จีนโพ้นทะเล

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
จีนโพ้นทะเล
海外华人/海外華人
海外中国人/海外中國人
ประชากรทั้งหมด
ป. 50 ล้านคน[1][2][3]
(เฉลื่ยในปีค.ศ.2012)
ภูมิภาคที่มีประชากรอย่างสำคัญ
 ไทย9,349,900[4]
 มาเลเซีย6,642,000[5]
 สหรัฐ5,025,817[6]
 อินโดนีเซีย2,832,510[7]
 สิงคโปร์2,571,000[8]
 แคนาดา1,769,195[9]
 เกาหลีใต้1,643,611แม่แบบ:NoteTag[10]
 พม่า1,637,540[11][12]
 ฟิลิปปินส์1,350,000[13]
 ออสเตรเลีย1,213,903[14]
 กัมพูชา982,600[15]
 เปรู900,000–1,300,000[16]
 เวียดนาม823,071[17]
 ญี่ปุ่น922,000[6][7][18]
 ฝรั่งเศส700,000[19]
 สหราชอาณาจักร466,000[20]
 เวเนซุเอลา420,000[21]
 แอฟริกาใต้300,000–400,000[22]
 รัสเซีย200,000–400,000[23][24]
 อิตาลี320,794
 บราซิล250,000
 สเปน218,219[25]
 อาร์เจนตินา200,000[26]
 ลาว190,000[27]
 สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์180,000[28]
 นิวซีแลนด์147,570[29]
 ปานามา135,000[30]
 คิวบา114,242
 อิสราเอล10,000[31]
 ตรินิแดดและโตเบโก3,984[32]
ภาษา
ภาษาจีน และอื่น ๆ ตามพื้นที่
ศาสนา
ส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ, ลัทธิเต๋า และลัทธิขงจื๊อ. บางส่วนนับถือศาสนาคริสต์, ส่วนน้อยนับถือศาสนาอิสลาม, ศาสนายูดาย และอื่น ๆ
กลุ่มชาติพันธุ์ที่เกี่ยวข้อง
ชาวจีน
ร้านค้าในเยาวราชแหล่งชาวจีนโพ้นทะเลในกรุงเทพมหานคร

ชาวจีนโพ้นทะเล (อังกฤษ: Overseas Chinese ; จีน: 華僑 huáqiáo หัวเฉียว, 華胞 huábāo หัวเปา, 僑胞 qiáobāo เฉียวเปา, 華裔 huáyì หัวอี้) คือ กลุ่มคนเชื้อสายจีนที่อาศัยอยู่ภายนอกประเทศจีน คำว่าประเทศจีนในที่นี้ หมายความได้ถึง จีนแผ่นดินใหญ่ รวมทั้งดินแดนภายใต้การปกครองของรัฐบาล สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งได้แก่ ฮ่องกง มาเก๊า และ ไต้หวัน (สาธารณรัฐประชาชนจีน ถือว่า ไต้หวัน เป็นเพียงมณฑลหนึ่งของตน และปัจจุบัน สหประชาชาติ มิได้รับรองฐานะไต้หวันให้เป็นสาธารณรัฐจีนแต่อย่างใด

การใช้คำ[แก้]

มีศัพท์เพียง 2 คำที่ได้บัญญัติความหมายใช้เรียกชาวจีนโพ้นทะเลอย่างเป็นทางการ ได้แก่ หัวเฉียว huáqiáo (华侨 / 華僑) หมายถึงชาวจีนโพ้นทะเลที่เกิดในประเทศจีน ในขณะที่ หัวอี้ huáyì (华裔 / 華裔) ใช้เรียกลูกหลานของบรรพบุรุษชาวจีนที่เกิดในประเทศต่าง ๆ อาจไม่สามารถใช้คำจำกัดความของชาวจีนโพ้นทะเลข้างต้นมาอธิบายได้ เนื่องจากชาวจีนใน 2 ประเภทนี้ มีวัฒนธรรมและสังคมที่ใกล้เคียงกันอย่างยิ่งกับประเทศจีน เพียงแค่ที่อยู่ทางภูมิศาสตร์ที่ห่างไกลเท่านั้น แต่มุมมองนี้ถูกทำให้น่าเชื่อถือน้อยลง จากผลสำรวจที่ว่าชาวจีนใน 2 ประเภทนี้ มีความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของชาติที่ตนอยู่มากกว่าประเทศจีน

