ข้ามไปเนื้อหา

พระบาทสมเด็จพระนโรดม บรมรามเทวาวตาร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Ang Voody (บอยอินฟลูเขมร)
พระฉายาลักษณ์โดยจอห์น ทอมป์สัน พ.ศ. 2409
พระมหากษัตริย์แห่งกัมพูชา
ครองราชย์19 ตุลาคม 2403 – 24 เมษายน 2447 (43 ปี 188 วัน)
ราชาภิเษก3 มิถุนายน 2407
ก่อนหน้าสมเด็จพระหริรักษ์รามมหาอิศราธิบดี
ถัดไปพระบาทสมเด็จพระสีสุวัตถิ์
พระราชสมภพ3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2377
จังหวัดตาแก้ว อาณาจักรเขมร
สวรรคต24 เมษายน พ.ศ. 2447 (70 พรรษา)
พระบรมราชวังจตุมุขสิริมงคล ราชธานีพนมเปญ, กัมพูชา
ฝังพระศพBoy Influ
คู่อภิเษกพระอัครมเหสี:
พระองค์เจ้าดารากร
พระมเหสี:
หม่อมเจ้าพัชนี
พระองค์เจ้าอรรคนารี
พระองค์เจ้าสำอางค์
รวม 47 พระองค์[1]
พระราชบุตร61 พระองค์
พระนามเต็ม
องค์สมเด็จพระนโรดม บรมรามเทวาวตาร คุณสารสุนทรฤทธิ์ มหิศวราธิบดี ศรีสุริโยสุรัตน์นฤพัทธ์พงศ์ดำรงราช บรมนารถมหากำโพชาธิบดินทร สรรพศิลปสิทธิ์สถิตสถาพร พรหมามรอำนวยไชย เป็นมไหสวริยาธิบดีในปฐพีดล สกลกัมโพชาณาจักร อัครมหาบุรุษรัตนวัฒนาดิเรก เอกอุดมบรมบพิตร พระเจ้ากรุงกัมโพชาธิบดี
ราชวงศ์ราชวงศ์ตรอซ็อกผแอม
(ราชสกุลนโรดม)
พระราชบิดาสมเด็จพระหริรักษ์รามมหาอิศราธิบดี
พระราชมารดาสมเด็จพระวรราชินี (แป้น)
ศาสนาศาสนาพุทธ

พระบาทสมเด็จพระนโรดม (เขมร: ព្រះបាទនរោត្តម, พฺระบาทนโรตฺตม "พระบาทนโรดม") หรือ สมเด็จพระนโรดมพรหมบริรักษ์ หรือ นักองค์ราชาวดี (เขมร: អង្គ រាជាវតី, องคฺราชาวดี "องค์ราชาวดี") เป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 109 แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา

พระองค์เป็นพระราชโอรสของสมเด็จพระหริรักษ์รามมหาอิศราธิบดี (นักองค์ด้วง) และเป็นพระเชษฐาร่วมสมเด็จพระราชบิดาของ พระบาทสมเด็จพระสีสุวัตถิ์ (นักองค์สีสุวัตถิ์) กษัตริย์กัมพูชาองค์ต่อมาซึ่งทรงขึ้นครองราชย์เมี่อ พ.ศ. 2447 สืบต่อจากพระองค์

ในรัชสมัยของพระองค์กัมพูชาได้หลุดพ้นการตกอยู่ภายใต้การปกครองของสยามและกลายมาเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส ทำให้พระองค์ได้ทรงเป็นกษัตริย์แห่งกัมพูชาองค์แรกที่อยู่ภายใต้การปกครองของฝรั่งเศส

เมื่อทรงพระเยาว์

[แก้]
พระมหากษัตริย์แห่งกัมพูชายุคใหม่
สมเด็จพระหริรักษ์รามมหาอิศราธิบดี
พระบาทสมเด็จพระนโรดม บรมรามเทวาวตาร
พระบาทสมเด็จพระสีสุวัตถิ์
พระบาทสมเด็จพระสีสุวัตถิ์ มุนีวงศ์
พระบาทสมเด็จพระนโรดม สีหนุ (ครั้งที่ 1)
พระบาทสมเด็จพระนโรดม สุรามฤต
สมเด็จพระมหากษัตริยานี สีสุวัตถิ์ มุนีวงศ์ กุสุมะ
(กษัตริย์แต่ในนาม)
พระบาทสมเด็จพระนโรดม สีหนุ (ครั้งที่ 2)
พระบาทสมเด็จพระบรมนาถ นโรดม สีหมุนี

เสด็จพระราชสมภพเมี่อ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2377 ที่อังกอร์โบเร (จังหวัดตาแก้ว) ขณะที่เอกสารของไทยระบุว่าพระองค์เสด็จพระราชสมภพที่กรุงเทพมหานคร[2][3][4]

