สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางมาจาก กรมพระนครสวรรค์วรพินิต)
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต
ข้อมูล
วันประสูติ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2424
วันสวรรคต 18 มกราคม พ.ศ. 2487 (63 ปี)
พระราชบิดา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระราชมารดา สมเด็จพระนางเจ้าสุขุมาลมารศรี พระอัครราชเทวี
พระชายา หม่อมเจ้าประสงค์สม บริพัตร
หม่อม หม่อมสมพันธ์ บริพัตร ณ อยุธยา
ราชวงศ์ ราชวงศ์จักรี

จอมพล จอมพลเรือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต (29 มิถุนายน พ.ศ. 2424 - 18 มกราคม พ.ศ. 2487) หรือ ทูลกระหม่อมบริพัตร ทรงดำรงตำแหน่งที่สำคัญทางการทหาร ตำแหน่งเสนาธิการทหารบก ผู้บัญชาการกรมทหารเรือ เสนาบดีกระทรวงทหารเรือ เสนาธิการทหารบก เสนาบดีกระทรวงกลาโหม เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย และผู้สำเร็จราชการรักษาพระนคร ทรงดำรงตำแหน่งองคมนตรีในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว นอกจากนี้ยังทรงพระปรีชาสามารถในงานดนตรี ทรงได้รับการขนานพระนามเป็น"พระบิดาแห่งเพลงไทยเดิม" ทรงพระนิพนธ์เพลงไทย เพลงฝรั่งและเพลงไทยเดิมไว้มากมาย ทรงนิพนธ์เพลง วอทซ์ปลื้มจิต, วอทซ์ชุมพล, สุดเสนาะ, เพลงมหาฤกษ์, เพลงพญาโศก

เนื้อหา

[แก้] พระประวัติ

พระรูปทรงฉายกับสมเด็จพระนางเจ้าสุขุมาลมารศรี พระอัครราชเทวี

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ ทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสุขุมาลมารศรี พระอัครราชเทวี ประสูติเมื่อวันพุธ ขึ้น 3 ค่ำ เดือน 8 ปีมะเส็ง ตรงกับวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2424 [1] ในพระบรมมหาราชวัง ทรงมีพระพี่นางพระนามว่า สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าสุทธาทิพยรัตน์ สุขุมขัตติยกัลยาวดี กรมหลวงศรีรัตนโกสินทร ทรงศึกษาชั้นต้นที่พระตำหนักสวนกุหลาบ ทรงสำเร็จการศึกษาจากวิทยาลัยเสนาธิการ แห่งเยอรมนี เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ ทรงประทับที่วังบางขุนพรหม ซึ่งเป็นวังที่มีความใหญ่โตโอ่อ่าที่สุด กอรปกับทรงมีตำแหน่งหน้าที่สำคัญต่าง ๆ มากมาย จึงได้รับการกล่าวขานอีกฉายาหนึ่งจากคนทั่วไปว่า "จอมพลบางขุนพรหม" หรือ "เจ้าฟ้าวังบางขุนพรหม" ทรงเป็นต้นราชสกุลบริพัตร [2]

ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อ พ.ศ. 2475 สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ต้องเสด็จออกจากประเทศไทยอย่างกะทันหัน โดยเสด็จไปด้วยรถไฟขบวนพิเศษ ซึ่งวิ่งตลอดไม่มีหยุดพักจนถึงปีนังวันที่ 3 กรกฎาคม และย้ายไปประทับอยู่ที่เมืองบันดุง เกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย

จอมพลเรือ จอมพล สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต สิ้นพระชนม์ด้วยพระโรคไตและพระหทัย เมื่อวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2487 ที่ตำหนักประเสบัน เมืองบันดุง ประเทศอินโดนีเซีย ในขณะที่ทรงพระชนพรรษา 63 พรรษา และได้มีการพระราชทานเพลิงพระศพ ที่พระเมรุท้องสนามหลวง เมื่อวันที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2493

