วรรณกรรมไทย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก วรรณคดีไทย)
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

วรรณคดีไทย คือ วรรณกรรมทุกประเภทไม่ว่าในลักษณะร้อยแก้ว หรือร้อยกรองที่ประพันธ์ขึ้นเป็นภาษาไทย โดยมีเอกลักษณ์ของการใช้ภาษาแบบไทย เหตุการณ์ในประวัติศาสตร์เป็นองค์ประกอบส่วนหนึ่งของการประดิษฐ์สร้างสรรค์วรรณคดี และเป็นสาเหตุประการสำคัญที่ทำให้ลักษณะวรรณคดีของชาติในแต่ละยุคแตกต่างกัน วรรณคดีไทยที่ปรากฎขึ้นในสมัยสุโขทัยเมื่อพุทธศตวรรษที่ 19 มีลักษณะที่สอดคล้องกับเหตุการณ์สำคัญต่าง ๆ ในประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นตอนที่ชาวไทย หรือชาวสยาม ได้เริ่มพัฒนาภาษาของตนขึ้นอย่างมีเอกลักษณ์ แตกต่างไปจากภาษาของชนที่พูดภาษาไท-กะไดเผ่าอื่น โดยเริ่มมีหลักฐานปรากฎชัดราวสมัยที่กรุงสุโขทัยเป็นราชธานี และเริ่มการปกครองโดยกษัตริย์ราชวงศ์พระร่วง คนไทยกำลังแสวงหาลักษณะเฉพาะของชาติ วรรณคดีสุโขทัยก็ได้สะท้อนความจริงนี้ และได้บันทึกถึงสิ่งใหม่ ๆ ที่เป็นต้นเค้าของลักษณะไทย เช่น การบันทึกในศิลาจารึกเรื่องการประดิษฐ์ตัวอักษรไทย โดยพระเจ้ารามคำแหงมหาราช กษัตริย์องค์ที่สาม เมื่อ พ.ศ. 1826 การประกาศใช้กฎหมายมรดก กฎหมายการค้าระเบียบและสิทธิการฟ้องร้องคดีศาล การนำพุทธศาสนามาอบรมปลูกฝัง เพื่อให้เป็นศาสนาประจำชาติ การประพฤติธรรมอย่างเคร่งครัดอันเป็นต้นเค้าของประเพณีต่าง ๆ ในพระพุทธศาสนา ดังนี้เป็นต้น

เมื่อชาติไทยมีความมั่นคงทางการเมืองและเศรษฐกิจเป็นอย่างดีแล้ว ลักษณะของวรรณคดีไทยก็เปลี่ยนจากรูปแบบการบันทึกและจากวรรณคดีศาสนา เป็นวรรณคดีสะเทือนอารมณ์ พร้อมด้วยศิลปะการแต่งที่ประณีตลึกซึ้งขึ้น และเมื่อคนไทยติดต่อกับชนชาติยุโรป ก็สามารถรับความคิดทางวรรณคดีของยุโรปได้โดยคงลักษณะความเป็นไทยไว้เป็นอย่างดี

วรรณคดีไทยมีประวัติยาวนานนับได้ตั้งแต่ก่อนการตั้งอาณาจักรสุโขทัยนั้น ซึ่งมีอยู่ในรูปแบบแห่งวรรณกรรมมุขปาฐะ (คือวรรณกรรมที่เล่าสืบต่อกันมา) และวรรณกรรมลายลักษณ์ (คือวรรณกรรมที่เขียนไว้เป็นตัวอักษร) ในที่นี้สมควรกล่าวถึงเฉพาะวรรณกรรมลายลักษณ์ ที่นักวรรณคดีไทยยอมรับกันทั่วไปว่าเป็นของไทยแท้ ๆ โดยแบ่งได้เป็น 5 สมัย ดังนี้

