรมที่ "กรมหมื่นชุมพรเขตร์อุดมศักดิ์"[6] ดำรงตำแหน่ง รองผู้บัญชาการกรมทหารเรือ และทรงดำรงตำแหน่ง เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือ ใน พ.ศ. 2449 พระองค์ได้ทรงแก้ไขปรับปรุงระเบียบการในโรงเรียนนายเรือ ทรงเป็นครูสอนนักเรียนนายเรือ ทรงจัดเพิ่มเติมวิชาสำคัญสำหรับชาวเรือ เพื่อให้เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้ว สามารถเดินเรือทางไกลในทะเลน้ำลึกได้ คือวิชาดาราศาสตร์ ตรีโกณมิติ พีชคณิต อุทกศาสตร์ การเดินเรือเรขาคณิต
ทรงเป็นเรี่ยวแรงสำคัญที่ทำให้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเห็นความสำคัญและโปรดเกล้าฯ พระราชทาน พระราชวังเดิม ให้เป็นที่ตั้งของโรงเรียนนายเรือ เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2449 ทำให้กิจการทหารเรือมีรากฐานมั่นคง และกองทัพเรือจึงยึดถือวันดังกล่าวของทุกปีเป็น "วันกองทัพเรือ"
พ.ศ. 2454 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดให้พระองค์ออกจากราชการอยู่ชั่วระยะหนึ่ง ได้ทรงศึกษาวิชาแพทย์แผนโบราณ จากตำราไทย ทรงเขียนตำราสมุดข่อยด้วยฝีพระหัตถ์ของพระองค์เอง และรับรักษาโรคให้ประชาชนทั่วไปโดยไม่คิดมูลค่า ทรงเรียกพระองค์เองว่า "หมอพร"[7]
พ.ศ. 2460 ประเทศไทยได้เข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง และกองทัพเรือยังขาดผู้มีความรู้ความสามารถ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กรมหมื่นชุมพรเขตร์อุดมศักดิ์ เสด็จกลับเข้ารับราชการในตำแหน่ง เจ้ากรมจเรทหารเรือ และดำรงตำแหน่ง เสนาธิการทหารเรือในปี พ.ศ. 2461
พ.ศ. 2462 ทรงได้รับแต่งตั้งให้เป็นข้าหลวงพิเศษออกไปจัดหาซื้อเรือในภาคพื้นยุโรป เรือที่จะจัดซื้อนี้ได้รับพระราชทานนามว่า "เรือหลวงพระร่วง" ทรงเป็นผู้บังคับการเรือ นำเรือหลวงพระร่วงเดินเรือข้ามทวีปจากประเทศอังกฤษ เข้ามายังกรุงเทพมหานคร ด้วยพระองค์เอง
พ.ศ. 2463 มีพระบรมราชโองการให้เลื่อนพระเจ้าพี่ยาเธอ กรมหมื่นชุมพรเขตร์อุดมศักดิ์ ขึ้นเป็นกรมหลวงมีพระนามตามจารึกในพระสุพรรณบัฏว่า พระเจ้าพี่ยาเธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ สิงหนาม ทรงศักดินา ๑๕๐๐๐ ฯลฯ (คำ "เขตร์" ในพระนามเปลี่ยนเป็น "เขต" ด้วย)[8][9]
ทรงเป็นนักยุทธศาสตร์ที่เล็งเห็นการไกล พระองค์ได้ทูลเกล้าฯ ขอพระราชทานที่ดินบริเวณอำเภอสัตหีบ สร้างเป็นฐานทัพเรือ เมื่อ พ.ศ. 2465 เนื่องจากทรงเห็นว่า อ่าวสัตหีบเป็นอ่าวที่มีขนาดใหญ่ น้ำลึกเหมาะแก่การฝึกซ้อมยิงตอร์ปิโด มีเกาะน้อยใหญ่รายล้อม สามารถบังคับคลื่นลมได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้เมื่อเรือภายนอกแล่นผ่านบริเวณนี้จะไม่สามารถมองเห็นฐานทัพได้เลย
พ.ศ. 2466 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เสด็จในกรมฯ ทรงดำรงตำแหน่ง เสนาบดีกระทรวงทหารเรือ ต่อจากสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ทรงดำรงตำแหน่งได้ไม่นานก็ได้กราบบังคมลาออกจากราชการ เพื่อพักผ่อนรักษาพระองค์ที่จังหวัดชุมพร ทรงถูกฝนประชวรเป็นพระโรคหวัดใหญ่ สิ้นพระชนม์ที่ ตำบลทรายรี ในวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2466 สิริพระชนมายุได้ 43 พรรษา[10]
