รถไฟฟ้าสายสีชมพู

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก สถานีเมืองทองธานี)

     รถไฟฟ้าสายสีชมพู
รถไฟฟ้าสายสีชมพู.jpg
รถไฟฟ้าสายสีชมพู
ข้อมูลทั่วไป
รูปแบบ รถไฟฟ้ารางเดี่ยว
ระบบ รถไฟฟ้ามหานคร
สถานะ โครงการ
สถานที่ กรุงเทพมหานคร และจังหวัด นนทบุรี, ประเทศไทย
สถานีปลายทาง แคราย
มีนบุรี
จำนวนสถานี 30 (โครงการ)
เว็บไซต์ mrta.co.th
การดำเนินการ
เปิดให้บริการ พ.ศ. 2560
เจ้าของ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย
ผู้ดำเนินการ รฟม.
ข้อมูลทางเทคนิค
ระยะทาง 34.5 กิโลเมตร (21.4 ไมล์) (est.)
จำนวนทางวิ่ง โมโนเรล 2 ราง
ระบบจ่ายไฟฟ้า รางที่สาม
ความเร็ว 80 กม./ชม. (50 ไมล์/ชม.)
ผังเส้นทาง
Unused urban interchange head
ศูนย์ราชการจังหวัดนนทบุรีBSicon exTRAM.svg
Unknown BSicon "uexBHF"
แคราย
Unknown BSicon "uexBHF"
สนามบินน้ำ
Unknown BSicon "uexBHF"
สามัคคี
Unknown BSicon "uexBHF"
ชลประทาน
Unknown BSicon "uexBHF"
ปากเกร็ด
Unknown BSicon "uexBHF"
เลี่ยงเมืองปากเกร็ด
Unknown BSicon "uexBHF"
แจ้งวัฒนะ – ปากเกร็ด 28
Unknown BSicon "uexBHF"
เมืองทองธานี (ม.สุโขทัย)
Unknown BSicon "uexBHF"
ศรีรัช
Unknown BSicon "uexBHF"
เมืองทอง
Unknown BSicon "uexBHF"
ศูนย์ราชการ 1
Unknown BSicon "uexBHF"
ศูนย์ราชการ 2
Unknown BSicon "uexINT"
หลักสี่BSicon exTRAM.svg
Unknown BSicon "uexBHF"
ราชภัฎพระนคร
Unknown BSicon "uexINT"
อนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญBSicon exTRAM.svg
Unknown BSicon "uexBHF"
รามอินทรา 3
Unknown BSicon "uexBHF"
ลาดปลาเค้า
Unknown BSicon "uexBHF"
รามอินทรา 31
Unknown BSicon "uexBHF"
มัยลาภ
Unknown BSicon "uexINT"
วัชรพลBSicon exTRAM.svg
Unknown BSicon "uexBHF"
รามอินทรา กม.6
Unknown BSicon "uexBHF"
รามอินทรา กม.8
Unknown BSicon "uexBHF"
รามอินทรา 91
Unknown BSicon "uexBHF"
คันนายาว
Unknown BSicon "uexBHF"
นพรัตนราชธานี
Unknown BSicon "uexBHF"
บางชัน
Unknown BSicon "uexBHF"
เศรษฐบุตรบำเพ็ญ
Unknown BSicon "uexBHF"
ตลาดมีนบุรี
Unknown BSicon "uexINTe"
มีนบุรีBSicon exTRAM.svg

โครงการรถไฟฟ้า สายสีชมพู สายปากเกร็ด-หลักสี่-มีนบุรี-สุวินทวงศ์ เป็นโครงการศึกษาเพื่อก่อสร้างระบบขนส่งมวลชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งถูกกำหนดให้ใช้ระบบ รถไฟฟ้ารางเดี่ยว หรือ รถไฟฟ้าขนาดเบา หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า โมโนเรล (monorail) มีระยะทางทั้งสิ้น 27 กิโลเมตร และในภายหลังได้มีการศึกษาเพื่อต่อขยายต้นทางจากปากเกร็ดมายังแคราย เพื่อเชื่อมกับโครงการรถไฟฟ้ามหานครสายสีม่วง ที่กำลังก่อสร้าง ใช้เส้นทางศูนย์ราชการจังหวัดนนทบุรี-มีนบุรี ระยะทาง 34.5 กิโลเมตร

