ข้ามไปเนื้อหา

พระเจ้าราเชนทรวรมันที่ 2

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
พระเจ้าราเชนทรวรมันที่ 2
พระมหากษัตริย์พระนคร
ครองราชย์ค.ศ. 944 – 968
พระองค์ก่อนพระเจ้าหรรษวรมันที่ 2
พระองค์ถัดไปพระเจ้าชัยวรมันที่ 5
พระราชบุตรพระเจ้าชัยวรมันที่ 5
ราชวงศ์วรมัน
พระราชบิดาพระเจ้าศรีมเหนทรวรมัน
พระราชมารดาพระนางมเหนทรเทวี
ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู

พระเจ้าราเชนทรวรมันที่ 2 (เขมร: រាជេន្ទ្រវរ្ម័នទី២, อังกฤษ: Rajendravarman II) เป็นพระมหากษัตริย์แห่งอาณาจักรพระนคร (บริเวณเมืองพระนครในกัมพูชา) ตั้งแต่ ค.ศ. 944 ถึง 968

พระเจ้าราเชนทรวรมันที่ 2 เป็นพระปิตุลา (อา) และพระญาติชั้นที่หนึ่งของพระเจ้าหรรษวรมันที่ 2 พระองค์สร้างศาสนสถานสำคัญซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณเมืองพระนคร จังหวัดเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา ได้แก่ปราสาทแปรรูปและปราสาทแม่บุญตะวันออก[1]:73[2]:358,361–367

พระองค์กล่าวอ้างความเชื่อมโยงกับสายพระราชวงศ์ของอาณาจักรเจนละ ซึ่งมีราชธานีอยู่ที่ภวปุระ (ตำแหน่งที่ตั้งของเมืองยังคงเป็นที่ถกเถียง) และมีความเก่าแก่ย้อนไปก่อนการสถาปนาอาณาจักรพระนครในปี ค.ศ. 802 จารึกระบุว่าอาณาจักรพระนครภายใต้การปกครองของพระองค์ได้แผ่ขยายอาณาเขตไปถึงตอนใต้ของเวียดนาม ลาว พื้นที่ส่วนใหญ่ของไทย และแผ่ไปไกลถึงตอนใต้ของจีน

จารึกที่ปราสาทแปรรูประบุว่าพระเจ้าราเชนทรวรมันที่ 2 ทรงเป็นนักรบผู้ยิ่งใหญ่ พระแสงขรรค์ของพระองค์แปดเปื้อนไปด้วยโลหิตอยู่เป็นนิจ และมีพระวรกายแข็งแกร่งดุจเพชร จารึกระบุว่าแม้พระองค์จะลงทัณฑ์ผู้กระทำผิด แต่ก็มีความเมตตาอันล้นพ้นดุจมหาสมุทรต่อผู้บริสุทธิ์ จารึกหลักอื่นๆ พรรณนาว่าพระองค์เป็นผู้วางระเบียบพิธีกรรมทางศาสนาของรัฐ โดยมีข้อความตอนหนึ่งระบุว่า พระองค์มีพระบรมราชโองการให้จัดเก็บน้ำมันศักดิ์สิทธิ์ในรูปแบบของเนยใส เพื่อใช้ในศาสนสถานต่าง ๆ

พระองค์ปกครองแผ่นดินจากพระราชวังขนาดใหญ่ซึ่งออกแบบโดยเสนาบดีของพระองค์ ​นักวิชาการจำนวนมากเชื่อว่าพระเจ้าราเชนทรวรมันที่ 2 ทรงวางรากฐานระบบการปกครองแบบรวมศูนย์อำนาจ โดยเข้าควบคุมเหล่าเจ้านายตามหัวเมืองต่าง ๆ โดยตรง ซึ่งแต่เดิมเจ้านายเหล่านี้มักปกครองเขตที่ดินหรือฐานอำนาจของตนอย่างเป็นอิสระ[3]:116

การก่อสร้างปราสาทบันทายศรี ซึ่งเป็นศาสนสถานอันวิจิตรบรรจงที่สร้างขึ้นจากหินทรายสีชมพู ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของกลุ่มปราสาทเมืองพระนคร ได้เริ่มต้นขึ้นในรัชสมัยของพระองค์[3]:117

จารึกจากปี ค.ศ. 946 ระบุว่า พระเจ้าราเชนทรวรมันที่ 2 ทรงมีชัยเหนืออาณาจักรรามัญและอาณาจักรจามปา[4] นักประวัติศาสตร์เชื่อว่ามอญคือพื้นที่ของชาวมอญซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกของอาณาจักรทวารวดี ในการทำสงครามทางทิศตะวันออก พระเจ้าราเชนทรวรมันที่ 2 นำทัพเข้าต่อสู้กับอาณาจักรคู่ปรับอย่างจามปา และในปี ค.ศ. 946 พระองค์ยึดเอาเทวรูปทองคำในปราสาทโพนครมาเป็นรางวัลแห่งชัยชนะในศึกครั้งนั้น[5]:56

ในรัชสมัยของพระองค์ อาณาจักรพระนครประกอบด้วยเมืองหรือ "ปุระ" จำนวนทั้งสิ้น 24 เมือง[6]

ผู้สืบราชสมบัติสืบต่อจากพระองค์ คือพระราชโอรสพระชนมายุ 10 พรรษา ซึ่งเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นพระเจ้าชัยวรมันที่ 5[1]:79

อ้างอิง

[แก้]
  1. 1 2 Higham, C., 2001, The Civilization of Angkor, London: Weidenfeld & Nicolson, ISBN 9781842125847
  2. Higham, C., 2014, Early Mainland Southeast Asia, Bangkok: River Books Co., Ltd., ISBN 9786167339443
  3. 1 2 Coedès, George (1968). Walter F. Vella (บ.ก.). The Indianized States of Southeast Asia. trans.Susan Brown Cowing. University of Hawaii Press. ISBN 978-0-8248-0368-1.
  4. Hall, Kenneth R. “Khmer Commercial Development and Foreign Contacts under Sūryavarman I.” Journal of the Economic and Social History of the Orient, vol. 18, no. 3, 1975, pp. 318–336. JSTOR, www.jstor.org/stable/3632140. Accessed 3 June 2020.
  5. Maspero, G., 2002, The Champa Kingdom, Bangkok: White Lotus Co., Ltd., ISBN 9789747534993
  6. Hall, K. R. (2019). Maritime Trade and State Development in Early Southeast Asia. United States: University of Hawaii Press.