พระศรีสุคนธบท
| พระศรีสุคนธบท | |||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| พระมหากษัตริย์กัมพูชา | |||||||||
| ครองราชย์ | พ.ศ. 2047–2051 | ||||||||
| รัชกาลก่อนหน้า | พระธรรมราชาธิราชรามาธิบดีที่ 1 | ||||||||
| รัชกาลถัดไป | เจ้ากอง | ||||||||
| ประสูติ | พ.ศ. 2015 | ||||||||
| สวรรคต | พ.ศ. 2055 | ||||||||
| |||||||||
| ราชวงศ์ | ราชวงศ์วรมัน | ||||||||
| ราชสกุล | ราชสกุลตระซ็อกประแอม | ||||||||
| พระราชบิดา | พระธรรมราชาธิราชรามาธิบดีที่ 1 | ||||||||
| พระราชมารดา | สมเด็จพระภัควดีศรีเทพธิดา | ||||||||
พระศรีสุคนธบท พระมหากษัตริย์แห่งกัมพูชา เป็นพระราชโอรสของพระธรรมราชาธิราชรามาธิบดีที่ 1ประสูติแต่สมเด็จพระภัควดีศรีเทพธิดา เมื่อราว พ.ศ. 2015 ในสมัยสมเด็จพระราชบิดาทรงได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าพระยางามขัติยราชาตำแหน่งพระอุปราชปกครองเมืองบาสาณ เมืองบาสาณเดิมมีพระพิชัยเนียกคำ ตระกูลขุนนางเก่าปกครองอยู่ก่อนแล้ว ดังนั้นการเสด็จมาครองเมืองบาสาณจึงไม่เป็นที่พอใจกับกลุ่มขุนนางเก่าแต่ด้วยพระราชอำนาจของพระธรรมราชาธิราชรามาธิบดีที่ 1จึงไม่มีผู้ใดกล้ากระด้างกระเดื่อง [1]
เมื่อพระราชบิดาเสด็จทิวงคตแล้วทรงขึ้นครองราชสมบัติในปี พ.ศ. 2046 ขณะพระชนม์ได้ 32 พรรษา โดยยังประทับที่เมืองบาสาณ ลุถึงปี พ.ศ. 2051 เจ้ากอง โอรสพระพิชัยเนียกคำขุนนางในพระองค์เป็นกบฏตั้งตัวเป็นใหญ่ในเมืองบาสาณ โดยการปล่อยข่าวลือว่าพระองค์ทรงปกครองราษฏรโดยกดขี่ และการเรียกเก็บภาษีที่มากขึ้นเพื่อการสร้างต่อเติมพระราชวัง และทรงใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือยขณะที่ราษฎรต้องอดอยาก ทำให้ทหารและราษฏรบางส่วนเกิดการต่อต้านพระองค์จนเกิดการก่อจลาจลและการกบฏขึ้น พระองค์จึงได้เสด็จหนีไปอยู่ที่อื่น เจ้ากองจึงตั้งตนเป็นใหญ่โดยสถาปนาพระองค์ขึ้นเป็นกษัตริย์พระองค์ใหม่ส่วนพระบรมราชาที่ 2 (พญาจันทน์)อนุชาพระศรีสุคนธบทเสด็จหลบหนีไปได้ [2]
จน พ.ศ. 2055 พระองค์ถูกทหารของพระองค์เองลอบปลงพระชนม์ที่แม่น้ำสตึงแสน รวมพระชนม์ได้ 40 พรรษา
อ้างอิง
[แก้]- ราชพงษาวดารกรุงกัมพูชา แปลโดย พันตรีหลวงเรืองเดชอนันต์ (ทองดี ธนรัชต์). นนทบุรี. สำนักพิมพ์ศรีปัญญา. 2550