รูปแบบของระบบขนส่งมวลชน[แก้]

ในเบื้องต้นมีการพิจารณาระบบที่จะนำมาใช้หลายรูปแบบ เช่น รถประจำทางด่วนพิเศษแบบราบกับพื้นและยกระดับ หรือเป็นรถไฟฟ้าขนาดเบาราบกับพื้นและยกระดับ หรืออาจเป็นรถไฟฟ้ารางเดี่ยวหรือขนาดหนัก เป็นต้น แต่ล่าสุด (พฤษภาคม พ.ศ. 2555) เป็นไปได้ว่าจะจัดสร้างเป็นรถไฟฟ้ารางเดี่ยวแบบยกระดับหรือโมโนเรล

พื้นที่ที่เส้นทางระบบขนส่งมวลชนผ่าน[แก้]

แนวเส้นทางที่ศึกษา[แก้]

ในเบื้องต้นจะใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 304 เป็นหลัก ได้แก่ ถนนแจ้งวัฒนะ จากห้าแยกปากเกร็ด (อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี) ผ่านทางเข้า เมืองทองธานี ถนนประชาชื่น หลักสี่ (เชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีแดงเข้ม บางซื่อ-รังสิต) มุ่งหน้าวงเวียนอนุสาวรีย์บางเขน (เชื่อมต่อรถไฟฟ้าบีทีเอส ส่วนต่อขยายหมอชิต-สะพานใหม่ ที่สถานีอนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ) เข้าสู่ถนนรามอินทรา ผ่านถนนลาดปลาเค้า ซอยมัยลาภ ถนนวัชรพล ถนนนวมินทร์ (คู้บอน) คันนายาว (สวนสยาม) โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี ถนนพระยาสุเรนทร์ จนถึงสี่แยกเมืองมีน ตัดถนนเสรีไทย มุ่งหน้าสู่ถนนสุวินทวงศ์ เขตมีนบุรี เชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีส้ม

และยังสามารถต่อขยายต้นทางจากห้าแยกปากเกร็ดมาตามแนวถนนติวานนท์ ผ่านถนนสามัคคี แยกสนามบินน้ำ และบรรจบกับรถไฟฟ้าสายสีม่วงที่สี่แยกแคราย

  • จากการศึกษา จุดต้นทางที่ต่อเชื่อมสายสีม่วงบริเวณแยกแคราย มี 2 ทางเลือก คือ
    • ทางเลือกที่ 1/1 เริ่มจากบริเวณหน้ากระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท์ - ถนนแจ้งวัฒนะ - ถนนรามอินทรา
    • ทางเลือกที่ 1/2 เริ่มจากบริเวณศูนย์ราชการจังหวัดนนทบุรี ถนนรัตนาธิเบศร์ - ถนนติวานนท์- ถนนแจ้งวัฒนะ - ถนนรามอินทรา
  • จุดปลายทางที่ต่อเชื่อมสายสีน้ำตาลบริเวณสามแยกรามคำแหง-สุวินทวงศ์ (สามแยกการไฟฟ้ามีนบุรี) มี 2 ทางเลือก คือ
    • ทางเลือกที่ 2/1 จากแยกเมืองมีน วิ่งตามถนนสุวินทวงศ์ (ผ่านแยกถนนหทัยราษฎร์และนิมิตใหม่) สิ้นสุดบริเวณสามแยกรามคำแหง-สุวินทวงศ์
    • ทางเลือกที่ 2/2 จากแยกเมืองมีน วิ่งตามถนนสีหบุรานุกิจ (ผ่านหน้าตลาดมีนบุรี) - สิ้นสุดบริเวณสามแยกรามคำแหง-สุวินทวงศ์

