เพลงมหาฤกษ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เพลงมหาฤกษ์
โน้ตเพลงมหาฤกษ์ ทางสากล ฉบับเผยแพร่โดยคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี ตามมติคณะรัฐมนตรีลงวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2546
โน้ตเพลงมหาฤกษ์ ทางสากล ฉบับเผยแพร่โดยคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี ตามมติคณะรัฐมนตรีลงวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2546
เพลงชาติของ ไทย ไทย ธงชาติของไทย ไทย
ทำนอง สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์, พ.ศ. 2438
ประกาศใช้ พ.ศ. 2438

เกี่ยวกับเสียงนี้ เพลงมหาฤกษ์ เป็นเพลงที่ใช้บรรเลงในเวลาได้ฤกษ์เปิดงานที่เป็นพิธีสำคัญ สำหรับเชื้อพระวงศ์ที่ต่ำกว่าชั้นพระบรมวงศ์ลงมา ข้าราชการที่มีระดับต่ำกว่านายกรัฐมนตรี และทหารที่มียศต่ำกว่าจอมพลลงมา จนถึงสามัญชนทั่วไป ประพันธ์ทำนองโดยสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ทรงพระนิพนธ์ดัดแปลงจากทำนองไทยของเดิม เพลงมหาฤกษ์นี้เป็นเพลงที่มีทำนองใช้สำหรับบรรเลงอย่างเดียวไม่มีบทร้อง เช่นเดียวกับเพลงมหาชัย

รัฐบาลไทยได้จัดเพลงนี้ให้เป็น 1 ใน 6 เพลงสำคัญของแผ่นดิน ตามมติคณะรัฐมนตรีลงวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2546

ประวัติ[แก้]

เพลงมหาฤกษ์เป็นเพลงคู่กันกับเพลงมหาชัย มาตั้งแต่โบราณ จนเรียกติดปากกันว่า มหาฤกษ์มหาชัย ใช้บรรเลงคู่กันเพื่อแสดงฤกษ์งามยามดี และความสวัสดีมีโชคชัย ในโอกาสต่างๆ เพลงมหาฤกษ์นั้น สันนิษฐานว่ามีมาแต่ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยา เป็นเพลงทำนองอัตรา2ชั้น พอมาถึงกรุงรัตนโกสินทร์ ถูกนำบรรจุอยู่ในเพลงปี่พาทย์ เรื่องทำขวัญหรือเวียนเทียน ที่เริ่มต้นด้วย เพลงนางนาค ออกเพลงมหาฤกษ์ มหากาล สังข์น้อย มหาชัย ดอกไม้ไทร และดอกไม้ไพร ตามลำดับ โดยทั่วไปแล้ว เพลงมหาฤกษ์ ใช้ในการเปิดสถานที่ หรือเปิดงานต่างๆตามฤกษ์ยามที่กำหนด เนื่องจากการดำเนินทำนองเพลงมหาฤกษ์นั้น ดำเนินทำนองแบบไทยแท้ ตามลักษณะการแปรลูกฆ้องออกเป็นทำนองเต็มจากเครื่องดนตรีที่บรรเลงร่วมกัน ทำให้ผู้ฟังได้รับฟัง จะได้ยินเสียงครึ้มกระหึ่มของเสียงดนตรีที่บรรเลงพร้อมเพรียงกัน ก่อให้เกิดความปีติยินดี และความศรัทธา แก่ผู้ฟังเป็นอย่างยิ่ง.

ต่อมาจอมพลเรือ สมเด็จเจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ได้ทรงดัดแปลงเพลงมหาฤกษ์ทางไทย ออกเป็นทางประสานเสียงตามแบบสากล โดยพระองค์ท่านได้ยึดหลักทำนองของเก่า แต่เพียงแก้ไขเฉพาะตอนขึ้นต้นและลงท้ายให้สง่าผ่าเผยขึ้น ซึ่งทำให้การประสานเสียงตามแบบสากล จะช่วยให้ผู้ฟังเกิดความเร้าใจขึ้นเป็นอันมาก พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัสสั่งให้บรรเลงเป็นเพลงเกียรติยศ ต่อมาก็ใช้บรรเลงกล่าวคำอวยพรซึ่งกันและกัน ในพิธีมงคลฤกษ์ต่างๆ เช่น เปิดป้ายหรือเจิมศิลาฤกษ์ ก็ใช้บรรเลงเพลงมหาฤกษ์ขึ้น หรือในการกล่าวคำปราศรัย หรือกล่าวสุนทรพจน์ ก็ใช้บรรเลงเพลงมหาฤกษ์ ทุกคนในงานก็จะยืนขึ้น เป็นการให้เกียรติพร้อมกัน.

เนื้อร้อง[แก้]

พระลอ ฉบับกรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์[แก้]

พระศุลีเถลิงศรีอุสุภราช จากไกรลาศลอยละลิ่ว (อัมพร)ปลิวเวหน
กฤษณุรักษ์จากมหา (กะษิระ)ชะเลวน ทรงครุทยุทธณ(ราวะนะ)ระเห็จจร
พรหมาจารุพักตร์จากอักขนิษฐ์ เสด็จสถิตหงสะอาสนะหงาดหงอน
พระเป็นเจ้าทั้งสามตามอวยพร ให้ภูธรทั้งพระองค์ทรงพระเจริญ.

เงาะป่า พระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว[แก้]

แล้วดับเทียนชัยโบกควัน กระแจะจันทน์เจิมหน้า
เจิมสองไหล่หลังและอุรา ด้ายขอดกลางมาผูกข้อมือ
เสร็จแล้วอำนวยอวยพร เจริญสุขสถาพรอย่าดึงดื้อ
ให้ทำดีมียศเลื่องลือ ออกชื่อระบือนามสืบไป.


ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]