สมเด็จพระศรีไชยเชษฐ (นักองค์สงวน)
| สมเด็จพระศรีไชยเชษฐ ជ័យជេដ្ឋា ទី៥ | |
|---|---|
| พระมหากษัตริย์แห่งกัมพูชา | |
| ครองราชย์ | ค.ศ. 1749–1755 |
| ก่อนหน้า | พระสัตถาที่ 2 |
| ถัดไป | สมเด็จพระรามาธิบดี (นักองค์ทอง) |
| ประสูติ | ค.ศ. 1709 |
| สวรรคต | ค.ศ. 1755 |
| พระราชบุตร | สมเด็จพระอุไทยราชาธิราชรามาธิบดี[1] สมเด็จพระรามราชาธิราชแห่งกัมพูชา[2] นักองค์อี[2] |
| ราชวงศ์ | ราชวงศ์วรมัน |
| พระราชบิดา | ธรรมราชาที่ 3 |
| ศาสนา | พุทธ |
สมเด็จพระศรีไชยเชษฐ พระนามเดิม นักองค์สงวน เป็นพระมหากษัตริย์กัมพูชารัชกาลที่ 102
พระองค์ประสูติเมื่อราว พ.ศ. 2252 ทรงเป็นพระราชโอรสของสมเด็จพระศรีธรรมราชาธิราช ซึ่งหลังจากพระบิดาหนีมายังกรุงศรีอยุธยาพร้อมพระบิดาใน พ.ศ. 2256 พระองค์ยังอยู่ในกัมพูชา ทรงมีบทบาทสำคัญในการร่วมมือกับพระอุไทยราชา (นักองค์โสร์) ในการต่อสู้กับนักพระสัตถาใน พ.ศ. 2280 จนในที่สุดพระราชบิดาได้ขึ้นครองราชย์อีกครั้งหนึ่ง พระองค์นั้นมีพระราชโอรสสองพระองค์ คือนักองค์โนน (ต่อมาคือสมเด็จพระรามราชาธิราช) และนักองค์อี
หลังจากกองทัพเวียดนามยกมาตีกัมพูชาใน พ.ศ. 2291 และได้รบชนะเวียดนามแล้ว ทางกรุงศรีอยุธยาแต่งตั้งในนักองค์สงวนขึ้นครองราชสมบัติ ทรงพระนามว่าพระศรีไชยเชษฐ์ และได้ตั้งให้ออกญาสวรรคโลก (อูฐ) ผู้มีบทบาทสำคัญในการรบกับเวียดนามขึ้นเป็นเจ้าฟ้าทะละหะ (อูฐ) แต่ใน พ.ศ. 2292 พระองค์เกิดพิพาทกับเจ้าฟ้าทะละหะ (อูฐ) เจ้าฟ้าทะละหะ (อูฐ) จึงหนีไปกรุงศรีอยุธยา หลังจากนั้น ในรัชกาลของพระองค์ก็เกิดกบฏขึ้นหลายครั้ง ตั้งแต่ กบฏเจ้าฟ้าทะละหะ (เอก) ที่ต้องการยกพระนารายน์ราชารามาธิบดีหลานปู่ของนักองค์ทองขึ้นเป็นกษัตริย์กบฏศิลป์สัวะซ์ที่อ้างว่าเป็นพระอนุชาของนักพระสัตถา ผู้ที่เวียดนามเคยสนับสนุนให้เป็นกษัตริย์มาก่อน แต่ก็สามารถปราบกบฏลงได้โดยความช่วยเหลือของนักองค์ทอง พระองค์สิ้นพระชนม์เมื่อ พ.ศ. 2298 พระชนม์ได้ 46 พรรษา นักองค์ทองได้ขึ้นเป็นกษัตริย์ต่อมา
อ้างอิง
[แก้]- เชิงอรรถ
- บรรณานุกรม
- เรืองเดชอนันต์ (ทองดี ธนรัชต์), พันตรี หลวง. ราชพงษาวดารกรุงกัมพูชา. กรุงเทพฯ : ไทยควอลิตี้บุ๊คส์ (2006), 2563. 336 หน้า. ISBN 978-616-514-668-5