ในอดีตยังเคยมีนโยบายที่จะศึกษาเพิ่มเติม เพื่อต่อขยายเส้นทางจากมีนบุรีไปยัง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยใช้ถนนร่มเกล้าจากมีนบุรี ผ่านการเคหะร่มเกล้า มุ่งหน้า เขตลาดกระบัง และข้ามทางรถไฟสายตะวันออกเข้าสู่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แต่ยังไม่มีความเคลื่อนไหวในขณะนี้

รายชื่อสถานี[แก้]

รหัส ชื่อสถานี ชานชาลา จุดเปลี่ยนเส้นทาง
Pk1 ศูนย์ราชการจังหวัดนนทบุรี 4 Bangkok MRT Purple line unofficial logo.png รถไฟฟ้ามหานคร สายสีม่วง: สถานีศูนย์ราชการจังหวัดนนทบุรี (กำลังก่อสร้าง)
Bangkok MRT Brown line unofficial logo.png รถไฟฟ้าโมโนเรล สายสีน้ำตาล: สถานีศูนย์ราชการจังหวัดนนทบุรี (โครงการ)
Pk2 แคราย 2
Pk3 สนามบินน้ำ 2
Pk4 สามัคคี 2
Pk5 กรมชลประทาน 2
Pk6 ปากเกร็ด 2
Pk7 เลี่ยงเมืองปากเกร็ด 2
Pk8 แจ้งวัฒนะ – ปากเกร็ด 28 2
Pk9 เมืองทองธานี (ม.สุโขทัย) 2
Pk10 ศรีรัช 2
Pk11 เมืองทอง 2
Pk12 ศูนย์ราชการ 1 2
Pk13 ศูนย์ราชการ 2 2
Pk14 หลักสี่ 4 Bangkok MRT Red line unofficial logo.png รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงเข้ม: สถานีหลักสี่ (กำลังก่อสร้าง)
Pk15 ราชภัฎพระนคร 2
Pk16 วงเวียนหลักสี่ 4 Bangkok MRT Light Green line unofficial logo.png รถไฟฟ้าบีทีเอส สายสุขุมวิท: สถานีวัดพระศรีมหาธาตุ (โครงการ)
Pk17 รามอินทรา 3 2
Pk18 ลาดปลาเค้า 2
Pk19 รามอินทรา 31 2
Pk20 มัยลาภ 2
Pk21 วัชรพล 4 Bangkok MRT Grey line unofficial logo.png รถไฟฟ้าสายสีเทา: สถานีวัชรพล (โครงการ)
Pk22 รามอินทรา กม.6 2
Pk23 รามอินทรา กม.8 2
Pk24 รามอินทรา 91 2
Pk25 คันนายาว 2
Pk26 นพรัตนราชธานี 2
Pk27 บางชัน 2
Pk28 เศรษฐบุตรบำเพ็ญ 2
Pk29 ตลาดมีนบุรี 2
Pk30 มีนบุรี 4 Bangkok MRT Orange line unofficial logo.png รถไฟฟ้ามหานคร สายสีส้ม: สถานีมีนบุรี (โครงการ)

โครงการระบบขนส่งมวลชนอื่นในเส้นทางเดียวกัน[แก้]

แนวเส้นทางสีชมพูเกือบทั้งหมด (แคราย-ปากเกร็ด-หลักสี่-มีนบุรี-ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ) ซ้อนทับกับโครงการส่วนต่อขยายรถโดยสารด่วนพิเศษ (BRT) ระยะต้น (2550-2552) ของกรุงเทพมหานครถึง 2 เส้นทาง คือสายแคราย-ปากเกร็ด-หมอชิต และสายดอนเมือง-มีนบุรี-สุวรรณภูมิ ซึ่งมาบรรจบกันที่สี่แยกหลักสี่ แต่ในขณะนี้กรุงเทพมหานครได้เปลี่ยนมาศึกษาเส้นทางหมอชิต-ขนส่งจตุจักร-ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด แทน เพื่อรองรับศูนย์ราชการที่จะเกิดขึ้น แม้จะใช้เส้นทางเลียบทางรถไฟสายเหนือ แต่เมื่อมาถึงถนนแจ้งวัฒนะแล้วจะยังคงซ้อนทับกับเส้นทางสีชมพู

