ราชวงศ์วรมัน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ราชวงศ์วรมัน
พระราชอิสริยยศพระมหากษัตริย์กัมพูชา
พระราชินีกัมพูชา
พระบรมวงศานุวงศ์กัมพูชา
ปกครองอาณาจักรฟูนัน
อาณาจักรจามปา
อาณาจักรเจนละ
จักรวรรดิเขมร
ราชอาณาจักรกัมพูชา
สาขาราชสกุลมหิธรปุระ
ราชสกุลตระซ็อกประแอม
ราชสกุลนโรดม
ราชสกุลสีสุวัตถิ์
ประมุขพระองค์แรกพระเจ้าเกาฑิณยะวรมันเทวะ
ผู้นำสกุลองค์ปัจจุบันพระบาทสมเด็จพระบรมนาถ นโรดม สีหมุนี
เชื้อชาติเขมร,อินเดีย,ไทย,เวียดนาม

ราชวงศ์วรมัน (เขมร:រាជវង្សវរ្ម័ន อักษรโรมัน:Varman Dynasty) เป็นราชวงศ์ในราชอาณาจักรกัมพูชา สถาปนาโดยพระเจ้าเกาฑิณยะวรมันเทวะหรือกัมพู สวายัมภูวะ[1] พราหมณ์ที่เดินทางมาจากแคว้นกลิงคะในอินเดีย ทรงได้อภิเษกกับพระนางโสมาผู้ครองอาณาจักรชนเผ่าพื้นเมืองและสถาปนาขึ้นเป็นกษัตริย์แห่งอาณาจักรพนมหรือฟูนัน ในราวคริสต์ศตวรรษที่ 1 ปัจจุบันราชวงศ์วรมันแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาสืบสายราชตระกูลจากพระเจ้ารุทรวรมัน กษัตริย์จากฟูนันที่ไปปกครองจามปา(ค.ศ. 529) สายนี้สืบราชสันตติวงศ์จนถึงรัชสมัยพระเจ้าชัยอินทรวรมันที่ 4 แห่งจามปา และสืบต่อมาถึงเจ้าชายปทุมะพระราชบิดาพระเจ้าตระซ็อกประแอมแห่งเมืองพระนครหลวง[2] ยุคราชอาณาจักรกัมพูชาราชวงศ์วรมันแบ่งออกเป็นสองสายราชสกุลที่มีสิทธิ์ตามกฏมณเฑียรบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ในการสืบพระราชสันตติวงศ์ขึ้นดำรงพระราชอิสริยยศพระมหากษัตริย์กัมพูชา คือ ราชสกุลนโรดม และราชสกุลสีสุวัตถิ์

สายราชสกุล[แก้]

ราชสกุลมหิธรปุระ[แก้]

ราชสกุลมหิธรปุระ สถาปนาโดยพระเจ้าชัยวรมันที่ 6 เมื่อปี ค.ศ. 1080 ปฐมราชตระกูลคือพระเจ้าภววรมันที่ 1 แห่งอาณาจักรเจนละ พระเจ้าชัยวรมันที่ 6 เป็นขุนนางเชื้อพระวงศ์ปกครองเมืองพิมาย(ปัจจุบันคืออำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา) มหิธรปุระเป็นต้นวงศ์ของกษัตริย์เขมรหลายพระองค์มีถิ่นฐานอยู่แถบลุ่มน้ำมูลบริเวณปราสาทพนมวัน ปราสาทพิมาย ปราสาทพนมรุ้ง เป็นสายราชสกุลเก่าแก่มาตั้งแต่ยุคฟูนันมีอิทธิพลและฐานอำนาจในแถบอีสานไต้และเทือกเขาพนมดงรัก การปกครองสมัยอาณาจักรขอมมีการส่งเชื้อพระวงศ์จากส่วนกลางออกไปปกครองตามหัวเมืองต่างๆเช่น เมืองพิมาย เมืองละโว้เป็นต้นและมีการแต่งงานเกี่ยวดองกันแบบเครือญาติกับกษัตริย์เมืองพระนครมีพยานหลักฐานจารึกและโบราณสถานตลอดจนลักษณะทางวัฒนธรรมประเพณีที่เกี่ยวข้องกันกับราชสำนักเขมรส่วนกลาง