ประวัติ[แก้]

ชาวจีนมีประวัติการอพยพไปยังดินแดนต่าง ๆ มานานแล้ว ประวัติศาสตร์สมัยแรกของชาวจีนโพ้นทะเลปรากฏอยู่ในสมัยราชวงศ์หมิง นายพลเจิ้งเหอ นักเดินเรือผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์จีน ได้ส่งคนนับพันไปสำรวจทะเลจีนใต้ และมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งส่วนมากเป็นชาวกวางตุ้ง และฮกเกี้ยน ผู้คนที่ส่งออกไปสำรวจทะเลนั้น จำนวนมากที่อยู่ถาวร ณ ที่ต่าง ๆ และมิได้กลับมายังประเทศจีนอีกเลย

ในคริสต์ศตวรรษที่ 19 ซึ่งเป็นยุคล่าอาณานิคม ในขณะเดียวกัน ยุคการกระจายตัวของชาวจีนโพ้นทะเลจึงเริ่มขึ้น ในขณะนั้นเป็นสมัยของราชวงศ์ชิง อาณานิคมจำนวนมากขาดแคลนแรงงาน ในขณะที่จังหวัดฮกเกี้ยน และกวางตุ้ง มีแรงงานเกินความต้องการ รัฐบาลของรางวงศ์ชิงจึงถูกเจ้าอาณานิคมทั้งหลายบีบบังคับให้นำประชากรจีนไปเป็นแรงงานในดินแดนอาณานิคมของตน ชาวฮกเกี้ยน และชาวกวางตุ้งจำนวนมาก เลือกที่จะไปทำงานในดินแดนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนื่องด้วยความสัมพันธ์ของชาวจีนและดินแดนนี้มีมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์หมิง ส่วนประเทศในทวีปอเมริกาเหนือและออสเตรเลีย ต้องการแรงงานจำนวนมากในงานที่อันตราย เช่น งานในเหมืองแร่ และการสร้างทางรถไฟ เนื่องจากปัญหาความอดอยากในกวางตุ้ง ทำให้ชาวกวางตุ้งจำนวนมากออกไปเสี่ยงโชคในดินแดนเหล่านี้ และหวังที่จะทำให้ความเป็นอยู่ของครอบครัวที่ยังอยู่ในประเทศจีนดีขึ้นด้วย หลังจากที่ได้สร้างทางรถไฟเสร็จแล้ว ชาวจีนโพ้นทะเลจำนวนมากในประเทศแคนาดาและสหรัฐอเมริกาประสบปัญหาการเหยียดเชื้อชาติ และถูกกีดกันไม่ให้เข้าประเทศ

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็ได้เกิดสงครามกลางเมืองระหว่างฝ่ายสาธารณรัฐและพรรคคอมมิวนิสต์ ทำให้ชาวจีนบอบช้ำไปมาก ชาวจีนส่วนหนึ่งได้อพยพออกนอกประเทศก่อนที่พรรคคอมมิวนิสต์จะขึ้นปกครองประเทศ โดยเฉพาะชาวจีนผู้มีการศึกษา พวกเขาไม่ยอมกลับสู่ประเทศบ้านเกิดเมืองนอนอีกเลย ส่วนชาวจีนในฮ่องกงและนิวทอริทอรี่ภายใต้การปกครองของสหราชอาณาจักร เลือกที่จะไปใช้ชีวิตในอังกฤษ และ ฮอลแลนด์เพื่อชีวิตที่ดีกว่า

