รัฐมะละกา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก มะละกา)
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
"มะละกา" เปลี่ยนทางมาที่นี่ สำหรับความหมายอื่น ดูที่ มะละกา (แก้ความกำกวม)
มะละกา
Melaka
รัฐ
ธงของมะละกา
ธง
ตราราชการของมะละกา
ตราอาร์ม
คำขวัญ: "เบร์ซาตู ตกุห์"
(Bersatu Teguh)
เพลง: มลากามาจูจายา
(Melaka Maju Jaya)
Map showing the location of the state of Malacca within Malaysia
   รัฐมะละกา ใน    ประเทศมาเลเซีย
พิกัดภูมิศาสตร์: 2°12′N 102°15′E / 2.200°N 102.250°E / 2.200; 102.250พิกัดภูมิศาสตร์: 2°12′N 102°15′E / 2.200°N 102.250°E / 2.200; 102.250
เมืองหลวง มะละกา
การปกครอง
 • ผู้ว่าการรัฐ โมฮัมมัด คาลิล ยาอ์โกบ
 • มุขมนตรี อีดริส ฮารอน (อัมโน)
พื้นที่[1]
 • ทั้งหมด 1,664 ตร.กม. (642 ตร.ไมล์)
ประชากร (2010)[2]
 • ทั้งหมด 788,706
 • ความหนาแน่น 470 คน/ตร.กม. (1,200 คน/ตร.ไมล์)
HDI
 • 2010 0.742 (สูง) (อันดับที่ 4)
รหัสไปรษณีย์ 75xxx ถึง 78xxx
รหัสโทรศัพท์ 06
ทะเบียนพาหนะ M
รัฐสุลต่านมะละกา ศตวรรษที่ 15
โปรตุเกสปกครอง[3] 24 สิงหาคม 1511
ฮอลันดาปกครอง[4][5] 14 มกราคม 1641
อังกฤษปกครอง[6][7][8][9] 17 มีนาคม 1824
ญี่ปุ่นยึดครอง[10][11] 11 January 1942
การภาคยานุวัติเข้าสู่สหภาพมาลายา[12] 1 มกราคม 1946
เข้าร่วมกับสหพันธรัฐมลายา[13] 1 กุมภาพันธ์ 1948
รับเอกราชเป็นส่วนหนึ่งของสหพันธรัฐมลายา[14] 31 สิงหาคม 1957
เว็บไซต์ www.melaka.gov.my

มะละกา (มลายู: Melaka; ยาวี: ملاك; อังกฤษ: Malacca) เป็นรัฐทางตอนใต้ในประเทศมาเลเซีย ตั้งอยู่บริเวณช่องแคบมะละกา ตรงข้ามกับเกาะสุมาตรา รัฐมะละกาเป็นหนึ่งในสองรัฐของมาเลเซียที่ไม่มีเจ้าผู้ครองรัฐเป็นประมุขแต่มีผู้ว่าราชการรัฐแทน