บริเวณลุ่มน้ำมูลเป็นที่ตั้งของเมืองมหิธรปุระมีจารึกเกี่ยวเนื่องด้วยพระนามหิรัณยวรมันและมเหสีหิรัณยลักษมี ทรงมีโอรส 2 พระองค์ที่ได้ครองราชสมบัติเป็นกษัตริย์แห่งขะแมร์คือพระเจ้าชัยวรมันที่ 6 และพระเจ้าธรณินทรวรมันที่ 1 พระเจ้าหิรัณยวรมันทรงมีพระนัดดาคือพระเจ้ากษิตินทราทิตย์ทรงเป็นพระบิดาของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2พระมหากษัตริย์แห่งขะแมร์ บริเวณอีสานไต้ลุ่มน้ำมูลจึงเป็นฐานอำนาจของมหิธรปุระ

ราชสกุลมหิธรปุระมีพระมหากษัตริย์ปกครองจำนาน 11 พระองค์ กษัตริย์พระองค์แรกคือพระเจ้าชัยวรรมันที่ 6 กษัตริย์องค์สุดท้ายคือพระเจ้าชัยวรมันที่ 9

ราชสกุลตระซ็อกประแอม[แก้]

ราชสกุลตระซ็อกประแอม สถาปนาโดยพระบาทองค์ชัยหรือพระเจ้าแตงหวาน เมื่อปี ค.ศ. 1290 ปฐมราชตระกูลคือพระเจ้ารุทรวรมันที่ 1 แห่งอาณาจักรจามปา พระเจ้าแตงหวานทรงเป็นโอรสของเจ้าชายปทุมะแห่งอาณาจักรจามปา พระบิดาถูกนำตัวมาเป็นเชลยในเมืองพระนครหลวงตั้งแต่ทรงพระเยาว์ เมื่อครั้งรัชสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทรงยกทัพบุกเข้าโจมตีเมืองหลวงของอาณาจักรจามปา และจับพระราชวงศ์และไพร่ ทาสชาวจามปากลับมาเป็นเชลยทาสใช้แรงงานในเมืองพระนครหลวง พระองค์ได้ปลงพระชนม์พระเจ้าชัยวรมันที่ 9 กษัตริย์องค์สุดท้ายในสายราชสกุลมหิธรปุระถึงแก่สวรรคต

พระเจ้าแตงหวานทรงเป็นกสิกรมาก่อนเสวยราชสมบัติมีหน้าที่เป็นผู้เฝ้าสวนแตงของกษัตริย์ในพระราชอุทยานหลวง เป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัยสามารถเข้านอกออกในพระราชวังได้เพราะต้องนำแตงเข้าไปถวายกษัตริย์อยู่เสมอ ต่อมาพระเจ้าแตงหวานได้ใช้พระแสงหอกลำแพงชัยเป็นหอกที่ได้รับพระราชทานเป็นอาญาสิทธิ์ซัดโดนพระเจ้าชัยวรมันที่ 9 สวรรคตขณะพระองค์ลงไปในสวนแตงยามวิกาล พระเจ้าแตงหวานจึงทรงสามารถปลดปล่อยเชลยทาสชาวจามปาให้เป็นอิสระจากการเป็นทาส ต่อมาพระองค์ทรงได้ครองราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์ในเมืองพระนครหลวง และได้อภิเษกสมรสกับพระราชธิดากษัตริย์องค์ก่อน นักวิชาการบางส่วนตั้งข้อสังเกตุว่าน่าจะมีการวางแผนไว้ก่อนล่วงหน้าแล้วเพื่อลอบปลงพระชนม์กษัตริย์ไม่น่าจะเป็นเหตุบังเอิญที่กษัตริย์จะทรงถูกสังหารได้โดยง่ายตามที่พระราชพงศาวดารระบุเพราะขณะนั้นทาสในเมืองมีจำนวนมากได้รับการทรมาณกดขี่และใช้แรงงานหนักทำให้บาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก หลังจากที่พระเจ้าตระซ็อกประแอมทรงครองราชย์ทรงทำการกวาดล้างกลุ่มอำนาจเก่าจนเกือบสิ้น เชื้อพระวงศ์บางส่วนได้เสด็จหลบหนีออกจากเมืองพระนครหลวงไปเมืองละโว้