  1. วรรณคดีสมัยสุโขทัย (ราว พ.ศ. 1781 - 1920)
  2. วรรณคดีสมัยอยุธยาตอนต้น (ราว พ.ศ. 1893 - 2072)
  3. วรรณคดีสมัยอยุธยาตอนปลาย (ราว พ.ศ. 2163 - 2310)
  4. วรรณคดีสมัยธนบุรี (ราว พ.ศ. 2311 - 2324)
  5. วรรณกรรมสมัยรัตนโกสินทร์ (ราว พ.ศ. 2325 - ปัจจุบัน)

วรรณคดีสมัยสุโขทัย[แก้]

วรรณคดีสมัยสุโขทัย (พ.ศ.1781 - 1920) สร้างขึ้นในระหว่างสมัยที่มีกรุงสุโขทัยเป็นเมืองหลวงแห่งแรกของประเทศ ตั้งขึ้นราว พ.ศ. 1781 โดยนับจากปีครองราชย์ของพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์พระร่วง จนถึง พ.ศ. 1920 อันเป็นปีที่กรุงสุโขทัยเสียอิสรภาพแก่กรุงศรีอยุธยา ในระยะที่คนไทยเริ่มตั้งตัวใหม่นี้ ได้เกิดวรรณกรรมที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างความเป็นเอกลักษณ์ของชาติ ทั้งทางความมั่นคงด้านการเมืองและด้านจิตใจ พระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้นำในทุกด้าน ได้ทรงศึกษาวิชาการทางอักษรศาสตร์ ศาสนา และรัฐศาสตร์ ดังจะเห็นได้จากศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหง และศิลาจาริกหลักอื่น ๆ ซึ่งเล่าเรื่องราวการดำเนินชีวิตและกฎหมายของสังคม อันมีลักษณะเป็นสังคมเกษตร ประชาชนมีชีวิตอยู่ร่วมกันในฐานะเครือญาติ

วรรณคดีสุโขทัยที่สำคัญ ได้แก่ ศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ศิลาจารึกวัดศรีชุม ศิลาจารึกวัดป่ามะม่วง สุภาษิตพระร่วง และไตรภูมิกถา

ศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหง นับได้ว่าเป็นวรรณกรรมชิ้นแรกของประเทศไทยที่ตกมาถึงมือคนไทยในสมัยปัจจุบัน เป็นศิลาจารึกที่เขียนด้วยอักษรไทย เขียนเป็นภาษาไทย คงแต่งขึ้นระหว่าง พ.ศ. 1826 - 1917 มีเนื้อความกล่าวถึงชีวประวัติของพระเจ้ารามคำแหงมหาราช ชีวิตคนไทย กฎหมาย ศาสนา และความมั่นคงทางเศรษฐกิจและการเมือง

ไตรภูมิพระร่วง เป็นวรรณคดีที่ดีที่สุดในประวัติวรรณคดีไทยยุคสุโขทัย แต่งเมื่อ พ.ศ. 1888 โดยพญาลิไทย กษัตริย์องค์ที่ 5 แห่งกรุงสุโขทัย เป็นวรรณกรรมปรัชญา แห่งศาสนาพุทธ ซึ่งเขียนขึ้นจากการศึกษาค้นคว้าอย่างละเอียดลึกซึ้ง โดยอาศัยเอกสารอ้างอิงเป็นจำนวนมากในการนิพนธ์ขึ้น (เป็นคัมภีร์ต่าง ๆ ไม่ต่ำกว่า 30 คัมภีร์) นับเป็นวิทยานิพนธ์ชิ้นแรกของไทย เขียนเป็นความเรียงด้วยถ้อยคำภาษาที่ประณีตงดงามด้วยลีลาการพรรณนาและเปรียบเทียบและการใช้ภาพพจน์ มีเนื้อความกล่าวถึง จักรวาลวิทยา ปรัชญา จริยศาสตร์ ชีววิทยา และความคิดความเชื่อทางพุทธศาสนา ซึ่งแสดงให้เห็นแจ้งถึงวิถีชีวิตของคนไทยในยุคสมัยที่แรกเริ่มก่อตั้งราชอาณาจักรในดินแดนที่เป็นประเทศไทยในปัจจุบัน และวิถีชีวิตดังกล่าวได้เป็นรากฐานสืบทอดลักษณะไทยต่อมาจนถึงปัจจุบัน