เขื่อนสิรินธร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เขื่อนสิรินธร
แม่น้ำมองจากเขื่อน
ประเทศประเทศไทย
ที่ตั้งอำเภอสิรินธร, จังหวัดอุบลราชธานี
พิกัดภูมิศาสตร์15°12′22.82″N 105°25′44.96″E / 15.2063389°N 105.4291556°E / 15.2063389; 105.4291556พิกัดภูมิศาสตร์: 15°12′22.82″N 105°25′44.96″E / 15.2063389°N 105.4291556°E / 15.2063389; 105.4291556
เริ่มต้นการก่อสร้างพ.ศ. 2511
เจ้าของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
Operator(s)การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

เขื่อนสิรินธร เป็นเขื่อนดินเอนกประสงค์ที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้า ตั้งอยู่ในอำเภอสิรินธร (เดิมอยู่ในเขตอำเภอพิบูลมังสาหาร) จังหวัดอุบลราชธานี[1]

ประวัติ[แก้]

เขื่อนสิรินธรเริ่มก่อสร้างในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2511 และมีการวางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2512[2] พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เชิญพระนามของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ขนานนามว่า เขื่อนสิรินธร โดยตัวเขื่อนและระบบส่งไฟฟ้าระยะแรก สร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2514

ในวันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2514 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดเขื่อนสิรินธร[3] จากนั้นเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2515 สำนักงานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ได้ส่งมอบเขื่อนสิรินธรให้อยู่ในความรับผิดชอบของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ดังเช่นปัจจุบัน

ชาวบ้านประมาณ 2,000 คนต้องย้ายที่ขึ้นที่สูงเพื่อทำอ่างเก็บน้ำ ชาวบ้านหลายคนอ้างว่าไม่ได้รับค่าตอบแทนที่เพียงพอต่อการสูญเสียที่อยู่อาศัยและได้ค่าตอบแทนแค่ 80% ของที่ดิน มากไปกว่านั้น พวกเขาอ้างว่าที่ดินใหม่มีคุณภาพแย่และมีพืชผลเจริญเติบโตไม่มาก และคลองชลประทานที่เสนอให้สร้างกลับไม่ได้สร้างเลย[4]

ลักษณะเขื่อนและโรงไฟฟ้า[แก้]

เขื่อนสิรินธร เป็นเขื่อนหินถมแกนดินเหนียว สร้างปิดกั้นแม่น้ำลำโดมน้อยอันเป็นสาขาของแม่น้ำมูล ที่บริเวณแก่งแซน้อย ตำบลช่องเม็ก อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี ตัวเขื่อนมีความสูง 42 เมตร ยาว 940 เมตร สันเขื่อนกว้าง 7.5 เมตร อ่างเก็บน้ำ มีพื้นที่ประมาณ 288 ตารางกิโลเมตรสามารถกักเก็บน้ำได้ 1,966.5 ล้านลูกบาศก์เมตร ที่ระดับกักเก็บน้ำสูงสุด 142.2 เมตร (จากระดับน้ำทะเลปานกลาง) โรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนสิรินธร ติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าไว้ 3 เครื่อง ขนาดกำลังผลิตเครื่องละ 12,000 กิโลวัตต์ รวมกำลังผลิตทั้งสิ้น 36,000 กิโลวัตต์ ซึ่งผลิดไฟฟ้าปีละ 90 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง[5]

การใช้ประโยชน์[แก้]

นอกประโยชน์ในการผลิตกำลังไฟฟ้าแล้ว เขื่อนสิรินธรยังเป็นแหล่งประมง และแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดอุบลราชธานี[6] โดยบริเวณเขื่อนได้มีการจัดสร้าง สวนสิรินธร เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อปี พ.ศ. 2533 โดยมีพิธีเปิดสวนอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2534 โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธาน[7] และมีสนามกอลฟ์อยู่ทางเหนือของทะเลสาบ[8]

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. "Sirindhorn Dam". Electricity Generating Authority of Thailand (EGAT). สืบค้นเมื่อ 28 June 2020.
  2. เขื่อนสิรินธร
  3. พระราชกรณียกิจ และเหตุการณ์สำคัญ
  4. Imhof, Aviva. "DAM-BUSTING - anti-dam protests in Thailand". The Ecologist. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 14 July 2012. สืบค้นเมื่อ 6 March 2011.
  5. "Renovation of Small Hydropower Plants". Electricity Generating Authority of Thailand. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 10 July 2011. สืบค้นเมื่อ 12 March 2013.
  6. อุบลราชธานีไกด์
  7. Thailand (Eyewitness Travel Guides) (1st American ed.). DK Publishing, Inc. 1997. p. 289. ISBN 0-7894-1949-1.
  8. Sirindhorn Reservoir (Map). Google Maps. สืบค้นเมื่อ 12 March 2013.