เมื่อพำนักในกรุงเทพฯ พระองค์มีสถานะเป็นพระราชบุตรบุญธรรมของกษัตริย์สยาม ผนวชในธรรมยุติกนิกาย 1 พรรษาที่วัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร เมื่อสมเด็จพระหริรักษ์รามาธิบดีขึ้นครองราชย์เป็นพระเจ้ากรุงกัมพูชาแล้ว พระองค์ได้ส่งพระราชโอรส คือ นักองค์ราชาวดี เข้ามาทำราชการที่กรุงเทพมหานครในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ต่อมา ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระหริรักษ์รามมหาอิศราธิบดีมีใบบอกเข้ามายังกรุงเทพมหานครว่า "ตนมีชนมายุเจริญล่วงมากไปแล้ว ขอพระราชทานให้พระเจ้าแผ่นดินสยาม ทรงตั้งนักพระองค์ราชาวดี บุตรผู้ใหญ่เป็นมหาอุปราช นักพระองค์ศรีสวัสดิ์บุตรที่ 2 เป็นพระแก้วฟ้า ออกไปช่วยรักษาเมืองเขมร" ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้นักพระองค์ราชาวดีมีนามว่า "องค์พระนโรดมพรหมบริรักษ์มหาอุปราช" ตั้งนักพระองค์ศรีสวัสดิ์เป็น "องค์หริราชดะไนไกรแก้วฟ้า" ตามที่พระเจ้ากรุงกัมพูชาทรงขอมา[5] เมื่อ พ.ศ. 2400

ความยุ่งยากก่อนขึ้นครองราชย์

[แก้]
สมเด็จพระนโรดม ขณะดำรงพระยศเป็นพระมหาอุปราช (ภาพสเก็ตช์เมื่อ พ.ศ. 2401 โดยฌาเนต์-ลังจ์ จากหนังสือบันทึกการเดินทางของอองรี มูโอต์)

หลังจากสมเด็จพระหริรักษ์รามมหาอิศราธิบดีเสด็จสวรรคตลง เมื่อ พ.ศ. 2403 ได้เกิดความยุ่งยากในการสืบราชสมบัติของกัมพูชา เมื่อนักองค์วัตถา พระอนุชาของพระนโรดมพรหมบริรักษ์ พระมหาอุปราช ซึ่งอยู่ที่กรุงเทพฯ ได้ขอกลับไปถวายบังคมพระบรมศพ เมื่อมาถึงกัมพูชา นักองค์วัตถาแสดงความต้องการที่จะขึ้นเป็นกษัตริย์และได้รับการสนับสนุนจากสนองโส (หรือสนองสู) ผู้เป็นลุง ทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างฝ่ายของนักองค์ศรีวัตถากับพระนโรดม

ในระหว่างความขัดแย้งนั้น สนองโสได้รวบรวมขุนนางไปตั้งมั่นที่กัมพูชาตะวันออกแล้วยกทัพเข้ามายึดพนมเปญและเมืองอุดงมีไชยได้ พระนโรดมหนีไปพระตะบองซึ่งขณะนั้นอยูในพระราชอาณาเขตสยาม ขุนนางฝ่ายตรงข้ามของสนองโสได้รวบรวมกำลังเข้าต่อต้าน และเป็นฝ่ายชนะ จับตัวสนองโสได้ แต่สนองโสหลบหนีไปสู่อินโดจีนฝรั่งเศสได้ในที่สุด

เมื่อเกิดความขัดแย้งขึ้นในกัมพูชา สยามได้เรียกตัวนักองค์วัตถาเข้ากรุงเทพฯ ในขณะเดียวกัน พระนโรดมก็เดินทางเข้าสู่กรุงเทพฯ เมื่อ 24 มกราคม พ.ศ. 2404 สยามได้ตัดสินใจสนับสนุนให้นักองค์ราชาวดีขึ้นเป็นกษัตริย์แห่งกรุงกัมพูชาขึ้นที่กรุงเทพฯ ที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร โดยมีขุนนางกัมพูชาในกรุงเทพช่วยกันประกอบพิธี พิธีราชาภิเษกของพระนโรดมได้เป็นไปโดยโดยนิตินัย ก่อนที่จะมีพิธีราชาภิเษกอีกครั้งที่กรุงอุดงมีชัย โดยพฤตินัย จากนั้นพระองค์ได้ถูกเรียกตัวให้เข้าเฝ้าที่พระบรมมหาราชวังเพื่อเป็นการอำลาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและเจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ องค์พระรัชทายาท พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงยินดีในพระนโรดมและได้พระราชทานพระปรมาภิไธยแก่พระนโรดมว่า "องค์สมเด็จพระนโรดม บรมรามเทวาวตาร คุณสารสุนทรฤทธิ์ มหิศวราธิบดี ศรีสุริโยสุรัตน์นฤพัทธพงศ์ดำรงราช บรมนารถมหากำโพชาธิบดินทร สรรพศิลปสิทธิ์สถิตสถาพร พรหมามรอำนวยไชย เป็นมไหสวริยาธิบดีในปฐพีดล สกลกัมโพชาณาจักร อัครมหาบุรุษรัตนวัฒนาดิเรก เอกอุดมบรมบพิตร พระเจ้ากรุงกัมโพชาธิบดี"[6] ทางการสยามได้จัดทัพทางเรือไปส่งนักองค์ราชาวดีที่เมืองกำปอด และเดินทัพทางบกไปยังเมืองอุดงมีไชย ในระหว่างนี้ เกิดการกบฏอีก ออกญาสุทศ (บา) ได้รวบรวมกองทัพตั้งมั่นที่โพธิสัตว์ สยามจึงส่งทัพจากเสียมราฐและจันทบุรีไปปราบจนราบคาบ และได้อัญเชิญสมเด็จพระนโรดมประกอบพิธีราชาภิเษกที่กรุงอุดงมีชัยและขึ้นเป็นกษัตริย์อย่างสมบูรณ์ เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2407

