สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต
Prince Paribatra Sukhumbhand.jpg

พระนาม บริพัตร
พระนามเต็ม สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต
พระอิสริยยศ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ
ฐานันดรศักดิ์ เจ้าฟ้า
ราชวงศ์ ราชวงศ์จักรี
ข้อมูลส่วนพระองค์
ประสูติ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2424
พระบรมมหาราชวัง, พระนคร
สวรรคต 18 มกราคม พ.ศ. 2487 (63 ปี) บันดุง, ดัตซ์ตะวันออก
พระบิดา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระมารดา สมเด็จพระนางเจ้าสุขุมาลมารศรี พระอัครราชเทวี
พระชายา หม่อมเจ้าประสงค์สม บริพัตร
หม่อม หม่อมสมพันธ์ บริพัตร ณ อยุธยา
พระราชโอรส/ธิดา 10 พระองค์

จอมพล จอมพลเรือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต (29 มิถุนายน พ.ศ. 2424 - 18 มกราคม พ.ศ. 2487) หรือ ทูลกระหม่อมบริพัตร ทรงดำรงตำแหน่งที่สำคัญทางการทหาร ตำแหน่งเสนาธิการทหารบก ผู้บัญชาการกรมทหารเรือ เสนาบดีกระทรวงทหารเรือ เสนาธิการทหารบก เสนาบดีกระทรวงกลาโหม เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย และผู้สำเร็จราชการรักษาพระนคร ทรงดำรงตำแหน่งองคมนตรีในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว นอกจากนี้ยังทรงพระปรีชาสามารถในงานดนตรี ทรงได้รับการขนานพระนามเป็น"พระบิดาแห่งเพลงไทยเดิม" ทรงพระนิพนธ์เพลงไทย เพลงฝรั่งและเพลงไทยเดิมไว้มากมาย ทรงนิพนธ์เพลง วอทซ์ปลื้มจิต, วอทซ์ชุมพล, สุดเสนาะ, เพลงมหาฤกษ์, เพลงพญาโศก

พระประวัติ[แก้]

พระรูปทรงฉายกับสมเด็จพระนางเจ้าสุขุมาลมารศรี พระอัครราชเทวี

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสุขุมาลมารศรี พระอัครราชเทวี ประสูติเมื่อวันพุธ ขึ้น 3 ค่ำ เดือน 8 ปีมะเส็ง ตรงกับวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2424 [1] ในพระบรมมหาราชวัง มีพระพี่นางพระนามว่า สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าสุทธาทิพยรัตน์ สุขุมขัตติยกัลยาวดี กรมหลวงศรีรัตนโกสินทร ทรงศึกษาชั้นต้นที่โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ ทรงสำเร็จการศึกษาจากวิทยาลัยเสนาธิการ แห่งเยอรมนี เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ ทรงประทับที่วังบางขุนพรหม ซึ่งเป็นวังที่มีความใหญ่โตโอ่อ่าที่สุด กอรปกับทรงมีตำแหน่งหน้าที่สำคัญต่าง ๆ มากมาย จึงได้รับการกล่าวขานอีกฉายาหนึ่งจากคนทั่วไปว่า "จอมพลบางขุนพรหม" หรือ "เจ้าฟ้าวังบางขุนพรหม" ทรงเป็นต้นราชสกุลบริพัตร [2]

ในการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต เป็นเจ้านายพระองค์สำคัญที่ทางคณะราษฎร ผู้กระทำการเปลี่ยนแปลงการปกครองต้องควบคุมองค์ไว้เป็นองค์ประกันสำคัญสูงสุด เนื่องด้วยทรงเป็นผู้รักษาพระนคร อีกทั้งยังทรงควบคุมหน่วยงานความมั่นคงต่าง ๆ ไว้เป็นจำนวนมาก ทั้งทหาร และตำรวจ ซึ่งในเช้าวันที่ 24 มิถุนายน นั้น พระประศาสน์พิทยายุทธ เป็นผู้นำในการบุกวังบางขุนพรหม เพื่อควบคุมพระองค์ ซึ่งทรงกำลังจะหนีทางท่าน้ำหลังวัง พร้อมกับครอบครัวและข้าราชบริพาร แต่ทว่ามีเรือตอร์ปิโดหาญทะเลของทางทหารเรือฝ่ายคณะราษฎรที่ควบคุมโดย เรือโท จิบ ศิริไพบูลย์ คอยดักอยู่ จึงยังทรงลังเล จนในที่สุดพระองค์จึงทรงยินยอมให้ทางคณะราษฎรควบคุมองค์ และเสด็จไปประทับยังพระที่นั่งอนันตสมาคม พร้อมกับเจ้านายพระองค์อื่น ๆ และบุคคลสำคัญต่าง ๆ ซึ่งก่อนเสด็จมา ได้ทรงต่อรองขอเปลี่ยนเครื่องทรงจากชุดกุยเฮง ซึ่งเป็นชุดบรรทม ก็ได้รับการปฏิเสธ[3] หลังจากนั้นในวันต่อมา ต้องเสด็จออกจากประเทศไทยอย่างกะทันหัน โดยเสด็จไปด้วยรถไฟขบวนพิเศษ ซึ่งวิ่งตลอดไม่มีหยุดพักจนถึงปีนังวันที่ 3 กรกฎาคม และย้ายไปประทับอยู่ที่เมืองบันดุง เกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย จนกระทั่งสิ้นพระชนม์

ซึ่งก่อนหน้าที่จะมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองเพียงไม่กี่วันนั้น พระยาอธิกรณ์ประกาศ อธิบดีกรมตำรวจได้ถวายรายงานต่อพระองค์ถึงรายชื่อของบุคคลต่าง ๆ ในคณะราษฎรว่ามีท่าทีจะกระทำการกระด้างกระเดื่องประการใดประการหนึ่งต่อบ้านเมือง แต่พระองค์ไม่ทรงเชื่อ ด้วยทรงเห็นว่าบุคคลเหล่านี้ไม่น่าจะมีศักยภาพเพียงพอที่จะกระทำการใด ๆ ได้ เนื่องจากทรงคุ้นเคยกับบุคคลเหล่านี้ดี ซ้ำบางคนยังทรงชุบเลี้ยงและรู้จักมาตั้งแต่ยังเด็กด้วยซ้ำ[3]

จอมพลเรือ จอมพล สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต สิ้นพระชนม์ด้วยพระโรคไตและพระหทัย เมื่อวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2487 ที่ตำหนักประเสบัน เมืองบันดุง ประเทศอินโดนีเซีย ในขณะที่ทรงพระชนพรรษา 63 พรรษา และได้มีการพระราชทานเพลิงพระศพ ที่พระเมรุท้องสนามหลวง เมื่อวันที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2493

พระโอรส-ธิดา[แก้]

พระโอรสและพระธิดาในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต
พระนาม พระมารดา ประสูติ สิ้นพระชนม์ พระชันษา
1. พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุมภฏพงษ์บริพัตร กรมหมื่นนครสวรรค์ศักดิพินิต
เสกสมรสกับหม่อมราชวงศ์พันธุ์ทิพย์ บริพัตร (เทวกุล) / พระธิดา หม่อมเจ้ามารศีสุขุมพันธุ์ บริพัตร
หม่อมเจ้าประสงค์สม บริพัตร 5 ธันวาคม พ.ศ. 2447 15 กันยายน พ.ศ. 2502 54 ปี
2. พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงศิริรัตนบุษบง
เสกสมรสกับหม่อมเจ้าอาชวดิศ ดิศกุล / โอรส หม่อมราชวงศ์ฤทธิ์ดำรง ดิศกุล
หม่อมเจ้าประสงค์สม บริพัตร 4 มกราคม พ.ศ. 2448 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2533 85 ปี
3. พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงสุทธวงษ์วิจิตร หม่อมเจ้าประสงค์สม บริพัตร 16 มีนาคม พ.ศ. 2450 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2546 95 ปี
4. พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงพิสิฐสบสมัย
เสกสมรสกับหม่อมเจ้าโกลิต กิติยากร / ธิดา หม่อมราชวงศ์พิลาศลักษณ์ บุณยะปานะ (กิติยากร)
หม่อมเจ้าประสงค์สม บริพัตร 21 กันยายน พ.ศ. 2451 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2517 65 ปี
5. พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงจุไรรัตนศิริมาน
เสกสมรสกับหม่อมเจ้าฉัตรมงคล โสณกุล
หม่อมเจ้าประสงค์สม บริพัตร 21 ธันวาคม พ.ศ. 2452 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2543 90 ปี
6. พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงจันทรกานตมณี หม่อมเจ้าประสงค์สม บริพัตร 24 กันยายน พ.ศ. 2455 30 ธันวาคม พ.ศ. 2520 65 ปี
7. พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงน้อง หม่อมเจ้าประสงค์สม บริพัตร 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2461 4 ธันวาคม พ.ศ. 2462 1 ปี
8. พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าชายปรียชาติสุขุมพันธุ์ หม่อมเจ้าประสงค์สม บริพัตร 4 มิถุนายน พ.ศ. 2463 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2465 1 ปี
9. พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงอินทุรัตนา หม่อมสมพันธ์ บริพัตร ณ อยุธยา 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2465 ยังทรงพระชนม์ 92 ปี
10. พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสุขุมาภินันท์ หม่อมสมพันธ์ บริพัตร ณ อยุธยา 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2466 10 เมษายน พ.ศ. 2546 79 ปี

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต มีพระชายา 1 พระองค์ คือ หม่อมเจ้าประสงค์สม บริพัตร (พระธิดาในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าไชยันตมงคล กรมหมื่นมหิศรราชหฤทัย ประสูติแต่กลีบ ซูกะวิโรจน์) และจากที่หม่อมเจ้าประสงค์สม ประชวรจึงทรงรับ คุณสัมพันธ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา เป็นหม่อมอีก 1 ท่าน โดยมีพระโอรสธิดาจำนวน 10 พระองค์คือ [4]

หม่อมเจ้าประสงค์สม บริพัตร[แก้]

หม่อมเจ้าประสมสงค์ บริพัตร

พระโอรสและพระธิดาในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ที่ประสูติแต่หม่อมเจ้าประสงค์สม บริพัตร ได้รับการยกขึ้นเป็น "พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า" ทุกพระองค์ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว [5]

  • พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงจันทรกานตมณี (24 กันยายน 2455 - 30 ธันวาคม 2520) เสกสมรสกับหม่อมเจ้าอรชุนชิษณุ สวัสดิวัตน์
    • หม่อมราชวงศ์ศศิพันธ์ สวัสดิวัตน์
    • หม่อมราชวงศ์เดือนเด่น (สวัสดิวัตน์) กิติยากร สมรสกับ หม่อมราชวงศ์สฤษดิคุณ กิติยากร
      • หม่อมหลวงชาครีย์ กิติยากร
      • หม่อมหลวงทยา กิติยากร
      • หม่อมหลวงรมย์ กิติยากร
    • หม่อมราชวงศ์ชิษณุสรร สวัสดิวัตน์ สมรสกับ หม่อมราชวงศ์พร้อมฉัตร (วุฒิชัย) สวัสดิวัตน์
      • หม่อมหลวงศศิภา สวัสดิวัตน์
      • หม่อมหลวงจันทราภา สวัสดิวัตน์

หม่อมสมพันธ์ บริพัตร ณ อยุธยา[แก้]

หม่อมสมพันธ์ บริพัตร ณ อยุธยา และพระโอรส พระธิดา

พระโอรสและพระธิดาในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ที่ประสูติแต่หม่อมสมพันธ์ บริพัตร ณ อยุธยา ได้รับการยกขึ้นเป็น "พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า" ทุกพระองค์ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว [6]