ในยุค 1980 สหราชอาณาจักรให้คำสัญญาว่าจะส่งฮ่องกงคืนให้กับสาธารณรัฐประชาชนจีน สิ่งนี้ทำให้เกิดกระแสอพยพของชาวจีนเข้าสู่ อังกฤษ ออสเตรเลีย แคนาดา สหรัฐอเมริกา และดินแดนอื่น ๆ นอกจากนี้ การสังหารหมู่ผู้เรียกร้องประชาธิปไตย ณ จัตุรัสเทียนอันเหมินใน พ.ศ. 2532 ยังเพิ่มอัตราการอพยพอีกด้วย

จำนวนในปัจจุบัน[แก้]

ชาวจีนโพ้นทะเลส่วนมาก ประมาณ 34 ล้านคน อาศัยอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และกลายเป็นประชากรส่วนใหญ่ของสิงคโปร์ และยังเป็นประชากรที่มีสัดส่วนสูงใน ประเทศไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ชาวจีนอพยพเข้ามาในดินแดนดังกล่าวในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 16 ถึง คริสต์ศตวรรษที่ 19 และส่วนมาก มาจากมณฑล กวางตุ้ง ฮกเกี้ยน และไหหลำ ตามลำดับ การอพยพครั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องจากการอพยพครั้งใหญ่ในคริสต์ศตวรรษที่ 10 ถึง คริสต์ศตวรรษที่ 10 สู่ดินแดนมะละกา และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ทิศทางการอพยพส่วนใหญ่ในปัจจุบัน มักมุ่งไปที่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา และออสเตรเลีย

ความกลมกลืน[แก้]

โดยทั่วไป ชาวจีนโพ้นทะเลจะรวมตัวกันเป็นชุมชนตามเมืองต่างๆ เรียกว่า ชุมชนชาวจีน หรือ ไชน่าทาวน์ ความกลมกลืนของชาวจีนโพ้นทะเลกับชาวพื้นเมืองในดินแดนแต่ละดินแดนต่างกันไป

ชาวจีนในประเทศไทย[แก้]