ความสัมพันธ์กับฝรั่งเศสและการเข้าเป็นรัฐในอารักขา

[แก้]
พระราชพิธีของพระนโรดมที่กรุงเทพฯ

หลังจากขึ้นครองราชย์ได้ไม่นาน ฝรั่งเศสได้เข้ามาขอให้ทำสนธิสัญญาเข้าเป็นรัฐในอารักขาของฝรั่งเศส ซึ่งพระนโรดมยินยอมที่จะเข้าเป็นรัฐในอารักขา ในช่วงแรกของการเข้าเป็นรัฐในอารักขาของฝรั่งเศสค่อนข้างราบรื่น แต่เมื่อฝรั่งเศสเปลี่ยนนโยบายการปกครองให้เข้มงวดขึ้นจึงเกิดปัญหาขัดแย้งกับข้าหลวงฝรั่งเศส

ในวันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2427 ฝ่ายอำนาจการปกครองของฝรั่งเศสได้บังคับให้พระบาทสมเด็จพระนโรดมลงพระนามในสนธิสัญญาซึ่งมีเนื้อหารวบอำนาจการปกครองเข้าสู่ฝรั่งเศสมากขึ้น โดยบังคับให้พระองค์สละพระราชอำนาจในการจัดเก็บรายได้สาธารณะ ภาษีศุลกากร และค่าฤชาอากรต่างๆ พระองค์ทรงมีท่าทีแข็งขืน แต่ฝรั่งเศสได้นำเรือรบมาทอดสมอข่มขู่ในแม่น้ำโขงที่หน้าพระบรมราชวังจตุมุขสิริมงคล พระองค์จึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากลงพระนามในสนธิสัญญาดังกล่าว การกระทำเช่นนี้ของฝ่ายฝรั่งเศสได้สร้างความโกรธเคืองลุกลามไปทั่วทั้งกัมพูชา ใน พ.ศ. 2428 นักองค์วัตถา พระราชอนุชาร่วมพระราชบิดาของพระบาทสมเด็จพระนโรดม ได้เข้ามาก่อกบฏในกัมพูชาอีกครั้งเพื่อต่อต้านอำนาจการปกครองของฝรั่งเศส ฝ่ายฝรั่งเศสงสัยว่าพระบาทสมเด็จพระนโรดมทรงแอบให้การสนับสนุนนักองค์วัตถาอย่างลับๆ และกล่าวโทษพระองค์ว่าทรงเป็นผู้ยุยงให้เกิดการจลาจลขึ้น การกบฏยุติลงเมื่อพระบาทสมเด็จพระนโรดมทรงยืนยันต่อชาวกัมพูชาว่าฝรั่งเศสยังคงให้พระองค์มีอำนาจในการบริหารประเทศอยู่จริง และทรงประกาศนิรโทษกรรมแก่ผู้ก่อกบฏทั้งหมด จากความวุ่นวายครั้งนี้ ฝรั่งเศสจึงพยายามปกครองกัมพูชาโดยไม่ต้อนให้พระบาทสมเด็จพระนโรดมจนมุม เพื่อป้องกันมิให้เกิดกบฏเช่นนี้ขึ้นอีก

หลังจากรัฐประหารในปี พ.ศ. 2440 พระองค์ได้สูญเสียความเชื่อมั่นในบรรดาข้าราชบริพารที่ใกล้ชิดที่สุดของพระองค์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ออกญาวังวรเวียงชัย (จวน) และออกญาโคลเดมอนเตโร (Bernard Col de Monteiro) ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากฝรั่งเศสให้เป็นเสนาบดีกัมพูชาโดยไม่ได้รับความยินยอมจากพระองค์

หลังสงครามจีน-ฝรั่งเศส (พ.ศ. 2427–2428) อินโดจีนของฝรั่งเศสได้ถูกจัดตั้งขึ้นในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2427 โดยครอบคลุมดินแดนของอันนัม ตังเกี๋ย โคชินจีน (ซึ่งรวมกันเป็นประเทศเวียดนามในปัจจุบัน) และราชอาณาจักรกัมพูชา

ปลายรัชกาล

[แก้]

