สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สมเด็จพระพุฒาจารย์
(เกี่ยว อุปเสโณ)
สมเด็จเกี่ยว
Somdej Kiew.jpg
เกิด 11 มกราคม พ.ศ. 2471
มรณภาพ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2556
อายุ 85
อุปสมบท 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2492
พรรษา 69
วัด วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร
ท้องที่ กรุงเทพมหานคร
สังกัด มหานิกาย
วุฒิการศึกษา เปรียญธรรม 9 ประโยค นักธรรมชั้นเอก
ตำแหน่ง
ทางคณะสงฆ์
อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร
อดีตประธานกรรมการมหาเถรสมาคม
อดีตเจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก
อดีตประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช
อดีตประธานสมัชชามหาคณิสสร

สมเด็จพระพุฒาจารย์ นามเดิม เกี่ยว โชคชัย ฉายา อุปเสโณ (11 มกราคม พ.ศ. 2471 - 10 สิงหาคม พ.ศ. 2556) เป็นสมเด็จพระราชาคณะฝ่ายมหานิกาย อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร อดีตผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช และประธานสมัชชามหาคณิสสร เป็นพระเถระที่มีอาวุโสโดยสมณศักดิ์สูงสุดของมหาเถรสมาคม[1][2][3]

เนื่องจากสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช (เจริญ สุวฑฺฒโน) ทรงพระประชวร และเสด็จเข้าประทับรักษาพระองค์ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ มาตั้งแต่ต้นปี พ.ศ. 2545 ทำให้เข้าร่วมงานพระศาสนาไม่สะดวก มหาเถรสมาคม จึงได้แต่งตั้งให้สมเด็จพระพุฒาจารย์ เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช ในต้นปี พ.ศ. 2547[4] ต่อมาการแต่งตั้งนั้นได้สิ้นสุดลงเพราะครบระยะเวลาที่กำหนด มหาเถรสมาคมจึงมีมติให้แต่งตั้ง คณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เพื่อบริหารกิจการคณะสงฆ์แทนสมเด็จพระญาณสังวรฯ โดยมีสมเด็จพระพุฒาจารย์ในฐานะมีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ที่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ในขณะนั้นทำหน้าที่เป็นประธาน[1][2] การแต่งตั้งดังกล่าวทั้งสองครั้ง ถูกต่อต้านอย่างรุนแรงจากกลุ่มลูกศิษย์ของพระธรรมวิสุทธิมงคล (บัว ญาณสมฺปนฺโน) (หลวงตามหาบัว) นายสนธิ ลิ้มทองกุล และนายทองก้อน วงศ์สมุทร[5][6][7][8]

ประวัติ[แก้]

ชาติภูมิ[แก้]

สมเด็จพระพุฒาจารย์ สมัยที่ยังเป็น พระมหาเกี่ยว อุปเสโณ ป.ธ.9

สมเด็จพระพุฒาจารย์ มีนามเดิมว่า เกี่ยว โชคชัย เกิดเมื่อวันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2471 นับแบบเก่า นับแบบปัจจุบันตรงกับ พ.ศ. 2472 (ตรงกับวันอาทิตย์ แรม 8 ค่ำ เดือน 3 ปีมะโรง) [9]บ้านเฉวง ตำบลบ่อผุด อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ถือกำเนิดในครอบครัวชาวจีนไหหลำ เป็นบุตรคนที่ 5 ในจำนวนบุตร 7 คน ของนายอุ้ยเลี้ยน แซ่โหย่ (เลื่อน โชคชัย) และนางยี แซ่โหย่ (ยี โชคชัย) ครอบครัวโชคชัยมีอาชีพทำสวนมะพร้าว ปัจจุบันทายาทสกุลโชคชัยหรือแซ่โหย่เปลี่ยนนามสกุลนั้นเป็น โชคคณาพิทักษ์

อุปสมบท[แก้]

เกี่ยว โชคชัย สำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐานระดับประถมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนประจำหมู่บ้าน ในปี พ.ศ. 2483 ก่อนที่จะถึงกำหนดวันเดินทางไปศึกษาต่อยังโรงเรียนในตัวเมืองสุราษฎร์ธานี เด็กชายเกี่ยวเกิดมีอาการป่วยไข้ขึ้นมาอย่างกะทันหัน บิดามารดาจึงบนบานว่า หากเด็กชายเกี่ยวหายจากป่วยไข้ ก็จะให้บวชเป็นเณร ภายหลังจากบนบรรพชาเป็นสามเณร เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2484 ที่วัดสว่างอารมณ์ ตำบลบ่อผุด โดยมีเจ้าอธิการพัฒน์ เป็นพระอุปัชฌาย์[10]

ความตั้งใจเดิมของสามเณรเกี่ยว คือ การบวชแก้บนสัก 7 วัน แล้วก็จะลาสึกไปรับการศึกษาในฝ่ายโลก แต่เมื่อบวชแล้วได้เปลี่ยนใจ ไม่คิดจะสึกตามที่เคยตั้งใจไว้ โยมบิดามารดาจึงได้พาสามเณรเกี่ยวไปฝากกับพระครูอรุณกิจโกศล (พริ้ง โกสโล) เจ้าอาวาสวัดแจ้ง ตำบลอ่างทอง อำเภอเกาะสมุย[11]