ดูบทความหลักที่: ชาวไทยเชื้อสายจีน
  • การแต่งงานข้ามเชื้อชาติระหว่างไทยกับจีน และชาวจีนในประเทศไทยก็ใช้ชีวิตกลมกลืนกับชาวไทยจนเป็นเรื่องปรกติ และมีคนไทยเชื้อสายจีนส่วนใหญ่ที่เชื่อว่าตนเป็นคนไทยไม่ใช่คนจีน หรือไม่ทราบว่ามีเชื้อสายจีน ทำให้ไม่สามารถหาจำนวนประชาชนที่เป็นเชื้อสายจีนที่ชัดเจนได้ รวมถึงภาษาจีนในประเทศไทยไม่มีคนพูดแล้ว
  • ชาวจีนที่อพยพมาก่อนรัชกาลที่ 5 (ย้อนไปถึงต้นรัตนโกสินทร์-อยุธยา) ในปัจจุบันมักจะเรียกตนเองว่าคนไทยและพูดภาษาจีนไม่ได้แล้ว ชาวจีนในยุคแรก ๆ ที่โล้สำเภามามักจะมีแต่ผู้ชายเพื่อมาทำแรงงานและได้แต่งงานกับชาวพื้นเมือง เช่นจังหวัดนครสวรรค์ ในสมัยปลายอยุธยาและยุครัตนโกสินทร์มีชาวจีนโล้สำเภามาทำการค้าและแรงงาน ได้แต่งงานกับชาวพื้นเมือง มีลูกหลานพูดภาษาไทย และลูกหลานได้แต่งงานผสมกับคนไทยอีกหลายรุ่น จึงทำให้เชื้อสายจีนหายไป และไม่มีการสืบทอดวัฒนธรรมแต่อย่างใด
  • ชาวจีนที่อพยพมายุคหลังรัชกาลที่ 5-8 มักจะพูดภาษาจีนได้แค่รุ่นแรก ๆ เท่านั้นๆ เช่นในยุคปัจจุบันลูกหลานชาวจีนพูดภาษาไทยและไม่สามารถพูดภาษาจีนได้ แต่รุ่นปู่ย่า-ตายาย-ทวด จะพูดภาษาจีนได้ เช่นที่เยาวราช ชาวจีนรุ่นแรกสามารถพูดภาษาจีนได้ แต่รุ่นหลัง ๆ ไม่สามารถพูดภาษาจีนได้ ด้วยสภาพสังคมและวัฒนธรรมไทยที่อ้อมล้อม
  • ชาวจีนยุครัชกาลที่ 9 เรามักจะระบุชัดเจนเรื้องสัญชาติและเชื้อชาติ ชาวจีนที่แต่งงานกับชาวไทยและมีลูกเรามักจะเรียกว่าลูกครึ่ง และมีการระบุรองรับสัญชาติไทย-จีนตามกฎหมาย ชาวจีนที่ย้ายมาอยู่ในประเทศไทยมักจะถูกเรียกว่าชาวต่างชาติ
  • ในอดีตประเทศไทยมีการยกเลิกระบบโรงเรียนจีน จึงทำให้ลูกหลานชาวจีนจำนวนมากอ่าน-เขียน-พูด ภาษาจีนไม่ได้
  • ในอดีตสมัยราชวงศ์ซ่งใต้ มีเส้นทางการค้าในภาคใต้ของไทย ทั้งในอาณาจักรนครศรีธรรมราช ลังกาสุกะ (ปัตตานี) มีชาวจีนจำนวนมากเดินทางมาแลกเปลี่ยนค้าขายและได้ตั้งหลักแหล่งผสมกับชาวพื้นเมือง แต่ในปัจจุบันถูกชาวพื้นเมืองกลืนไปหมดแล้ว
  • ในสมัยรัชกาลที่ 5 มีการสร้างทางรถไฟสายเหนือ แรงงานชาวจีนจำนวนมากได้สร้างทางรถไฟ และเมื่อสร้างเสร็จชาวจีนที่พอใจในหลักแหล่งมักจะตั้งถิ่นฐานที่นั่น เช่น จังหวัดนนทบุรี จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดลำปาง, จังหวัดเชียงใหม่ แรงงานจำนวนมากเป็นผู้ชาย และได้แต่งงานกับชาวพื้นเมือง ในปัจจุบันถูกชาวพื้นเมืองกลืนไปหมดแล้ว มีจำนวนน้อยเท่านั้นที่ชักจูงญาติมาอยู่อาศัยด้วยกันและสืบทอดเชื้อสายจีน

ชาวจีนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้[แก้]