กองทัพเรือไทยถือเอาวันที่ 19 พฤษภาคมของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ของพระองค์ เป็น "วันอาภากร"
การกีฬา [แก้]
กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ทรงเป็นผู้มีความสามารถด้านมวยไทย และในสมัยรัชกาลที่ 6 ทรงเป็นผู้ฝึกสอนให้กับนักมวยต่างจังหวัด ทั้ง นายทับ จำเกาะ, นายยัง หาญทะเล, นายตู้ ไทยประเสริฐ และนายพูน ศักดา ซึ่งเป็นนักมวยที่มีฝีมือชาวโคราช[11]
งานศิลปะ [แก้]
กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ยังมีความสามารถในด้านศิลปะ โดยพระองค์ได้ทรงเขียนภาพพุทธประวัติไว้ที่ผนังโบสถ์ของวัดปากคลองมะขามเฒ่า อำเภอวัดสิงห์ จังหวัดชัยนาท อันเป็นภาพเหตุการณ์ที่พระพุทธเจ้าพบปัญจวัคคีย์ ซึ่งเป็นผลงานที่ยังคงปรากฏสืบมาจนถึงปัจจุบัน และได้รับการกล่าวขานว่าเป็นผลงานที่มีความละเอียดอ่อนลึกซึ้ง[12]
งานพระนิพนธ์ [แก้]
- เพลงดอกประดู่ (เพลงสัญลักษณ์ของกองทัพเรือไทย)
- เพลงเดินหน้า (เดิมแบ่งเป็น 2 เพลง ชื่อ "เกิดมาทั้งทีมันก็ดีอยู่แต่เมื่อเป็น" และ "เกิดมาทั้งทีมันก็มีอยู่แต่ทุกข์ภัย") สันนิษฐานว่าทรงพระนิพนธ์ขึ้นในช่วงที่ทรงออกจากราชการในสมัยต้นรัชกาลที่ 6
- เพลงดาบของชาติ ทรงพระนิพนธ์ไว้เป็นโคลงสี่สุภาพ
- เพลงสรรเสริญพระบารมี สำนวนขับร้องของทหารเรือ (ขึ้นต้นว่า "ข้าวรพุทธเจ้า เหล่ายุทธพลนาวา...")
- พระคัมภีร์ อติสาระวรรค โบราณะกรรม และปัจจุบันนะกรรม เป็นสมุดข่อยตำราแพทย์ไทยแผนโบราณที่ทรงเขียนด้วยพระองค์เองเมื่อ พ.ศ. 2458
ชีวิตส่วนพระองค์ [แก้]
ทางด้านชีวิตส่วนพระองค์ อภิเษกสมรสกับ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าทิพยสัมพันธ์ มีพระโอรสสามพระองค์ คือ หม่อมเจ้าเกียรติ อาภากร พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา หม่อมเจ้ารังษิยากร อาภากร แต่ในภายหลัง พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าทิพยสัมพันธ์ ทรงน้อยพระทัยพระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ และปลงชีพพระองค์เองด้วยยาพิษ[13]
พระโอรสพระธิดา [แก้]
ทรงอภิเษกสมรสกับ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าทิพยสัมพันธ์ พระธิดาใน สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2443 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ กรุณาพระราชทานน้ำสังข์ในพิธีอภิเษกสมรส ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง มีพระโอรส 3 พระองค์ ต่อมาพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าทิพยสัมพันธ์ ทรงน้อยพระทัยพระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ และปลงชีพพระองค์เอง เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2451 เวลา 10.50 น.
พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ มีพระโอรสและพระธิดา ดังนี้: [14][15]
พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าทิพยสัมพันธ์
- หม่อมเจ้าเกียรติ อาภากร ประสูติและถึงชีพิตักษัยในวันเดียวกัน ประมาณปี พ.ศ. 2446
- พลโท พลเรือโท พลอากาศโท พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา (24 กรกฎาคม พ.ศ. 2447 - 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2489) เสกสมรสกับ กอบแก้ว วิเศษกุล (หม่อมกอบแก้ว อาภากร ณ อยุธยา)
- พลอากาศโท หม่อมเจ้ารังษิยากร อาภากร (11 สิงหาคม พ.ศ. 2449 - 30 ธันวาคม พ.ศ. 2508) ทรงเสกสมรสกับ หม่อมราชวงศ์หญิงไพเราะ กฤดากร
- หม่อมราชวงศ์หญิงทิพไพเราะ อาภากร สมรสกับ สุคนธ์ ศรโชติ
- อรทิพย์ ศรโชติ สมรสกับ กฤษณ์ วสีนนท์
- นีติบุตร วสีนนท์
- รวคนธ์ ศรโชติ
- ภัทเรก ศรโชติ
- อรทิพย์ ศรโชติ สมรสกับ กฤษณ์ วสีนนท์
- หม่อมราชวงศ์หญิงดารณี อาภากร สมรสกับ วิบูลย์ วัฒนายากร
- สลีลา วัฒนายากร
- สิทธิ วัฒนายากร
- หม่อมราชวงศ์หญิงทิพไพเราะ อาภากร สมรสกับ สุคนธ์ ศรโชติ
หม่อมกิม ธิดานายตั๊น ซุ่นเพียว
- หม่อมเจ้าหญิงจารุพัตรา อาภากร (29 พฤษภาคม พ.ศ. 2447 - 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2516) ทรงลาออกจากฐานันดรศักดิ์เพื่อเสกสมรสกับ หลวงศุภชลาศัย
- อาภา ศุภชลาศัย สมรสกับ หม่อมราชวงศ์สุทธิสวาสดิ์ กฤดากร
- หม่อมหลวงหญิงลักษสุภา กฤดากร สมรสกับ เข็มชัย รสานนท์ และ กอบศักดิ์ ชุติกุล
- อาภาสิริ ชุติกุล
- ถิร ชุติกุล
- หม่อมหลวงหญิงลักษสุภา กฤดากร สมรสกับ เข็มชัย รสานนท์ และ กอบศักดิ์ ชุติกุล
- ภากร ศุภชลาศัย สมรสกับ อัจฉรา เสนีวงศ์ ณ อยุธยา
- ดรุษา ศุภชลาศัย
- จารุพันธุ์ ศุภชลาศัย สมรสกับ ดุษณี วสุธาร
- จาตุรนต์ วสุธาร
- พลวิตร วสุธาร
- ภูวดล วสุธาร
- พรศุภศรี ศุภชลาศัย สมรสกับ ศรีศักดิ์ จามรมาน
- ศุภศรี จามรมาน
- ศรีพร จามรมาน
- พัตราพร ศุภชลาศัย สมรสกับ ธนชัย จารุศร
- วรพัตร จารุศร
- วรา จารุศร
- ไปรยดา จารุศร
- อาภา ศุภชลาศัย สมรสกับ หม่อมราชวงศ์สุทธิสวาสดิ์ กฤดากร
- หม่อมเจ้าหญิงเริงจิตรแจรง อาภากร (7 มิถุนายน พ.ศ. 2448 - 19 สิงหาคม พ.ศ. 2536) ทรงเสกสมรสกับหม่อมเจ้าไขแสงรพี รพีพัฒน์ ต่อมาทรงลาออกจากฐานันดรศักดิ์เพื่อเสกสมรสกับ พระจักรานุกรกิจ (วงศ์ สุจริตกุล)
- หม่อมราชวงศ์หญิงเติมแสงไข รพีพัฒน์ สมรสกับ ปรีดา กรรณสูต
- รุจน์ กรรณสูต
- จรัลธาดา กรรณสูต
- แสงสูรย์ กรรณสูต
- ดาลัด กรรณสูต
- หม่อมราชวงศ์หญิงเติมแสงไข รพีพัฒน์ สมรสกับ ปรีดา กรรณสูต
- หม่อมเจ้าหญิงสุคนธ์จรุง อาภากร (3 ธันวาคม พ.ศ. 2449 - 2 มีนาคม พ.ศ. 2451)
หม่อมแฉล้ม ธิดานายเต็กสิน
- หม่อมเจ้าหญิงศิริมาบังอร อาภากร (6 มิถุนายน พ.ศ. 2447 - 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2518) ทรงลาออกจากฐานันดรศักดิ์เพื่อสมรสกับ สถาพร เหรียญสุวรรณ
- พันเอก หม่อมเจ้าชายดำแคงฤทธิ์ อาภากร (24 ตุลาคม พ.ศ. 2448 - 9 กันยายน พ.ศ. 2505) เสกสมรสกับ หม่อมอรุณ สารสิน
- หม่อมราชวงศ์สิทธิ อาภากร สมรสกับ คมขำ วุฒิยากร