วัดสระเกศ กรุงเทพมหานคร

ในเวลาต่อมา หลวงพ่อพริ้งได้นำไปฝากไว้กับอาจารย์เกตุ คณะ 5 ณ วัดสระเกศ กรุงเทพมหานคร แต่หลังจากนั้นเป็นเวลาไม่นาน กรุงเทพมหานครต้องประสบภัยจากสงครามโลกครั้งที่สอง กรุงเทพมหานครถูกเครื่องบินทิ้งระเบิด หลวงพ่อพริ้งจึงได้รับตัวพาไปฝากท่านอาจารย์มหากลั่น ตำบลพุมเรียง อำเภอไชยา[12] เมื่อสงครามสงบ หลวงพ่อพริ้งได้พากลับไปที่วัดสระเกศอีกครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ตามในเวลานั้น ท่านอาจารย์เกตุ ได้ลาสิกขาบทไปแล้ว หลวงพ่อพริ้งจึงพาฝากไว้กับพระครูปลัดเทียบ (ซึ่งในเวลาต่อมาได้รับโปรดเกล้า ฯ สถาปนา เป็นพระธรรมเจดีย์ และเป็นเจ้าอาวาสวัดสระเกศ)[12]

ท่านได้ศึกษาธรรมะจนสอบได้นักธรรมชั้นเอก และศึกษาปริยัติธรรม สอบได้เปรียญธรรม 5 ประโยค ตั้งแต่ครั้งยังเป็นสามเณร[13] ต่อมา เมื่อมีอายุครบอุปสมบท ก็ได้อุปสมบทในวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2492 ที่วัดสระเกศ โดยมีพระธรรมวโรดม (อยู่ ญาโณทโย) เป็นพระอุปัชฌาย์[13] จนถึงปี พ.ศ. 2497 สอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยค[14][15]

สมเด็จพระพุฒาจารย์ได้รับปริญญากิตติมศักดิ์ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาสังคมศาสตร์เพื่อการพัฒนา จากมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี[16] และปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาการบริหารการศึกษา จากมหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ[17]

สมณศักดิ์[แก้]

สมเด็จพระพุฒาจารย์ สนทนากับสมเด็จพระสันตะปาปาปอลที่ 6 ที่กรุงวาติกัน เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2515

เจ้าประคุณ สมเด็จฯ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชทานแต่งตั้ง เลื่อนและสถาปนาสมณศักดิ์ โดยลำดับ ดังนี้

งานด้านวิชาการและการบริหารคณะสงฆ์[แก้]

พ.ศ. 2494-2514[แก้]

สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) ภาพเมื่อเป็นพระราชาคณะที่ พระเทพคุณาภรณ์ ปี 2507:องค์กลางในรูป

สมเด็จพระพุฒาจารย์ ได้เริ่มต้นงานด้านวิชาการและการบริหารคณะสงฆ์ ในปี พ.ศ. 2494 โดยเป็นครูสอนปริยัติธรรม ต่อได้เป็นกรรมการตรวจธรรมสนามหลวง ในปี พ.ศ. 2496 และเป็นกรรมการตรวจบาลีสนามหลวง ในปี พ.ศ. 2497 ในปีเดียวกัน ได้เป็นกรรมการพิเศษแผนกตรวจสำนวนแปลพระวินัยปิฏก ฉบับ พ.ศ. 2500 ของคณะสงฆ์[24]

ในปี พ.ศ. 2500 สมเด็จพระพุฒาจารย์ได้เป็นอาจารย์สอนภาษาบาลีที่มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในปีต่อมาได้เลื่อนเป็นหัวหน้าแผนกบาลีธรรม และเป็นอาจารย์สอนพระสูตร และประธานหัวหน้าแผนกคณะพุทธศาสตร์ มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในปี พ.ศ. 2502 ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยอธิการบดี และหัวหน้าแผนกธรรมวิจัย ของมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์[24]

ในปี พ.ศ. 2506 สมเด็จพระพุฒาจารย์ ได้รับเลือกเป็นอนุกรรมการมหาเถรสมาคม ในปี พ.ศ. 2507 ได้รับเลือกเป็น เลขาธิการมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และได้รับพระบัญชาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองเจ้าคณะภาค 9 (เขตปกครองจังหวัด ขอนแก่น, มหาสารคาม, กาฬสินธุ์, ร้อยเอ็ด)[24] ในปี พ.ศ. 2508 ได้รับพระบัญชาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะภาค 9 และเป็นเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช[24]

ในปี พ.ศ. 2513 สมเด็จพระพุฒาจารย์ ได้รับเลือกเป็นกรรมการร่างหลักสูตรโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา และเป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ต่อมาในปี พ.ศ. 2514 ได้รับพระบัญชาแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดสระเกศ[24]

กรรมการมหาเถรสมาคม[แก้]

ในปี พ.ศ. 2516 สมเด็จพระพุฒาจารย์ ได้เป็นกรรมการมหาเถรสมาคม และได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ สถาปนาเป็น รองสมเด็จพระราชาคณะ เป็นรูปที่ 3 ในประวัติศาสตร์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่ได้รับสถาปนาแต่งตั้งขึ้นเป็นรองสมเด็จพระราชาคณะที่มีอายุไม่ถึง 50 ปี[25]

ภาพ:สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช ในพิธีทรงตั้งและเลื่อนสมณศักดิ์พระครูสัญญาบัตร ในเขตปกครองคณะสงฆ์หนใต้ ประจำปี พ.ศ. 2549