  • ในพม่า การแต่งงานข้ามเชื้อชาติยังมีน้อยมาก มีการนำวัฒนธรรมพม่ามาใช้บ้าง แต่ยังคงเห็นความแตกต่างระหว่าง 2 วัฒนธรรมอย่างชัดเจน ชาวจีนในพม่าส่วนมากพูดภาษาจีนได้ แต่ก็มีจำนวนไม่น้อยที่ไม่สามารถพูดภาษาพม่าได้
  • ประเทศไทย อินโดนีเซีย เวียดนาม และพม่า ไม่ให้ตั้งชื่อแบบจีน คือ ใช้แซ่ นำหน้าชื่อ และยังไม่เป็นที่นิยมที่จะใช้ชื่อเป็นภาษาจีน ดังนั้นจึงไม่สามารถหาจำนวนชาวจีนที่แน่นอนในประเทศเหล่านี้ได้
  • สิงคโปร์ ในทางตรงกันข้าม ชาวจีนโพ้นทะเลมีจำนวนมากและเกาะกลุ่มกันอย่างเหนียวแน่น อีกทั้งยังคงดำรงวัฒนธรรมเอกลักษณ์ในชุมชนของตน แต่ก็สามารถเข้ากันได้ดีกับชาวพื้นเมือง อาจเป็นเพราะว่าสังคมของประเทศนี้ยอมรับวัฒนธรรมหลายหลาย (multi-cultural society)
  • ในบางประเทศวัฒนธรรมจีนมีอิทธิพลอย่างสูงกับวัฒนธรรมเดิม เช่น ในประเทศเวียดนาม เดิมเวียดนามรับวัฒนธรรมจีนเข้ามาบ้างแล้วในอดีต เช่น การไหว้บรรพบุรุษ และชอบลูกชายมากกว่าลูกสาว ในสภาพสังคมปัจจุบันชาวเวียดนามนิยมทำแท้งเมื่อรู้ว่าลูกในท้องไม่ใช่ลูกชาย จำทำให้ประเทศเวียดนามมีปัญหาด้านประชากรไม่สมดุล มีผู้ชายมากกว่าผู้หญิง ฯลฯ จึงทำให้ชาวจีนและชาวเวียดนามอาศัยกันอยู่แบบกลมกลืน
  • มาเลเซีย ชาวจีนในมาเลเซียมีการแยกกันอยู่กับชนพื้นเมือง มีเพียงจำนวนน้อยที่กลมกลืนกับชนพื้นเมืองเดิม เช่นในเมืองหลวงกัวลาลัมเปอร์มีชาวจีน อินเดีย มาเลเซียอาศัยอยู่ร่วมกันได้ ชาวจีนจำนวนมากในมาเลเซียสามารถพูดภาษาจีนได้ รักษารากวัฒนธรรมไว้เหนียวแน่น มีประเพณีที่ครบถ้วน รวมถึงสถาปัตยกรรมสไตล์จีนในมาเซียจำนวนมาก และไม่ได้แต่งงานกับชนพื้นเมืองใด ๆ ชาวจีนในมาเลเซียจำนวนมากไม่สามารถพูดภาษามาเลเซียได้ สาเหตุเป็นเพราะชาวมาเลเซียนับถือศาสนาอิสลาม ส่วนชาวจีนนับถือพุทธหรือลักธิเต๋า จึงไม่สามารถทำให้อาศัยอยู่ด้วยกันได้ ในยุคปัจจุบันนิยมใช้ภาษาอังกฤษและมาเลเซียเป็นภาษาราชการแทน ในประเทศมาเลเซียนิยมให้ภูมิบุตรเดิมเป็นชนชั้น 1 และชาวจีน,อินเดียมักจะมีปัญหาเรื่องการทำงาน หลายครั้งที่มีการประท้วงเรื่องภูมิบุตรในมาเลเซีย

ความสัมพันธ์กับประเทศจีน[แก้]

ทั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน และสาธารณรัฐจีนบนเกาะไต้หวัน มีความสัมพันธ์อย่างซับซ้อนกับชาวจีนโพ้นทะเลในดินแดนต่าง ๆ ทั้ง 2 ประเทศดำรงความสัมพันธ์ระดับรัฐบาลกับชาวจีนโพ้นทะเล และรัฐบาลท้องถิ่นในสาธารณรัฐประชาชนจีน ยังมีหน่วยงานที่ตั้งขึ้นเพื่อติดต่อกับชาวจีนโพ้นทะเลโดยเฉพาะด้วย และทั้ง 2 ประเทศยังรักษาตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไว้สำหรับชาวจีนโพ้นทะเลด้วย

ระหว่างยุค 1950 และ 1960 สาธารณรัฐจีน พยายามที่จะหาแรงสนับสนุนจากชุมชนชาวจีนโพ้นทะเลผ่านสาขาของพรรคก๊กมินตั๋ง ที่ตั้งขึ้นจากการที่ ซุน ยัตเซ็น เคยไปลี้ภัยและเคยได้เรี่ยรายเงินเพื่อมาทำการปฏิวัติ ในขณะเดียวกัน สาธารณรัฐประชาชนจีน ก็พยายามจะแสวงหาชาวจีนโพ้นทะเลที่ต้องสงสัยว่าจะเข้าไปในจีนแผ่นดินใหญ่เพื่อเผยแพร่ลัทธิทุนนิยม และยังสร้างความสัมพันธ์กับประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นมากว่าที่จะขอความสนับสนุนจากชาวจีนโพ้นทะเล