ความคืบหน้า[แก้]

  • สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) โดยบริษัทที่ปรึกษาโครงการได้จัด การประชุมสัมมนาการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนครั้งที่ 1 เพื่อศึกษาความเหมาะสมทางเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อมและการออกแบบเบื้องต้น โครงการระบบขนส่งมวลชนสายสีเหลือง สายสีน้ำตาล และสายสีชมพู (พื้นที่โครงการสายสีชมพูและสายสีน้ำตาล) เมื่อวันที่ 16 พ.ย. 2550 ที่โรงแรมทีเคพาเลซ แจ้งวัฒนะ ซึ่งโครงการนี้จะใช้เวลาศึกษาอีก 15 เดือน การศึกษาจะแล้วเสร็จในเดือนตุลาคม 2551
  • 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) รองบประมาณในโครงการลงทุนภายใต้แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจ ระยะกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ 2 มูลค่า 5,413 ล้านบาท ซึ่งจะได้รับงบประมาณในปี 2553 แบ่งเป็นใช้ในรถไฟฟ้าสายสีชมพู 3,711 ล้านบาท สายสีน้ำตาล 1,702 ล้านบาท
  • 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานเปิดการสัมมนารับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และความต้องการของประชาชนครั้งที่ 2 โครงการศึกษาปรับแผนแม่บทระบบขนส่งมวลชนทางรางในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล เบื้องต้นได้นำรถไฟฟ้าสายสีชมพู (ปากเกร็ด -มีนบุรี) และสายสีส้ม (บางกะปิ-ศูนย์วัฒนธรรม และบางกะปิ-บางบำหรุ) เข้าบรรจุในแผนแม่บทโครงข่ายรถไฟฟ้า เพื่อเร่งรัดในการดำเนินการก่อสร้าง
  • 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมติดตามการดำเนินโครงการรถไฟฟ้า ว่าที่ประชุมได้สรุปแนวทางการดำเนินโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงศูนย์ราชการนนทบุรี-มีนบุรี ระยะทาง 34.5 กม. วงเงินประมาณ 37,000 ล้านบาท โดยจะใช้ระบบรถไฟฟ้ารางเดี่ยวแบบยกระดับหรือโมโนเรล ซึ่งจะเป็นเส้นทางเพื่อขนผู้โดยสารเข้าสู่เส้นทางรถไฟฟ้าสายหลัก โดยมีจุดเชื่อมต่อกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงที่วิภาวดี จุดเชื่อมต่อกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่บางเขน และจุดเชื่อมต่อกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มที่มีนบุรี และมีการนำเสนอโครงการต่อ ครม.ในเดือนมิถุนายน 2553
  • 14 มิถุนายน พ.ศ. 2553 รฟม. ปรับแบบก่อสร้างเรียบร้อยแล้ว เพื่อแก้ปัญหาที่เสาตอม่อล้ำเข้าไปในพื้นที่วัดพระศรีมหาธาตุ เขตบางเขน จึงปรับแบบย้ายให้เสาตอม่อไปอยู่ที่แขวงการทางเขตบางเขน ของกรมทางหลวงแทน
  • 24 กันยายน พ.ศ. 2553 นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมจะเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนผู้ใช้บริการ นักลงทน และนักวิชาการ ที่มีต่อโครงการรถไฟฟ้าเส้นทางใหม่ ได้แก่ รถไฟฟ้าสายสีชมพู และ สายสีส้ม วงบางกะปิ-บางบำหรุ ว่าทั้ง 2 เส้นทางมีปริมาณการใช้ของประชาชนอย่างไร และมีความจำเป็นเร่งด่วนแค่ไหน เพื่อนำมาประกอบการการพิจารณาและเร่งรัดโครงการ
  • 27 กันยายน พ.ศ. 2554 กระทรวงคมนาคม มีนโยบายให้สำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) พิจารณาทบทวนการปรับแบบการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-ปากเกร็ด - มีนบุรี ระยะทาง 36 กม. ซึ่งอยู่ในขั้นตอนที่ รฟม. เตรียมลงนามในสัญญาว่าจ้างที่ปรึกษาออกแบบก่อสร้าง จากเดิมเป็นการก่อสร้างแบบรางเดี่ยว (Monorail) อาจปรับเป็นแบบรถไฟฟ้า MRT หรือรถไฟฟ้าขนาดหนัก (Heavy Rail) เพื่อให้คุ้มค่า และเหมาะสมกับการรองรับผู้โดยสารในเส้นทางดังกล่าว
  • 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 นางกฤตยา สุมิตนันท์ รักษาการผู้ว่าการ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย มีมติอนุมัติให้การก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูเป็นระบบรถไฟฟ้าขนาดเบา (โมโนเรล) หลังจากสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ได้มีการทบทวนโครงการแล้วเห็นว่าการใช้รถไฟฟ้าโมโนเรลจะเหมาะสมกว่าเป็นรถไฟฟ้าขนาดหนัก (เฮฟวี่เรล) และหลังจากนี้จะนำเสนอกระทรวงคมนาคมพิจารณาต่อไป[1]
  • 25 กันยายน พ.ศ. 2555 นายยงสิทธิ์ โรจน์ศรีกุล ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดการสัมมนารับฟังความคิดเห็นความประชาชน โครงการศึกษาทบทวนรายละเอียดความเหมาะสม ปรับปรุง และจัดเตรียมเอกสารประกวดราคา โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี ระยะทาง 34.5กิโลเมตร ว่า คาดว่าจะสามารถเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติได้ภายในเดือนตุลาคมนี้ และจะเปิดประกวดราคาได้ประมาณเดือนมีนาคม 2556 เริ่มก่อสร้างเดือนเมษายน 2557 ซึ่งตามแผนจะเปิดให้บริการได้ในเดือนตุลาคม 2560 โดยรูปแบบการก่อสร้างจะเป็นการออกแบบไปพร้อมกับการก่อสร้าง (Design & Build) ซึ่งจะทำให้การดำเนินโครงการมีความรวดเร็วขึ้น และในอนาคต รฟม.จะเสนอรัฐบาลพิจารณาการก่อสร้างรถไฟฟ้าในรูปแบบ Design & Build ทั้งหมด[2]
  • 3 ตุลาคม พ.ศ. 2555 ดร.สุรศักดิ์ ทวีศิลป์ ผู้เชี่ยวชาญระบบรถไฟฟ้า บริษัท ทีม คอนซัลติ้งฯ เปิดเผยว่า ตลอดเส้นทาง จะมี การเวณคืน 5 จุดใหญ่ คือ