การรับราชการ[แก้]

ตราประจำราชสกุลบริพัตร

พระองค์ทรงดำรงตำแหน่งหน้าที่ราชการสำคัญทั้งฝ่ายกลาโหมและมหาดไทยหลายรัชกาล ด้วยทรงเปี่ยมไปด้วยพระปรีชาสามารถ ทรงสร้างสรรค์ความเจริญก้าวหน้าให้แก่กิจการที่ทรงรับภาระเป็นอย่างดียิ่งทั้งทางด้านการทหาร การปกครอง การสาธารณสุข การศึกษา ทรงวางรากฐานความเจริญของกองทัพเรือไทย กองทัพบก กระทรวงกลาโหม และกระทรวงมหาดไทย

ตำแหน่งสำคัญ[แก้]

  • เสนาธิการทหารบก (2446 - 24 กุมภาพันธ์ 2447)
  • ผู้บัญชาการกรมทหารเรือ (25 กุมภาพันธ์ 2447 - 10 ธันวาคม 2453)
  • องคมนตรี (24 ตุลาคม 2453 - 26 พฤศจิกายน 2468)
  • เสนาบดีกระทรวงทหารเรือ (11 ธันวาคม 2453 - 18 มิถุนายน 2463)
  • เสนาธิการทหารบก และผู้บัญชาการกรมทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ (19 มิถุนายน 2463 - 23 สิงหาคม 2469)
  • อุปนายกผู้อำนวยการสภากาชาดสยาม (12 กรกฎาคม 2463 - 24 มิถุนายน 2475)
  • อภิรัฐมนตรีสภา (28 พฤษภาคม 2468 - 24 มิถุนายน 2475)
  • เสนาบดีกระทรวงกลาโหม (24 สิงหาคม 2469 - 31 มกราคม 2471)
  • เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย (1 เมษายน 2471 - 24 มิถุนายน 2475)
  • อุปนายกสภาป้องกันพระราชอาณาจักร (7 เมษายน 2472 - 24 มิถุนายน 2475)
  • ประธานอภิรัฐมนตรีสภาและเสนาบดีสภา (23 กรกฎาคม 2472 - 24 มิถุนายน 2475)
  • ผู้สำเร็จราชการรักษาพระนคร (25 กรกฎาคม 2472 - 11 ตุลาคม 2472) (9 เมษายน 2473 - 8 พฤษภาคม 2473) (19 มีนาคม 2473 - 12 ตุลาคม 2474)

ผลงานดนตรี[แก้]

สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ทรงสีซอได้ตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ ต่อมาทรงต่อเพลงกับพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นทิวากรวงศ์ประวัติ จนมีฝีพระหัตถ์ดีเยี่ยม และทรงต่อเพลงกับเจ้าเทพกัญญา บูรณพิมพ์ เป็นครั้งคราว

พระองค์ทรงเครื่องดนตรีไทยได้หลายชนิด เช่น ฆ้องวงใหญ่ ระนาด ซอ ทั้งยังทรงเปียโนได้ดีอีกด้วย เมื่อพระองค์เสด็จมาประทับที่วังบางขุนพรหม ทรงมีทั้งวงปี่พาทย์และวงเครื่องสายประจำวัง

วงปี่พาทย์นั้นเริ่มแรกทรงใช้วงดนตรีมหาดเล็กเรือนนอก ซึ่งเป็นของตระกูลนิลวงศ์จากอัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ต่อมาทรงได้วงดนตรีของหลวงกัลยาณมิตตาวาส (ทับ พาทยโกศล) และจางวางทั่ว พาทยโกศล ซึ่งมีนักดนตรีและนักร้องที่มีชื่อเสียงประจำวง เช่น

