อำเภอเขื่องใน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
อำเภอเขื่องใน
แผนที่จังหวัดอุบลราชธานี เน้นอำเภอเขื่องใน
คำขวัญ: 
เขื่องในหนองธรรมชาติ ธรรมาสน์สิงห์งามเด่น
สุขสงบเย็นบึงเขาหลวง เลอสรวงลำน้ำชี
ไหมมัดหมี่ภูมิปัญญา ปวงประชาพาใฝ่ธรรม
งามล้ำพระใหญ่ พุทธสถานศูนย์รวมใจเทิดไท้องราชันย์

หรือ

มะพร้าวเผารสดี ฝั่งชีงามล้ำ
หัตถกรรมหมอนขิต กระชับมิตรไก่ย่าง
น้องนางข้าวหอมมะลิ วิเวกวัดป่าบึงเขาหลวง ประทับทรวงรำมองเซิง (อ้างอิงจากงาน ๑๐๑ปี อำเภอเขื่องใน)
พิกัดภูมิศาสตร์: 15°23′24″N 104°33′6″E / 15.39000°N 104.55167°E / 15.39000; 104.55167
อักษรไทยอำเภอเขื่องใน
อักษรโรมันAmphoe Khuang Nai
จังหวัดอุบลราชธานี
พื้นที่
 • ทั้งหมด772.8 ตร.กม. (298.4 ตร.ไมล์)
ประชากร
 (2563)
 • ทั้งหมด107,415 คน
 • ความหนาแน่น139.00 คน/ตร.กม. (360.0 คน/ตร.ไมล์)
รหัสไปรษณีย์ 34150, 34320 (เฉพาะตำบลกลางใหญ่ โนนรัง บ้านไทย และบ้านกอก)
รหัสภูมิศาสตร์3404
ที่ตั้งที่ว่าการที่ว่าการอำเภอเขื่องใน ถนนแจ้งสนิท ตำบลเขื่องใน อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี 34150
สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

เขื่องใน เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดอุบลราชธานี ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกสุดของจังหวัดอุบลราชธานี มีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดยโสธร มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นในด้านศิลปวัฒนธรรมอีสาน อาทิ ธรรมมาสน์สิงห์เทินบุษบกบ้านชีทวน พระพุทธสถานครองราชย์๖๐ปี วัดป่าดงบ้านตาดโบราณสถานบ้านผักแว่น วัดป่าบึงเขาหลวง วัฒนธรรมโนนใหญ่(ชาวกุลา) ต้นยางนาใหญ่รางวัลชนะเลิศอันดับ1 และ 2 จังหวัดอุบลราชธานีของบ้านผักแว่น เป็นต้น และอำเภอเขื่องในเป็นจุดกำเนิดของจ.อุบลราชธานีที่ได้รับสมญานาม"เมืองนักปราชญ์"ครั้งสมัย พระอริยวงศาจารย ญาณวิมลอุบลสังฆปาโมกข์ พระเถระชาวอ.เขื่องใน ที่ได้รับการชื่นชมและศรัทธาในล้นเกล้ารัชกาลที่3เป็นต้นมา[1]

ประวัติ[แก้]

อำเภอเขื่องใน ถูกตั้งตาม “บ้านเขื่องใน” ซึ่งจำเดิมชื่อ “เขี่ยงใน” เพราะภาษาอีสานโบราณไม่มีสระเอือ (เ-อื) เมื่อมีการเรียนภาษาไทยจึงกลายมาเป็น “เขื่องใน” หมู่บ้านเขี่ยงใน ตั้งชื่อตามชื่อหนองน้ำชื่อ “หนองเขี่ยง ” ซึ่งมีลักษณะเป็นแอ่งน้ำลึกประมาณ 1 –2 เมตร ในหน้าฝน คล้าย “เขี่ยงปลา” หรือที่ปลาเตรียมวางไข่ในน้ำในฤดูฝน ชาวบ้านเรียก “เขี่ยงปลา” เป็นกลุ่มหมู่บ้านซึ่งประกอบด้วยบ้านเขื่องใน บ้านเขื่องกลาง บ้านสว่าง และบ้านหนองใส ส่วนบ้านกวางคำ หรือบ้านโนนธาตุ เป็นอีกหมู่บ้านหนึ่งที่ตั้งมาพร้อมกับบ้านเขื่องใน

