พระเจ้ายโศวรรมันที่ 1

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก พระเจ้ายโศวรมันที่ 1)
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
พระเจ้ายโศวรรมันที่ 1
PSM V30 D337 Statue of the leprous king founder of angkor wat.jpg
พระอัครมเหสี พระเชษฐภคินี/ขนิษฐาของชัยวรรมันที่ 4
พระราชบุตร อีสานวรรมันที่ 2
หรรษวรรมันที่ 1
พระราชบิดา อินทรวรรมันที่ 1
พระราชมารดา อินทรเทวี

ยโศวรรมันที่ 1 เอกสารไทยบางทีว่า ยโศวรมันที่ 1 (เขมร: យសោវរ្ម័នទី១ ยโสวรฺมันที ๑; อักษรโรมัน: Yasovarman I) เป็นพระมหากษัตริย์แห่งจักรวรรดิเขมร เสวยราชย์ในระหว่าง ค.ศ. 889–910

พระนาม[แก้]

พระนาม "ยโศวรรมัน" แปลว่า ผู้มียศเป็นเกราะ มาจากคำสันสกฤต ยศ แปลว่า ยศ + วรฺมัน แปลว่า ผู้มีเกราะ

พระองค์ทรงได้รับสมัญญาว่า "เสด็จขี้เรื้อน" (ស្តេចគម្លង់ สฺเตจคมฺลง̍; Leper King)[1] เพราะเชื่อกันว่า ประชวรด้วยโรคนี้[2]

พระองค์ทรงได้รับพระนามหลังสวรรคตว่า "บรมศิวโลก" (បរមឝិវលោក) เพราะทรงนับถือพระศิวะ[2]

ต้นพระชนม์[แก้]

ยโศวรรมันที่ 1 เป็นพระโอรสของอินทรวรรมันที่ 1 พระมหากษัตริย์แห่งจักรวรรดิเขมร กับอินทรเทวี (ឥន្ទ្រទេវី อินฺทฺรเทวี) ผู้เป็นพระชายา[3][4]

ยโศวรรมันที่ 1 เป็นศิษย์ของพราหมณ์วามศิวา (Vamasiva) นักบวชลัทธิเทวราชา ซึ่งเป็นศิษย์ของศิวโสมา (Sivasoma) ผู้มีความสัมพันธ์กับอาทิ ศังกระ (आदि शङ्करः Ādi Śaṅkaraḥ) ปรัชญาเมธีฮินดู[5]:111

การเถลิงราชสมบัติ[แก้]

เมื่อพระบิดาเสด็จสวรรคาลัย ยโศวรรมันที่ 1 กับพระเชษฐาหรือพระอนุชา ทรงรบกันชิงบัลลังก์ รบรากันทั้งทางบกและทางน้ำในทะเลสาบเขมร (ទន្លេសាប ทนฺเลสาบ) สงครามยุติด้วยชัยชนะของยโศวรรมันที่ 1 แต่เพราะพระบิดาเคยรับสั่งห้ามยโศวรรมันที่ 1 สืบราชสมบัติ ตามที่ปรากฏในจารึกหลายหลัก ยโศวรรมันที่ 1 จึงทรงเลี่ยงการอ้างสิทธิทางพระบิดาซึ่งเป็นเชื้อสายพระเจ้าชัยวรรมันที่ 1 ผู้สถาปนาพระนคร ไปอ้างสิทธิทางพระมารดาซึ่งเป็นเชื้อสายบูรพกษัตริย์แห่งอาณาจักรฟูนันและอาณาจักรเจนละแทน[6]

รัชกาล[แก้]

เมื่อเสวยราชย์แล้ว ยโศวรรมันที่ 1 ทรงยกทัพไปตีอาณาจักรจามปา ตามความในจารึกที่บันทายฉมาร์ (បន្ទាយឆ្មារ บนฺทายฉฺมาร)[7]:54

ช่วงปีแรก ๆ แห่งรัชกาล พระองค์ทรงสร้างอาศรมราว 100 แห่งทั่วแว่นแคว้น เพื่อเป็นที่พักกลางทางสำหรับนักบวชและราชวงศ์[5]:111–112 ครั้น ค.ศ. 893 พระองค์ทรงเริ่มให้สร้างฝายเรียก "อินทรตฎาก" (ឥន្ទ្រតដាក อินฺทฺรตฎาก) ตามพระดำริของพระบิดา ที่กลางฝาย (ซึ่งปัจจุบันแห้งเหือดสิ้นแล้ว) ทรงให้สร้างวัดชื่อ ปราสาทลอเลย (ប្រាសាទលលៃ)[8]