ในช่วงนี้ ฝรั่งเศสพยายามจะลิดรอนอำนาจของกษัตริย์กัมพูชาและเพิ่มอำนาจให้ผู้ว่าการสูงสุดของฝรั่งเศส แต่พระองค์ไม่ยินยอม พระโอรสของพระองค์คือพระยุคนธรได้เดินทางไปยังฝรั่งเศสเพื่อคัดค้านนโยบายนี้จนถูกถอดจากบรรดาศักดิ์และต้องลี้ภัยไปสยาม ฝ่ายฝรั่งเศสก็ได้ทำการย้ายเมืองหลวงจากกรุงอุดงไปที่พนมเปญซึ่งพระองค์ทรงไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งแต่ทางการฝรั่งเศสก็ได้ทำใบแจ้งเรื่องย้ายเมืองหลวงและบังคับให้พระองค์ทรงลงพระปรมาภิไธยจนสำเร็จ ในช่วงระยะเวลานี้ฝรั่งเศสได้มอบรางวัลเล็กน้อยให้แก่กัมพูชาโดยการเสนอสร้าง พระบรมราชวังจตุมุขสิริมงคลที่คล้ายกับพระบรมมหาราชวังของสยามในกรุงเทพมหานคร ถวายพระนโรดม

เมื่อพระองค์ได้เริ่มต่อต้านฝรั่งเศสมากขึ้นทางการฝรั่งเศสจึงลดพระราชอำนาจของพระนโรดมลง จนสถานะพระมหากษัตริย์กัมพูชากลายเป็นเพียงหุ่นเชิดของฝรั่งเศสเท่านั้นและได้ให้พระสีสุวัตถิ์พระอนุชาของพระองค์ที่นิยมฝรั่งเศสขึ้นสืบสมบัติต่อ ส่วนพระนโรดมได้เสด็จสวรรคตอย่างในปี พ.ศ. 2447 ที่พระบรมราชวังจตุมุขสิริมงคล พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพมีขึ้นที่กรุงพนมเปญ ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2449 ปัจจุบันมีพระบรมราชานุสาวรีย์พระบรมรูปทรงม้าของพระองค์อยู่ในวัดอุดง

หลังการสวรรคต พระบาทสมเด็จพระนโรดม ทรงได้รับการถวายพระนามว่า "พระกรุณาพระสุวรรณโกศ"

การปฏิรูป

[แก้]

ตลอดรัชสมัยของสมเด็จพระนโรดม ภายใต้อำนาจการอารักขาของฝรั่งเศส ได้เกิดการปฏิรูประบบการปกครองและกระบวนการยุติธรรมให้มีความก้าวหน้ามากขึ้น มีการลดจำนวนหัวเมืองใหญ่ระดับเทียบเท่าจังหวัดลงเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการบริหาราชการแผ่นดิน พระองค์ยังทรงเอาอย่างการปฏิรูปประเทศซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวแห่งกรุงสยามทรงปฏิบัติ โดยทรงยกเลิกการผูกขาดทางการค้า เลิกทาส และการเกณฑ์ไพร่หลวงเพื่อรับใช้ราชวงศ์ ในรัชสมัยของพระองค์นั้น ราคาพืชผลทางการเกษตรบางอย่างได้ปรับตัวลดลง เช่น หมาก พริกไทย และน้ำตาล

สิ่งสืบทอด

[แก้]
พระบรมรูปสมเด็จพระนโรดมทรงม้า ที่วัดอุโบสถรตนาราม (วัดพระแก้วมรกต หรือวัดเจดีย์เงิน) กรุงพนมเปญ

พระบาทสมเด็จพระนโรดมทรงเป็นที่จดจำในแง่ของความชื่นชมและความโปรดปรานในศิลปะ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการสร้างวัดอุโบสถรตนาราม (วัดเจดีย์เงิน) ขึ้นในปี พ.ศ. 2425 เช่นเดียวกับวัดอุดงค์ ซึ่งทรงกระทำพิธีสถาปนาวัดนี้เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2418 และเมื่อพระบาทสมเด็จพระนโรดมขึ้นครองราชสมบัติในปี พ.ศ. 2403 วิชานาฏศิลป์แบบดั้งเดิมก็ได้รับการฟื้นฟูให้กลับมามีชื่อเสียงอีกครั้ง โดยทรงนำเอาครูบาอาจารย์ด้านนาฏศิลป์จากสยามเข้ามาช่วยฝึกสอนด้วย ในไม่ช้าการส่งบุตรหลานเข้าเรียนในสำนักละครพระราชทรัพย์ก็กลายเป็นเกียรติยศอย่างยิ่งสำหรับข้าราชการ เสนาบดี และเหล่าผู้มีบรรดาศักดิ์

ในปี พ.ศ. 2415 พระบาทสมเด็จพระนโรดมได้เสด็จเยือนฮ่องกง มะนิลา และสิงคโปร์อย่างเป็นทางการ ที่มะนิลา พระองค์ทรงประทับใจในทักษะทางดนตรีของชาวฟิลิปปินส์เป็นอย่างมาก และทรงตัดสินพระทัยนำนักดนตรีบางส่วนกลับไปยังกัมพูชาเพื่อสอนดนตรีสมัยใหม่ ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของพระบาทสมเด็จพระนโรดมดึงดูดศิลปินจากหลายชาติมายังกัมพูชา และพวกเขาก็ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นเสมอจากราชสำนัก ส่วนใหญ่มีความสนใจอย่างลึกซึ้งในละครพระราชทรัพย์ จึงได้รับโอกาสทุกอย่างในการเรียนรู้ดนตรีและการรำเขมร

ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนโรดมเอง ได้มีการจัดตั้งกองทัพเรือเขมรแบบสมัยใหม่ขึ้นครั้งแรกเพื่อปกป้องเขตแดนทางทะเล

