หลวงปู่ยิ้ม จนฺทโชติ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

หลวงปู่ยิ้ม จนฺทโชติ (2387-2453) วัดหนองบัว พระอมตเถราจารย์แห่งจังหวัดกาญจนบุรี ผู้มีกิตติคุณทางวิปัสสนาธุระและคาถาอาคม อดีตเจ้าอาวาสวัดหนองบัว (วัดศรีอุปลาราม) ต.หนองบัว อ.เมือง จ.กาญจนบุรี เป็นพระเกจิอาจารย์ยุคเก่าที่มีผู้เคารพเลื่อมใสมาก ท่านได้เป็นอาจารย์สอนด้านวิปัสสนาและคาถาอาคมให้แก่พระเถระหลายรูป อาทิ พระโสภณสมาจารย์ (เหรียญ) วัดศรีอุปลาราม, พระเทพมงคลรังษี (ดี) วัดเทวสังฆาราม, พระกาญจนวัตรวิบูลย์ (สอน) วัดทุ่งลาดหญ้า, พระโสภณสมณกิจ (หัง) วัดเหนือ, พระราชมงคลวุฒาจารย์ (ใจ) วัดเสด็จ และหนึ่งในศิษย์ฆราวาสคนสำคัญของท่าน คือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ พระยิ้มได้สร้างพระและเครื่องรางไว้หลายชนิด อาทิ ตระกรุดโลกธาตุ พระปิดตา มีดหมอ เชือกคาดเอว เป็นต้น

ชาติภูมิ[แก้]

หลวงปู่ยิ้ม เป็นชาววังด้ง จ.กาญจนบุรี เกิดปีมะโรง เดือนห้า วันอังคาร พ.ศ. 2387 เป็นบุตร นายยิ่ง นางเปี่ยม บิดามารดาประกอบอาชีพค้าไม้ไผ่ล่องไปขายที่ปากอ่าวแม่กลอง จ.สมุทรสงคราม เมื่อวัยเด็กท่านมีอุปนิสัยใจคอเป็นคนเด็ดเดี่ยวกล้าหาญ เป็นนักเลง พูดจริงทำจริง เด็กรุ่นเดียวกันหรือแก่กว่ายอมยกให้เป็นลูกพี่ ท่านได้เป็นกำลังช่วยบิดามารดาประกอบอาชีพค้าไม้ไผ่ล่องไปขายทางปากอ่าว จนคุ้นเคยกับชาวแม่กลองเป็นอันดี


อุปสมบทและการศึกษา[แก้]

ครั้นได้อายุครบบวช ได้อุปสมบทที่วัดทุ่งสมอ อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี โดยมี พระอาจารย์กลีบ วัดหนองบัว เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์แดง วัดเหนือ และพระอาจารย์อินทร์ วัดทุ่งสมอ เป็นพระคู่สวด ได้รับฉายาว่า จนฺทโชติ เมื่อบวชเรียนแล้วเรียนอักษรขอม ภาษาบาลี มงคลทีปนี มูลกัจจายน์ พระมาลัย พระเจ้า 10 ชาติ ท่องสูตรสนธิจนช่ำชอง สามารถท่องจำพระปาฏิโมกข์สวดได้แต่พรรษาที่ 2 ด้วยท่านชอบวิชาความรู้ จึงได้รับคำแนะนำจากพระอาจารย์แดงพระคู่สวดว่า เมืองบางช้าง (สมุทรสงคราม) มีพระอาจารย์เก่ง ๆ หลายวัด วิชาแขนงต่าง ๆ ไม่ซ้ำกัน ท่านจึงได้มุ่งมาทางเมืองบางช้าง ซึ่งท่านมีความคุ้นเคยอยู่ตั้งแต่สมัยที่ติดตามครอบครัวล่องแพไม้ไผ่ไปขาย