  • นายทรัพย์ เซ็นพานิช - ระนาดเอก
  • จ่าเอกกมล มาลัยมาลย์ - ระนาดเอก
  • นายสาลี่ มาลัยมาลย์ - ระนาดเอก,ฆ้องวง
  • จ่าโทฉัตร สุนทรวาทิน - ระนาดทุ้ม
  • นายศิริ ชิดท้วม - ระนาดทุ้ม
  • นายช่อ สุนทรวาทิน - ฆ้องวงใหญ่
  • ร้อยเอก นพ ศรีเพชรดี - ฆ้องวงใหญ่
  • จ่าสิบเอก พังพอน แตงสืบพันธุ์ - ฆ้องวงเล็ก
  • นายละม้าย พาทยโกศล - เครื่องหนัง
  • จ่าสิบเอก ยรรยงค์ โปร่งน้ำใจ - เครื่องหนัง
  • นายเทวาประสิทธิ์ พาทยโกศล - ปี่ใน,ซอสามสาย
  • นางเจริญ พาทยโกศล - นักร้อง
  • จ่าเอก อิน อ๊อกกังวาล - นักร้อง
  • นางสาวสอาด อ๊อกกังวาล - นักร้อง
  • นางเทียม เซ็นพานิช - นักร้อง
  • คุณหญิงไพฑูรย์ กิตติวรรณ - นักร้อง
  • นางสว่าง คงลายทอง - นักร้อง
วงเครื่องสายทูลกระหม่อมบริพัตรฯ

ส่วนวงเครื่องสายนั้นเป็นวงที่ทรงบรรเลงร่วมกับพระราชธิดา พระประยุรญาติ และผู้ใกล้ชิด มีนายสังวาล กุลวัลกี เป็นผู้ฝึกสอน นักดนตรีและนักร้อง เช่น

ในช่วงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 และพระบาทสมเด็จปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 นั้น วังบางขุนพรหมเป็นศูนย์กลางการประชันวงปี่พาทย์ การแสดงดนตรี และการละเล่นต่างๆ และเป็นที่เกิดของเพลงที่มีชื่อเสียงเป็นจำนวนมาก ส่วนวงปี่พาทย์วังบางขุนพรหมนั้น ก็เป็นวงที่มีชื่อเสียงมาก และได้เข้าร่วมในการประชันวงที่วังบางขุนพรหมเมื่อ พ.ศ. 2466 ซึ่งได้รับการตัดสินให้ชนะเลิศ เป็นต้นตำรับการขับร้องที่สืบทอดมาแต่โบราณ

ทูลกระหม่อมบริพัตรฯ โปรดใช้เวลาว่างส่วนพระองค์ในการศึกษาวิชาดนตรี ทั้งด้านประสานเสียง และการประพันธ์เพลง จนทรงสามารถประพันธ์เพลง และทำหน้าที่เป็นวาทยากรได้อย่างคล่องแคล่ว เคยทรงเล่าประทานพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอินทุรัตนา พระธิดา ฟังว่า “…ถ้าพ่อเลือกได้ พ่อจะเรียนดนตรีและภาษา และจะทำงานด้านดนตรีอย่างเดียว แต่พ่อเลือกไม่ได้ เพราะพ่อบังเกิดมามียศตำแหน่ง ต้องทำงานให้ประเทศชาติ ทูลหม่อม (รัชกาลที่ 5) สั่งให้พ่อไปเรียนวิชาทหารเพื่อกลับมาปรับปรุงกองทัพไทย พ่อก็ไปเรียนวิชาทหาร บางครั้งพ่อเบื่อบางวิชาที่ต้องเรียนจนทนไม่ไหว ต้องเก็บพ็อกเก็ตมันนี่เอาแอบไปเรียนดนตรี แอบไปเรียนเพราะพวกผู้ใหญ่สมัยนั้นเห็นว่าวิชาดนตรีไม่เหมาะกับชายชาติทหาร เมื่อได้เรียนดนตรีที่พ่อรักก็สบายใจ เกิดความอดทนที่จะเรียนและทำงานที่พ่อเบื่อ…”