หลังจาก เติ้งเสี่ยวผิง ขึ้นมาอำนาจ นโยบายต่อชาวจีนโพ้นทะเลก็ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน จากที่เคยเห็นเป็นผู้ที่ไม่น่าไว้วางใจ กลายเป็นแนวร่วมพัฒนาชาติเพราะว่าเป็นผู้มีความสามารถและเงินทุน ในยุค 1980 รัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้ขอความสนับสนุนที่มากขึ้น โดยได้คืนทรัพย์สินที่เคยยึดไปในช่วงการปฏิวัติ พ.ศ. 2492 นโยบายล่าสุดของ สาธารณรัฐประชาชนจีน คือการสนับสนุนให้ชาวจีนที่อพยพไปประเทศตะวันตก ได้มีการศึกษาที่ดี

บางครั้ง ชาวจีนโพ้นทะเลก็มีบทบาทสำคัญกับการเมืองในประเทศจีน เช่น การปฏิวัติล้มล้างราชวงศ์ชิง หรือการปฏิวัติซินไฮ่ ใน พ.ศ. 2454 แกนนำสำคัญเป็นชาวจีนโพ้นทะเล ชาวจีนโพ้นทะเลบางส่วนต้องอพยพมาเพื่อเหตุผลทางการเมือง ชาวจีนโพ้นทะเลยังเป็นผู้ลงทุนจำนวนมหาศาลในจีนแผ่นดินใหญ่ ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่า ชาวจีนโพ้นทะเลเป็นผู้กุมเศรษฐกิจสาธารณรัฐประชาชนจีน ไว้อยู่

สถิติ[แก้]

ทวีป/ประเทศ จำนวนประชากร % ของประชากรทั้งประเทศ % ของประชากรชาวจีนโพ้นทะเล
ทวีปเอเชีย 28,800,000 (1998) 0.7% 81%
กัมพูชา 150,000 (2003) 1.2% 0.4%
อินโดนีเซีย 7.3 ล้าน (2003) 3.1% 20.7%
ญี่ปุ่น 175,000 (2003) 0.1% 0.5%
เกาหลีเหนือ 50,000 (2003) 0.2% 0.1%
เกาหลีใต้ 100,000 (2003) 0.2% 0.3%
ลาว 50,000 (2003) 1% 0.1%
มาเลเซีย 7 ล้าน (2004) 25% 19.9%
พม่า 1.3 ล้าน (2003) 3% 3.7%
ฟิลิปปินส์ 1.5 ล้าน 2% 4.3%
สิงคโปร์ 3.4 ล้าน (2004) 76.8% 9.7%
ประเทศไทย 10.3 ล้าน 15% 20.7%
เวียดนาม 2.3 ล้าน (2003) 3% 6.5%
ทวีปอเมริกา 5,020,000 (1998) 0.6% 14.5%
บราซิล 100,000 (2002) 0.05% 0.3%
แคนาดา 1.2 ล้าน (2004) 3.69% 3.4%
ปานามา 150,000 5% 0.4%
สหรัฐอเมริกา 2.4 ล้าน (2000) 0.8% 6.8%
ทวีปยุโรป 945,000 (1998) 0.1% 2.6%
รัสเซีย 680,000 0.5% 1.9%
ฝรั่งเศส 300,000 0.5% 0.9%
สหราชอาณาจักร 247,403 (2001) 0.4% 0.7%
เนเธอร์แลนด์ 100,000 1.4% 0.3%
ไอร์แลนด์ 60,000 (2004) (จำนวนอย่างไม่เป็นทางการ 100,000+) 1.5%; 0.2%;
โอเชียเนีย 564,000 (1998) 1.7% 1.5%
ออสเตรเลีย 454,000 (2003) 2.5% 1.3%
นิวซีแลนด์ 115,000 (2003) 2.8% 0.3%
ทวีปแอฟริกา 126,000 (1998) 0.02% 0.4%
แอฟริกาใต้ 100,000 (2003) 0.2% 0.3%
รวม 35,175,000 0.6% 100%