1.บริวณห้าแยกปากเกร็ด ก่อนเลี้ยวขวาเข้า ถ.แจ้งวัฒนะ ปัจจุบันเป็นสนามฟุตบอลเก่า เพื่อสร้างสถานีปากเกร็ด มีพื้นที่เวนคืน 7,155 ตารางเมตร 2.บริเวณสะพานข้ามแยกเมืองทองธานี เพื่อหลีกเลี่ยงสะพานข้ามแยกของกรมทางหลวง (ทล.) มีพื้นที่เวนคืน 7,800 ตารางเมตร 3.บริเวณ ถ.วิภาวดีฯ ข้ามแยกหลักสี่ เพื่อลดระดับโครงสร้างลอดใต้โทลล์เวย์ มีพื้นที่เวนคืนรวม 7,300 ตารางเมตร 4.บริเวณวงเวียนหลักสี่ มีพื้นที่เวนคืนรวม 7,500 ตารางเมตร กว้างด้านละ 4 เมตร ตั้งแต่หน้า ม.ราชภัฏพระนคร ไปถึง ป.กุ้งเผา และ 5.บริเวณมีนบุรี เวนคืนพื้นที่กว่า 280 ไร่ เพื่อสร้างที่จอดรถ และศูนย์ซ่อมบำรุง ส่วนบริเวณอื่น ๆ นอกเหนือจากนี้จะมีเวนคืนเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อสร้างจุดขึ้น-ลงของสถานีทั้ง 30 สถานีที่ดินแพง-ค่าเวนคืนพุ่ง 1 เท่า เงินลงทุนโครงการเพิ่มขึ้นจากเดิมที่สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ศึกษาไว้เมื่อ 5 ปีที่แล้วอยู่ที่ 3.8 หมื่นล้านบาท ล่าสุดค่าก่อสร้างแตะ 5.4 หมื่นล้านบาทโดยมีหลายปัจจัยที่ผลักให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสถานีใหม่ 6 สถานี ต้นทุนวัสดุก่อสร้าง ค่าแรง 300 บาท และราคาประเมินที่ดินของกรมธนารักษ์ที่ประกาศใช้เมื่อ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา มีผลทำให้ค่าชดเชยที่ดินเพิ่มขึ้นเท่าตัว จากเดิมประเมินไว้ 2 พันล้านเป็น 4 พันล้านบาท