ในอดีต มะละกาเป็นเมืองศูนย์กลางทางการค้าระหว่างตะวันออกและตะวันตกบนช่องแคบมะละกามากว่า 500 ปี มีลักษณะของสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างศิลปกรรมโปรตุเกส ดัตช์ และมลายู ได้รับการยกย่องให้เป็นนครประวัติศาสตร์บนช่องแคบมะละกาจากองค์การยูเนสโก[15] มะละกายังประกาศให้เป็น 'มะละกา Maju' บน 2010/10/20 ที่ 20:10 ชั่วโมงที่สนามกีฬาใน Hang Jebat เพิ่มขึ้นโดยนายกรัฐมนตรีได้โดยตรงจาก Putra World Trade Center (PWTC) กรุงกัวลาลัมเปอร์ มะละกายังประกาศให้เป็นสีเขียวนครรัฐเทคโนโลยี[16][17] รัฐมีประชากรค่อนข้างดีมีการศึกษาที่มีอัตราการรู้หนังสือเด็กและเยาวชน 99.5% ตามการรายงานของเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษรายงาน 2015[18] ในปี 2016 มะละกาเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดที่จะอาศัยอยู่ในประเทศมาเลเซีย[19] ดัชนีอาชญากรรมรัฐที่บันทึกไว้ลดลงจากร้อยละ 15.5 ในปี 2017 ด้วย 3,096 กรณี บันทึกเมื่อเทียบกับ 3663 ในปี 2016[20] เศรษฐศาสตร์รายงาน 2017 รัฐเผยแพร่บน 26 กรกฎาคม 2018 รายงานว่ามะละกาเป็นรัฐที่มีอัตราการว่างงานต่ำสุดในปี 2017 เหลือเพียง 1.0 เปอร์เซ็นต์.[21] ในปีที่ผ่านมามะละกาได้รับรางวัลเกียรติยศนานาชาติมากมาย เมืองที่ได้รับการระบุไว้ในสิ่งพิมพ์หลายรวมทั้ง Forbes และดาวเคราะห์โดดเดี่ยวทำให้มันเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวชั้นนำในเอเชียและโลก.[22][23] มะละกาแสดงโดย Tripadvisor เป็นหนึ่งใน10สถานที่ท่องเที่ยวในมาเลเซีย[24] Waze App ตระหนักถึงเมืองมะละกาด้วยรางวัล "Best Driving City".[25] ทั่วโลกเมืองที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์นี้ตั้งอยู่ข้างหน้าเมืองสำคัญอื่น ๆ เช่นซิดนีย์ลิสบอนและบาร์เซโลน่า.[26] เมืองนี้ยังมีชื่อว่า15ของเมืองที่ดีที่สุดศิลปะถนนโดย HuffPost.[27] นอกจากนี้สิ่งพิมพ์ของ Times ทำให้เมืองมะละกาเป็นหนึ่งในสถานที่ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการอยู่อาศัยและการเกษียณอายุ.[28]

ประวัติศาสตร์[แก้]

เมื่อราว พ.ศ. 1800 เจ้าชายปรเมศวร (PARAMASWARA)ได้ทรงอพยพออกจากปาเล็มบัง เหตุเนื่องด้วยการรุกรานจากอาณาจักรมัชปาหิต ซึ่งก่อนที่จะมาถึงมะลากานั้น เจ้าชายปรเมศวรได้เข้าไปตั้งเมืองอยู่ที่ตูมาซิก(TUMASIK)หรือเตมาเซก หรือสิงคโปร์ในปัจจุบัน แต่เนื่องด้วยในตอนนั้นตูมาซิก ตกอยู่ใต้อำนาจของสยาม ส่งผลให้เกิดความขัดแย้งกับสยามและเจ้าชายองค์นี้จึงต้องออกเดินทางออกมา จนมาถึงที่มะละกา มาสร้างเมืองใหม่ที่นี่และกลายเป็นจักรวรรดิการค้าที่ยิ่งใหญ่ในอีก 200 ปีต่อมา และเป็นแหล่งแรกที่ศาสนาอิสลามเข้าสู่มาเลเซียผ่านทางพ่อค้ามุสลิมอินเดียที่มาจากปาไซ และเปลี่ยนการปกครองมาเป็นระบอบสุลต่าน

ต่อมา พ.ศ. 2052 โปรตุเกสเดินทางมาถึงมะละกาเพื่อขอตั้งสถานีการค้าแต่ถูกปฏิเสธ จนนำไปสู่สงครามระหว่างโปรตุเกส-มะละกา ซึ่งโปรตุเกสเป็นฝ่ายชนะเมื่อ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2054 มะละกาถูกเนเธอร์แลนด์ยึดครองเมื่อ พ.ศ. 2184 หลังจากเนเธอร์แลนด์ขับไล่โปรตุเกสออกไป ต่อมามะละกากลายเป็นอาณานิคมของอังกฤษตามสนธิสัญญาแองโกล-ดัตซ์ หรือสนธิสัญญาอังกฤษ-ฮอลแลนด์ พ.ศ. 2367

ภายใต้การปกครองของอังกฤษ มะละการวมกับปีนังและสิงคโปร์ในชื่อนิคมช่องแคบซึ่งแยกต่างหากจากสหพันธรัฐมลายู หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 มะละกาเข้ารวมอยู่ในสหภาพมาลายา และกลายเป็นส่วนหนึ่งของมาเลเซียเมื่อมาเลเซียได้รับเอกราชจากอังกฤษ

ประชากร[แก้]

มะละกามีประวัติศาสตร์ที่เกื่ยวกับกลุ่มคนหลากหลายเชื้อชาติและศาสนา ทำให้ปัจจุบันมะละกาเป็นรัฐที่มีวัฒนธรรมผสมผสาน โดยมีประชากรประมาณ 759,000 คน (พ.ศ. 2550) ซึ่งประกอบด้วย