วัดแรกที่ท่านเข้าไปศึกษา คือ วัดบางนางลี่น้อย อำเภออัมพวา มีพระพระปลัดทิม อุปัชฌาย์เก่าแก่ของวัด เรียนทางน้ำมนต์โภคทรัพย์ ยุคนั้นเชื่อว่าใครได้อาบน้ำมนต์วัดนี้ คนจนก็จะรวย ถ้าเป็นขุนนางก็จะได้เลื่อนยศถาบรรดาศักดิ์ พระปลัดทิมมีวิชาทำผงทางเมตตามหานิยม และวิชาโหราศาสตร์ ฤกษ์ล่าง ฤกษ์บนต่างๆ ปัจจุบันวัดนี้ได้ถูกน้ำเซาะตลิ่งจมหายไปในแม่น้ำแม่กลองแล้ว วัดต่อมาคือ วัดลิงโจน ต่อมาเรียกว่า วัดปากสมุทรสุดคงคา คืออยู่ปากอ่าวแม่กลอง กับพระพ่วง ท่านมีวิชาทำธงกันอสุนีบาตสายฟ้า และพายุคลื่นลม ชาวเรือทะเลนับถือมาก วิชาหวายลงอักขระของท่าน ทำเป็นรูปวงกลม ว่ากันว่าเวลาขาดน้ำจืด เอาหวายโยนลงทะเลแล้วตักน้ำ ภายในวงหวายจะได้น้ำจืดทันที ลูกอมหมากทุย ก็ลือชื่อ พระรูปนี้สำเร็จจินดามณีมนต์เรียกปลาเรียกเนื้อได้แบบพระสังข์ทอง อาจารย์ต่อมาคือ พระกลัด วัดบางพรม อัมพวา เรียนทางมหาอุด ผ้าเช็ดหน้าทาง มหานิยม เชือกคาดเอวถักเป็นรูปกระดูกงู กันเขี้ยวงาและทางคงกระพันชาตรี ท่านองค์นี้ย่นหนทางได้ ข้ามแม่น้ำลำคลองไม่ต้องใช้เรือแพ และ พระแจ้ง วัดประดู่ อัมพวา เรียนทางแพทย์แผนโบราณ มีดหมอปราบภูติผีปีศาจ ทางมหาประสาน เชือกคาดชื่อตะขาบไฟหรือไส้หนุมาน มีดตะกรุดคู่อยู่หัวเชือก จากนั้นท่านยังได้ไปศึกษาอยู่กับพระอาจารย์ในถ้ำพุพระ (ถ้ำขุนแผน)เมืองกาญจนบุรี พระอาจารย์องค์นี้มีอายุร้อยกว่าปี ชำนาญอภิญญามีอิทธิคุณถึงล่องหนหายตัวได้ ตามประวัติบันทึกของพระโสภณสมาจารย์กล่าวว่า "พระยิ้มชอบทางรุกขมูลธุดงค์วัตร ออกพรรษาแล้วเข้าป่าเจริญสมาธิในป่าลึก ท่านรู้จักภาษา นก กา สัตว์ป่าทุกชนิด จิตกล้าเข้าทุกที จะทำเครื่องรางชนิดใดก็ขลังไปทุกอย่าง"

การสร้างพระเครื่องรางของพระยิ้ม[แก้]