อำเภอเขื่องใน ได้รับการจัดตั้งให้เป็นอำเภอตาม พ.ร.บ.ลักษณะการปกครองท้องที่ พ.ศ. 2440 โดยตาม พ.ร.บ. ดังกล่าว พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ ทรงให้แบ่งบริเวณอุบลราชธานี ออกเป็น 3 เมือง คือ เมืองอุบลราชธานี เมืองเขมราษฎร์ธานี และเมืองยศสุนทร ในพื้นที่เมืองอุบลราชธานี มี 11 อำเภอ หนึ่งในนั้นคือ “อำเภอปจิมูปลนิคม” เป็นชื่อพระราชทานมาจากกรุงเทพฯ ต่อมาปี พ.ศ. 2456 ได้เปลี่ยนเป็นชื่ออำเภอตระการพืชผล จนกระทั่งเมื่อวันที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2460 มีการเปลี่ยนชื่ออำเภอใหม่อีกครั้งหนึ่งเป็นอำเภอเขื่องในจนมาถึงปัจจุบัน[2]

ภูมิศาสตร์[แก้]

อำเภอเขื่องในตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับอำเภอข้างเคียง ดังนี้

การแบ่งเขตการปกครอง[แก้]

การปกครองส่วนภูมิภาค[แก้]

อำเภอเขื่องในแบ่งเขตการปกครองย่อยออกเป็น 18 ตำบล 183 หมู่บ้าน ได้แก่

1. เขื่องใน (Khueang Nai) 14 หมู่บ้าน 10. ธาตุน้อย (That Noi) 10 หมู่บ้าน
2. สร้างถ่อ (Sang Tho) 16 หมู่บ้าน 11. บ้านไทย (Ban Thai) 12 หมู่บ้าน
3. ค้อทอง (Kho Thong) 11 หมู่บ้าน 12. บ้านกอก (Ban Kok) 6 หมู่บ้าน
4. ก่อเอ้ (Ko Ae) 12 หมู่บ้าน 13. กลางใหญ่ (Klang Yai) 11 หมู่บ้าน
5. หัวดอน (Hua Don) 11 หมู่บ้าน 14. โนนรัง (Non Rang) 7 หมู่บ้าน
6. ชีทวน (Chi Thuan) 11 หมู่บ้าน 15. ยางขี้นก (Yang Khi Nok) 10 หมู่บ้าน
7. ท่าไห (Tha Hai) 13 หมู่บ้าน 16. ศรีสุข (Si Suk) 8 หมู่บ้าน
8. นาคำใหญ่ (Na Kham Yai) 8 หมู่บ้าน 17. สหธาตุ (Saha-that) 7 หมู่บ้าน
9. แดงหม้อ (Daeng Mo) 6 หมู่บ้าน 18. หนองเหล่า (Nong Lao) 10 หมู่บ้าน

การปกครองส่วนท้องถิ่น[แก้]

ท้องที่อำเภอเขื่องในประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 19 แห่ง ได้แก่

  • เทศบาลตำบลเขื่องใน ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลเขื่องใน
  • เทศบาลตำบลบ้านกอก ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบ้านกอกทั้งตำบล
  • เทศบาลตำบลห้วยเรือ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลเขื่องใน (เขตองค์การบริหารส่วนตำบลเขื่องในเดิม)
  • องค์การบริหารส่วนตำบลสร้างถ่อ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลสร้างถ่อทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลค้อทอง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลค้อทองทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลก่อเอ้ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลก่อเอ้ทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลหัวดอน ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหัวดอนทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลชีทวน ครอบคลุมพื้นที่ตำบลชีทวนทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลท่าไห ครอบคลุมพื้นที่ตำบลท่าไหทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลนาคำใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลนาคำใหญ่ทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลแดงหม้อ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลแดงหม้อทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลธาตุน้อย ครอบคลุมพื้นที่ตำบลธาตุน้อยทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านไทย ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบ้านไทยทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลกลางใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลกลางใหญ่ทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลโนนรัง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลโนนรังทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลยางขี้นก ครอบคลุมพื้นที่ตำบลยางขี้นกทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลศรีสุข ครอบคลุมพื้นที่ตำบลศรีสุขทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลสหธาตุ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลสหธาตุทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลหนองเหล่า ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหนองเหล่าทั้งตำบล

สถานศึกษา[แก้]

โรงเรียนมัธยม สพฐ.[แก้]

มหาวิทยาลัย[แก้]

บุคคลที่มีชื่อเสียง[แก้]

ศูนย์ศิลปาชีพอุบลราชธานี[แก้]