  • 26 ตุลาคม พ.ศ. 2555 นายวิชาญ มีนชัยนันท์ พร้อมด้วย นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ร่วมกันแถลงเรียกร้องให้รัฐบาลรับฟังความเห็นจากประชาชนในโซนตะวันออกของ กทม. เกี่ยวกับการสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพู ว่า ที่ผ่านมาสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) และกทม. ได้ใช้ผลการสำรวจออกแบบการก่อสร้างตั้งแต่ปี2547 โดยกำหนดให้รถไฟฟ้าสายสีชมพูมีสถานีจอดอยู่ที่ตลาดมีนบุรี ซึ่งปัจจุบันนี้สภาพความเป็นอยู่ของคน กทม.ในโซนตะวันออกเปลี่ยนแปลงไปแล้ว มีการกระจายตัวออกไปอยู่ย่านสุวินทวงศ์ คลองสามวา หนองจอก ซึ่งหากยังคงแผนการก่อสร้างเดิมจะทำให้ไม่สามารถรองรับประชาชนในบริเวณดังกล่าวได้ พวกตนจึงทำหนังสือถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รมว.คมนาคม สนข. และการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เพื่อขอให้รับฟังความเห็นของประชาชนที่เดือดร้อน ซึ่งต้องการให้มีการขยายเส้นทางไปจนถึงถนนสุวินทวงศ์ เพื่อรองรับประชาชนในโซนตะวันออกมากขึ้น ทั้งนี้พวกตนไม่มีจุดประสงค์ในการขัดขวางทำให้การก่อสร้างรถไฟฟ้าสีชมพูล่าช้าลง แต่อยากให้โครงการเป็นไปตามความต้องการของประชาชน[3]
  • 30 ตุลาคม พ.ศ. 2555 ตุลาคม พ.ศ. 2555 รัฐฯ ทาบ “บางกอกแลนด์” สร้างส่วนต่อขยาย-สถานีจอดรถไฟฟ้าสายสีชมพูให้บริการผู้ใช้ถึงอิมแพคฯ เรียกเงิน 1,200 ล้านค่าก่อสร้างสถานี และส่วนต่อขยาย ด้านบางกอกแลนด์เสนอ 2 ทางเลือก 1.สร้างเอง 2.ออกค่าก่อสร้าง 50% ทางบีแลนด์เห็นว่าในการก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้า และขยายเส้นทางให้บริการเข้ามาในอิมแพคฯ นั้น วงเงินที่บริษัทต้องจ่ายให้รัฐบาลพร้อมกับที่ดินจำนวน 20 ไร่นั้น ในส่วนของที่ดินเห็นว่าบริษัทไม่สามารถยกให้เปล่าได้แต่หากจะยกให้ก็จะขอพัฒนาพื้นที่ด้านบนเป็นมอลล์ขนาดใหญ่ ผสมผสานอาคารสูงจำนวนหนึ่ง ขณะที่สถานีจอดรถจะก่อสร้างอยู่ใต้พื้นดิน หรือใต้มอลล์ที่จะพัฒนาขึ้น ส่วนวงเงิน 1,200 ล้านบาท เบื้องต้น บริษัทเห็นว่าควรเป็นการลงทุนร่วมกันระหว่างบริษัท และรัฐบาลโดยการจ่ายเงินเพียง 50% หรือ 600 ล้านบาท ส่วนที่เหลือให้รัฐบาลเป็นผู้จ่าย อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลไม่เห็นด้วยในแนวทางแรกก็อาจหยิบยกข้อเสนอที่ 2 ขึ้นมาพิจารณาคือ บีแลนด์จะลงทุนพัฒนาก่อสร้างสถานีจอดรถไฟฟ้าเอง โดยคาดว่าจะพัฒนาเป็นรถไฟฟ้าโมโนเรลเชื่อมต่อจากสถานีรถไฟฟ้าแจ้งวัฒนะ ซึ่งคาดว่าจะใช้งบลงทุนก่อสร้างประมาณ 600 ล้านบาท ซึ่งล่าสุด บริษัทได้ว่าจ้างบริษัท เทศโก้ จำกัด ให้ออกแบบสถานีจอดรถไฟฟ้าโมโนเรลไว้แล้ว