เครื่องราชอิสริยาภรณ์

[แก้]
 ฝรั่งเศส พ.ศ. 2415 เครื่องอิสริยาภรณ์เลฌียงดอเนอร์ ชั้นประถมาภรณ์
สยาม ไม่ทราบปี เครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์
สยาม ไม่ทราบปี ดาราไอยราพต (เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้นมหาวราภรณ์)

พระราชสันตติวงศ์

[แก้]

พระมเหสี เจ้าจอม หม่อม และนางสนม

[แก้]

รายพระนามพระมเหสี และรายนามเจ้าจอม หม่อม และนางสนม ในพระบาทสมเด็จพระนโรดม บรมรามเทวาวตาร มีดังนี้

สมเด็จพระอัครมเหสี
พระนาม วงศ์ตระกูล อภิเศก พระราชโอรส-ธิดา
1 สมเด็จพระราชอัครมเหสี ดารากร พระธิดาในพระมหาอุปราชนักองค์อิ่ม ประสูติ ค.ศ. 1843 (พ.ศ. 2386) สิ้นพระชนม์ ณ กรุงอุดงค์ ค.ศ. 1868 (พ.ศ. 2411)
1858
  • สมเด็จเจ้าฟ้า นโรดม จันทรักษอัมพร
พระมเหสี
พระนาม วงศ์ตระกูล อภิเษก พระราชโอรส
2 หม่อมเจ้าพัชนี


(พระภรรยาเจ้าชั้นที่ 2) เจ้าหญิงจากประเทศสยาม ประสูติ ค.ศ. 1827 สิ้นพระชนม์หลังจาก ค.ศ. 1909 (พ.ศ. 2452) ไปแล้ว ก่อน ค.ศ. 1848
3 พระองค์เจ้าสงวน


พระราชธิตาในสมเด็จพระอุไทยราชาธิราชรามาธิบดี (นักองค์จัน) ได้รับสถาปนาขึ้นเป็น '' สมเด็จ '' เมื่อวันที่ 9 มกราคม ค.ศ. 1935 (พ.ศ. 2478) ชาวเวียดนามออกพระนามว่า "ตั๊บนิญควนควน" (Tap Ninh Kuan Kuan) 1848
4 พระองค์เจ้าอุบล (หรือ อุบลวัณ) พระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระหริรักษ์รามมหาอิศราธิบดี กับเจ้าคุณบุษบาเกษร 1863
  • พระองค์เจ้านโรดม กรรณิกาแก้ว
  • พระองค์เจ้านโรดม เพย
5 พระองค์เจ้าอรรคนารี (หรือ เอ็กนอ) (พระภรรยาเจ้าชั้นที่ 2) พระธิดาในพระเจ้าราชวรวงศ์เธอ เจ้าฟ้าอิศราพงศ์ แห่งประเทศสยาม พระนามเดิม หม่อมเจ้าปุก (ปัจจุบันถือว่าทรงอยู่ในราชสกุลอิศรศักดิ) ประสูติราว พ.ศ. 2391–2393 (ค.ศ. 1847-50) ถึงแก่อนิจกรรมหลังจาก ค.ศ. 1909 (พ.ศ. 2452) ไปแล้ว (มีหลักฐานว่ายังคงดำรงพระชนม์ใน พ.ศ. 2467) 1871
6 พระองค์เจ้าสำอางค์ (พระภรรยาเจ้าชั้นที่ 2) เป็นธิดาของเสนาบดีสยาม อาจเป็นราชนิกูล ประสูติ ค.ศ. 1877 สิ้นพระชนม์ราวปลาย ค.ศ. 1909
1892