หลวงปู่ยิ้มได้เป็นเจ้าอาวาสวัดหนองบัวต่อจากพระกลิ่น ท่านได้ปฏิบัติทางวิปัสนาธุระจนมีชื่อเสียง และเป็นอาจารย์สอนทางวิปัสสนากรรมฐาน ต่อมาท่านได้สร้างเครื่องรางขึ้นหลายอย่าง เพื่อแจกจ่ายให้ผู้ที่ต้องการนำไปใช้ติดตัวเป็นที่พึ่งที่ระลึก หนึ่งในเครื่องรางที่มีชื่อเสียงของท่านคือตะกรุดลูกอมหรือ "ตะกรุดลูกอมโลกธาตุ" เป็นตะกรุดขนาดเล็กใช้พกติดตัว เมื่อถึงคราวคับขันจวนตัวจะถูกทำร้ายให้กลืนเข้าไปในท้อง จะเป็นล่องหนหายตัวป้องกันอันตรายได้ทุกประการ ตะกรุดนี้เชื่อว่าสามารถออกมาจากร่างกายได้เอง โดยให้ตั้งจิตอธิษฐานก่อนนอน รุ่งขึ้นตะกรุดก็จะออกมาปรากฏอยู่ข้างตัวนั่นเอง โดยจะไม่ออกทางทวารเบื้องต่ำเด็ดขาด จึงเรียกว่าตะกรุดลูกอม ลงด้วยหัวใจโลกธาตุคือ “อิชันโต ชิโต อิชันโต โลกธาตุมหิ อัตตะภาเวนัง นาทุยิ วาระวีสะติ สิทธังละอะ” เป็นคาถาพระพุทธเจ้าเดินจงกรมในเมล็ดพันธุ์ผักกาด ทำด้วยทองคำ เงิน หรือทองแดง ต้องมีน้ำหนัก 1 สลึง ยาวขนาด 7 ใบมะขามเรียกว่า สัตตะโพชฌงค์ 7 (ใบมะขามปกติยาว 1.5 - 2 เซนติเมตร ดังนั้น ความยาว 7 ใบมะขามเรียงคือ ราวๆ 12 เซนติเมตร หรือ ราว 4.75 นิ้ว) ตะกรุดลูกอมโลกธาตุ มีชื่อเสียงปรากฏทั่วประเทศ ตะกรุดลูกอมของท่าน นับเป็นปฐมบท หรือต้นแบบ ของตะกรุดลูกอม ที่มีชื่อเสียงในลูกศิษย์ ในยุคต่อๆ มาเช่น หลวงปู่ใจ วัดเสด็จ เป็นต้น อาศัยที่ท่านได้ศึกษามาหลายอาจารย์และนำมาคิดค้นต่อจนสำเร็จ ท่านได้ถ่ายทอดวิชาให้สานุศิษย์ต่อมา เล่ากันมาว่า ศิษย์คนใดขอเรียนตะกรุดลูกอม จะต้องทดลองนั่งสมาธิเพ่งจนขนาดไส้เทียนขาดด้วยอำนาจจิต ท่านจึงจะมอบวิชาให้ แต่จากคำบอกเล่าของ พระครูสุนทรธรรมกิจ (หยอด) อดีตเจ้าอาวาสวัดแก้วเจริญ อัมพวา ระบุว่า เป็นเพียงอุบายที่พระยิ้มลองใจสานุศิษย์เพื่อทดสอบความมุ่งมั่นเท่านั้น ไม่ได้หมายถึงเพ่งไส้เทียนจริงๆ และพระราชมงคลวุฒาจารย์ (ใจ) วัดเสด็จ ก็ไม่ได้นั่งเพ่งไส้เทียนแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม นี่ก็เป็นอีกข้อมูลหนึ่งที่ยังไม่ได้ข้อสรุปยุติ นอกจากนี้ท่านยังทำพระปิดตาแบบภควัมบดี เนื้อผงสีขาว และสีดำ และพระผงยืนห้ามญาติด้านหลังมียันต์อกเลา พระผงแบบนั่งสมาธิ สมเด็จเล็บมือ พระผงปางห้ามญาติ และเชือกคาดเอว

กิตติคุณของท่านเป็นที่เลื่องลือไปหลายหัวเมือง ทั้งเจ้านายและข้าราชการผู้ใหญ่ในกรุงเทพฯ อาทิ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ซึ่งโปรดวิชาไสยศาสตร์ ได้ไปหาท่านที่วัดถึง 2 ครั้ง และเลื่อมใสนับถือท่านเป็นอาจารย์ ขอเรียนวิชาและได้มีดหมอจากท่าน 1 เล่มไว้ใช้เป็นของประจำพระองค์ มีดหมอมีสรรพคุณปราบภูตผีปีศาจ และปราบคนที่อยู่ยงคงกระพัน ไม่ว่าผู้นั้นจะเก่งเพียงไรก็คุ้มไม่ได้ มีติดตัวไว้ยังป้องกันอันตรายและแคล้วคลาด เสด็จในกรมฯ โปรดมาก ทั้ง ๆ ที่พระองค์ท่านเป็นศิษย์เอกของพระศุข วัดมะขามเฒ่า ชัยนาท มาแล้ว ก็ยังเกรงวิชาของพระยิ้ม และแม้พระศุข วัดมะขามเฒ่า ท่านยังเคยธุดงค์มาจำวัดวัดหนองบัว และได้แลกเปลี่ยนวิชากัน แม้ทุกวันนี้เครื่องรางของขลังของพระศุขวัดมะขามเฒ่าก็ยังหลงเหลืออยู่กับคนหนองบัวบ้าง