  • โครงการส่งเสริมศิลปาชีพบ้านยางน้อย ตำบลก่อเอ้ อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี ภายในมีศูนย์แสดงนิทรรศการผ้าพื้นเมืองอีสานที่ให้ความรู้เกี่ยวกับประวัติความเป็นมา และขั้นตอนการทอผ้าตามแบบภูมิปัญญาพื้นบ้าน และศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์จากชุมชนและจากสมาชิกศูนย์ศิลปาชีพจากทั่วประเทศ เช่น ผ้ากาบบัว เครื่องปั้นดินเผา เครื่องทองเหลือง และข้าวเบญจกระยาทิพย์ เป็นโครงการที่เกิดขึ้นเพื่อสนองพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 ในการส่งเสริมศิลปาชีพให้กับราษฎรในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีและใกล้เคียง เป็นแหล่งศึกษาพันธุ์ไม้ ตลอดจนเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เมื่อปี พ.ศ. 2538สมเด็จพระมหาธีราจารย์ (ประสิทธิ์ เขมังกโร ป.ธ.๓) เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์เป็น พระเทพประสิทธิ์มนต์ เจ้าอาวาสวัดธัมมาราม นครชิคาโก สหรัฐอเมริกา ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดจักรวรรดิราชาวาส กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีชาติภูมิอยู่ที่บ้านยางน้อย ได้มีแนวดำริที่จะทำการพัฒนาบ้านยางน้อยและหมู่บ้านใกล้เคียงให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เนื่องจากประชาชนในพื้นที่มีอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก มีรายได้ไม่เพียงพอแก่การยังชีพ ไม่มีอาชีพและรายได้เสริมใด ๆ อาชีพหลักคือการทำนา เมื่อเสร็จจากการทำนาหรือเก็บเกี่ยวข้าวข้าวแล้วราษฎรวัยหนุ่มสาวจะทิ้งถิ่นฐานไปขายแรงงานตามเมืองใหญ่ ๆ หรือในเมืองหลวง จะเหลือเพียงเด็กและคนชราเท่านั้นที่อยู่ตามหมู่บ้าน เพื่อป้องกันการอพยพทิ้งถิ่นฐานเข้าสู่สังคมเมือง และเป็นการสร้างสถาบันครอบครัวชนบทให้มีความอบอุ่นสมบูรณ์อย่างที่เป็นมาในอดีต พระเทพประสิทธิมนต์ จึงพิจารณาหาแนวทางการพัฒนาอาชีพให้กับราษฎร โดยประสานงานกับส่วนราชการต่าง ๆ และกองทัพภาคที่ 2 โดย พล.ต.เรวัติ บุญทับ (พล.อ.ณพล บุญทับ) รองแม่ทับภาคที่ 2 เข้ามาร่วมในการพัฒนาท้องถิ่น โดยการจัดเตรียมงานเพื่อดำเนินการจัดตั้งโครงการส่งเสริมศิลปาชีพขึ้นที่ บ้านยางน้อย ซึ่งใช้เวลาจัดเตรียมงานประมาณ 1 ปี วันที่ 22 พฤศจิกายน 2539 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้มีพระราชเสาวนีย์ ให้พิจารณาจัดตั้งศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพเพื่อช่วยเหลือราษฎร ทั้งด้านการเกษตรและพัฒนาอาชีพ และทรงเสด็จพระราชดำเนินที่บ้านยางน้อย และบริเวณที่ดินสาธารณะบ้านยางน้อย ทรงรับราษฎรเข้าเป็นสมาชิกในโครงการส่งเสริมศิลปาชีพบ้านยางน้อย ในกลุ่มทอผ้าไหม และกลุ่มดอกไม้ประดิษฐ์

วันที่ 23 พฤศจิกายน 2544 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถพร้อมด้วยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินโครงการส่งเสริมศิลปาชีพบ้านยางน้อย เป็นการเสด็จพระราชดำเนินที่แห่งนี้ครั้งที่ 2 วันที่ 27 ธันวาคม 2548 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนิน โครงการส่งเสริมศิลปาชีพบ้านยางน้อย เป็นการเสด็จพระราชดำเนินที่แห่งนี้ครั้งที่ 3ปัจจุบันศูนย์ศิลปาชีพบ้านยางน้อย มีพื้นที่ดำเนินการทั้งสิ้น 424 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ดำเนินการโครงการส่งเสริมศิลปาชีพฯ บ้านยางน้อย 214 ไร่ และโครงการฟาร์มตัวอย่างบ้านยางน้อย 210 ไร่

  1. http://www.ubonpra.com/board/index.php?topic=132.0;wap2
  2. http://www.knpschool.ac. th/2010/tam/amper.htm