พระราชพงศาวดารกัมพูชาฉบับนักองค์เองกล่าวว่าพระเจ้าตระซ็อกประแอม(พระเจ้าแตงหวาน)ทรงเป็นปฐมกษัตริย์ของกัมพูชาและสายราชสกุลนี้ได้สืบต่อราชสมบัติมาถึงจนพระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรกัมพูชาองค์ปัจจุบัน ราชสกุลตระซ็อกประแอมมีพระมหากษัตริย์ปกครองจำนวน 48 พระองค์ ประมุขพระองค์แรกคือพระเจ้าตระซ็อกประแอม ประมุขพระองค์สุดท้ายคือสมเด็จพระหริรักษ์รามมหาอิศราธิบดี

ราชสกุลนโรดม[แก้]

ราชสกุลนโรดม สถาปนาโดยพระบาทสมเด็จพระนโรดมบรมรามเทวาวตาร เมื่อปี พ.ศ. 2403 ปฐมราชตระกูลคือพระเจ้าตระซ็อกประแอม แห่งอาณาจักรพระนครหลวง พระองค์ทรงเป็นพระราชโอรสของสมเด็จพระหริรักษ์รามมหาอิศราธิบดี(ราชสกุลตระซ็อกประแอม) ราชสกุลนโรดมเป็นหนึ่งในสองราชสกุลที่ปกครองในสมัยราชอาณาจักรกัมพูชาคู่กับราชสกุลสีสุวัตถิ์ ราชสกุลนโรดมมีพระมหากษัตริย์ปกครอง 4 พระองค์ ประมุขพระองค์แรกคือพระบาทสมเด็จพระนโรดม บรมรามเทวาวตาร ประมุขพระองค์ปัจจุบันคือพระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหมุนี

ราชสกุลสีสุวัตถิ์[แก้]

ราชสกุลสีสุวัตถิ์ สถาปนาโดยพระบาทสมเด็จพระสีสุวัตถิ์ เมื่อปี พ.ศ. 2447 ปฐมราชตระกูลคือพระเจ้าตระซ็อกประแอม พระมหากษัตริย์แห่งอาณาจักรพระนครหลวง พระองค์ทรงเป็นพระราชโอรสของสมเด็จพระหริรักษ์รามมหาอิศราธิบดี(ราชสกุลตระซ็อกประแอม)และทรงเป็นพระอนุชาของพระบาทสมเด็จพระนโรดม บรมรามเทวาวตารปฐมกษัตริย์ต้นสายราชสกุลนโรดม ราชสกุลสีสุวัตถิ์มีพระมหากษัตริย์ปกครองจำนวน 2 พระองค์ ประมุขพระองค์แรกคือพระบาทสมเด็จพระสีสุวัตถิ์ และประมุขพระองค์สุดท้ายคือพระบาทสมเด็จพระสีสุวัตถิ์ มุนีวงศ์

สงครามและความขัดแย้ง[แก้]

ประวัติศาสตร์ราชวงศ์ เต็มไปด้วยศึกสงครามและความขัดแย้งทั้งภายในและภายนอกอาณาจักร มีการช่วงชิงอำนาจ การก่อกบฏ นำมาซึ่งความแตกแยกวุ่นวายในราชวงศ์

