พระนางชยเทวี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก พระนางเจ้าชัยเทวี)
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

ชยเทวี (เขมร: ជយទេវី) เป็นพระมหากษัตริย์หญิงแห่งเจนละซึ่งเป็นรัฐก่อนหน้าจักรวรรดิเขมร เสวยราชย์อย่างน้อยตั้งแต่ ค.ศ. 681 ถึง 713 แต่บางแหล่งก็ว่า ค.ศ. 690–713[1]

พระนางเป็นพระธิดาของพระเจ้าชัยวรรมันที่ 1 (ជ័យវរ្ម័នទី១ ชัยวรฺมันที ๑) และมีพระขนิษฐาหนึ่งพระองค์ คือ Sobhajaya ผู้ซึ่งเสกสมรสกับนักบวชอินเดียนาม Sivait Brahim Sakrasvamin

พระเจ้าชัยวรรมันที่ 1 สิ้นพระชนม์เมื่อ ค.ศ. 681 โดยไม่มีรัชทายาทที่เป็นชาย พระนางจึงได้สืบราชสมบัติต่อ รัชสมัยของพระนางเต็มไปด้วยความวุ่นวายทางการเมือง และการขึ้นครองราชย์ของพระนางก็เป็นที่โต้แย้ง นำไปสู่การแบ่งแยกรัฐเจนละออกเป็นเจนละบก (ចេនឡា​គោក; เจนฬาโคก) กับเจนละน้ำ (ចេនឡា​ទឹក; เจนฬาทึก)[2][3]

ใน ค.ศ. 713 พระนางให้สร้างจารึกไว้ที่เมืองพระนครพรรณนาถึงช่วงเวลาอันเลวร้ายในบ้านเมือง และสิ่งต่าง ๆ ที่พระนางประทานแก่เทวาลัยของ Siva Tripurankata ซึ่งพระขนิษฐาของพระนางได้สร้างขึ้นไว้ ไม่มีข้อมูลที่แน่ชัดเกี่ยวกับรัชกาลของพระนางหลังจาก ค.ศ. 713 อีก แต่จารึกหลักหนึ่งระบุว่า ใน ค.ศ. 716 มีพระมหากษัตริย์พระนาม "ปุษกร" (Pushkara) หรือ "ปุษกรักษ์" (Pushkaraksha) แล้ว และมีผู้สันนิษฐานว่า พระมหากษัตริย์พระองค์นี้ได้ราชสมบัติมาด้วยการสมรสกับราชนารี ซึ่งอาจเป็นพระนางก็ได้ แต่พระมหากษัตริย์ดังกล่าวอาจได้ราชบัลลังก์มาด้วยการยึดอำนาจก็เป็นได้เช่นกัน อย่างไรก็ดี มีผู้เห็นว่า พระนางครองราชย์จนถึง ค.ศ. 713 เท่านั้น หลังจากนั้น ผู้ครองราชย์ คือ สัมภูวรรมัน (Sambhuvarman) จนถึง ค.ศ. 716 แล้วจึงเป็นปุษกรักษ์ ตามลำดับ[1]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 "Early Civilizations of Southeast Asia by Dougald J. W. O'Reilly - Chenla". Google Books. สืบค้นเมื่อ 30 December 2015.
  2. Coedès, George (1968). Walter F. Vella, ed. The Indianized States of Southeast Asia. trans.Susan Brown Cowing. University of Hawaii Press. ISBN 978-0-8248-0368-1.
  3. Higham, Charles. Early Mainland Southeast Asia. River Books Co., Ltd. ISBN 9786167339443.
  • Coedes, G. (1962). "The Making of South-east Asia." London: Cox & Wyman Ltd.
  • George Cœdès: The Indianized States of South-East Asia