สรุปข้อมูลปัจจุบัน[แก้]

มีจุดต้นทางเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีม่วง (บางซื่อ-บางใหญ่) บริเวณสถานีศูนย์ราชการจังหวัดนนทบุรี ถนนรัตนาธิเบศร์ แล้วเลี้ยวซ้ายผ่านทางแยกแครายเข้าสู่ถนนติวานนท์ แนวจะวิ่งไปตามเกาะกลางถนนติวานนท์จนถึงห้าแยกปากเกร็ดแนวจะเลี้ยวขวาเข้าถนนแจ้งวัฒนะผ่านทางพิเศษอุดรรัถยา มาเชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชนสายสีแดง (บางซื่อ-รังสิต) ที่ทางแยกหลักสี่บนถนนวิภาวดีรังสิต และเชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชนสายสีเขียว (หมอชิต-สะพานใหม่) บนถนนพหลโยธิน) บริเวณวงเวียนอนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ จากนั้นแนวเส้นทางจะวิ่งไปตามถนนรามอินทรา จนถึงทางแยกเมืองมีนแล้ววิ่งเข้าสู่เขตมีนบุรีตามแนวถนนสีหบุรานุกิจ จนถึงสะพานข้ามคลองสามวาก็จะเลี้ยวขวาข้ามคลองแสนแสบและข้ามถนนรามคำแหง (สุขาภิบาล 3) มาสิ้นสุดสถานีปลายทางที่บริเวณใกล้แยกรามคำแหง-ร่มเกล้า ซึ่งเป็นสถานีเชื่อมต่อการเดินทางกับระบบขนส่งมวลชน สายสีส้ม มีระยะทางรวมประมาณ 34.5 กิโลเมตร

มีสถานีอยู่บนโครงสร้างยกระดับ จำนวน 30 แห่ง โดยประกอบด้วย สถานีรายทาง 25 แห่ง และสถานีเชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชนต่างสาย จำนวน 5 แห่ง มีสถานที่จอดแล้วจร 2 แห่ง และศูนย์ซ่อมบำรุงจำนวน 2 แห่ง

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

ดูเพิ่ม[แก้]