[แก้] พระโอรส-ธิดา

พระโอรสและพระธิดาในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต
พระนาม พระมารดา ประสูติ สิ้นพระชนม์ พระชันษา
1. พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุมภฏพงษ์บริพัตร กรมหมื่นนครสวรรค์ศักดิพินิต
เสกสมรสกับหม่อมราชวงศ์พันธุ์ทิพย์ บริพัตร (เทวกุล) / พระธิดา หม่อมเจ้ามารศีสุขุมพันธุ์ บริพัตร
หม่อมเจ้าประสงค์สม บริพัตร 5 ธันวาคม พ.ศ. 2447 15 กันยายน พ.ศ. 2502 54 ปี
2. พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงศิริรัตนบุษบง
เสกสมรสกับหม่อมเจ้าอาชวดิศ ดิศกุล / โอรส หม่อมราชวงศ์ฤทธิ์ดำรง ดิศกุล
หม่อมเจ้าประสงค์สม บริพัตร 4 มกราคม พ.ศ. 2448 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2533 85 ปี
3. พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงสุทธวงษ์วิจิตร หม่อมเจ้าประสงค์สม บริพัตร 16 มีนาคม พ.ศ. 2450 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2546 95 ปี
4. พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงพิสิฐสบสมัย
เสกสมรสกับหม่อมเจ้าโกลิต กิติยากร / ธิดา หม่อมราชวงศ์พิลาศลักษณ์ บุณยะปานะ (กิติยากร)
หม่อมเจ้าประสงค์สม บริพัตร 21 กันยายน พ.ศ. 2451 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2517 65 ปี
5. พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงจุไรรัตนศิริมาน
เสกสมรสกับหม่อมเจ้าฉัตรมงคล โสณกุล
หม่อมเจ้าประสงค์สม บริพัตร 21 ธันวาคม พ.ศ. 2452 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2543 90 ปี
6. พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงจันทรกานตมณี หม่อมเจ้าประสงค์สม บริพัตร 24 กันยายน พ.ศ. 2455 30 ธันวาคม พ.ศ. 2520 65 ปี
7. พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงน้อง หม่อมเจ้าประสงค์สม บริพัตร 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2461 4 ธันวาคม พ.ศ. 2462 1 ปี
8. พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าชายปรียชาติสุขุมพันธุ์ หม่อมเจ้าประสงค์สม บริพัตร 4 มิถุนายน พ.ศ. 2463 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2465 1 ปี
9. พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงอินทุรัตนา หม่อมสมพันธ์ บริพัตร ณ อยุธยา 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2465 ยังทรงพระชนม์ 90 ปี
10. พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสุขุมาภินันท์ หม่อมสมพันธ์ บริพัตร ณ อยุธยา 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2466 10 เมษายน พ.ศ. 2546 79 ปี

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ทรงมีพระชายา 1 พระองค์ คือ หม่อมเจ้าประสงค์สม บริพัตร (พระธิดาในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าไชยันตมงคล กรมหมื่นมหิศรราชหฤทัย ประสูติแต่กลีบ ซูกะวิโรจน์) และจากที่หม่อมเจ้าประสงค์สม ประชวรจึงทรงรับ คุณสัมพันธ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา เป็นหม่อมอีก 1 ท่าน โดยทรงมีพระโอรสธิดาจำนวน 10 พระองค์คือ

[แก้] หม่อมเจ้าประสงค์สม บริพัตร

หม่อมเจ้าประสมสงค์ บริพัตร
หม่อมสมพันธ์ บริพัตร ณ อยุธยา และพระโอรส พระธิดา

พระโอรสและพระธิดาในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ที่ประสูติแต่หม่อมเจ้าประสงค์สม บริพัตร ได้รับการยกขึ้นเป็น "พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า" ทุกพระองค์ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว [3]

  • พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงน้อง (12 กุมภาพันธ์ 2461 - 4 ธันวาคม 2462 )
  • พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าชายปรียชาติสุขุมพันธุ์ (4 มิถุนายน 2463 - 29 พฤษภาคม 2465 )

[แก้] หม่อมสมพันธ์ บริพัตร ณ อยุธยา (ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา)

พระโอรสและพระธิดาในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ที่ประสูติแต่หม่อมสมพันธ์ บริพัตร ณ อยุธยา ได้รับการยกขึ้นเป็น "พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า" ทุกพระองค์ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว [4]

[แก้] การรับราชการ

ตราประจำราชสกุลบริพัตร

พระองค์ทรงดำรงตำแหน่งหน้าที่ราชการสำคัญทั้งฝ่ายกลาโหมและมหาดไทยหลายรัชกาล ด้วยทรงเปี่ยมไปด้วยพระปรีชาสามารถ ทรงสร้างสรรค์ความเจริญก้าวหน้าให้แก่กิจการที่ทรงรับภาระเป็นอย่างดียิ่งทั้งทางด้านการทหาร การปกครอง การสาธารณสุข การศึกษา ทรงวางรากฐานความเจริญของกองทัพเรือไทย กองทัพบก กระทรวงกลาโหม และกระทรวงมหาดไทย