พระสนม

[แก้]
นาม ชาติกำเนิด ถวายตัว พระราชโอรส-ธิดา
7 พระนางจอมมารดา (น้อม) ธิดาขุนนาง 1850
8 พระนางจอมผลทิพสุดาจันทร์ (ปัวะส์) ธิดาขุนนาง เกิด ค.ศ. 1840 ถึงแก่อนิจกรรม ณ พนมเปญ ค.ศ. 1925 1857
9 พระนางคันธมาลี (พุก) 1858
  • พระองค์มจะ นโรดม ปาก
10 พระนางเจ้าสุคันธรสนารี (แอบ) ธิดาขุนนาง 1858
  • พระองค์มจะ นโรดม โภค
  • พระองค์มจะ นโรดม มยุรา
  • พระองค์มจะ นโรดม มยุเรศ
11 พระนางคันธรัตนนารี 1858
12 พระแม่นางจอมสุดาดวง (พัน) สตรีชาวสยาม
  • พระองค์มจะ นโรดม บันดาวงศ์
13 พระนางจอมอุไรเทพอัปสร 1866
  • พระองค์มจะ นโรดม ดวงสามน
14 พระนางจอมสิริเทพอัปสร 1872
15 พระนางสุดาบวร
  • พระองค์มจะ นโรดม วิชาวรัตนา
16 พระนางเจ้าสมาม 1892
17 คุณพระแม่นางจอมสุชาติบุปผานารี (นวล), หรือ คุณท่าน อดีตสนมในพระบาทสมเด็จพระหริรักษ์รามมหาอิศราธิบดี 1861
18 คุณพระนัก ญึก (พยาม, พยู, แญก นู) ถึงแก่อนิจกรรมหลังจาก ค.ศ. 1909 (พ.ศ. 2452) ไปแล้ว 1865
19 คุณจอมบุสลา ถึงแก่อนิจกรรมหลังจาก ค.ศ. 1909 (พ.ศ. 2452) ไปแล้ว
20 คุณทิม
21 คุณสังวาลย์ 1892
22 หม่อมวัน (หรือ หม่อมวู) เป็นสตรีชาวสยาม ถึงแก่อนิจกรรมหลังจาก ค.ศ. 1909 (พ.ศ. 2452) ไปแล้ว 1857
  • พระองค์มจะ นโรดม กุสุมา
  • พระองค์มจะ นโรดม วรรณา
23 คุณจอมเอี่ยมบุษบา ธิดาในพระสุพรรณพิศาล (กอง อภัยวงศ์) และเป็นหลานปู่ของเจ้าพระยาอภัยภูเบศร (แบน) เกิด ค.ศ. 1864 ถึงแก่อนิจกรรม ค.ศ. 1944 1864
24 นักพระแม่นางเทพกัญญา (หรือ เทพ แกวนารา) เป็นธิดาขุนนาง 1864
  • พระองค์มจะ นโรดม ตระโลจ
25 นักมหาหงส์ (แยง) เป็นธิดาของสามัญชน 1862
26 นัก ชนู เป็นธิดาของสามัญชน 1869
  • พระองค์มจะ นโรดม มารี
27 นักเมียน เป็นสตรีชาวสยาม 1862
28 นักพตาล 1871
  • พระองค์มจะ นโรดม เกดดา
29 พระแม่นางคันธบุปผา (มะเฟือง) เป็นธิดาขุนนางชาวสยาม 1874
30 นักแม่นางปก 1866
  • พระองค์มจะ นโรดม สุคนธบท
31 นักแม่นางโสม 1867
  • พระองค์มจะ นโรดม ระยา
32 นักแม่นางเจ็ย เป็นสตรีชาวมลายู ต้องโทษประหารชีวิตเมื่อ ค.ศ. 1875 ด้วยข้อหาเป็นชู้ 1865
33 นักแม่นางมม เป็นธิดาขุนนาง 1869
  • พระองค์มจะ นโรดม ประถะมาน
34 นักแม่นางกุหลาบ เป็นธิดาขุนนาง 1870
  • พระองค์มจะ นโรดม กรักจาง
35 นักแม่นางพยู ธิดาเสนาบดีพระคลัง
36 นักแม่นางนิ่มรามสูร 1871
  • พระองค์มจะ นโรดม อุมา
37 นักแม่นางนิ่มกรุงราพณ์ 1873
  • พระองค์มจะ นโรดม นิ่มนงลักษณ์
  • พระองค์มจะ นโรดม สักขิริยาวงศ์
38 นักแม่นางมด เป็นธิดาของสามัญชน 1878
  • พระองค์มจะ นโรดม สุพนา
39 นักแม่นางเอี่ยมจับเป็ย
40 นักแม่นางเอี่ยมสิริกัญญา
41 หม่อมกรอง เป็นสตรีชาวสยาม ถึงแก่อนิจกรรมหลังจาก ค.ศ. 1909 (พ.ศ. 2452) ไปแล้ว 1856
  • พระองค์มจะ นโรดม พวงมาลี
42 หม่อมตาด ธิดาของนายมงคล (លោក ម៉ុងឃុន) ซึ่งเป็นเป็นธิดาขุนนางเกิดในประเทศสยาม 1892
43 หม่อมเยีย 1857
44 หม่อม ฌีร
  • พระองค์มจะ นโรดม กัญจนารี
45 หม่อมเจียว
  • พระองค์มจะ นโรดม เชิดฉิ่ง
46 หม่อมหนูมั่น เป็นสตรีชาวสยาม 1885
  • พระองค์มจะ นโรดม สุมามาลย์
47 หม่อมโสม 1892
  • พระองค์มจะ นโรดม เฉลิมขวัญ

รายพระนามพระราชโอรสและพระราชธิดา

[แก้]

พระบาทสมเด็จพระนโรดมทรงมีพระราชโอรส 27 พระองค์ พระราชธิดา 34 พระองค์ รวมจำนวนพระราชโอรสและพระราชธิดาทั้งสิ้น 61 พระองค์