ทรงเริ่มแต่งเพลงสากลก่อนเพลงไทย เพลงชุดแรกๆ มีเพลงวอลทซ์โนรี และเพลงจังหวะโปลก้า ชื่อเพลงมณฑาทอง เป็นต้น

ทรงนิพนธ์เพลงไทยประสานเสียงแบบเพลงสากล เช่น เพลงมหาฤกษ์ เพลงมหาชัย เพลงสรรเสริญเสือป่า เพลงสาครลั่น และทรงแยกเสียงประสานเพลงไทยสำหรับบรรเลงด้วยวงโยธวาฑิต ทำให้แตรวงบรรเลงเพลงไทยได้ไพเราะ มีหลักการประสานเสียงดียิ่งขึ้น ได้ทรงประดิษฐ์เพลงแตรวงไว้หลายเพลง เช่น โหมโรงสะบัดสะบิ้ง เพลงเขมรใหญ่ เถา เพลงแขกมัสหรี เถา เพลงแขกสี่เกลอ เถา

เพลงที่ทรงนิพนธ์ไว้ทั้งสำหรับวงโยธวาฑิตและปี่พาทย์ เช่น เพลงแขกมอญบางขุนพรหม เถา (พ.ศ. 2453) เพลงพม่าห้าท่อน เถา เพลงแขกสาย เถา (พ.ศ. 2471) เพลงพ่าห้าท่อน เถา เพลงพวงร้อย เถา

ทรงนิพนธ์เพลงเถาสำหรับปี่พาทย์ไว้เป็นจำนวนมาก เช่น เพลงเทวาประสิทธิ์ เถา (พ.ศ. 2471) เพลงอาถรรพ์ เถา (พ.ศ. 2471) เพลงสมิงทองเทศ เถา (พ.ศ. 2473) และภายหลังเมื่อเสด็จไปประทับที่เมืองบันดุง ประเทศอินโดนีเซียแล้ว ยังได้ทรงนิพนธ์เพลงสำหรับวงปี่พาทย์ไม้แข็งขึ้นอีกหลายเพลง เช่น เพลงน้ำลอดใต้ทราย เถา (พ.ศ. 2480) เพลงนารายณ์แปลงรูป เถา (พ.ศ. 2480) และเพลงสุดถวิล เถา (พ.ศ. 2484)

ในขณะที่ทรงดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงทหารเรือ ทรงปรับปรุงวงดนตรีสากลของกองดุริยางค์ทหารเรือ จนสามารถบรรเลงเพลงประเภทซิมโฟนีได้ดีเป็นที่ยอมรับมาจนถึงปัจจุบัน

พระนิพนธ์[แก้]

เพลงฝรั่ง[แก้]

  • เพลงวอลทซ์ปลื้มจิตต์
  • เพลงวอลทซ์ประชุมพล
  • เพลงสุดเสนาะ
  • เพลงมณฑาทอง
  • เพลงวอลทซ์เมฆลา
  • เพลงมหาฤกษ์
  • เพลงสรรเสริญเสือป่า
  • เพลงวอลทซ์โนรี
  • เพลงสาครลั่น
  • เพลงโศรก
  • เพลงนางครวญ 3 ชั้น

เพลงไทยแท้[แก้]

  • เพลงแขกมอญบางขุนพรหม
  • เพลงสุดสงวน 2 ชั้น
  • เพลงเขมรพวง 3 ชั้น
  • เพลงเขมรชมจันทร์
  • เพลงสารถี 3 ชั้น
  • เพลงสบัดสบิ้ง
  • เพลงทยอยนอก
  • เพลงทยอยเขมร
  • เพลงทยอยใน เถา
  • เพลงแขกเห่
  • เพลงถอนสมอ
  • เพลงแขกมัทรี
  • เพลงครอบจักรวาล เถา
  • เพลงบุหลันชกมวย 3 ชั้น
  • เพลงเขมรใหญ่ เถา
  • เพลงพม่า เถา
  • เพลงแขกสี่เกลอ เถา
  • เพลงแขกสาย เถา
  • เพลงบาทสกุณี
  • เพลงขับไม้
  • เพลงเขมรโพธิสัต ว์เถา

