นกหัสดีลิงค์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

นกหัสดีลิงค์ เป็นชื่อนกใหญ่ชนิดหนึ่งในเทวนิยาย อาศัยอยู่ในป่าหิมพานต์ มีลักษณะตัวส่วนใหญ่เป็นนก แต่มีงอยปากมีลักษณะเป็นงวงอย่างงวงช้าง นกหัสดีลิงค์มักถูกนำมาใช้ในพิธีกรรมฌาปนกิจแสดงว่า ผู้ตายมีบุญบารมีมาก จึงอยู่บนหลังนกได้ โดยนกหัสดีลิงค์สามารถนำดวงวิญญาณของผู้ตายไปสู่สวรรค์ได้[1] การทำเมรุนกหัสดีลิงค์ปรากฏหลักฐานในวัฒนธรรมล้านนาและล้านช้าง แต่ที่อุบลราชธานี มีประเพณีเฉพาะคือ ต้องเชิญนางเทียมเจ้านางสีดามาทำพิธีฆ่านกตามจารีตเดิม[2]

นิยามและลักษณะ[แก้]

นกหัสดีลิงค์ ปรากฏเป็นภาษาบาลีว่า หตฺถิลิงฺคสกุโณ มาจากคำสามคำสมาสกัน สามารถแยกเป็น หัตถี+ลิงค์+สกุโณ คำว่า หัตถี หมายถึง ผู้มีมืออันโดดเด่นขนาดใหญ่ ซึ่งก็คือ งวงของช้าง คำว่า ลิงค์ คือ การแสดงเพศ และคำว่า สกุโณ แปลว่านก ชาวล้านนานิยมเรียกย่อว่า นกหัส หรือ นกงางวง ออกสำเนียงลื้อยองเป็น งาโงง

คัมภีร์อรรถกถาธรรมบท ภาค 2 ระบุว่า นกหัสดีลิงค์เป็นนกขนาดใหญ่อาศัยอยู่ในป่าหิมพานต์ มีลักษณะผสมของสัตว์สี่ชนิด ดังนี้ ลำตัวเป็นนก ใบหน้าเป็นสิงห์ จะงอยปากเป็นงวงช้างเขี้ยวหน้าเป็นงา มีหางเป็นหงส์ มีพละกำลังดั่งช้างเอราวัณ 3–5 เชือกรวมกัน[3]

หนังสือไตรภูมิ บรรยายลักษณะของนกหัสดีลิงค์ว่า ลำตัวเป็นหงส์ หัวเป็นช้าง ทำหน้าที่คาบซากศพไปทิ้ง เพื่อมิให้ดินแดนอุตตรกุรุทวีปสกปรก[4]

ตำนาน[แก้]

บันไดรูปนกหัสดีลิงค์ วัดเด่นสะหรีศรีเมืองแกน

นกหัสดีลิงค์ปรากฏในตำนานการสร้างนครหริภุญไชย ว่าฤๅษีทั้งสาม ซึ่งประกอบด้วย ควาสุเทพฤๅษี สุกทันตฤๅษี และอนุสิสฤๅษี ได้ช่วยกันวางรากฐานเมืองลำพูน ได้เรียกนกหัสดีลิงค์ ออกมาจากป่าหิมพานต์ เพื่อบินไปคาบหอยสังข์จากห้วงมหาสมุทร เพื่อนำมาใช้เป็นต้นแบบในการสร้างเมืองลำพูน เหล่าเหล่าฤๅษีใช้ไม้เท้าขีดเส้นเขตแดนเมืองตามขอบรูปร่างของหอยสังข์นั้น กลายมาเป็นแผ่นดินที่มีลักษณะคล้ายกระดองเต่าและมีน้ำล้อมรอบ ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นผังเมืองที่จะทำให้ผู้อาศัยมีความสมบูรณ์พูนสุข

ส่วนตำนานนกหัสดีลิงค์ ในวัฒนธรรมล้านช้าง ระบุในนครตักกะศิลาเชียงรุ้งแสนหวีฟ้ามหานคร พระมหากษัตริย์ถึงแก่สวรรคต ตามธรรมเนียมต้องอัญเชิญพระศพออกไปฌาปนกิจที่ทุ่งหลวง พระมหาเทวีให้จัดการพระศพตามโบราณประเพณี ได้แห่พระศพออกจากพระราชวังไปยังทุ่งหลวงเพื่อถวายพระเพลิง แต่เมื่อนกหัสดีลิงค์ได้เห็นพระศพจึงบินโฉบลงมาเอาพระศพจะไปกิน พระมหาเทวีเห็นเช่นนั้นก็ประกาศให้คนดีต่อสู้นกหัสดีลิงค์เพื่อเอาพระศพคืนมา แต่ก็ถูกนกหัสดีลิงค์จับกินหมด ธิดาแห่งพญาตักกะศิลา นามว่า สีดา จึงเข้ารับอาสาสู้นกหัสดีลิงค์ โดยใช้ศรอาบยาพิษยิงนกหัสดีลิงค์จนถึงแก่ความตายตกลงมาพร้อมพระศพ พระมหาเทวีรับสั่งให้ช่างทำเมรุคือหอแก้วบนหลังนกหัสดีลิงค์ แล้วเชิญพระศพขึ้นประดิษฐานบนหลังนกหัสดีลิงค์ แล้วถวายพระเพลิงไปพร้อมกัน[5]