[แก้] ตำแหน่งสำคัญ

  • เสนาธิการทหารบก (2446 - 24 กุมภาพันธ์ 2447)
  • ผู้บัญชาการกรมทหารเรือ (25 กุมภาพันธ์ 2447 - 10 ธันวาคม 2453)
  • องคมนตรี (24 ตุลาคม 2453 - 26 พฤศจิกายน 2468)
  • เสนาบดีกระทรวงทหารเรือ (11 ธันวาคม 2453 - 18 มิถุนายน 2463)
  • เสนาธิการทหารบก และผู้บัญชาการกรมทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ (19 มิถุนายน 2463 - 23 สิงหาคม 2469)
  • อุปนายกผู้อำนวยการสภากาชาดสยาม (12 กรกฎาคม 2463 - 24 มิถุนายน 2475)
  • อภิรัฐมนตรีสภา (28 พฤษภาคม 2468 - 24 มิถุนายน 2475)
  • เสนาบดีกระทรวงกลาโหม (24 สิงหาคม 2469 - 31 มกราคม 2471)
  • เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย (1 เมษายน 2471 - 24 มิถุนายน 2475)
  • อุปนายกสภาป้องกันพระราชอาณาจักร (7 เมษายน 2472 - 24 มิถุนายน 2475)
  • ประธานอภิรัฐมนตรีสภาและเสนาบดีสภา (23 กรกฎาคม 2472 - 24 มิถุนายน 2475)
  • ผู้สำเร็จราชการรักษาพระนคร (25 กรกฎาคม 2472 - 11 ตุลาคม 2472) (9 เมษายน 2473 - 8 พฤษภาคม 2473) (19 มีนาคม 2473 - 12 ตุลาคม 2474)

[แก้] ผลงานดนตรี

สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ทรงสีซอได้ตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ ต่อมาทรงต่อเพลงกับพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นทิวากรวงศ์ประวัติ จนมีฝีพระหัตถ์ดีเยี่ยม และทรงต่อเพลงกับเจ้าเทพกัญญา บูรณพิมพ์ เป็นครั้งคราว

พระองค์ทรงเครื่องดนตรีไทยได้หลายชนิด เช่น ฆ้องวงใหญ่ ระนาด ซอ ทั้งยังทรงเปียโนได้ดีอีกด้วย เมื่อพระองค์เสด็จมาประทับที่วังบางขุนพรหม ทรงมีทั้งวงปี่พาทย์และวงเครื่องสายประจำวัง

วงปี่พาทย์นั้นเริ่มแรกทรงใช้วงดนตรีมหาดเล็กเรือนนอก ซึ่งเป็นของตระกูลนิลวงศ์จากอัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ต่อมาทรงได้วงดนตรีของหลวงกัลยาณมิตตาวาส (ทับ พาทยโกศล) และจางวางทั่ว พาทยโกศล ซึ่งมีนักดนตรีและนักร้องที่มีชื่อเสียงประจำวง เช่น

  • นายทรัพย์ เซ็นพานิช - ระนาดเอก
  • จ่าเอกกมล มาลัยมาลย์ - ระนาดเอก
  • นายสาลี่ มาลัยมาลย์ - ระนาดเอก,ฆ้องวง
  • จ่าโทฉัตร สุนทรวาทิน - ระนาดทุ้ม
  • นายศิริ ชิดท้วม - ระนาดทุ้ม
  • นายช่อ สุนทรวาทิน - ฆ้องวงใหญ่
  • ร้อยเอก นพ ศรีเพชรดี - ฆ้องวงใหญ่
  • จ่าสิบเอก พังพอน แตงสืบพันธุ์ - ฆ้องวงเล็ก
  • นายละม้าย พาทยโกศล - เครื่องหนัง
  • จ่าสิบเอก ยรรยงค์ โปร่งน้ำใจ - เครื่องหนัง
  • นายเทวาประสิทธิ์ พาทยโกศล - ปี่ใน,ซอสามสาย
  • นางเจริญ พาทยโกศล - นักร้อง
  • จ่าเอก อิน อ๊อกกังวาล - นักร้อง
  • นางสาวสอาด อ๊อกกังวาล - นักร้อง
  • นางเทียม เซ็นพานิช - นักร้อง
  • คุณหญิงไพฑูรย์ กิตติวรรณ - นักร้อง
  • นางสว่าง คงลายทอง - นักร้อง
วงเครื่องสายทูลกระหม่อมบริพัตรฯ