เพลงไทยเดิม ซึ่งเป็นทางและทำนองสำหรับใช้บรรเลงพิณพาทย์โดยตรง[แก้]

  • เพลงแขกสาย เถา
  • เพลงอาถรรพ์ เถา
  • เพลงแขกสาหร่าย 3 ชั้น
  • เพลงสมิงทองมอญ เถา
  • เพลงอาเฮีย
  • เพลงสารถี 3 ชั้น

เพลงไทยเดิม ทรงพระนิพนธ์เมื่อเสด็จจากกรุงเทพฯ แล้วไปประทับอยู่ที่เมืองบันดุง ประเทศอินโดนีเซีย[แก้]

  • เพลงต้นแขกไทร 2 ชั้น
  • เพลงครวญหา เถา
  • เพลงกำสรวญสุรางค์
  • เพลงอักษรสำอางค์ และ เพลงสุรางค์จำเรียง
  • เพลงจีนลั่นถัน
  • เพลงจีนเข้าห้อง
  • เพลงน้ำลอดใต้ทราย เถา
  • เพลงขยะแขยง 3 ชั้น
  • เพลงจีนเก็บบุปผา เถา
  • เพลงดอกไม้ร่วง
  • เพลงเทวาประสิทธิ์ เถา
  • เพลงวิลันดาโอด
  • เพลงจิ้งจกทอ งเถา
  • เพลงตะนาว เถา
  • เพลงพวงร้อย เถา
  • เพลงถอนสมอ เถา
  • เพลงพระจันทรครึ่งซีก

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

พระองค์ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดของตระกูลต่าง ๆ ดังต่อไปนี้[7]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ[แก้]

ราชตระกูล[แก้]

ราชตระกูลในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
16. (=24.) พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก
 
 
 
 
 
 
 
8. (=12.) พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
17. (=25.) สมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี
 
 
 
 
 
 
 
4. (=6.) พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
18. (=26.) เจ้าขรัวเงิน
 
 
 
 
 
 
 
9. (=13.) สมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
19. (=27.) สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระศรีสุดารักษ์
 
 
 
 
 
 
 
2. พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
20. พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
 
 
 
 
 
 
 
10. สมเด็จฯ พระองค์เจ้าศิริวงศ์ กรมหมื่นมาตยาพิทักษ์
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
21. เจ้าจอมมารดาทรัพย์
 
 
 
 
 
 
 
5. สมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
11. หม่อมน้อย ศิริวงศ์ ณ อยุธยา
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
1. สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ
เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
24. (=16.) พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก
 
 
 
 
 
 
 
12. (=8.) พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
25. (=17.) สมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี
 
 
 
 
 
 
 
6. (=4.) พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
26. (=18.) เจ้าขรัวเงิน
 
 
 
 
 
 
 
13. (=9.) สมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
27. (=19.) สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระศรีสุดารักษ์
 
 
 
 
 
 
 
3. สมเด็จพระนางเจ้าสุขุมาลมารศรี พระอัครราชเทวี
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
28. เจ้าพระยาอรรคมหาเสนา (บุนนาค)
 
 
 
 
 
 
 
14. สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิไชยญาติ (ทัต บุนนาค)
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
29. เจ้าคุณพระราชพันธุ์นวล
 
 
 
 
 
 
 
7. เจ้าคุณจอมมารดาสำลี
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
15. ขรัวยายคล้าย (หรือหม่อมคล้าย)
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

เชิงอรรถ[แก้]


อ้างอิง[แก้]