รัชสมัยพระเจ้ารุทรวรมัน ครองราชย์ช่วง ค.ศ.514 แห่งอาณาจักรฟูนันเป็นช่วงแห่งความวุ่นวายทางการเมือง พระองค์ทรงครองราชย์ในวยาธปุระ ได้ถูกพระเจ้าภววรมันที่ 1 จากเมืองภวปุระยกกองทัพเข้ามาชิงราชสมบัติ พระเจ้าภววรมันที่ 1 ทรงเป็นเจ้าชายในราชวงศ์วรมันได้ร่วมกันกับเจ้าชายจิตรเสนพระอนุชาทำสงครามโจมตีเมืองวยาธปุระเมืองหลวงของอาณาจักรฟูนัน เพราะเห็นว่าพระเจ้ารุทรวรมันขาดความชอบธรรมในการขึ้นครองราชสมบัติ เพราะหลังจากที่พระเจ้าเกาฑิณยะชัยวรมันสวรรคตพระองค์ทรงสังหารรัชทายาทคือเจ้าชายกุณณะวรมันที่ประสูติจากพระอัครมเหสีคือพระนางกุลประภาวดี(พระราชมารดาเลี้ยง) ต่อมาได้ทำสงครามยืดเยื้อกับพระนางกุลประภาวดีเพื่ออ้างสิทธิ์ในราชสมบัติ พระเจ้ารุทรวรมันทรงเป็นพระโอรสของพระเจ้าเกาฑิณยะชัยวรมันที่ประสูติจากพระสนมเชื้อสายจามปา พระองค์ได้หันมานับถือพระพุทธศาสนาตามพระมารดาขณะที่พระราชวงศ์และพระประยูรญาติทรงนับถือศาสนาพราหมณ์ไศวนิกาย สร้างความไม่พอใจแก่เจ้าชายพระประยูรญาติตามหัวเมืองต่างๆเป็นอย่างมาก พระเจ้าภววรมันที่ 1 ทรงมีชัยชนะเหนือพระเจ้ารุทรวรมันบุกเข้ายึดราชธานีวยาธปุระได้สำเร็จส่วนพระเจ้ารุทรวรมันทรงพ่ายแพ้เสด็จลี้ภัยเข้าไปในอาณาจักรจามปาพร้อมพระมารดาในขณะนั้นอาณาจักรจามปากำลังเกิดความวุ่นวายมีศึกสงครามกับจีนในสงครามอ่าวตังเกี๋ยราชสำนักจีนได้ยกกองทัพมาปราบปราม พระเจ้าพิชัยปาโมพระมหากษัตริย์แห่งจามปาทรงพ่ายแพ้ เมื่ออยู่ในจามปาด้วยความช่วยเหลือของพระมารดาและพระญาติทำให้พระองค์ได้ขึ้นเป็นกษัตริย์พระองค์ใหม่แห่งจามปา พระองค์ได้ส่งราชทูตไปถวายราชบรรณาการฮ่องเต้จีน ฮ่องเต้จีนจึงโปรดสถาปนาพระเจ้ารุทรวรมันขึ้นเป็นกษัตริย์แห่งจามปา พระนามพระเจ้ารุทรวรมันที่ 1 ปฐมกษัตริย์ราชวงศ์วรมันแห่งจามปา

รัชสมัยพระเจ้าอุทัยทิตยวรมันที่ 1 ครองราชย์ ค.ศ.1001-ค.ศ.1006 ได้ถูกพระเจ้าสุริยะวรมันที่ 1 เจ้าชายในราชวงศ์ไศเลนทร์ทรงอ้างสิทธิ์พระราชบัลลังก์ทางพระราชมารดาทำสงครามเพื่อชิงราชสมบัติเมื่อพระเจ้าอุทัยทิตยวรมันที่ 1 สวรรคตรัชทายาทคือพระเจ้าชยวีรวรมันได้อ้างสิทธิ์ในราชบัลลังก์จึงทำสงครามกัน พระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 ทรงมีชัยชนะเหนือชยวีรวรมันจึงขึ้นครองราชสมบัติเป็นกษัตริย์แห่งอาณาจักรเขมร ราชวงศ์ไศเลนทร์มีพระมหากษัตริย์เพียง 3 พระองค์กษัตริย์องค์สุดท้ายทรงไม่มีรัชทายาท ราชสมบัติจึงตกแก่พระเจ้าชัยวรรมันที่ 6 แห่งราชวงศ์วรมันพระองค์ได้ปราบปรามคู่แข่งและสถาปนาขึ้นเป็นกษัตริย์แห่งจักรวรรดิเขมร ทรงเป็นปฐมกษัตริย์ต้นสายราชสกุลมหิธรปุระ