พระยาประสิทธิสงคราม (นุช มหานีรานนท์) เจ้าเมืองกาญจนบุรีสมัยนั้น ถ้าลงมาราชการที่กรุงเทพฯ คนทางกรุงเทพฯจะต้องถามว่า "เจ้าคุณมีตะกรุดลูกอมวัดหนองบัวมาฝากบ้างหรือเปล่า" ทำให้เห็นว่า เจ้านายและข้าราชการผู้ใหญ่ทางกรุงเทพฯ นับถือกันมาก เชือกคาดเอวของท่าน ป้องกันงู สัตว์มีพิษต่าง ๆ คุ้มได้ตลอดจนเขี้ยวงา ถึงขนาดว่าสุนัขตรงเข้ามาจะกัดก็อ้าปากไม่ขึ้น มีคนนิยมนำติดตัวเข้าป่ากันไข้เจ็บได้ ผลประจักษ์มาแล้ว และวิชาเชือกนี้ พระเหรียญศิษย์ของท่านก็ทำแจกต่อมาใช้ได้ผลเช่นกัน สำหรับพระปิดตาภควัมบดีผงขาวและดำนั้น ดีทางเมตตาและหาลาภ ซื้อง่าย ขายคล่อง ทำให้คนร่ำรวยเป็นเศรษฐีมานักแล้ว ตะกรุดคลอดบุตรง่ายทำด้วยทองแดง ตะกั่ว ก็มีคนนิยม พวกผู้หญิงมีครรภ์มาขอท่านเสมอ ท่านแจกให้พร้อมกับดอกบัวเสกไปต้มน้ำรับประทาน จะบำรุงครรภ์และทำให้บุตรมีสติปัญญาดี พระยิ้มมีอุปนิสัยสันโดษ ไม่มักใหญ่ใฝ่สูง ท่านเป็นเจ้าคณะตำบลและเป็นพระอุปัชฌายะ มีคนบวชกับท่านเป็นจำนวนมาก ท่านยังไม่หวงแหนวิชาความรู้ ใครจะมาขอเรียน ถ้านั่งสอบไส้เทียนขาด แสดงว่าพลังจิตสูง ก็จะประสิทธิ์ประสาทวิชาให้ทันที

สานุศิษย์ของพระยิ้ม[แก้]

ส่วนเมืองสมุทรสงคราม มี

  • 1. พระราชมงคลวุฒาจารย์ (ใจ) วัดเสด็จ อดีตเจ้าคณะจังหวัดสมุทรสงคราม เล่ากันว่าได้รับความชมเชยจากท่านว่านั่งไส้เทียนขาดเร็วกว่าท่านด้วย พระราชมงคลฯ เป็นศิษย์ของพระจุ้ย วัดบางเกาะ อัมพวา ไปเรียนวิชาลูกอมแล้วท่านคิดสินสอดไหม 5 สี เป็นปัญจศีล 5 เพิ่มขึ้น พระราชมงคลวุฒาจารย์ อายุยืนถึง 100 ปี มีคนเคารพนับถือมาก
  • 2. พระอธิการแช่ม โสฬส วัดจุฬามณี อัมพวา ท่านเป็นศิษย์ของ พระคง วัดบางกะพ้อม เป็นอาจารย์รุกขมูล ไปพบพระยิ้ม กลางป่าเขตเมืองกาญจนบุรี สอบนั่งเพ่งไส้เทียนขาดได้ จึงได้วิชา พระอธิการแช่มเก่งทางสร้างตะกรุดใบลาน และตะกรุดหนังลูกวัวตายท้องกลม
  • 3. พระครูสกลวิสุทธิ์ (เหมือน รัตนสุวรรณ) วัดกลางเหนือ อำเภอบางคนที อายุยืนถึง 97 ปี ท่านเป็นศิษย์พระกลัดวัดบางพรม สอบไล่ได้ลูกอมมา พระองค์นี้ทางเมตตามหานิยม ผงอิธะเจ มหาราช ปถมัง เก่งมาก ผ้าเช็ดหน้า ธงค้าขาย ก็มีชื่อเสียง นอกจากที่กล่าวมานี้ยังมีอีกหลายรูป

มรณภาพ[แก้]

หลวงปู่ยิ้ม จนฺทโชติ ถึงแก่มรณภาพเมื่อ พ.ศ. 2453 สิริอายุได้ 66 ปี เมื่อท่านได้ถึงมรณภาพแล้ว ตำรับตำราต่าง ๆ ของท่านก็เป็นมรดกตกทอดมาถึงเจ้าคุณพระโสภณสมาจาร (เหรียญ)วัดหนองบัว และสานุศิษย์ที่สืบทอดวิชาก็ได้สร้างเครื่องรางเจริญรอยตามแบบท่านสืบมาจนปัจจุบัน

== อ้างอิง  ==
ร้านเฮียไจ้  Thaprachan.com   http://www.thaprachan.com/show_pra.php?id=155522
 นุ เพชรรัตน์  ชั่วโมงเซียน  www.komchadluek.com  24 พ.ค. 2553  http://forums.ittiyano.com/index.php?topic=964.15;wap2