- หม่อมหลวงวัลวรา อาภากร
- หม่อมหลวงภาสกร อาภากร
- หม่อมหลวงหญิงจิราภา อาภากร
- หม่อมราชวงศ์อิทธินันท์ อาภากร สมรสกับ สุภาวดี แพ่งสภา
- หม่อมหลวงจักราภา อาภากร
- หม่อมหลวงปรมาภา อาภากร
- หม่อมหลวงพลภา อาภากร
- หม่อมหลวงจิรากร อาภากร
- หม่อมราชวงศ์อภิเดช อาภากร สมรสกับ กอบกุล รัตนสุวรรณ
- หม่อมหลวงพงศ์อาภา อาภากร
- หม่อมหลวงหญิงพิมพ์อาภา อาภากร
- หม่อมราชวงศ์สิทธิ อาภากร สมรสกับ คมขำ วุฒิยากร
หม่อมเมี้ยน ธิดาหลวงพรหมภักดี เป็นพี่สาวของหม่อมแจ่ม
- เรือเอก หม่อมเจ้าชายสมรบำเทอง อาภากร (19 พฤษภาคม พ.ศ. 2448 - 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2473)
หม่อมช้อย วิจิตรานุช ธิดาหลวงอำนาจณรงค์ราญ (ปุย วิจิตรานุช)
- พลเรือเอก หม่อมเจ้าครรชิตพล อาภากร (22 พฤษภาคม พ.ศ. 2449 - 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2509) เสกสมรสกับ หม่อมเจ้าหญิงดวงทิพย์โชติแจ้งหล้า รพีพัฒน์
- หม่อมราชวงศ์ชาย
- หม่อมราชวงศ์หญิงทิพภากร อาภากร สมรสกับ หม่อมราชวงศ์วิบูลย์เกียรติ วรวรรณ
- หม่อมหลวงเกียรติกร วรวรรณ
- หม่อมหลวงหญิงสุทธิ์ธรทิพย์ วรวรรณ
- หม่อมราชวงศ์ชาย
- หม่อมราชวงศ์ชาย
- หม่อมราชวงศ์พรระพี อาภากร สมรสกับ อุมาพร ศุภสมุทร
- หม่อมหลวงพงศ์ระพีพร อาภากร
หม่อมแจ่ม ธิดาหลวงพรหมภักดี เป็นน้องสาวของหม่อมเมี้ยน
- หม่อมเจ้ารุจยากร อาภากร (19 เมษายน พ.ศ. 2459 - 30 ตุลาคม พ.ศ. 2549) เสกสมรสกับ ปอง สุขุม, มานิดา โมขดารา และ จิริณี พหิธานุกร
- หม่อมราชวงศ์รุจยา อาภากร สมรสกับ น้ำเพ็ชร พานิชพันธ์
- หม่อมราชวงศ์หญิงจริยากร อาภากร สมรสกับ พยุงศักดิ์ เสสะเวช
- สุรศักดิ์ เสสะเวช
- พงศธร เสสะเวช
- หม่อมราชวงศ์รุจยาภา อาภากร
- หม่อมราชวงศ์รุจยารักษ์ อาภากร
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ [แก้]
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ในประเทศ [แก้]
พระองค์ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดของตระกูลต่าง ๆ ดังต่อไปนี้[10]
เครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์
เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นโบราณมงคลนพรัตนราชวราภรณ์
เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ชั้นปฐมจุลจอมเกล้าวิเศษ
เครื่องราชอิสริยาภรณ์รัตนวราภรณ์
เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้นประถมาภรณ์ช้างเผือก (ชั้นสูงสุด ณ ขณะนั้น)
เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นประถมาภรณ์มงกุฎไทย (ชั้นสูงสุด ณ ขณะนั้น)
เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีศักดิ์รามาธิบดี ชั้นที่ 2 (มหาโยธิน)
เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 5 ชั้นที่ 2
เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 6 ชั้นที่ 1
เหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา (ร.ด.ม.(ศ))[16]
เครื่องราชอสริยาภรณ์ต่างประเทศ [แก้]
ราชตระกูล [แก้]
| พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ |
พระชนก: พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว |
พระอัยกาฝ่ายพระชนก: พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว |
พระปัยกาฝ่ายพระชนก: พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย |
| พระปัยยิกาฝ่ายพระชนก: สมเด็จพระศรีสุริเยนทร์ |
|||
| พระอัยยิกาฝ่ายพระชนก: สมเด็จพระเทพศิรินทรามาตย์ |
พระปัยกาฝ่ายพระชนก: สมเด็จพระบรมราชมาตามหัยกาเธอ พระองค์เจ้าศิริวงศ์ กรมหมื่นมาตยาพิทักษ์ |
||
| พระปัยยิกาฝ่ายพระชนก: หม่อมน้อย |
|||
| พระชนนี: เจ้าจอมมารดาโหมด ในรัชกาลที่ 5 |
พระอัยกาฝ่ายพระชนนี: เจ้าพระยาสุรวงศ์ไวยวัฒน์ (วร บุนนาค) |
พระปัยกาฝ่ายพระชนนี: สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) |
|
| พระปัยยิกาฝ่ายพระชนนี: ท่านผู้หญิงกลิ่น |
|||
| พระอัยยิกาฝ่ายพระชนนี: ท่านผู้หญิงอิ่ม |
พระปัยกาฝ่ายพระชนนี: ไม่มีข้อมูล |
||
| พระปัยยิกาฝ่ายพระชนนี: ไม่มีข้อมูล |
อ้างอิง [แก้]
- ^ [ประกาศกองทัพเรือ 11 กุมภาพันธ์ 2536]
- ^ [ประกาศกองทัพเรือ 19 เมษายน 2544]
- ^ เจนจบ ยิ่งสุมล. (ตุลาคม 2553). ๑๓๐ ปี ไม่มีวันตาย พลเรือเอกพระบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์. สำนักพิมพ์ DK พับลิชิ่ง. ISBN 978-616-7327-07-5. หน้า 123
- ^ เจนจบ ยิ่งสุมล. (ตุลาคม 2553). ๑๓๐ ปี ไม่มีวันตาย พลเรือเอกพระบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์. สำนักพิมพ์ DK พับลิชิ่ง. ISBN 978-616-7327-07-5. หน้า 125
- ^ เจนจบ ยิ่งสุมล. (ตุลาคม 2553). ๑๓๐ ปี ไม่มีวันตาย พลเรือเอกพระบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์. สำนักพิมพ์ DK พับลิชิ่ง. ISBN 978-616-7327-07-5. หน้า 137
- ^ ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการ ประกาศ ตั้งกรมและตั้งเจ้าพระยา (สถาปนาพระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงษ์ ขึ้นเป็น พระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นชุมพรเขตรอุดมศักดิ์), เล่ม ๒๑, ตอน ๓๔, ๒๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๔๗, หน้า ๖๐๘
- ^ เวนิสา เสนีวงศ์ฯ. พิมพ์ครั้งที่ 2 (2545). กรมหลวงชุมพรฯ พระบิดาทหารเรือไทย. ISBN 974-89509-6-4. หน้า 75-76
- ^ ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการ ประกาศ เลื่อนกรม ตั้งกรมและตั้งเจ้าพระยา, เล่ม ๓๗, ตอน ๐ก, ๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๖๓, หน้า ๒๘๙
- ^ ที่ระลึกงานพระราชทานเพลิงศพ พลเรือเอก ประพัฒน์ จันทวิรัช เรื่องย่อย พระนามของเสด็จในกรมหลวงชุมพรฯ, พ.ศ. 2546, หน้า 138-139
- ^ 10.0 10.1 ราชกิจจานุเบกษา, ข่าวสิ้นพระชนม์, เล่ม ๔๐, ๒๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๖, หน้า ๕๖๑
- ^ สมบัติ สวางควัฒน์. (2554). ย้อนตำนานแวดวงมวยไทย จากอดีตถึงปัจจุบัน. สำนักพิมพ์ ก้าวแรก. ISBN 978-616-7446-13-4. หน้า 165-166
- ^ เวนิสา เสนีวงศ์ฯ. พิมพ์ครั้งที่ 2 (2545). กรมหลวงชุมพรฯ พระบิดาทหารเรือไทย. ISBN 974-89509-6-4. หน้า 70