รัชสมัยพระเจ้ายโศวรมันที่ 2 (กษัตริย์สายราชสกุลมหิธรปุระ)ครองราชย์ ค.ศ.1160-ค.ศ.1166 ได้ถูกพระเจ้าตรีภูวนาทิตยวรมัน(ปฐมกษัตริย์ราชวงศ์ตรีภูวนาทิตย์)ขุนนางชาวจีนยึดพระราชอำนาจ ต่อมาในรัชสมัยพระเจ้าตรีภูวนาทิตยวรมันได้ถูกพระเจ้าชัยอินทรวรมันที่ 4 แห่งอาณาจักรจามปาบุกเข้าโจมตีเมืองพระนครหลวงจับพระเจ้าตรีภูวนาทิตยวรมันสำเร็จโทษบ้านเมืองเกิดสูญญากาศนานถึง 4 ปี พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 จากสายราชสกุลมหิธรปุระได้ยกกองทัพจากเมืองละโว้เข้ามายึดเมืองพระนครหลวงได้คืนจากพระมหากษัตริย์แห่งจามปาและทรงยกทัพหลวงบุกเข้าไปในอาณาจักรจามปามีชัยชนะผนวกดินแดนจามปาเข้าเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิเขมร ทรงจับพระราชวงศ์ ไพร่ ทาสชาวจามปากลับมาเป็นเชลยในเมืองพระนครหลวง

รัชสมัยพระเจ้าชัยวรมันปรเมศวร (กษัตริย์สายราชสกุลมหิธรปุระ) ครองราชย์ ค.ศ.1327-ค.ศ.1336 ได้ถูกพระเจ้าตระซ็อกประแอมหัวหน้าผู้เฝ้าสวนแตงในอุทธยานหลวงของกษัตริย์ซัดพระแสงหอกลำแพงชัยใส่ถึงแก่สวรรคต ซึ่งนักวิชาการกัมพูชามองว่าน่าจะเป็นการก่อกบฏยึดพระราชอำนาจ พระเจ้าตระซ็อกประแอมหรือพระเจ้าแตงหวาน ทรงเป็นโอรสของเจ้าชายแห่งจามปาที่ถูกจับมาเป็นเชลยในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 พระองค์ทรงขึ้นครองราชเป็นพระมหากษัตริย์แห่งจักรวรรดิเขมร ในพงศาวดารฉบับนักองค์เองกล่าวว่าทรงเป็นปฐมกษัตริย์ต้นราชวงศ์ของราชสกุลนโรดม

รัชสมัยพระศรีสุคนธบท (กษัตริย์สายราชสกุลตระซ็อกประแอม) ครองราชย์ พ.ศ. 2046-พ.ศ. 2051 ได้ถูกขุนหลวงเสด็จกอนหรือเจ้ากอง(ปฐมกษัตริย์ราชวงศ์พระเสด็จกัน) ขุนนางก่อกบฏชิงราชสมบัติและตั้งตนเป็นกษัตริย์ที่เมืองบาสาณ พระศรีสุคนธบททรงหลบหนีและถูกปลงพระชนม์ที่แม่น้ำสตึงแสน ส่วนพระยาจันทราชาพระอนุชาทรงหลบหนีเข้าไปในกรุงศรีอยุทธยาต่อมาทรงสถาปนาพระองค์ขึ้นเป็นกษัตริย์ที่เมืองโพธิสัตว์ ด้วยความช่วยเหลือของอยุธยาทรงยกทัพมาปราบเจ้ากอง เจ้ากองเป็นฝ่ายพ่ายแพ้สิ้นพระชนม์ในสนามรบ พระยาจันทราชาจึงขึ้นครองราชสมบัติกรุงกัมพูชา

ประวัติ[แก้]