หมายเหตุ: จำนวนและร้อยละเป็นเพียงการประมาณ ณ ปีที่สำรวจเท่านั้น ไม่ใช่ข้อมูลปัจจุบัน

  • ในประเทศไทยนับแบบผสม ทั้งชาวจีนแท้ๆ และชาวจีนที่ผสมกับชนพื้นเมือง(ถึงแม้ชาวจีนนั้นจะมีเชื้อสายไทยด้วย)
  • ชาวจีนในทวีฟอเมริกาเหนือและใต้ มักจะเป็นชาวจีนสายเลือดแท้โดยไม่มีการแต่งงานกับชนพื้นเมือง

ชาวจีนโพ้นทะเลในประเทศไทย[แก้]

ดูเพิ่มที่บทความหลัก ชาวไทยเชื้อสายจีน

ในปัจจุบัน ชาวจีนโพ้นทะเลในประเทศไทย มีสัดส่วนเป็นจำนวนมากถึง 12% (พ.ศ. 2546) ของประชากรทั้งประเทศ ส่วนมากอาศัยอยู่ในเมือง ประกอบอาชีพค้าขาย นอกจากนี้ยังแทรกซึมอยู่ในทุกวงการ อีกทั้งยังเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง นักการเมือง รวมทั้งเชื้อพระวงศ์ก็ยังมีเชื้อสายจีนด้วย

เหตุที่ชาวจีนโพ้นทะเลในประเทศไทย สามารถผสมกลมกลืนกับชาวไทยได้ดียิ่ง ก็เพราะการแต่งงานข้ามเชื้อชาติ แม้ในสมัยก่อนจะมีในอัตราน้อย เพราะชาวไทยและชาวจีนบางกลุ่มยังถือเรื่องการแบ่งแยกเชื้อชาติ แต่ปัจจุบัน แทบจะไม่มีการแบ่งแยกเชื้อชาติให้เห็น คนไทยรับเอาวัฒนธรรมจีนไปปฏิบัติในหลายเรื่อง และชาวจีนก็เช่นกัน

ชาวจีนโพ้นทะเลในประเทศไทย เรียกตนเองว่า "ชาวไทยเชื้อสายจีน" ด้วยสำนึกว่าตนเป็นส่วนหนึ่งของชาวไทยภายใต้พระบรมโพธิสมภารของพระมหากษัตริย์ไทย แต่ก็ยังคงรำลึกถึงบรรพบุรุษและยังรักษาประเพณีของตน

อ้างอิง[แก้]