ต่อมาในปี พ.ศ. 2524 ได้รับพระบัญชาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะภาค 10 (เขตปกครองจังหวัดอุบลราชธานี, ศรีสะเกษ, นครพนม, ยโสธร, มุกดาหาร, อำนาจเจริญ) ในปี พ.ศ. 2528 ได้ เป็นประธานกรรมาธิการสังคายนาพระธรรมวินัย ตรวจชำระพระไตรปิฎก ในมหามงคลวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 5 รอบของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ในปี พ.ศ. 2532 สมเด็จพระพุฒาจารย์ ได้รับพระบัญชาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะหนใหญ่หนตะวันออก และในปี พ.ศ. 2534 ได้เป็นประธานกรรมการจัดการชำระและพิมพ์อรรถกถาพระไตรปิฎก เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในมหามงคลวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2535 ในปี พ.ศ. 2540 สมเด็จพระพุฒาจารย์ ได้รับพระบัญชาแต่งตั้งเป็น ประธานคณะกรรมการฝ่ายเผยแผ่พระพุทธศาสนา ของมหาเถรสมาคม และเป็นประธานคณะกรรมการช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติและอุบัติภัย

นอกจากนั้น สมเด็จพระพุฒาจารย์ เป็นผู้ริเริ่มตั้งโรงพิมพ์กรมการศาสนา และได้แสดงธรรมทางสถานีวิทยุ 919 ในรายการ “ของดีจากใบลาน” เป็นประจำ[26]

งานพิเศษ[แก้]

ภารกิจต่างประเทศ[แก้]

สมเด็จพระพุฒาจารย์ ได้เริ่มต้นงานด้านวิชาการและการบริหารคณะสงฆ์ ในปี พ.ศ. 2498 ได้ไปร่วมประชุมฉัฏฐสังคีติ ณ ประเทศพม่า ในปี พ.ศ. 2505 สมเด็จพระพุฒาจารย์ ได้เป็นหัวหน้าคณะเดินทางไปดูการศาสนาและเพื่อศาสนสัมพันธ์ที่เกาหลี ญี่ปุ่น ไต้หวัน และฮ่องกง ต่อมาใน ปี พ.ศ. 2510 ได้เป็นหัวหน้าคณะเดินทางไปสังเกตการณ์ การศึกษาพระพุทธศาสนาที่ลาว ศรีลังกา ญี่ปุ่น ไต้หวัน ฮ่องกง ในปี พ.ศ. 2512 เป็นกรรมการอำนวยการฝึกอบรมพระธรรมทูต

ในปี พ.ศ. 2515 สมเด็จพระพุฒาจารย์ ได้ไปสังเกตการณ์การศึกษาทางพระพุทธศาสนาของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในสหรัฐอเมริกา และในปี พ.ศ. 2525 ได้รับตำแหน่งรองประธานสภาสงฆ์แห่งโลก[16][27]

ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระพระสังฆราช ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช และประธานสมัชชามหาคณิสสร[แก้]

ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช[แก้]

หนังสือ “ขอรับพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช” ที่ พศ 0006/3 วันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2547

ตามที่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประชวร และเสด็จประทับรักษาพระองค์ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ มาตั้งแต่ต้นปี พ.ศ. 2545 ทำให้ทรงไม่สามารถปฏิบัติพระศาสนกิจได้สะดวก ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลจึงได้ขอความเห็นจากคณะแพทย์และคณะกรรมการวัดบวรนิเวศวิหาร มีพระเทพสารเวที (บุญยนต์ ปุญฺญาคโม) ผู้ปฏิบัติหน้าที่เลขานุการสมเด็จพระสังฆราชเป็นประธาน เสนอที่ประชุมกรรมการมหาเถรสมาคมในวันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2547 ที่ประชุมกรรมการมหาเถรสมาคม มีมติอนุโมทนาสนองข้อเสนอดังกล่าว โดยให้แต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชเป็นการชั่วคราว[28] และโดยที่สมเด็จพระพุทธปาพจนบดี (ทองเจือ จินฺตากโร) วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เป็นสมเด็จพระราชาคณะผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ มีอายุถึง 96 ปี (ณ เวลานั้น) อีกทั้งยังอาพาธ ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้เช่นกัน จึงเห็นสมควรให้สมเด็จพระราชาคณะมีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ลำดับถัดไป ได้แก่ สมเด็จพระพุฒาจารย์ โดยมีสมเด็จพระราชาคณะและพระราชาคณะอื่นอีก 5 รูป เป็นผู้ช่วยปฏิบัติหน้าที่[28] โดยที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2547 โดยมีนาย วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ลงนาม[29] ซึ่งสมเด็จพระสังฆราชได้มีพระบัญชาว่า “ทราบและเห็นชอบ” เมื่อวันที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2547 อย่างไรก็ตาม ในปลายปี พ.ศ. 2548 หนังสือพิมพ์ผู้จัดการออนไลน์ ได้กล่าวหาว่า ลายมือเขียน “ทราบและเห็นชอบ” ไม่ได้เป็นของสมเด็จพระสังฆราช แต่เป็นของพระเทพสารเวที เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช[30]

สมเด็จพระพุฒาจารย์ ได้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช ในช่วงต้นปี พ.ศ. 2547 เช่น เป็นประธานในพิธีวันวิสาขบูชาโลก ในช่วง 30 พ.ค. ถึง 3 มิ.ย. ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่คณะสงฆ์ในโลกทั้ง 3 นิกาย คือ เถรวาท มหายาน และวัชรยาน ได้มาประกอบพิธีกรรมทางศาสนาร่วมกันในสถานที่เดียวกัน[31]

ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช[แก้]

สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) ขณะทำหน้าที่คณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช (สังเกตร่ม)

ต่อมาการแต่งตั้งนั้นได้สิ้นสุดลงเพราะครบระยะเวลาที่กำหนด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ตราพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 และ พ.ศ. 2547 เพื่อให้มีคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2547[32] มหาเถรสมาคม มีมติเป็นเอกฉันท์ในการประชุม เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2547 ให้แต่งตั้ง คณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เพื่อบริหารกิจการคณะสงฆ์แทนสมเด็จพระญาณสังวรฯ ซึ่งคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ประกอบด้วยสมเด็จพระราชาคณะและพระราชาคณะ รวม 7 รูป จากพระอาราม 7 วัด ทั้งจากฝ่ายมหานิกายและธรรมยุติกนิกาย โดยมีสมเด็จพระพุฒาจารย์ ในฐานะมีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ที่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ทำหน้าที่ประธาน

นอกจากสมเด็จพระพุฒาจารย์แล้ว ยังมีสมเด็จพระราชาคณะอีก 6 รูป ในคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช มีดังต่อไปนี้

  1. สมเด็จพระมหาธีราจารย์ (นิยม ฐานิสฺสโร) เจ้าอาวาสวัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร (มหานิกาย, อุปสมบท เมื่อ พ.ศ. 2487, ได้เป็นสมเด็จพระราชาคณะเมื่อปี พ.ศ. 2535 โดยเป็นพระผู้มีอาวุโสโดยสมณศักดิ์รองจากสมเด็จพระพุฒาจารย์) [3][33]
  2. สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ (มหานิกาย, อุปสมบท เมื่อ พ.ศ. 2488, ได้เป็นสมเด็จพระราชาคณะเมื่อปี พ.ศ. 2538) [34]
  3. สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (พุฒ สุวฑฺฒโน) เจ้าอาวาสวัดสุวรรณารามราชวรวิหาร (มหานิกาย, อุปสมบท เมื่อ พ.ศ. 2471) [35]
  4. สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (ประจวบ กนฺตาจาโร) เจ้าอาวาสวัดมกุฏกษัตริยารามราชวรวิหาร (ธรรมยุต, อุปสมบท เมื่อ พ.ศ. 2483, ได้เป็นสมเด็จพระราชาคณะเมื่อปี พ.ศ. 2543) [36]
  5. สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (มานิต ถาวโร) เจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม วรวิหาร (ธรรมยุต, อุปสมบท เมื่อ พ.ศ. 2480, ได้เป็นสมเด็จพระราชาคณะเมื่อปี พ.ศ. 2544) [37]
  6. สมเด็จพระญาณวโรดม (ประยูร สนฺตงฺกุโร) เจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาส ราชวรวิหาร (ธรรมยุต, อุปสมบท เมื่อ พ.ศ. 2480, ได้เป็นสมเด็จพระราชาคณะเมื่อปี พ.ศ. 2546) [38][39]

สมเด็จพระพุฒาจารย์ ได้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช ในช่วงปี พ.ศ. 2547 ถึงปี พ.ศ. 2549 เช่น เป็นประธานในพิธีวันวิสาขบูชาโลก ประจำปี พ.ศ. 2548 โดยมีผู้นำศาสนาพุทธจาก 41 ประเทศเข้าร่วม และกล่าวเปิดประชุมโดยการประกาศให้ผู้นำศาสนาพุทธทั่วโลกร่วมกันยกย่ององค์พระมหากษัตริย์ไทย ที่ทรงเป็นองค์พุทธมามกะประเสริฐยิ่งในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา พร้อมแนะให้ใช้หลักแห่งพุทธะดับความร้อนรุ่มของโลก[40]

ข้อวิจารณ์กรณีแต่งตั้งประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช[แก้]

นายสนธิ ลิ้มทองกุล และพระธรรมวิสุทธิมงคล (บัว ญาณสมฺปนฺโน) ได้กล่าวว่า สมเด็จพระญาณสังวรฯ ไม่ได้ทรงพระประชวร แต่เพราะทรงเจริญพระชนมายุมากแล้วเท่านั้น จริง ๆ แล้วทรงแจ่มใส ปฏิบัติพระศาสนกิจได้ การแต่งตั้งคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชจึงมิชอบ[6][5] หลวงตามหาบัวยังได้กล่าวหาว่า สมเด็จพระพุฒาจารย์ เป็นมหาโจรและทำอะไรไม่ได้ดีไว้หลายอย่าง[7] ช่วงเดือนมีนาคม พ.ศ. 2548 หลวงตามหาบัวจึงได้มอบหมายให้นายทองก้อน วงศ์สมุทร ถวายฎีกาแก่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขอพระราชทานบิณฑบาตถอดสมณศักดิ์สมเด็จพระพุฒาจารย์ ฐานขัดพระธรรมวินัย ดำเนินการประชุมมหาเถรสมาคมโดยไม่เป็นไปตามกฎระเบียบ และร่วมมือกับนายวิษณุ เครืองาม ทำลายหลักพระธรรมวินัยของพระพุทธศาสนา และขนบธรรมเนียมโบราณราชประเพณี ตลอดจนศีลธรรมอันดี[8][41] ในเวลาต่อมา หลวงตามหาบัวได้นำคณะสงฆ์และฆราวาสนับหมื่น ไปชุมนุมใหญ่ต้านสมเด็จพระพุฒาจารย์[42] ในรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ นายสนธิ ลิ้มทองกุล ได้ออกมากล่าวว่า "กรณีหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ถวายฎีกาเป็นการปกป้องสถาบันศาสนา และสถาบันกษัตริย์ไม่ให้อ่อนแอ"[43]