  1. ธำรงศักดิ์ อายุวัฒนะ. ราชสกุลจักรีวงศ์ และราชสกุลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช. กรุงเทพ : สำนักพิมพ์บรรณกิจ, พิมพ์ครั้งที่ 3 พ.ศ. 2544. 490 หน้า. หน้า หน้าที่. ISBN 974-222-648-2
  2. http://freepages.genealogy.rootsweb.com/~royalty/thailand/i535.html
  3. 3.0 3.1 ชะตาชาติ, "2475" .สารคดีทางไทยพีบีเอส: 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
  4. กิติวัฒนา (ไชยันต์) ปกมนตรี, หม่อมราชวงศ์. สายพระโลหิตในพระพุทธเจ้าหลวง. กรุงเทพฯ : ดีเอ็มดี, พ.ศ. 2551. 290 หน้า. ISBN 978-974-312-022-0
  5. พระบรมราชโองการ ประกาศ ยกพระวรวงษ์เธอ เป็นพระเจ้าวรวงษ์เธอ, เล่ม 27, ตอน ก, 8 มกราคม พ.ศ. 2453, หน้า 99
  6. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2470/A/253.PDF พระบรมราชโองการ ประกาศ ตั้งพระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้า], เล่ม 44, ตอน 0ก, 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2470, หน้า253
  7. จอมพล สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต
  8. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ (ชั้นสายสะพาย จำนวน ๔,๕๒๔ ราย)เล่ม ๑๑๓ ตอน ๒๒ ข ๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๙ หน้า ๑
  9. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ (ชั้นสายสะพาย จำนวน ๔,๕๒๔ ราย)เล่ม ๑๑๓ ตอน ๒๒ ข ๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๙ หน้า ๑
  10. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ รัชการที่ ๔, เล่ม ๒๑, ตอน ๓๒, ๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๔๗, หน้า ๕๖๔
  11. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลปัจจุบันฝ่ายหน้า, เล่ม ๒๕, ตอน ๓๕, ๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๕๑, หน้า ๑๐๑๒
  12. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์, เล่ม ๒๗, ตอน ๐ ง, ๑๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๕๓, หน้า ๒๔๐๙
  13. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ฝ่ายหน้า, เล่ม ๔๓, ตอน ๐ ง, ๒๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๖๙, หน้า ๓๑๒๐
  14. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา, เล่ม ๓๘, ตอน ๐ ง, ๑๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๖๔, หน้า ๒๖๐๖
  15. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา, เล่ม ๒๐, ตอน ๒๗, ๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๔๖, หน้า ๔๔๕
  • จุฬาลงกรณราชสันตติวงศ์ พระนามพระราชโอรส พระราชธิดา และพระราชนัดดา
  • ชีวิตในวังบางขุนพรหม, กิตติพงษ์ วิโรจน์ธรรมากูร

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

ก่อนหน้า สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ถัดไป
สมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้า
กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช
2leftarrow.png ผู้บัญชาการทหารเรือ
(ผู้บัญชาการกรมทหารเรือ
24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2446 - 10 ธันวาคม พ.ศ. 2453
เสนาบดีกระทรวงทหารเรือ
11 ธันวาคม พ.ศ. 2453 - 18 มิถุนายน พ.ศ. 2463)
2rightarrow.png พระเจ้าบรมวงศ์เธอ
กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
เจ้าพระยาบดินทรเดชานุชิต (แย้ม ณ นคร) 2leftarrow.png เสนาบดีกระทรวงกลาโหม
(24 สิงหาคม พ.ศ. 2469 - 31 มีนาคม พ.ศ. 2471)
2rightarrow.png พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบวรเดช
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้า
กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์
2leftarrow.png เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย
(1 เมษายน พ.ศ. 2471 - 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475)
2rightarrow.png พระยาจ่าแสนยบดี ศรีบริบาล
เจ้าพระยาบดินทรเดชานุชิต (แย้ม ณ นคร) 2leftarrow.png ผู้บัญชาการทหารบก
(25 ตุลาคม พ.ศ. 2471 - 16 มิถุนายน พ.ศ. 2474)
2rightarrow.png พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบวรเดช