ข้ามไปเนื้อหา

เย้า

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เย้า
瑶族
ชาวเมี่ยนในประเทศจีน เมื่อ พ.ศ. 2549
ประชากรทั้งหมด
กว่า 3,500,000 คน
ภูมิภาคที่มีประชากรอย่างมีนัยสำคัญ
 จีน2,637,421 คน (พ.ศ. 2543)
 เวียดนาม891,151 คน (พ.ศ. 2562)[1]
 สหรัฐ50,000 คน (พ.ศ. 2555)[2]
 ไทย48,357 คน (พ.ศ. 2540)[3]
ภาษา
กลุ่มภาษาเมี่ยน · ลาเจีย · จีนกลาง · เวียดนาม
ศาสนา
ศาสนาชาวบ้านเย้า และศาสนาพุทธ
กลุ่มชาติพันธุ์ที่เกี่ยวข้อง
ม้ง

เย้า (จีนตัวย่อ: 瑶族; จีนตัวเต็ม: 瑤族; พินอิน: Yáozú; เวียดนาม: người Dao) เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นชาติพันธุ์ที่ได้รับการรับรองจากรัฐบาลจีนและเวียดนาม จากการสำรวจสำมะโนครัวประชากรจีนเมื่อ พ.ศ. 2543 พบว่ามีชาวเย้าจำนวน 2,637,421 คน ส่วนการสำรวจสำมะโนครัวประชากรเวียดนาม พ.ศ. 2562 พบว่ามีชาวเย้าจำนวน 891,151 คน[1] และในประเทศไทยมีการสำรวจโดยกองสงเคราะห์ชาวเขา กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม พ.ศ. 2540 พบว่ามีชาวเย้าจำนวน 48,357 คน[3] ภาษาที่พวกเขาใช้ในการสื่อสารจัดอยู่ในตระกูลภาษาม้ง-เมี่ยน ทั้งยังมีความเชื่อมโยงด้านพันธุกรรมกับชาวม้งอย่างใกล้ชิด[4] สันนิษฐานว่าชาวเย้าแยกตัวออกมาจากชาวม้งเมื่อราว 5,800 ปีก่อน[4]

ในประเทศไทย ชาวเย้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม อิ้วเมี่ยน ซึ่งเป็นกลุ่มย่อยหนึ่งของชาวเย้า[3]

ประวัติ

[แก้]

ต้นกำเนิดของชาวเย้า สามารถสืบไปได้ถึง 2,000 ปีก่อนที่มณฑลหูหนาน ชาวเย้าและชาวม้งร่วมกันก่อกบฏเหมียวเพื่อต่อต้านราชวงศ์หมิง เมื่อคราวที่ชาวฮั่นขยายตัวลงทางตนใต้ของแผ่นดินจีน ชาวเย้าถอยร่นไปทางเหนือแถบที่ราบสูงระหว่างหูหนานกับกุ้ยโจว ไปทางใต้แถบกวางตุ้งและกว่างซี และทางตะวันออกในยูนนาน[5] ราว พ.ศ. 2433 รัฐบาลของกวางตุ้งขับไล่ชาวเย้าที่ตั้งถิ่นฐานแถบตะวันออกเฉียงเหนือของมณฑล[6]

ในช่วงสงครามกลางเมืองลาว ชาวเย้าในลาวมีความสัมพันธ์อันดีกับสหรัฐ จนได้รับสมญาว่า "กองกำลังพันธมิตรทรงประสิทธิภาพ" (efficient friendly force) พวกเขาสนับสนุนรัฐบาลเวียดนามใต้และต่อต้านคอมมิวนิสต์[7] ทว่าความสัมพันธ์นี้ทำให้รัฐบาลคอมมิวนิสต์ลาวมุ่งเป้าโจมตีไปที่ชาวเย้าเพื่อล้างแค้นหลังสิ้นสงคราม ทำให้ชนเผ่าต่าง ๆ ในลาวอพยพลี้ภัยเข้าสู่ประเทศไทยมากขึ้น หลังชาวเย้าได้รับสถานะผู้ลี้ภัยจากรัฐบาลไทย และได้รับการช่วยเหลือจากองค์การสหประชาชาติ ทำให้ชาวเย้าอพยพไปยังสหรัฐ โดยมากอาศัยอยู่แถบรัฐแคลิฟอร์เนีย โอเรกอน และวอชิงตัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มอิ้วเมี่ยน