อย่างไรก็ตาม ช่วงเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2549 หลวงตามหาบัวได้ออกคำสั่งให้นายทองก้อนออกจากวัด และห้ามยุ่งเกี่ยวกับเรื่องใดๆ ของวัดป่าบ้านตาดอีกต่อไป เนื่องจากประพฤติไม่เหมาะสมอย่างรุนแรง เกี่ยวกับการบริหารสถานีวิทยุเสียงธรรมชุมชน จึงทำให้แนวร่วมต่อต้านสมเด็จพระพุฒาจารย์ได้อ่อนแอลง[44]

ในทางตรงข้าม คอลัมนิสต์แมงเม่า แห่ง หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ได้ออกมากล่าวว่าสมเด็จพระพุฒาจารย์ได้ปฏิบัติหน้าที่ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชอย่างถูกต้อง ตามที่ได้รับมอบหมาย[45] และผู้สนับสนุนสมเด็จพระพุฒาจารย์ ได้มีการรวมตัวกันเพื่อแสดงความเคารพและความสนับสนุนเป็นจำนวนมาก[3]

การปฏิบัติหน้าที่หลังจากการรัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2549[แก้]

หลังจากการรัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2549 ได้มีผู้ปลอมแปลงร่างพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช ให้ยกเลิกคณะผู้แทนปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชเดิม และตั้งคณะผู้แทนปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชใหม่ โดยมีสมเด็จพระมหาธีราจารย์เป็นประธาน และสมเด็จพระพุฒาจารย์เป็นที่ปรึกษา[46] ในวันต่อมา คุณหญิง ทิพาวดี เมฆสวรรค์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้กล่าวว่า ไม่ทราบว่าใครส่งพระบัญชาปลอมมาให้ดู[47] ส่วนเลขานุการสมเด็จพระสังฆราชยืนยันว่าตนไม่ทราบว่าผู้ใดทำเอกสารปลอมแต่อย่างใด คณะกรรมการวัดบวรนิเวศวิหารได้ให้ผู้แทนแจ้งความร้องทุกข์แก่พนักงานสอบสวน เพื่อหาผู้กระทำการปลอมพระบัญชา[48]

ในช่วงเวลาเดียวกัน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ กว่า 30 คน นำโดยนายไพศาล พืชมงคล ได้เตรียมยื่นหนังสือเสนอร่าง พ.ร.บ.คณะสงฆ์ เพื่อให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณาและตราเป็นพระราชบัญญัติ โดยเสนอให้ นับอาวุโสของสมเด็จและพระราชาคณะโดยพรรษา (แทนการนับอาวุโสตามสมณศักดิ์แต่เดิม) ซึ่งจะทำให้พระราชาคณะที่มีอาวุโสสูงสุดเป็นพระฝ่ายธรรมยุตินิกาย[49][50] พ.ร.บ. คณะสงฆ์ ฉบับแก้ไข พ.ศ. 2535 (ซึ่งเป็นฉบับที่ใช้อยู่ในเวลานั้น) กำหนดไว้ว่า ผู้ที่จะได้รับโปรดเกล้าฯ เป็นสมเด็จพระสังฆราช ต้องมีอาวุโสทางสมณศักดิ์สูงที่สุด โดยดูจากการที่พระสงฆ์รูปนั้น ได้รับโปรดเกล้า ฯ เป็นสมเด็จพระราชาคณะ ชั้นสุพรรณบัฏ (คือมีการจารึกชื่อและราชทินนามลงบนแผ่นทองคำแท้) ก่อนพระสงฆ์รูปอื่น ๆ[3] ในเวลาเดียวกัน ได้มีผู้เรียกร้องให้รัฐบาลทหารเสนอร่างกฎหมายแก้ไข พ.ร.บ.คณะสงฆ์ เข้าสู่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ โดยเปลี่ยนให้ พระราชอำนาจในการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช เป็นพระราชอำนาจโดยสมบูรณ์ของพระมหากษัตริย์ โดยไม่มีข้อจำกัด ในเรื่องของความอาวุโสทางพรรษาหรือสมณศักดิ์[51]

สมเด็จพระพุฒาจารย์ ได้ปฏิบัติหน้าที่ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ตามปกติในช่วงปลายปี พ.ศ. 2549 และต้นปี พ.ศ. 2550 เช่น เป็นประธานสังคายนาพระธรรมวินัยตรวจชำระพระไตรปิฎก เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม พุทธศักราช 2550 (ครั้งหลังสุดที่เคยมีการชำระพระไตรปิฎก คือ เมื่อประมาณ 30 ปีที่ผ่านมา เมื่อครั้งมหามงคลดิถีที่มีพระชนมพรรษาจะบรรจบครบ 5 รอบนักษัตร ในวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2530)[52]

ผลงานประพันธ์[แก้]

สมเด็จพระพุฒาจารย์ มีผลงานด้านการเขียนที่เป็นหนังสือดังหลายเล่ม ประกอบด้วย ธรรมะสำหรับผู้นับถือพระพุทธศาสนา, ดีเพราะมีดี (พิมพ์ ธ.ค. พ.ศ. 2540), ทศพิธราชธรรม (พิมพ์ ธ.ค. พ.ศ. 2541), วันวิสาขบูชา (พิมพ์ พ.ศ. 2542) [53][54], การนับถือพระพุทธศาสนา, ปาฐกถาธรรมสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) , โอวาทพระธรรมเทศนาและบทความสมเด็จพระพุฒาจารย์, การดำรงตน, และ คุณสมบัติ 5 ประการ[16]

มรณภาพ[แก้]

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเลื่อนเกียรติยศจากโกศไม้สิบสอง เป็นโกศมณฑป

สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) มรณภาพด้วยภาวะไตวายเรื้อรังและติดเชื้อในกระแสเลือดที่โรงพยาบาลสมิติเวช เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2556 เวลา 08:41 นาฬิกา[55][56]

วันอาทิตย์ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2556 เวลา 17.15 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานน้ำหลวงสรงศพ พร้อมด้วยเครื่องเกียรติยศประกอบศพ ไตรครอง โกศไม้สิบสอง ฉัตรเครื่องสูงทองแผ่ลวด แตรงอน แตรฝรั่ง ปี่ กลองชนะ ประโคมเวลาพระราชทานน้ำหลวงสรงศพ และทรงรับศพอยู่ในพระบรมราชานุเคราะห์โดยตลอด มีพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมเวลากลางคืน กำหนด 7 คืน การนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปพระราชทานน้ำหลวงสรงศพ และทรงเชิญพวงมาลาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และของส่วนพระองค์วางที่หน้าโกศศพ ณ ศาลาการเปรียญ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร[57]

วันศุกร์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2556 เวลา 17.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ไปในการบำเพ็ญพระราชกุศล 7 วัน พระราชทานศพ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ)[58]

วันศุกร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2556 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดให้เลื่อนชั้นเกียรติยศจากโกศไม้สิบสอง เป็นพระราชทานโกศมณฑป ตั้งประดับเกียรติยศศพ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ)[59]

วันเสาร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2556 เวลา 17.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ นายธานินทร์ กรัยวิเชียร องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ไปในการบำเพ็ญพระราชกุศล 50 วัน พระราชทานศพ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ)[60]

วันจันทร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556 เวลา 17.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ นายธานินทร์ กรัยวิเชียร องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ไปในการบำเพ็ญพระราชกุศล 100 วัน พระราชทานศพ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ)[61]

วันอาทิตย์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2557 เวลา 17.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปในการพระราชทานเพลิงศพ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร[62][63]

อ้างอิง[แก้]

  • มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, มหาวิทยาลัย. ชีวิตและความคิด สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) พระมหาเถระผู้เป็นประวัติศาสตร์ความทรงจำพระพุทธศาสนาโลก. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 2557. หน้า 268 หน้า. ภาพประกอบ. ISBN 978-616-7583-02-0
  • พระพรหมคุณาภรณ์ (ป. อ. ปยุตฺโต). มหาจุฬาฯ งามสง่าสดชื่น กลางทะเลคลื่นลม. กรุงเทพมหานคร : ผลิธัมม์, 2557. หน้า 300 หน้า. ภาพประกอบ. ISBN 978-616-7053-32-5
  1. 1.0 1.1 เดลินิวส์ วงการศาสนาปีลิง มีแต่สีสันและความเร้าใจ, 30 ธันวาคม 2547
  2. 2.0 2.1 มติชน, ตั้ง ‘สมเด็จพระพุฒาจารย์’ ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช 15 ม.ค. 2547
  3. 3.0 3.1 3.2 3.3 The Nation, Special to The Nation: What is happening to Buddhism in Thailand is completely political and unBuddhist, 9 November 2006
  4. ไทยรัฐ, เปิดลำดับอาวุโสพระเถระชั้นผู้ใช้ ต่อจาก "สมเด็จเกี่ยว", 11 สิงหาคม 2556
  5. 5.0 5.1 หน้าแรกผู้จัดการ Online, เซี่ยงเส้าหลง, ภาวะ"สังฆราช 2 พระองค์" และจุดอันตรายสำหรับไทยรักไทย, 20 ธันวาคม 2547
  6. 6.0 6.1 The Nation, Sondhi: Wissanu is a liar, 26 November 2005
  7. 7.0 7.1 ผู้จัดการ Online, “หลวงตาบัว” เจิมยกแรก ซัด “สมเด็จเกี่ยว” เป็นมหาโจร!, 4 มีนาคม 2548
  8. 8.0 8.1 ผู้จัดการรายวัน, ถวายฎีกาถอดสมเด็จเกี่ยว, 4 มีนาคม 2548
  9. สยามรัฐ, 11 มกรา...มุทิตาสักการะ...79 ปีสมเด็จเกี่ยวผู้เปี่ยมเมตตา, 11 มกราคม 2550
  10. ตามชีวประวัติในเว็บไซต์ของวัดสระเกศฯ ถ้าตามชีวประวัติที่ทางมหาวิทยาลัยราขภัฏสุราษฎร์ธานีได้ทำวิจัย เกี่ยว โชคชัย ได้ บรรพชาเป็นสามเณร ที่วัดภูเขาทองตอนอายุ 12 ปี ถ้าตามชีวประวัติในเว็บไซต์ของธรรมะไทย เกี่ยว โชคชัย ได้บรรพชาเป็นสามเณร เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2489 (อายุ 18 ปี)
  11. ชีวประวัติในเว็บไซต์ของธรรมะไทย ระบุว่า โยมบิดา เป็นผู้พาสามเณรเกี่ยวไปฝากกับหลวงพ่อพริ้ง ส่วนชีวประวัติที่ทางมหาวิทยาลัยราขภัฏสุราษฎร์ธานีได้ทำวิจัย ระบุว่า โยมมารดาเป็นผู้พาสามเณรเกี่ยวไปฝาก
  12. 12.0 12.1 เสรีชัย, วัดไทยจัด 50 วัน ‘สมเด็จเกี่ยว’ ให้สมาคมปักษ์ใต้เป็นแม่งาน, 13 กันยายน 2556
  13. 13.0 13.1 ไทยรัฐ, ความตาย (1), 28 สิงหาคม 2556
  14. ธรรมะไทย, วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร
  15. มติชน, ตั้ง ‘สมเด็จพระพุฒาจารย์’ ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช, 15 ม.ค.2547
  16. 16.0 16.1 16.2 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราขภัฏสุราษฎร์ธานี, สมเด็จพระพุฒาจารย์
  17. คม-ชัด-ลึก, มรภ.ชัยภูมิ ถวายปริญญาสมเด็จฯเกี่ยว, 22 มีนาคม พ.ศ. 2550
  18. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ เล่ม 75, ตอนที่ 109, 23 ธันวาคม 2501, หน้า 3142
  19. ราชกิจจานุเบกษา, เล่ม 80, ตอนที่ 3 ฉบับพิเศษ, 4 มกราคม 2506, หน้า 7
  20. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ เล่ม 81, ตอนที่ 118, 17 ธันวาคม 2507, ฉบับพิเศษ หน้า 1 - 2
  21. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ เล่ม 88, ตอนที่ 151, 31 ธันวาคม 2514, ฉบับพิเศษ หน้า 2
  22. ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการ ประกาศสถาปนาสมณศักดิ์ เล่ม 90, ตอนที่ 177, 28 ธันวาคม 2516, ฉบับพิเศษ หน้า 15 - 19
  23. ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการ ประกาศสถาปนาสมณศักดิ์ เล่ม 108, ตอนที่ 98, 1 มิถุนายน 2534, ฉบับพิเศษ หน้า 1 - 4
  24. 24.0 24.1 24.2 24.3 24.4 ข่าวสด, อาลัยปูชนียภิกษุ สมเด็จพระพุฒาจารย์, วันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2556 ปีที่ 23 ฉบับที่ 8298
  25. เสียงใต้รายวัน, ประวัติศาสตร์คณะสงฆ์ไทย ยุคกรุงรัตนโกสินทร์ "เจ้าคุณเสนาะ" รูปที่4 ขึ้นรองสมเด็จฯ อายุน้อยที่สุด, 4 มี.ค. 2549
  26. จริยธรรม, สมเด็จพระพุฒาจารย์ ผู้เปิดวิสัยทัศน์ธรรมสู่วิสัยทัศน์โลก, 10 สิงหาคม 2556
  27. ฐานข้อมูล บุคคลสำคัญ ปราชญ์ชาวบ้าน แหล่งเก็บข้อมูล สำนักวิทยบริการราชภัฏสุราษฎร์ธานี, สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ ป.ร..9), Monday April 09 2001
  28. 28.0 28.1 มหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย, ประกาศสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เรื่อง แต่งตั้งคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช, วันที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2547
  29. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เรื่องแต่งตั้งคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช, เล่ม 121 ตอนพิเศษ 3ง, 14 มกราคม พ.ศ. 2547
  30. ผู้จัดการออนไลน์ เปิดหลักฐานจับโกหก แถลงการณ์สำนักนายกฯ แอบอ้างสมเด็จพระสังฆราช, 4 พฤศจิกายน 2548
  31. คม-ชัด-ลึก, พุทธศาสนา 3 นิกาย ร่วมจัดงานวันวิสาขบูชาโลก, 29 มีนาคม พ.ศ. 2550
  32. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศมติมหาเถรสมาคม เรื่องการแต่งตั้งคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช, เล่ม 121, ตอนพิเศษ 79 ง, 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2547
  33. ข่าวสด, ประวัติและปฏิปทา สมเด็จพระมหาธีราจารย์ (นิยม ฐานิสฺสโร), คอลัมน์ มงคลข่าวสด, 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550
  34. วัดปากน้ำ, ประวัติย่อ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญมหาเถร ป.ธ. 9)
  35. MCOT, ชีวประวัติและผลงาน "สมเด็จเกี่ยว"ผู้แทน"พระสังฆราช-เจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ, 10 สิงหาคม 2556