ส่วนวงเครื่องสายนั้นเป็นวงที่ทรงบรรเลงร่วมกับพระราชธิดา พระประยุรญาติ และผู้ใกล้ชิด มีนายสังวาล กุลวัลกี เป็นผู้ฝึกสอน นักดนตรีและนักร้อง เช่น

ในช่วงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 และพระบาทสมเด็จปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 นั้น วังบางขุนพรหมเป็นศูนย์กลางการประชันวงปี่พาทย์ การแสดงดนตรี และการละเล่นต่างๆ และเป็นที่เกิดของเพลงที่มีชื่อเสียงเป็นจำนวนมาก ส่วนวงปี่พาทย์วังบางขุนพรหมนั้น ก็เป็นวงที่มีชื่อเสียงมาก และได้เข้าร่วมในการประชันวงที่วังบางขุนพรหมเมื่อ พ.ศ. 2466 ซึ่งได้รับการตัดสินให้ชนะเลิศ เป็นต้นตำรับการขับร้องที่สืบทอดมาแต่โบราณ

ทูลกระหม่อมบริพัตรฯ ทรงโปรดใช้เวลาว่างส่วนพระองค์ในการศึกษาวิชาดนตรี ทั้งด้านประสานเสียง และการประพันธ์เพลง จนทรงสามารถประพันธ์เพลง และทำหน้าที่เป็นวาทยากรได้อย่างคล่องแคล่ว เคยทรงเล่าประทานพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอินทุรัตนา พระธิดา ฟังว่า “…ถ้าพ่อเลือกได้ พ่อจะเรียนดนตรีและภาษา และจะทำงานด้านดนตรีอย่างเดียว แต่พ่อเลือกไม่ได้ เพราะพ่อบังเกิดมามียศตำแหน่ง ต้องทำงานให้ประเทศชาติ ทูลหม่อม (รัชกาลที่ 5) สั่งให้พ่อไปเรียนวิชาทหารเพื่อกลับมาปรับปรุงกองทัพไทย พ่อก็ไปเรียนวิชาทหาร บางครั้งพ่อเบื่อบางวิชาที่ต้องเรียนจนทนไม่ไหว ต้องเก็บพ็อกเก็ตมันนี่เอาแอบไปเรียนดนตรี แอบไปเรียนเพราะพวกผู้ใหญ่สมัยนั้นเห็นว่าวิชาดนตรีไม่เหมาะกับชายชาติทหาร เมื่อได้เรียนดนตรีที่พ่อรักก็สบายใจ เกิดความอดทนที่จะเรียนและทำงานที่พ่อเบื่อ…”

ทรงเริ่มแต่งเพลงสากลก่อนเพลงไทย เพลงชุดแรกๆ มีเพลงวอลทซ์โนรี และเพลงจังหวะโปลก้า ชื่อเพลงมณฑาทอง เป็นต้น

ทรงนิพนธ์เพลงไทยประสานเสียงแบบเพลงสากล เช่น เพลงมหาฤกษ์ เพลงมหาชัย เพลงสรรเสริญเสือป่า เพลงสาครลั่น และทรงแยกเสียงประสานเพลงไทยสำหรับบรรเลงด้วยวงโยธวาฑิต ทำให้แตรวงบรรเลงเพลงไทยได้ไพเราะ มีหลักการประสานเสียงดียิ่งขึ้น ได้ทรงประดิษฐ์เพลงแตรวงไว้หลายเพลง เช่น โหมโรงสะบัดสะบิ้ง เพลงเขมรใหญ่ เถา เพลงแขกมัสหรี เถา เพลงแขกสี่เกลอ เถา

เพลงที่ทรงนิพนธ์ไว้ทั้งสำหรับวงโยธวาฑิตและปี่พาทย์ เช่น เพลงแขกมอญบางขุนพรหม เถา (พ.ศ. 2453) เพลงพม่าห้าท่อน เถา เพลงแขกสาย เถา (พ.ศ. 2471) เพลงพ่าห้าท่อน เถา เพลงพวงร้อย เถา