ราชวงศ์วรมัน ถือกำเนิดขึ้นโดยพราหมณ์ชาวอินเดียนามว่าเกาฑิณยะ ได้เดินทางโดยเรือเข้ามาสู่ดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงในคริสต์ศตวรรษที่ 1 ต่อมาได้อภิเษกกับพระนางโสมา ก่อกำเนิดราชวงศ์ตามตำนานพระทอง-นางนาค

พระราชพงศาวดารกรุงกัมพูชากล่าวถึงอาณาจักรโคกโธลกว่ามีพระมหากษัตริย์ปกครอง 5 พระองค์ เป็นบุรุษ 4 พระองค์ เป็นสตรี 1 พระองค์ กษัตริย์พระองค์ที่ 4 ทรงไม่มีพระโอรสมีเพียงพระธิดาต่อมาพระธิดานั้นได้ปกครองอาณาจักรพระนามว่าพระนางโสมา(ตำนานว่าเป็นพญานาค) ตำนานพระทอง-นางนาค ปรากฏหลักฐานในศิลาจารึกภาษาสันสกฤตกล่าวถึง พราหมณ์เกาฑิณยะผู้ได้รับหอกวิเศษจากพราหมณ์อัศวัตถามา บุตรโทรณาจารย์ ได้เดินทางมาถึงอาณาจักรของชาวเผ่านาคและได้ทำสงครามกันสุดท้ายได้เจรจาด้วยสันติโดยการอภิเษกสมรส พราหมณ์เกาฑิณยะจึงได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นพระเจ้าเกาฑิณยะวรมันเทวะ ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์วรมัน ในคริสต์ศตวรรษที่ 1

ส่วนบันทึกของราชทูตจีนที่เข้ามายังอาณาจักรฟูนัน ได้กล่าวถึงพราหมณ์เกาฑิณยะได้ฝันว่ามีเทวดาองค์หนึ่งได้นำลูกเกาฑัณฑ์มามอบให้ พอรุ่งเช้าจึงได้ไปยังศาสนสถานตามความฝันปรากฏเห็นลูกเกาฑัณฑ์ตามความฝัน เทวดาได้ให้ออกเดินทางพร้อมบริวารเพื่อเสาะหาดินแดนก่อสร้างอาณาจักร จึงได้ล่องเรือมาถึงอาณาจักรฝูหนานและได้ทำสงครามกับราชินีหลิวเย่ พระนางหลิวเย่สู้มิได้จึงยอมอภิเษกเป็นมเหสี

อ้างอิง[แก้]

รัชกาลที่ พระนาม ระยะเวลาเสวยราชสมบัติ เหตุการณ์สำคัญในรัชสมัย
1 พระเจ้าชัยวรรมันที่ 6 1090–1107 พระองค์ทรงชิงราชบัลลังก์จากวิมายปุระ,
ทรงเป็นปฐมกษัตริย์ต้นสายราชสกุลมหิธรปุระ
ทรงโปรดให้สร้างปราสาทพิมาย
2 พระเจ้าธรณินทรวรมันที่ 1 1107–1113
3 พระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 1113–1145
4 พระเจ้าธรณินทรวรมันที่ 2 1150–1160
5 พระเจ้ายโศวรมันที่ 2 1160–1167
6 พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 1181–1218 (ทรงสถาปนานครธมเป็นเมืองหลวง)
7 พระเจ้าอินทรวรมันที่ 2 1219–1243
8 พระเจ้าชัยวรมันที่ 8 1243–1295
9 พระเจ้าอินทรวรมันที่ 3 1295–1308
10 พระเจ้าอินทรชัยวรมัน 1308–1327
11 พระเจ้าชัยวรมันที่ 9 1327–1336 พระมหากษัตริย์กัมพูชาที่มีพระนามปรากฏในศิลาจารึกภาษาสันสกฤตเป็นพระองค์สุดท้าย
สิ้นสุดการปกครองโดยราชสกุลมหิธรปุระ
  1. Kaundinya,Preah thong,and_the "Nagi Soma" jstor.org.com
  2. เอกสารมหาบุรุษเขมร : การศึกษางานเขียนประวัติศาสตร์สมัยใหม่ของกัมพูชา, ธิบดี บัวคำศรี, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2564