พระนาม เพศ พระราชมารดา ประสูติ สิ้นพระชนม์
1 พระองค์มจะ นโรดม กัมพุชาสุดาดวง (นักเยี่ยม, นักสุดาดวง) หญิง พระนางทิตยเจ้ามณฑา น้อม 1850 หลัง 1913
2 พระองค์มจะ นโรดม พระองค์มจะกษัตรี นโรดม พวงกัมพูชารตนะ (นักพลอย) หญิง พระนางทิตยเจ้ามณฑา น้อม 1855 หลัง 1913
3 พระองค์มจะ นโรดม พวงมาลี หญิง หม่อม กรอง 1858 หลัง 1913
4 พระองค์มจะ นโรดม หัสกรรณ ชาย หม่อม เยียย 1858 1888
5 พระองค์มจะ นโรดม กุสุมา หญิง คุณ วรา 1858 หลัง 1913
6 พระองค์มจะ นโรดม โภค หญิง พระนางเจ้าสุกกนานารี เอิบ 1858 ก่อน 1890
7 พระองค์มจะ นโรดม ปาก ชาย พระนางกันธิยา มาลี ปวก 1859 ก่อน 1913
8 สมเด็จเจ้าฟ้า นโรดม จันทรักษอัมพร หญิง สมเด็จพระราชอัครมเหสี ดารากร 1859 หลัง 1932
9 สมเด็จกรมพระ นโรดม อรุณยุคนธรชัย พระราชโอรสบุตรจันท์ ชาย พระนางจอมผลทิพสุดาจันทร์ เปาะ 1860 27 มิถุนายน 1937
10 พระองค์มจะ นโรดม บันดาวงศ์ ชาย พระนางคุณเจ้าสุทธาดวงปณี ดง จัน 1860 ก่อน 1909
11 พระองค์มจะ นโรดม ดวงจักร ชาย เจ้าจอมสุชาติบุปผานารี นวล (คุณจัน) 1861 25 มีนาคม 1897
12 พระองค์มจะ นโรดม ละออนวล หญิง นักแม่นาง นวน 1861 หลัง 1932
13 พระองค์มจะ นโรดม โกย หญิง เจ้าจอมสุชาติบุปผานารี นวล (คุณจัน) 1861 ก่อน​ 1888
14 พระองค์มจะ นโรดม เหมรา ชาย นักมหาหงสา เยง 1863 ก่อน 1890
15 พระองค์มจะ นโรดม มรจันท์ หญิง นัก อาน 1863 หลัง 1932
16 พระองค์มจะ นโรดม กรรณิกาแก้ว หญิง พระองค์มจะกษัตรี องค์ด้วง อุบล 1863 ก่อน ​1920
17 พระองค์มจะ นโรดม วัณณา หญิง คุณ วรา 1863 ก่อน 1893
18 พระองค์มจะ นโรดม วาสนา หญิง ไม่มีข้อมูล 1864 หลัง 1904
19 พระองค์มจะ นโรดม ตระโลจ หญิง นักพระแม่นางสิรีเทวี กัญญา เทพ แก้วนรา 1864 ก่อน 1888
20 พระองค์มจะ นโรดม มยุรา ชาย พระนางเจ้าสุกกนานารี เอิบ 1864 1918
21 พระองค์มจะ นโรดม เพย ชาย พระองค์มจะกษัตรี องค์ด้วง อุบล 1866 1888
22 พระองค์มจะ นโรดม เยียกันถา หญิง เจ้าจอมสุชาติบุปผานารี นวล (คุณจัน) 1866 ไม่มีข้อมูล
23 พระองค์มจะ นโรดม สุดาวดี ชาย คุณพระนัก ญึก 1866 ก่อน 1900
24 พระองค์มจะ นโรดม สุคนธบท ชาย นักแม่นางภักษา ปก 1867 1888
25 พระองค์มจะ นโรดม มรรควรรณ ชาย เจ้าจอมสุชาติบุปผานารี นวล (คุณจัน) 1867 1914
26 พระองค์มจะ นโรดม สุมาลี หญิง พระนางจอม สิรี เทวีอัปสรี 1867 ก่อน​ 1904
27 พระองค์มจะ นโรดม ระย้า ชาย นักแม่นาง โสม 1868 หลัง 1909
28 พระองค์มจะ นโรดม จำเริญฤทธิ์ ชาย พระนางคันธรรัตนา นารี 1868 1910
29 พระองค์มจะ นโรดม กัญจนารี หญิง นักแม่นาง ชัย 1868 ไม่มีข้อมูล
30 พระองค์มจะ นโรดม โสมาวดี หญิง เจ้าจอมสุชาติบุปผานารี นวล (คุณจัน) 1869 หลัง​ 1932
31 พระองค์มจะ นโรดม มยุเรศ ชาย พระนางเจ้าสุกกนานารี เอิบ 1869 ก่อน 1890
32 พระองค์มจะ นโรดม เกศรา ชาย เจ้าจอมมารดา เอี่ยม บุษบา 1869 1909
33 พระองค์มจะ นโรดม มารี หญิง นัก นู 1870 ก่อน 1890
34 พระองค์มจะ นโรดม ประถะมาน หญิง นักแม่นาง หม่อม 1870 หลัง​ 1926
35 พระองค์มจะ นโรดม ปัทมา ชาย คุณพระนัก ญึก 1870 ก่อน 1909
36 สมเด็จกรมพระ มหาเสนาบดี นโรดม ภาณุวงศ์ ชาย เจ้าจอมสุชาติบุปผานารี นวล (คุณจัน) 1871 1934
37 พระองค์มจะ นโรดม กรักจาง หญิง นักแม่นาง กุหลาบ 1871 ก่อน 1920
38 พระองค์มจะ นโรดม ประถมเมศ หญิง พระนางคันธรรัตนา นารี 1871 ก่อน​ 1904
39 พระองค์มจะ นโรดม ดวงสามน ชาย พระนางจอมอุไรเทวีอัปสรี 1871 1890
40 พระองค์มจะ นโรดม รัฏฐาเนตร ชาย พระนางคันธรรัตนา นารี 1871 ไม่มีข้อมูล
41 สมเด็จพระสวางควัฒนาราชกนิษฐาจำเริญรัฐ นโรดม มัลลิกา หญิง คุณพระนัก ญึก 1871 18 มีนาคม 1951
42 พระองค์มจะ นโรดม สาละวัน ชาย นักมหาหงสา เยง 1872 1924
43 พระองค์มจะ นโรดม รายา ชาย นักแม่นาง ชัย 1872 1907
44 พระองค์มจะ นโรดม เกดดา ชาย นัก พเตียล 1872 ก่อน​ 1890
45 พระองค์มจะ นโรดม ยะจันทา หญิง เจ้าจอมสุชาติบุปผานารี นวล (คุณจัน) 1872 1957
46 สมเด็จพระราชอัยโก กรมพระวรจักรรณฤทธิ์ นโรดม สุธารส ชาย เจ้าจอมมารดา เอี่ยม บุษบา 1872 1945
47 พระองค์มจะ นโรดม ไกรสร สารีวงศ์ ชาย พระนางจอมสิรีเทวีอัปสรี 1872 ก่อน​ 1909
48 พระองค์มจะ นโรดม อุมา หญิง นักแม่นาง นิ่ม เรียมอิศวร 1872 ก่อน 1913
49 พระองค์มจะ นโรดม ศรีโสมา หญิง คุณพระแม่นางจอมสุชาติบุปผานารี นวล (คุณจัน) 1873 ก่อน 1904
50 พระองค์มจะ นโรดม วิชาวรัตนา หญิง พระนางสุทธาบวร 1873 ไม่มีข้อมูล
51 พระองค์มจะ นโรดม มัตตารี ชาย นักแม่นาง ชัย 1874 ก่อน 1920
52 พระองค์มจะ นโรดม นิ่มนงลักษณ์ หญิง นักแม่นาง นิ่ม กรุงพาน 1874 หลัง 1926
53 สมเด็จพระราชอัยยิกา ขัตติยกัลยาณราชสุดาภควดี นโรดม พงางาม หญิง คุณพระแม่นางจอมสุชาติบุปผานารี นวล (คุณจัน) พฤศจิกายน 1874 1944
54 สมเด็จกรมพระ อัครมหาเสนาบดี นโรดม สุทธาวงศ์ ชาย พระแม่นาง กันธาราบุษบา มากพวง 1876 1918
55 พระองค์มจะ นโรดม กขิริยาวงศ์ ชาย นักแม่นาง นิ่ม กรุงพาน 1876 1920
56 พระองค์มจะ นโรดม สุพนา หญิง นักแม่นาง มด 1879 หลัง 1926
57 พระองค์มจะ นโรดม สุมามาลย์ หญิง หม่อม หนูมั่น 1886 ก่อน 1920
58 พระองค์มจะ นโรดม จันทเลขา ชาย หม่อม ตาด 1890 28​​ พฤษภาคม 1971
59 พระองค์มจะ นโรดม เทพสรวง สาริกาน หญิง หม่อม หนูหม่อน 1893 ก่อน 1904
60 พระองค์มจะ นโรดม เฉลิมขวัญ หญิง นักแม่นาง โสม 1883 ก่อน 1909
61 พระองค์มจะ นโรดม เชิดฉิ่ง หญิง นักแม่นาง เจร 1894 หลัง 1927