พิธีศพ[แก้]

พิธีศพของชาวล้านนามีการจัดงานศพขึ้นเพื่อเป็นการไว้อาลัยแก่คนตายอย่างสมเกียรติ โดยการสร้างปราสาทใส่ศพประดับประดาด้วยดอกไม้สดหรือแห้งให้แลดูสวยงาม นัยว่าเพื่อเป็นการยกย่องผู้ตายให้ได้ขึ้นไปสู่สรวงสรรค์ชั้นฟ้า ปราสาททำเป็นรูปนกหัสดีลิงค์ โดยเฉพาะพีธิศพของพระเถระ ระดับเจ้าอาวาส หรือ พระที่มีอายุพรรษามาก ๆ หรือเป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้าน ก็จะจัดงานที่ยิ่งใหญ่มากขึ้น[6]

ในจังหวัดอุบลราชธานี มีประเพณีเฉพาะ คือ พิธีกรรมฆ่านกหัสดีลิงค์ เมื่อเชิญศพขึ้นตั้ง ก่อนเผาต้องมีพิธีฆ่านก แล้วเผาทั้งศพทั้งนกเพื่อขึ้นไปสู่สรวงสวรรค์[7] ในอดีตจะสร้างนกหัสดีลิงค์แล้วชักลากไปประกอบพิธีฌาปนกิจที่สนามทุ่งศรีเมือง เป็นเวลา 3 วัน ผู้ที่จะฆ่าต้องเป็นผู้สืบเชื้อสายมาจากเมืองนครเชียงรุ่งโบราณ ประเพณีนี้ยกเลิกการเผาศพที่ทุ่งศรีเมืองในสมัยปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาล พระธรรมบาลผุย หลักคำเมือง เจ้าอาวาสวัดมณีวนาราม นับเป็นนกหัสดีลิงค์ตัวสุดท้าย แต่มีการรือฟื้นประเพณี เช่น งานพระราชทานเพลิงศพ พระราชรัตโนบล (พิมพ์ นารโท) อดีตเจ้าคณะจังหวัดอุบลราชธานีและเจ้าอาวาสวัดทุ่งศรีเมือง ณ วัดทุ่งศรีเมือง จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2548[8] อย่างไรก็ตามการรื้อฟื้น มีการปรับเปลี่ยนในรายละเอียดที่สำคัญทั้งสถานที่เผา จากทุ่งศรีเมืองเป็นสถานที่อื่น และรูปแบบของนกหัสดีลิงค์ จากตั้งบนพื้นหรือนกต้องนอนแนบดินมาเป็นตั้งบนบุษบก รวมถึงปรับเปลี่ยนพิธีกรรมจากวัฒนธรรมผู้ที่สืบเชื้อสายเจ้าเมือง เป็นกลุ่มวัฒนธรรมราษฎร์

อ้างอิง[แก้]

  1. ประยุทธ สารัง. "นกหัสดีลิงค์: การเมืองเรื่องการนิยาม รหัสหมายชั้นชน ในสังคมวัฒนธรรมล้านช้าง" (PDF).
  2. "ตำนานนางสีดาฆ่านกหัสลิงค์". เชียงใหม่นิวส์.
  3. เพ็ญสุภา สุขคตะ. "เปิดตำนาน-ความหมาย 'ปราสาทนกหัสดีลิงค์' ปลงศพเจ้า เผาศพพระ ในวัฒนธรรมล้านนา-ล้านช้าง". มติชนสุดสัปดาห์.
  4. "นกหัสดีลิงค์". กรมส่งเสริมวัฒนธรรม.
  5. ""นกหัสดีลิงค์" คืออะไร ? ทำไมเป็นส่วนหนึ่งในพิธีพระราชทานเพลิงศพ "หลวงพ่อคูณ"". เนชั่น.
  6. "ปราสาท "นกหัสดีลิงค์" ความเชื่อของคนล้านนาในพิธีศพพระเถระ". เชียงใหม่นิวส์.
  7. ""นางสีดา" เมืองอุบลฯ ทีมฆ่านกหัสดีลิงค์ บวงสรวงยกทัพบุกเมรุลอย "หลวงพ่อคูณ" แล้ว". ผู้จัดการออนไลน์.
  8. "พิธีศพแบบนกหัสดีลิงค์ พิธีที่หาชมได้ยากในอุบลฯ".