ทรงนิพนธ์เพลงเถาสำหรับปี่พาทย์ไว้เป็นจำนวนมาก เช่น เพลงเทวาประสิทธิ์ เถา (พ.ศ. 2471) เพลงอาถรรพ์ เถา (พ.ศ. 2471) เพลงสมิงทองเทศ เถา (พ.ศ. 2473) และภายหลังเมื่อเสด็จไปประทับที่เมืองบันดุง ประเทศอินโดนีเซียแล้ว ยังได้ทรงนิพนธ์เพลงสำหรับวงปี่พาทย์ไม้แข็งขึ้นอีกหลายเพลง เช่น เพลงน้ำลอดใต้ทราย เถา (พ.ศ. 2480) เพลงนารายณ์แปลงรูป เถา (พ.ศ. 2480) และเพลงสุดถวิล เถา (พ.ศ. 2484)

ในขณะที่ทรงดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงทหารเรือ ทรงปรับปรุงวงดนตรีสากลของกองดุริยางค์ทหารเรือ จนสามารถบรรเลงเพลงประเภทซิมโฟนีได้ดีเป็นที่ยอมรับมาจนถึงปัจจุบัน

[แก้] พระนิพนธ์

[แก้] เพลงฝรั่ง

  • เพลงวอลทซ์ปลื้มจิตต์
  • เพลงวอลทซ์ประชุมพล
  • เพลงสุดเสนาะ
  • เพลงมณฑาทอง
  • เพลงวอลทซ์เมฆลา
  • เพลงมหาฤกษ์
  • เพลงสรรเสริญเสือป่า
  • เพลงวอลทซ์โนรี
  • เพลงสาครลั่น
  • เพลงโศรก
  • เพลงนางครวญ 3 ชั้น

[แก้] เพลงไทยแท้

  • เพลงแขกมอญบางขุนพรหม
  • เพลงสุดสงวน 2 ชั้น
  • เพลงเขมรพวง 3 ชั้น
  • เพลงเขมรชมจันทร์
  • เพลงสารถี 3 ชั้น
  • เพลงสบัดสบิ้ง
  • เพลงทยอยนอก
  • เพลงทยอยเขมร
  • เพลงทยอยในเถา
  • เพลงแขกเห่
  • เพลงถอนสมอ
  • เพลงแขกมัสซีรี
  • เพลงครอบจักรวาฬเถา
  • เพลงบุหลันชกมวย 3 ชั้น
  • เพลงเขมรใหญ่เถา
  • เพลงพม่าเถา
  • เพลงแขกสี่เกลอเถา
  • เพลงแขกสายเถา
  • เพลงบาทสกุณี
  • เพลงขับไม้
  • เพลงเขมรโพธิสัตว์เถา

[แก้] เพลงไทยเดิม ซึ่งเป็นทางและทำนองสำหรับใช้บรรเลงพิณพาทย์โดยตรง

  • เพลงแขกสายเถา
  • เพลงอาถรรพ์เถา
  • เพลงแขกสาหร่าย 3 ชั้น
  • เพลงสมิงทองมอญเถา
  • เพลงอาเฮีย
  • เพลงสารถี 3 ชั้น

[แก้] เพลงไทยเดิม ทรงพระนิพนธ์เมื่อเสด็จจากกรุงเทพฯ แล้วไปประทับอยู่ที่เมืองบันดุง ประเทศอินโดนีเซีย

  • เพลงต้นแขกไทร 2 ชั้น
  • เพลงครวญหาเถา
  • เพลงกำสรวญสุรางค์
  • เพลงอักษรสำอางค์และเพลงสุรางค์จำเรียง
  • เพลงจีนลั่นถัน
  • เพลงจีนเข้าห้อง
  • เพลงน้ำลอดใต้ทรายเถา
  • เพลงขยะแขยง 3 ชั้น
  • เพลงจีนเก็บบุปผาเถา
  • เพลงดอกไม้ร่วง
  • เพลงเทวาประสิทธิ์เถา
  • เพลงวิลันดาโอด
  • เพลงจิ้งจกทองเถา
  • เพลงตนาวเถา
  • เพลงพวงร้อยเถา
  • เพลงถอนสมอเถา
  • เพลงพระจันทรครึ่งซีกเถา

[แก้] เครื่องราชอิสริยาภรณ์

พระองค์ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดของตระกูลต่าง ๆ ดังต่อไปนี้[5]

