พระอินทราชา (พระนครอินทร์)
| พระอินทราชา (พระนครอินทร์) | |
|---|---|
| พระมหากษัตริย์เมืองนครหลวง | |
| ครองราชย์ | พ.ศ.1974 - 1987 |
| รัชกาลก่อนหน้า | พระเจ้าธรรมโศรกราช |
| รัชกาลถัดไป | สมเด็จพระบรมราชาที่ 1 (เจ้าพระยาญาติ) |
| สวรรคต | พ.ศ.1987 |
| ราชวงศ์ | ราชวงศ์สุพรรณภูมิ |
| พระราชบิดา | สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 |
พระอินทราชา (พระนครอินทร์)[1] เป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 เมื่อ พ.ศ. 1974 สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 ได้เสด็จยกทัพไปตีเมืองนครหลวง (นครธม) ในรัชสมัยพระเจ้าธรรมโศรกราช หลังจากนั้นสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 โปรดให้พระอินทราชา (พระนครอินทร์) ขึ้นเสวยราชสมบัติที่เมืองนครหลวง แต่พระอินทราชาปกครองเขมรได้ 12 ปีก็ประชวรและเสด็จสวรรคต สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 จึงโปรดให้พญาแพรก พระราชโอรสอีกพระองค์หนึ่งขึ้นครองเขมร แต่ปกครองได้ 1 ปี พญาแพรกก็ถูกปลงพระชนม์โดยเจ้าพระยาญาติ (พญาคามยาต) (เรื่องราวสอดคล้องกับพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับปลีก)
แต่หลักฐานอย่างพงศาวดารของกัมพูชาทุกฉบับ ให้ข้อมูลว่า พระอินทราชา กับ พญาแพรก คือพระองค์เดียวกัน เช่น พงศาวดารเมืองละแวก จ.ศ. 1158 ให้รายละเอียดว่า “จึ่งให้เจ้าพญาแพรด (พญาแพรก) ผู้เป็นราชบุตรอยู่ครองเมืองพระนครหลวง ทรงพระนามชื่อ พระอินทราชา แล้วกวาดครัวอพยพได้ประมาณ 4 หมื่นยกกลับไปพระนครศรีอยุทธยา ฝ่ายพญาคามยาต (เจ้าพระยาญาติ) ขณะเมื่อเสียเมืองนั้น หนีไปอาศัยอยู่ ณ บ้านตันหัก แลนายบ้านนั้นชื่อ ขุนพลาไชย พาพรรคพวกมาพิทักษ์รักษาพญาคามยาต ครั้นอยู่มาปีหนึ่ง พญาคามยาตแต่งกลอุบายเอาดาบใส่ในแง (ภาชนะใส่เหล้า) สุราผนึกปลอมเข้าไปกับของทั้งปวงเข้าไปถวายพระอินทราชาๆ ให้เปิดแงออก ผู้ซึ่งเอาของนั้นก็ชักเอาดาบในแงเข้าฟันพระอินทราชาตาย” [2]
ส่วนพงศาวดารกัมพูชาฉบับอื่น ๆ ให้รายละเอียดต่างกันไว้ว่า “เจ้าพระยาญาติใช้ให้มหาดเล็กทั้งสองไปลอบฆ่าพระอินทราชา” แม้จะสรุปไม่ได้ว่าพระอินทราชา กับ พญาแพรก เป็นพระองค์เดียวกันหรือไม่ แต่ข้อมูลหลังจากนั้นกล่าวไปในทิศทางเดียวกันว่า เจ้าพระยาญาติ (พญาคามยาต) ได้ขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์แห่งจักรวรรดิเขมรพระองค์สุดท้าย ทรงพระนามว่า พระบาทสมเด็จเสด็จพระราชโองการ พระบรมราชาธิราชารามาธิบดี พระศรีสุริโยพรรณ ธรรมิกมหาราชาธิราชบรมบพิตร
พงศาวลี
[แก้]| พงศาวลีของพระอินทราชา (พระนครอินทร์) | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
อ้างอิง
[แก้]- ↑ Merz, Thomas (1998), "PDF in the Browser", Web Publishing with Acrobat/PDF, Springer Berlin Heidelberg, น. 9–23, ISBN 978-3-540-63762-2, สืบค้นเมื่อ 2023-01-28
{{citation}}: CS1 maint: work parameter with ISBN (ลิงก์) - ↑ Kranz, Florence (กันยายน 2018). "Occupational Deprivation – Weit entfernt von bedeutungsvollen Betätigungen". ergopraxis. 11 (09): 10–11. doi:10.1055/a-0629-9690. ISSN 1439-2283.
{{cite journal}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)