- ^ เวนิสา เสนีวงศ์ฯ. พิมพ์ครั้งที่ 2 (2545). กรมหลวงชุมพรฯ พระบิดาทหารเรือไทย. ISBN 974-89509-6-4. หน้า 39-40
- ^ กิติวัฒนา (ไชยันต์) ปกมนตรี, หม่อมราชวงศ์. สายพระโลหิตในพระพุทธเจ้าหลวง. กรุงเทพฯ : ดีเอ็มดี, พ.ศ. 2551. 290 หน้า. ISBN 978-974-312-022-0
- ^ เจฟฟรี่ ไฟน์สโตน, จุฬาลงกรณราชสัตติวงศ์ พระบรมราชวงศ์แห่งประเทศไทย, พ.ศ. 2532, ISBN 974-8356-90-6 หน้า 406-411
- ^ ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา, เล่ม ๑๗,ตอน ๑๘, ๒๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๔๓, หน้า ๒๑๔
แหล่งข้อมูลอื่น [แก้]
| คอมมอนส์ มีภาพและสื่ออื่น ๆ เกี่ยวกับ: Abhakara Kiartivongse |
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
- พระประวัติ พลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ (เว็บไซต์กองทัพเรือ)
- พระประวัติ พลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
- พระประวัติ พลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ จากเว็บไซต์ของกองทัพเรือ (เว็บไซต์สำนักงานการขนส่งทางน้ำที่ 3 สาขาสมุทรสาคร กรมเจ้าท่า)
- รวบรวมพระประวัติ จาก pantown
- พระประวัติจาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร วิทยาเขตพณิชยการพระนคร
| สมัยก่อนหน้า | พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ | สมัยถัดไป | ||
|---|---|---|---|---|
| จอมพลเรือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช |
ทำการแทนเสนาบดีกระทรวงทหารเรือ (13 ตุลาคม พ.ศ. 2465 - 31 มีนาคม พ.ศ. 2465) |
นายพลเรือเอก สมเด็จพระอนุชาธิราช เจ้าฟ้ากรมหลวงนครราชสีมา |
||
| นายพลเรือเอก สมเด็จพระอนุชาธิราช เจ้าฟ้ากรมหลวงนครราชสีมา |
เสนาบดีกระทรวงทหารเรือ (1 เมษายน พ.ศ. 2466 - 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2466) |
นายพลเรือเอก สมเด็จพระอนุชาธิราช เจ้าฟ้ากรมหลวงนครราชสีมา |
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
||||||||||||||
|
|||||||||||||
- บุคคลที่เกิดในปี พ.ศ. 2423
- บุคคลที่เสียชีวิตในปี พ.ศ. 2466
- พระเจ้าบรมวงศ์เธอ ชั้น 5
- พระองค์เจ้า
- กรมหลวง
- พระราชโอรสในรัชกาลที่ 5
- ราชสกุลอาภากร
- ทหารเรือชาวไทย
- ผู้ฝึกสอนมวยไทย
- จิตรกรชาวไทย
- สมาชิกเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ม.จ.ก. (ฝ่ายหน้า)
- สมาชิกเครื่องราชอิสริยาภรณ์ น.ร.
- สมาชิกเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ป.จ.ว.
- สมาชิกเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ร.ว.
- สมาชิกเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ป.ช.
- สมาชิกเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ป.ม.
- สมาชิกเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ม.ร.
- สมาชิกเหรียญรัตนาภรณ์ จ.ป.ร.2
- สมาชิกเหรียญรัตนาภรณ์ ว.ป.ร.1
- สมาชิกเหรียญ ร.ด.ม.(ศ)
- เสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่