[แก้] ราชตระกูล

ราชตระกูลในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก
 
 
 
 
 
 
 
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
สมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี
 
 
 
 
 
 
 
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
เจ้าขรัวเงิน
 
 
 
 
 
 
 
สมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระศรีสุดารักษ์
 
 
 
 
 
 
 
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
 
 
 
 
 
 
 
สมเด็จฯ พระองค์เจ้าศิริวงศ์ กรมหมื่นมาตยาพิทักษ์
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
เจ้าจอมมารดาทรัพย์
 
 
 
 
 
 
 
สมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
หม่อมน้อย ศิริวงศ์ ณ อยุธยา
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ
เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก
 
 
 
 
 
 
 
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
สมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี
 
 
 
 
 
 
 
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
เจ้าขรัวเงิน
 
 
 
 
 
 
 
สมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระศรีสุดารักษ์
 
 
 
 
 
 
 
สมเด็จพระนางเจ้าสุขุมาลมารศรี พระอัครราชเทวี
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
เจ้าพระยาอรรคมหาเสนา (บุนนาค)
 
 
 
 
 
 
 
สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิไชยญาติ (ทัต บุนนาค)
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
เจ้าคุณพระราชพันธุ์นวล
 
 
 
 
 
 
 
เจ้าคุณจอมมารดาสำลี
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ขรัวยายคล้าย (หรือหม่อมคล้าย)
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

[แก้] เชิงอรรถ


[แก้] อ้างอิง

  1. ^ ธำรงศักดิ์ อายุวัฒนะ. ราชสกุลจักรีวงศ์ และราชสกุลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช. กรุงเทพ : สำนักพิมพ์บรรณกิจ, พิมพ์ครั้งที่ 3 พ.ศ. 2544. 490 หน้า. หน้า หน้าที่. ISBN 974-222-648-2
  2. ^ http://freepages.genealogy.rootsweb.com/~royalty/thailand/i535.html
  3. ^ พระบรมราชโองการ ประกาศ ยกพระวรวงษ์เธอ เป็นพระเจ้าวรวงษ์เธอ, เล่ม 27, ตอน ก, 8 มกราคม พ.ศ. 2453, หน้า 99
  4. ^ http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2470/A/253.PDF พระบรมราชโองการ ประกาศ ตั้งพระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้า], เล่ม 44, ตอน 0ก, 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2470, หน้า253
  5. ^ จอมพล สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต
  6. ^ ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ฝ่ายหน้า, เล่ม ๔๓, ตอน ๐ ง, ๒๖ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๖๙, หน้า ๓๑๒๐
  • จุฬาลงกรณราชสันตติวงศ์ พระนามพระราชโอรส พระราชธิดา และพระราชนัดดา
  • ชีวิตในวังบางขุนพรหม, กิตติพงษ์ วิโรจน์ธรรมากูร

[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น

สมัยก่อนหน้า สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต สมัยถัดไป
สมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้า
กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช
2leftarrow.png ผู้บัญชาการทหารเรือ
(ผู้บัญชาการกรมทหารเรือ
24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2446 - 10 ธันวาคม พ.ศ. 2453
เสนาบดีกระทรวงทหารเรือ
11 ธันวาคม พ.ศ. 2453 - 18 มิถุนายน พ.ศ. 2463)
2rightarrow.png พระเจ้าบรมวงศ์เธอ
กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
เจ้าพระยาบดินทรเดชานุชิต (แย้ม ณ นคร) 2leftarrow.png เสนาบดีกระทรวงกลาโหม
(24 สิงหาคม พ.ศ. 2469 - 31 มีนาคม พ.ศ. 2471)
2rightarrow.png พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบวรเดช
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้า
กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์
2leftarrow.png เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย
(1 เมษายน พ.ศ. 2471 - 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475)
2rightarrow.png พระยาจ่าแสนยบดี ศรีบริบาล
เจ้าพระยาบดินทรเดชานุชิต (แย้ม ณ นคร) 2leftarrow.png ผู้บัญชาการทหารบก
(25 ตุลาคม พ.ศ. 2471 - 16 มิถุนายน พ.ศ. 2474)
2rightarrow.png พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบวรเดช


เครื่องมือส่วนตัว

สิ่งที่แตกต่าง
การกระทำ
ป้ายบอกทาง
มีส่วนร่วม
พิมพ์/ส่งออก
เครื่องมือ
ภาษาอื่น