พระราชตระกูล

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. The Varman Dynasty Genealogy
  2. จาก สกุลไทย ฉบับที่ 2605 ปีที่ 50 21 กันยายน 2547 เก็บถาวร 2011-07-15 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน โดย จุลลดา ภักดีภูมินทร์ ระบุว่าพระราชสมภพที่กรุงเทพ
  3. เติม สิงหัษฐิต. ฝั่งขวาแม่น้ำโขง. พระนคร : คลังวิทยา, 2490, หน้า 301
  4. ธำรงศักดิ์,2552 ระบุว่าพระราชสมภพที่กรุงเทพฯ เช่นกัน
  5. ประชุมพงศาวดารภาคที่ ๗๑, สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี โปรดเกล้า ฯ ให้ตีพิมพ์ ในงานพระราชทานเพลิงพระศพ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภาพรรณี ณ เมรุวัดเทพศิรินทราวาส วันที่ ๗ มีนาคม พุทธศักราช ๒๔๘๑, กรุงเทพบรรณาการ, สี่กั๊กพระยาศรี, พระนคร
  6. พระราชพงศาวดาร กรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ ๔ พ.ศ. ๒๓๙๔ – ๒๔๑๑ ฉะบับเจ้าพระยาทิพากรวงศ์ ตอนที่ ๑๔๓. ราชาภิเศกองค์พระนโรดมขึ้นเป็นเจ้าแผ่นดินกรุงกัมพูชา
  • ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์. สยามประเทศไทยกับดินแดนในกัมพูชาและลาว. กทม. มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์. 2552 หน้า 31-38