ต่อมา พระองค์ทรงให้ย้ายพระนครจากหริหราลัย (ហរិហរាល័យ) ไปยังยโศธรปุระ (យសោធរបុរៈ ยโสธรบุระ̤) ที่ซึ่งภายหลังมีโบราณสถานสำคัญจัดตั้งขึ้นมากมาย เช่น นครวัด นักประวัติศาสตร์คาดว่า เหตุที่ทรงให้ย้ายพระนครนั้น เป็นเพราะพระนครเดิมแออัดไปด้วยศาสนสถานที่กษัตริย์พระองค์ก่อน ๆ ทรงสร้างไว้ ด้วยตามประเพณีแล้ว แต่ละพระองค์ทรงจำต้องมีที่ประทับหลังสิ้นพระชนม์เป็นของพระองค์เอง อีกสาเหตุอาจเป็นเพราะพระนครแห่งใหม่อยู่ใกล้แม่น้ำเสียมเรียบ ทั้งอยู่กลางทางไปพนมกุเลน (ភ្នំគូលេន ภฺนํคูเลน; "ภูเขาลิ้นจี่") และทะเลสาบเขมร จะได้มีแหล่งน้ำถึงสองแห่ง[5]:103

ยโศธรปุระมีศูนย์กลางอยู่ที่พนมบาแคง (ភ្នំបាខែង ภฺนํบาแขง) และมีเส้นทางเชื่อมไปยังพระนครเดิม เมื่อทรงตั้งพระนครใหม่แล้ว ทรงให้ขุดฝายขนาดใหญ่ชื่อ "ยโศธรตฎาก" (យឝោធរតដាក) หรือชื่อปัจจุบัน คือ "บารายตะวันออก" (បារាយណ៍ខាងកើត บารายณ์ขางเกีต)[9]:64–65

เพราะฉะนั้น ปราสาทลอเลย พนมบาแคง และบารายตะวันตก จึงเป็นอนุสรณ์แห่งกษัตริย์พระองค์นี้[10][11]:360–362

ในรัชสมัยยโศวรรมันที่ 1 ยังมีการสร้างปราสาทที่สำคัญอีกสองแห่งที่ยโศธรปุระ คือ พนมโกรม (ភ្នំក្រោម ภฺนํโกฺรม) กับพนมบูก (ភ្នំបូក ภฺนํบูก)[5]:113

การสวรรคต[แก้]

ยโศวรรมันที่ 1 เสด็จสวรรคตใน ค.ศ. 910[2]

พงศาวลี[แก้]

พระชายาพระองค์หนึ่งของยโศวรรมันที่ 1 เป็นพระพี่นางหรือพระน้องนางของชัยวรรมันที่ 4 พระมหากษัตริย์เขมร พระชายาพระองค์นี้มีพระโอรสสองพระองค์กับยโศวรรมันที่ 1 คือ อีสานวรรมันที่ 2 และหรรษวรรมันที่ 1[12]

อ้างอิง[แก้]

  1. Vietnam, Cambodia, Laos & the Greater Mekong by Nick Ray, Tim Bewer, Andrew Burke, Thomas Huhti, Siradeth Seng. Page 212. Footscray; Oakland; London: Lonely Planet Publications, 2007.
  2. 2.0 2.1 2.2 The Rough Guide to Cambodia by Beverley Palmer and Rough Guides.
  3. Some Aspects of Asian History and Culture by Upendra Thakur. Page 37.
  4. Saveros, Pou (2002). Nouvelles inscriptions du Cambodge (in French). Tome II et III. Paris: EFEO. ISBN 2-85539-617-4.
  5. 5.0 5.1 5.2 5.3 Coedès, George (1968). Walter F. Vella, ed. The Indianized States of Southeast Asia. trans.Susan Brown Cowing. University of Hawaii Press. ISBN 978-0-8248-0368-1.
  6. Briggs, The Ancient Khmer Empire; page 105.
  7. Maspero, G., 2002, The Champa Kingdom, Bangkok: White Lotus Co., Ltd., ISBN 9789747534993
  8. Jessup, p.77; Freeman and Jacques, pp.202 ff.
  9. Higham, C., 2001, The Civilization of Angkor, London: Weidenfeld & Nicolson, ISBN 9781842125847
  10. Goloubev, Victor. Nouvelles récherches autour de Phnom Bakhen. Bulletin de l'EFEO (Paris), 34 (1934): 576-600.
  11. Higham, C., 2014, Early Mainland Southeast Asia, Bangkok: River Books Co., Ltd., ISBN 9786167339443
  12. Briggs, Lawrence Palmer. The Ancient Khmer Empire. Transactions of the American Philosophical Society. 1951.

บรรณานุกรม[แก้]

  • Coedes, George. The Indianized States of Southeast Asia. East-West Center Press 1968.
  • Higham, Charles. The Civilization of Angkor. University of California Press 2001.
  • Briggs, Lawrence Palmer. The Ancient Khmer Empire. Transactions of the American Philosophical Society 1951.
ก่อนหน้า พระเจ้ายโศวรรมันที่ 1 ถัดไป
พระเจ้าอินทรวรรมันที่ 1 2leftarrow.png Royal arms of Cambodia.svg
พระมหากษัตริย์แห่งจักรวรรดิเขมร
(ค.ศ. 889–910)
2rightarrow.png พระเจ้าหรรษวรรมันที่ 1