  36. มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, ประวัติ (โดยละเอียด) สมเด็จพระพุทธชินวงศ์
  37. วัดสัมพันธวงศาราม วรวิหาร (วัดเกาะ เยาวราช), ประวัติโดยสังเขป สมเด็จพระมหาวีรวงศ์
  38. มติชนรายวัน, 7 รายนามคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่ "สมเด็จพระสังฆราช"
  39. วัดไทย ลาสเวกัส, รายนามคณะกรรมการมหาเถรสมาคม ชุดปัจจุบัน พ.ศ. 2549
  40. ผู้จัดการออนไลน์ 18, เปิดวิสาขบูชาโลก "สมเด็จเกี่ยว" แนะใช้พุทธศาสนาดับความร้อนรุ่มของโลก, 18 พฤษภาคม 2548
  41. คม-ชัด-ลึก, ฎีกา "ทองก้อน : ทองขาว" เพื่อปกป้องพระพุทธศาสนาจริงหรือ ?, 19 เมษายน พ.ศ. 2550
  42. ผู้จัดการออนไลน์, คนนับหมื่นชุมนุมใหญ่ ต้านสมเด็จเกี่ยว-วิษณุ, 5 มีนาคม 2548
  43. ผู้จัดการออนไลน์, สนธิ ชี้ หลวงตามหาบัว ถวายฎีกาเพื่อปกป้องศาสนา, 5 มีนาคม 2548
  44. คม-ชัด-ลึก, หลวงตามหาบัวอัปเปหิลูกศิษย์คนดังออกจากวัด, 11 สิงหาคม พ.ศ. 2549
  45. แมงเม่า, คอลัมน์นิสต์ กระจกบานเล็ก : รำคาญ, เดลินิวส์, 8 มีนาคม 2548
  46. ไทยรัฐ, 'สังฆราช' มีบัญชา เปลี่ยนปธ. คณะผู้ปฏิบัติฯแทน, 7 พฤศจิกายน 2549
  47. ไทยรัฐ, ปธ.ปฏิบัติสังฆราช ยังคงเดิม 'สมเด็จพุฒาจารย์', 8 พฤศจิกายน 2549
  48. คม-ชัด-ลึก, ร่างพระบัญชาพ่นพิษขู่บึ้มวัดบวรฯ, 9 พฤศจิกายนพ.ศ. 2549
  49. คม-ชัด-ลึก, ยึดพรรษา-ชงปลดสมเด็จกี่ยว, 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549
  50. คม-ชัด-ลึก, สมเด็จวัดชนะฯไม่รู้จะปลดสมเด็จเกี่ยว ชี้เอาจริงไม่ต้องผ่านมส., 7 พฤศจิกายนพ.ศ. 2549
  51. ผู้จัดการออนไลน์, คอลัมน์เซี่ยงเส้าหลง, [เรื่องฉาวใกล้ตัวนายกฯ “กัญจนา สปินด์เลอร์” โดนแฉพฤติกรรม “ไม่เป็นหญิงไทย” !!], 18 ตุลาคม 2549
  52. ไทยรัฐ, ชำระพระไตรปิฎกถวาย “ในหลวง”, 30 มกราคม พ.ศ. 2550
  53. บทความที่น่าสนใจ - หนังสือธรรมมะ
  54. ห้องสมุด สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา, ELIB Gateway, เลขรหัส 1000007162
  55. "สมเด็จเกี่ยวฯ มรณภาพ เหตุติดเชื้อในกระแสเลือด". ผู้จัดการ. 2556-08-10. http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9560000099194. เรียกข้อมูลเมื่อ 2556-08-10. 
  56. "สมเด็จพระพุฒาจารย์ มรณภาพ-ติดเชื้อในเลือด". ไทยรัฐ. 9 สิงหาคม พ.ศ. 2556. http://www.thairath.co.th/content/newspaper/362761. เรียกข้อมูลเมื่อ 9 มีนาคม พ.ศ. 2557. 
  57. ช่อง 7,ข่าวพระบาทสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปในการพระราชทานน้ำหลวงสรงศพ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ), วันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2556
  58. ช่อง 7,ข่าวพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ไปในการบำเพ็ญพระราชกุศล 7 วัน พระราชทานศพ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ), วันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2556
  59. ผู้จัดการ,ข่าวพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดให้เลื่อนชั้นเกียรติยศจากโกศไม้สิบสอง เป็นพระราชทานโกศมณฑป ตั้งประดับเกียรติยศศพ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ), สืบค้นเมื่อวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2557
  60. ช่อง 7,ข่าวพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ นายธานินทร์ กรัยวิเชียร องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ไปในการบำเพ็ญพระราชกุศล 50 วัน พระราชทานศพ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ), วันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2556
  61. ช่อง 7,ข่าวพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ นายธานินทร์ กรัยวิเชียร องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ไปในการบำเพ็ญพระราชกุศล 100 วัน พระราชทานศพ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ), วันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556
  62. "ยิ่งใหญ่พระราชทานเพลิงศพ 'สมเด็จเกี่ยว' ผู้นำชาวพุทธทั่วโลกร่วมพิธี". ไทยรัฐ. 7 มีนาคม พ.ศ. 2557. http://www.thairath.co.th/content/edu/408393. เรียกข้อมูลเมื่อ 9 มีนาคม พ.ศ. 2557. 
  63. ช่อง 7, ข่าวสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปในการพระราชทานเพลิงศพ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ), วันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2557
ก่อนหน้า สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) ถัดไป
เริ่มตำแหน่ง 2leftarrow.png Buddhism dham jak.png
ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช
(20 กรกฎาคม พ.ศ. 2547 ถึง 10 สิงหาคม พ.ศ. 2556)
2rightarrow.png สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ)
สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ) 2leftarrow.png Dharmacakra flag (Thailand).svg
เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก
(พ.ศ. 2537 - พ.ศ. 2556)
2rightarrow.png สมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปญฺโญ)
สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ) 2leftarrow.png Buddhism dham jak.png
เจ้าคณะภาค 10
(พ.ศ. 2532 - พ.ศ. 2537)
2rightarrow.png พระพรหมกวี (วรวิทย์ คงฺคปญฺโญ)
สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ) 2leftarrow.png Buddhism dham jak.png
สมเด็จพระพุฒาจารย์
(5 ธันวาคม พ.ศ. 2533 ถึง 10 สิงหาคม พ.ศ. 2556)
2rightarrow.png สมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปญฺโญ)


แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]