  • ชาวมลายูประมาณร้อยละ 57
  • ชาวจีนประมาณร้อยละ 32
  • ชาวอินเดีย
  • ชาวคริสตัง ซึ่งเป็นลูกหลานชาวโปรตุเกสในสมัยอาณานิคม
สถิติจำนวนผู้นับถือศาสนาต่างๆ ของรัฐมะละกา ในปี 2010
ศาสนา ร้อยละ
อิสลาม
  
66.1%
พุทธ
  
24.2%
ฮินดู
  
5.7%
คริสต์
  
3.0%
ศาสนาพื้นบ้านของจีน
  
0.2%
อื่นๆ
  
0.6%
ไม่มีศาสนา
  
0.2%

จุดชมทิวทัศน์[แก้]

อุทยานธรรมชาติ[แก้]

  • แม่น้ำมะละกา
  • ภูเขา Ledang
  • Klebang Beach
  • หาด Pengkalan Balak
  • อุทยานมรดกโลก Jonker Walk

จุดที่น่าสนใจและสถานที่ท่องเที่ยว[แก้]

  • Huskitory
  • แม่น้ำวอล์ก
  • หมู่บ้าน Morten
  • โบสถ์เซนต์ปอลฮิลล์
  • Jonker Street
  • Melaka Chinatown
  • จัตุรัสแดง (จัตุรัสเนเธอร์แลนด์)
  • สถานี Woof
  • Encore มะละกา
  • Skydeck Hatten เมืองมะละกา
  • หมู่บ้าน Chetti
  • แกลเลอรี่ Casababa
  • โบสถ์ Our Lady of Guadalupe
  • 8 Heeren Street Heritage Center
  • Stadthuys
  • Menara Taming Sari
  • พระราชวังของสุลต่านรัฐมะละกา
  • น้ำพุสมเด็จพระราชินีวิกตอเรีย
  • China Hill
  • ฟาร์มผลไม้เขตร้อนของมะละกา

พิพิธภัณฑ์[แก้]

  • พิพิธภัณฑ์มรดก Baba & Nyonya
  • พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์และชาติพันธุ์วิทยาในมะละกา
  • Perbadanan Muzium Malacca
  • ช่องแคบจีนพิพิธภัณฑ์เครื่องประดับมะละกา
  • Sentosa Villa (พิพิธภัณฑ์ชาวมาเลย์ลิฟวิ่ง)
  • พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรม Cheng Ho
  • พิพิธภัณฑ์บ้านมะละกา
  • อิสรภาพฮอลล์
  • พิพิธภัณฑ์เรือดำน้ำ
  • พิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมมาเลเซีย
  • พิพิธภัณฑ์ศุลกากรรอยัลมาเลเซีย
  • Illusion 3D Art Gallery
  • พิพิธภัณฑ์ผู้ว่าการรัฐ
  • พิพิธภัณฑ์เรือนจำมาเลเซีย
  • พิพิธภัณฑ์รัฐบาลประชาธิปไตย
  • Muzium Kecantikan
  • พิพิธภัณฑ์สวนสนุก
  • พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมจิก

สถานที่ทางศาสนา[แก้]

  • มัสยิดช่องแคบ Malacca
  • วัด Cheng Hoon Teng
  • โบสถ์เซนต์ปีเตอร์
  • โบสถ์คริสเตียน
  • มัสยิด Kampung Kling
  • โบสถ์เซนต์ฟรานซิสเซเวียร์
  • ศรีลังกาวัด Sri Poyyatha Vinayagar Moorthy
  • มัสยิด Kampung Hulu
  • วัด Xiang Lin Si
  • มัสยิดจีนในมะละกา

อ้างอิง[แก้]

