ชุมพร เทพพิทักษ์
| ชุมพร เทพพิทักษ์ | |
| ชื่อเกิด | คมสัน เทพพิทักษ์ |
| ชื่อเล่น | เดียร์ |
| เกิด | พ.ศ. 2482 |
| อาชีพ | นักแสดง, ผู้กำกับภาพยนตร์ |
| ปีที่แสดง | พ.ศ. 2507-ปัจจุบัน |
| รางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี | |
|---|---|
| ผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ประจำปี พ.ศ. 2520 - แหกค่ายนรกเดียนเบียนฟู | |
| รางวัลเมขลา | |
| นักแสดงประกอบชายมหานิยม ประจำปี พ.ศ. 2554 - เงาพราย [1] | |
| ข้อมูลบนเว็บ IMDb | |
| ฐานข้อมูลภาพยนตร์ไทย (ThaiFilmDb) | |
ชุมพร เทพพิทักษ์ (ชื่อเล่น: เดียร์) นักแสดงชาวไทยและอดีตผู้กำกับภาพยนตร์ มีชื่อจริงว่า คมสัน เทพพิทักษ์
เกิดที่จังหวัดชุมพรเมื่อปี พ.ศ. 2482 จบการศึกษาจากโรงเรียนวัดขันเงินและโรงเรียนศรียาภัย จากนั้นก็เดินทางเข้าสู่กรุงเทพมหานคร เพื่อศึกษาต่อที่โรงเรียนช่างก่อสร้างอุเทนถวาย โดยพักอาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกับ พล.ต.ท.วรรณรัตน์ คชรัตน์ (อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ พ.ศ. 2544) แต่ขณะที่เรียนอยู่นั้น เมื่ออายุได้ 17 ปี ต้องโทษจำคุกด้วยคดีฆาตกรรมด้วยอาวุธปืน แต่ได้รับสารภาพ จึงได้รับการลดโทษให้เหลือ 25 ปี จากนั้นก็ได้รับการลดหย่อนโทษมาเรื่อย ๆ จนได้รับอิสรภาพในที่สุด ซึ่งในระหว่างต้องโทษอยู่นั้นได้อยู่ห้องขังเดียวกับ แคล้ว ธนิกุล [2]
เข้าสู่วงการบันเทิงครั้งแรกด้วยการเป็นนักแสดงในบทร้ายแทน ประจวบ ฤกษ์ยามดี นักแสดงในบทตัวร้ายไม่สบาย ด้วยความที่หน้าตาเหมือน จากการชักชวนของ ปริญญา ทัศนียกุล และ ลือชัย นฤนาท โดยมีผลงานครั้งแรกในเรื่อง คมแสนคม ในปี พ.ศ. 2507 จากนั้นก็ได้รับบทตัวร้ายมาโดยตลอด จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2511 ได้มีผลงานทางละครโทรทัศน์ทางช่อง 4 บางขุนพรหม, ช่อง 5 และช่อง 7 ในยุคที่ยังแพร่ภาพด้วยระบบขาวดำ ด้วยการพลิกบทบาทมารับบทเป็นพระเอกบ้าง ซึ่งก็ได้รับการวิจารณ์ในตอนต้นว่า คนดูจะรับได้หรือไม่กับการที่ผู้ร้ายในแบบภาพยนตร์ใหญ่ มารับบทพระเอกในแบบละครโทรทัศน์ ซึ่งก็ได้รับบทพระเอกแนวลูกทุ่งหรือแอ็คชั่น และถือว่าประสบความสำเร็จพอสมควร
จากนั้นจึงได้หันมากำกับภาพยนตร์ มีผลงานมากมาย อาทิ ถุยชีวิต (พ.ศ. 2521), นักสู้ภูธร ในปีเดียวกัน, ขาดฉันแล้วเธอจะรู้สึก (พ.ศ. 2522) และที่ประสบความสำเร็จที่สุดคือ แหกค่ายนรกเดียนเบียนฟู ในปี พ.ศ. 2520 ซึ่งได้รับรางวัลตุ๊กตาทองสาขาผู้กำกับยอดเยี่ยม และได้รับรางวัลอื่น ๆ รวมทั้งหมด 5 รางวัล
ชีวิตส่วนตัว สมรสกับ มยุรี เทพพิทักษ์ (นามสกุลเดิม-ศรีสินธุ์อุไร) มีบุตรด้วยกันทั้งหมด 4 คน ซึ่งหนึ่งในจำนวนนั้นเป็นนักแสดงที่มีชื่อเสียง คือ ศรราม เทพพิทักษ์
ปัจจุบัน ชุมพร เทพพิทักษ์ ยังคงมีผลงานออกมาเป็นระยะๆ ผลงานในระยะหลังๆ อาทิ บางระจัน (พ.ศ. 2543), ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค ๒ ประกาศอิสรภาพ (พ.ศ. 2550), รักสยามเท่าฟ้า (พ.ศ. 2551), 2022 สึนามิ วันโลกสังหาร (พ.ศ. 2552) ผลงานละครโทรทัศน์ได้แก่ ธิดาวานร 2 (พ.ศ. 2552), เงาพราย (พ.ศ. 2554) เป็นต้น