ภาษา

[แก้]

ชาวเย้าแบ่งกลุ่มตามการใช้ภาษา ดังนี้

นอกจากนี้ชาวเย้าบางส่วนใช้ภาษาในกลุ่มภาษาม้งซึ่งใกล้เคียงกัน, ภาษาลาเจียซึ่งอยู่ในตระกูลภาษาขร้า-ไท และจำนวนหนึ่งพูดภาษาจีนสำเนียงถิ่นอีกจำนวน 500,000 คน

ทั้งนี้ชาวเย้าส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มอิ้วเมี่ยน กระจายตัวอยู่ในทางตอนบนภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คิดเป็นร้อยละ 80-85 จากทั้งหมดสี่กลุ่ม[3] โดยชาวเย้าในไทยและสหรัฐเป็นกลุ่มอิ้วเมี่ยน พวกเขาพยายามเสนอตัวตนในผู้คนในสังคมรู้จักในนาม อิ้วเมี่ยน หรือ เมี่ยน มากกว่าเย้า[3] ในประเทศลาวกลุ่มอิ้วเมี่ยนจะอาศัยอยู่บนที่สูง ขณะที่กลุ่มกิมมุน (หรือแลนแตน) จะอยู่ที่ราบ ขณะที่ชาวเย้าในมณฑลไหหลำจำนวน 61,000 คน เป็นกลุ่มกิมมุนทั้งหมด และมีชาวกิมมุนจำนวน 139,000 คน กระจายตัวในเขตปกครองตนเองกว่างซีและมณฑลยูนนาน ส่วนชาวกิมมุนในลาวและเวียดนาม มีจำนวนราว 174,500 คน[8]

ศาสนา

[แก้]
หมวกของนักบวชเต๋าชาวเย้า ทำขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 19

ชาวเย้าเคารพบูชาดวงพระวิญญาณของพระเจ้าผินหวาง หรือเปี้ยนฮู่ง ซึ่งชาวเย้านับถือว่าเป็นผู้ให้กำเนิดชาติพันธุ์ของตน ชาวเย้าจะบูชาวิญญาณของบรรพบุรุษในสี่รุ่นเท่านั้น เพราะเชื่อว่าวิญญาณของบรรพชนซึ่งสิงสถิตอยู่บนสวรรค์จะปกปักลูกหลานของตน โดนจะตั้งหิ้งบูชาไว้ทุกบ้าน มีเทพยดาชั้นสูงคอยดูแลมนุษย์ในกรณีที่วิญญาณบรรพชนช่วยเหลือไม่ได้ และเทพารักษ์สิงสถิตอยู่ตามสถานที่ต่าง ๆ เช่น ภูเขา หนองน้ำ หรือจอมปลวก เป็นต้น โดนจะมีการเซ่นสรวงกันตามประเพณี นอกจากนี้ยังมีความเชื่อเรื่อง ขวัญ ฤกษ์ยาม และการทำนาย[3] โดยได้รับอิทธิพลอย่างจากลัทธิเต๋ามาแต่บรรพกาล[9] มีการผสานความเชื่อของลัทธิเต๋า ผูกเข้ากับความเชื่อชาวบ้านเย้า และความเชื่อจากศาสนาพุทธบางประการเข้ามา ทำให้ศาสนาชาวบ้านเย้า มีความคล้ายคลึงและใกล้เคียงกับศาสนาชาวบ้านจีนอย่างมาก[10] มีนักวิชาการระบุว่าศาสนาชาวบ้านเย้าได้รับอิทธิพลจากศาสนาพุทธอย่างมาก Zhang Youjun นักวิชาการชาวจีนระบุว่า "แม้พิธีกรรมของเย้าจะแสดงถึงอิทธิพลทางศาสนาพุทธ แต่ชาวเย้าไม่เชื่อในศาสนาพุทธเลย พวกเขานับถือลัทธิเต๋าอย่างเหนียวแน่น"[10] บทสวดในพิธีกรรมทางศาสนาดั้งเดิมของชาวเย้าค่อนข้างมีเอกภาพจากการเก็บรักษา บันทึก และคัดลอก ส่งต่อสืบทอดศาสนาในหมู่นักบวชด้วยกัน ด้วยเหตุนี้ทำนองและบทสวดชาวเย้าในประเทศจีน เวียดนาม และไทย จึงมีความคล้ายคลึงกันมาก และยังคงแพร่หลายข้ามพรมแดนไปอย่างกว้างขวาง[11]

