สแตนดาร์ดเกจ
สแตนดาร์ดเกจ หรือ รางมาตรฐาน (อังกฤษ: standard gauge)เป็นขนาดความกว้างรางรถไฟที่มีการใช้กันมากที่สุด โดยคิดเป็นประมาณ 60% ของรางรถไฟทั่วโลก ระยะห่างภายในของรางรถไฟมีขนาด 1.435 เมตร (4 ฟุต 8 1/2 นิ้ว) สแตนดาร์ดเกจยังมีชื่อเรียกว่า สตีเฟนซันเกจ (Stephenson gauge ตั้งชื่อตาม จอร์จ สตีเฟนซัน)
ในเมืองไทยมีการพิจารณาจะปรับปรุงรางรถไฟเดิมให้มีขนาดเป็นสแตนดาร์ดเกจ [1] ซึ่งอยู่ในระหว่างการศึกษาของกระทรวงคมนาคม[2]
การเปลี่ยนมาใช้สแตนดาร์ดเกจในสหรัฐอเมริกา และแคนาดา [แก้]
ในอดีตสหรัฐอเมริกาและแคนาดาได้มีการใช้รางรถไฟหลากหลายขนาด 4 ฟุต ถึง 6 ฟุต โดยเฉพาะในตอนใต้ของอเมริกาจะนิยมใช้ขนาด 5 ฟุต ที่เหมาะสมสำหรับขนส่งฝ้ายซึ่งเป็นอุตสาหกรรมหลักทางตอนใต้ ขนาดของเกจที่ไม่เท่ากันส่งผลให้เกิดปัญหาในการต้องถ่ายรถจากขบวนหนึ่งไปอีกขบวนหนึ่งในบริเวณเชื่อมต่อรถไฟที่มีขนาดรางไม่เท่ากัน ซึ่งเกิดจากปัญหา break-of-gauge ทำให้เสียค่าใช้จ่าย และเวลาที่ไม่จำเป็นเกิดขึ้น ทำให้ทางรถไฟในแคนาดาได้เปลี่ยนมาใช้สแตนดาร์ดเกจทั้งหมดในปี ค.ศ. 1880 และบริษัทรถไฟอิลลินอยส์เซนทรัลได้เปลี่ยนมาใช้สแตนดาร์ดเกจสำหรับเส้นทางสายใต้วิ่งไปนิวออร์ลีนส์ในปี ค.ศ. 1881 ทำให้เกิดแรงกดดันต่อผู้ให้บริการรถไฟในตอนใต้
บริษัทรถไฟอีรีเรลโรด (Erie Railroad) แต่เดิมใช้เกจขนาด 6 ฟุต โดยได้มีการเชื่อมตัวกับโอไฮโอเกจที่มีขนาด 4 ฟุต 10 นิ้ว และทางบริษัทอีรีไม่ต้องการเปลี่ยนมาใช้ขนาดมาตรฐาน ซึ่งเกรงว่าจะทำให้ไม่มีการพักรถในบริเวณจุดเชื่อมตัว ส่งผลให้ธุรกิจขาดรายได้[3]
ในวันที่ 31 พฤษภาคม ค.ศ. 1886 บริษัทรถไฟทางตอนใต้ได้มีข้อตกลงว่าจะเปลี่ยนขนาดเกจทั้งหมดจากขนาดเดิม 5 ฟุต เป็น 4 ฟุต 9 นิ้ว โดยในช่วงเวลา 36 ชั่วโมงจากวันจันทร์ที่ 31 พฤษภาคม คนงานกว่าหลายหมื่นคนได้ขยับรางรถไฟให้แคบลง 3 นิ้ว ซึ่งทำให้มีขนาดใกล้เคียงกับสแตนดาร์ดเกจ และรถสามารถวิ่งได้โดยไม่มีปัญหา โดยในเดือนมิถุนายน ในปีเดียวกัน ทางรถไฟสายหลักทั้งหมดในอเมริกาเหนือได้ใช้ขนาดเกจเดียวกันทั้งหมด[4] โดยปัจจุบันขนาดเกจทั้งหมดในอเมริกาได้ปรับขนาดมาเป็นสแตนดาร์ดเกจที่ 4 ฟุต 8 1/2 นิ้ว ในระหว่างที่มีการซ่อมแซมบำรุงรักษารางนั้นๆ
อ้างอิง [แก้]
- ↑ ไทยรัฐ, เมื่อประเทศไทยจะมีรถไฟความเร็วสูงใช้
- ↑ โครงการงานศึกษาและออกแบบโครงการระบบรถไฟฟ้าชานเมือง ร่วมกับรถไฟฟ้าทางไกลเชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชน ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล (รังสิต-สถานีบ้านภาชี มักกะสัน-ฉะเชิงเทรา ตลิ่งชัน-นครปฐม และมหาชัย-ปากท่อ)
- ↑ John F. Stover (1995). History of the Baltimore and Ohio Railroad. Purdue University Press.
- ↑ Southern railfan