  1. 張明愛 (2012-03-11). "Reforms urged to attract overseas Chinese". China.org.cn. สืบค้นเมื่อ 2012-05-28.
  2. "Hu meets overseas Chinese organizations leaders|Politics". chinadaily.com.cn. 2012-04-09. สืบค้นเมื่อ 2012-05-28.
  3. Wang, Huiyao (24 May 2012). "China's Competition for Global Talents: Strategy, Policy and Recommendations" (PDF). Asia Pacific. p. 2. สืบค้นเมื่อ 28 May 2012.
  4. West, Barbara A. (2009), Encyclopedia of the Peoples of Asia and Oceania, Facts on File, p. 794, ISBN 978-1438119137
  5. "Population by States and Ethnic Group". Department of Information, Ministry of Communications and Multimedia, Malaysia. 2015. Archived from the original on 12 February 2016. สืบค้นเมื่อ 12 February 2015.
  6. "ASIAN ALONE OR IN ANY COMBINATION BY SELECTED GROUPS: 2016". U.S. Census Bureau. สืบค้นเมื่อ 15 October 2016.
  7. Kewarganegaraan, Suku Bangsa, Agama dan Bahasa Sehari-hari Penduduk Indonesia Hasil Sensus Penduduk 2010. Badan Pusat Statistik. 2011. ISBN 9789790644175. Archived from the original on 10 July 2017. สืบค้นเมื่อ 6 December 2018.
  8. "Population in Brief 2015" (PDF). Singapore Government. September 2015. Archived from the original (PDF) on 16 February 2016. สืบค้นเมื่อ 14 February 2016.
  9. [1] (Ethnic origins, 2011 counts, for Canada, provinces and territories – 20% sample data)
  10. "2016 Immigration Census, 통계연보(글내용) < 통계자료실 < 출입국·외국인정책본부". Immigration.go.kr (in เกาหลี). 2017-06-21. สืบค้นเมื่อ 2017-12-15.
  11. "CIA World Factbook". Cia.gov. สืบค้นเมื่อ 2012-05-07.
  12. "Burma". State.gov. 2011-08-03. สืบค้นเมื่อ 2012-05-07.
  13. "PRIB: Senate declares Chinese New Year as special working holiday". Senate.gov.ph. 2013-01-21. สืบค้นเมื่อ 2016-04-14.
  14. "2016 Australian Census - Quickstats - Australia". Australian Bureau of Statistics.
  15. Vohar Cheath (2012-02-01). "THE SON OF THE KHMER EMPIRE Be informed that FB Account Sokheoun Pang is Fake Created by CPP Supporter to Defame and Complicate Me. Mine is Khmer Sovannaphumi" (in อังกฤษ). Translated from Khmer by Ah Tree Teuk Si Iv. Radio Free Asia. สืบค้นเมื่อ 2014-10-05.
  16. "The World Factbook — Central Intelligence Agency". www.cia.gov.
  17. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ GSO2009
  18. "平成29年度末在留外国人確定値" (PDF) (in Japanese). Ministry of Justice. 13 April 2018. Archived from the original (PDF) on 27 March 2018. สืบค้นเมื่อ 13 April 2018.
  19. ""Chinois de France" ne veut rien dire". Slate.fr. สืบค้นเมื่อ 18 March 2015.
  20. "Check Browser Settings". Neighbourhood.statistics.gov.uk. สืบค้นเมื่อ 18 March 2015.
  21. "Chinese people are an important population mostly in Venezuela (400,000)..." p. 201 (in Spanish) Archived 24 February 2014 at the Wayback Machine.
  22. Liao, Wenhui; He, Qicai (2015). "Tenth World Conference of Overseas Chinese: Annual International Symposium on Regional Academic Activities Report (translated)". The International Journal of Diasporic Chinese Studies. 7 (2): 85–89.
  23. Larin, Victor (2006), "Chinese in the Russian Far East: Regional views", in Akaha, Tsuneo; Vassilieva, Anna, Crossing National Borders: human migration issues in Northeast Asia, New York: United Nations University Press, pp. 47–67, ISBN 978-92-808-1117-9
  24. Zayonchkovskaya, Zhanna (2004), "МИГРАЦИЯ ВЫШЛА ИЗ ТЕНИ. На вопросы Виталия КУРЕННОГО отвечает заведующая лабораторией миграции населения Института народно-хозяйственного прогнозирования РАН Жанна ЗАЙОНЧКОВСКАЯ (Migration has left the shadows. Zhanna Zayonchkovskaya, Director of the Population Migration Laboratory of the National Economy Forecasting Institute of the Russian Academy of Sciences, answers Vitaly Kurrenoy's questions)", Otechestvennye Zapiski (in รัสเซีย), 4 (19), สืบค้นเมื่อ 2009-01-20
  25. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ INE
  26. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ istat
  27. [2]
  28. [3]
  29. [4]
  30. [5]
  31. Poston, Dudley L; Wong, Juyin Helen (July 2016). "The Chinese diaspora: The current distribution of the overseas Chinese population". Chinese Journal of Sociology. 2 (3): 348–373. doi:10.1177/2057150X16655077.
  32. "TRINIDAD AND TOBAGO 2011 POPULATION AND HOUSING CENSUS DEMOGRAPHIC REPORT" (PDF). Guardian.co.tt. Archived from the original (PDF) on 19 October 2017. สืบค้นเมื่อ 2 August 2017.