ในประเทศไทย ชาวเย้าส่วนใหญ่นับถือศาสนาชาวบ้านเย้า ช่วงแรกพวกเขาได้รับอิทธิพลทางศาสนาพุทธเพราะคนรุ่นก่อนนิยมบวชเรียนที่วัด มักทำกิจกรรมทางศาสนาพุทธในสังคมเมืองร่วมกับพุทธศาสนิกชนพื้นราบ แต่หากกลับมาที่บ้านพวกเขายังคงบูชาผีบรรพชนเช่นเดิม บางส่วนที่เปลี่ยนไปนับถือศาสนาคริสต์หรืออิสลามก็จะละทิ้งการบูชาผี แต่กระนั้นแม้จะมีความเชื่อต่างกัน พวกเขาก็สามารถอยู่ร่วมกันได้ โดยกลุ่มที่ไม่ได้นับถือผีแล้วยังมาช่วยจัดงานทำบุญเลี้ยงผีในโอกาสสำคัญต่าง ๆ เช่นเดิม[3]

อ้างอิง

[แก้]
  1. 1 2 Census 01/04/2019. p. 44. General Directorate for Statistics of Vietnam, 19/12/2019. accessdate 1/09/2020.
  2. 1 2 3 4 5 6 7 "อิ้วเมี่ยน". ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2021-12-11. สืบค้นเมื่อ 11 ธันวาคม 2564. {{cite web}}: ตรวจสอบค่าวันที่ใน: |accessdate= (help)
  3. 1 2 Gao, Yang; Zhang, Xiaoxi; Chen, Hao (13 March 2024). "Reconstructing the ancestral gene pool to uncover the origins and genetic links of Hmong–Mien speakers".
  4. Wiens, Herold Jacob (1967). Han Chinese expansion in South China. Shoe String Press. p. 276.
  5. The Chinese times, Volume 4. TIENTSIN: THE TIENTSIN PRINTING CO. 1890. p. 24.
  6. "Independent Lens . DEATH OF A SHAMAN . The Mien - PBS". www.pbs.org. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 14 February 2018. สืบค้นเมื่อ 3 May 2018.
  7. "Kim Mun". ethnologue.com. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 3 February 2013. สืบค้นเมื่อ 3 May 2018.
  8. Deborah A. Sommer, "Taoism and the Arts" in The Oxford Handbook of Religion and the Arts (ed. Frank Burch Brown: Oxford University Press, 2014), p. 384.
  9. 1 2 Litzinger, Ralph A. (2000). Other Chinas: The Yao and the Politics of National Belonging. Duke University Press. pp. 289–90. ISBN 0-8223-2549-7.
  10. ริทสึโกะ ฮิโรตะ (เขียน), มัชฌิมา โตจิราการ (แปล) (2560). รายงานวิเคราะห์หนังสือและพิธีกรรมทางศาสนาของชาวเมี่ยน (PDF). สถาบันวิจัยวัฒนธรรมชนเผ่าเย้า ประเทศญี่ปุ่น. p. 5.