  1. "Laporan Kiraan Permulaan 2010". Jabatan Perangkaan Malaysia. p. 27. สืบค้นเมื่อ 24 January 2011.
  2. "Laporan Kiraan Permulaan 2010". Jabatan Perangkaan Malaysia. p. iv. สืบค้นเมื่อ 24 January 2011.
  3. Power Over Peoples: Technology, Environments, and Western Imperialism, 1400 to the present, Daniel R. Headrick, page 63, 2010
  4. http://hids.arkib.gov.my/peristiwa/-/asset_publisher/WAhqbCYR9ww2/content/melaka-jatuh-ke-tangan-belanda/pop_up?_101_INSTANCE_WAhqbCYR9ww2_viewMode=print
  5. https://books.google.com.my/books?id=XHRsCgAAQBAJ&pg=PA34&lpg=PA34&dq=melaka+ditawan+belanda+1641&source=bl&ots=-krNMc6iIG&sig=0xIhCk1p05yL4U9_LgJ9pZmbC1M&hl=en&sa=X&ved=2ahUKEwi75vvjku7cAhWWWysKHQFzBs44FBDoATAHegQIAxAB#v=onepage&q=melaka%20ditawan%20belanda%201641&f=false
  6. http://hids.arkib.gov.my/peristiwa/-/asset_publisher/WAhqbCYR9ww2/content/melaka-jatuh-ke-tangan-belanda/pop_up?_101_INSTANCE_WAhqbCYR9ww2_viewMode=print
  7. https://books.google.com.my/books?id=XHRsCgAAQBAJ&pg=PA34&lpg=PA34&dq=melaka+ditawan+belanda+1641&source=bl&ots=-krNMc6iIG&sig=0xIhCk1p05yL4U9_LgJ9pZmbC1M&hl=en&sa=X&ved=2ahUKEwi75vvjku7cAhWWWysKHQFzBs44FBDoATAHegQIAxAB#v=onepage&q=melaka%20ditawan%20belanda%201641&f=false
  8. https://books.google.com.my/books?id=TMrICgAAQBAJ&pg=PA76&lpg=PA76&dq=malacca+British+control+17+March+1824&source=bl&ots=5yG8fUWw-_&sig=AwLnw37FoSba3S-VqOhmqLpwrpg&hl=en&sa=X&ved=2ahUKEwjNvKbgmu7cAhWBe30KHSEqA3QQ6AEwBXoECAUQAQ#v=onepage&q=malacca%20British%20control%2017%20March%201824&f=false
  9. http://eresources.nlb.gov.sg/history/events/5005d886-9c27-421e-a22d-44fb5965350c
  10. http://eresources.nlb.gov.sg/infopedia/articles/SIP_2013-07-19_162143.html
  11. http://studentsrepo.um.edu.my/428/2/BAB1.pdf
  12. http://hids.arkib.gov.my/peristiwa/-/asset_publisher/WAhqbCYR9ww2/content/penubuhan-malayan-union/pop_up?_101_INSTANCE_WAhqbCYR9ww2_viewMode=print
  13. http://eresources.nlb.gov.sg/history/events/72e9ebe6-7a0f-4512-aa48-3da99d598525
  14. http://www.arkib.gov.my/en/web/guest/pengisytiharan-kemerdekaan-tanah-melayu
  15. https://www.star2.com/culture/2018/07/05/making-melaka-liveable/
  16. http://pmr.penerangan.gov.my/index.php/penafian/7622-melaka-maju-2011.html
  17. http://ww1.utusan.com.my/utusan/info.asp?y=2010&dt=1019&pub=Utusan_Malaysia&sec=Selatan&pg=ws_06.htm
  18. http://un.org.my/upload/undp_mdg_report_2015.pdf
  19. https://www.nst.com.my/news/2016/01/123463/terengganu-second-safest-place-live-after-malacca
  20. http://www.sinarharian.com.my/edisi/melaka-ns/kadar-jenayah-di-melaka-turun-15-5-peratus-1.797613
  21. https://www.dosm.gov.my/v1/index.php?r=column/pdfPrev&id=d21BMHFxZFBIcFlCNExIYUQ1cE92Zz09
  22. https://www.forbes.com/sites/annabel/2018/02/22/the-10-coolest-cities-around-the-world-to-visit-in-2018/
  23. https://www.lonelyplanet.com/travel-tips-and-articles/lonely-planets-best-in-asia-2017/40625c8c-8a11-5710-a052-1479d2755b7b
  24. https://www.tripadvisor.com.my/TravelersChoice-Destinations-cTop-g293951
  25. https://www.pressreader.com/malaysia/new-straits-times/20180307/281569471234867
  26. http://says.com/my/news/waze-says-this-historic-city-is-the-best-place-to-drive-in-the-country
  27. https://www.huffingtonpost.com/vicki-louise/15-of-the-best-street-art_b_9444242.html
  28. http://time.com/money/5021651/4-under-the-radar-ultra-cheap-overseas-retirement-destinations/
  • มาเลเซีย แปลโดย จงจิต อรรถยุกติ. หน้าต่างสู่โลกกว้าง. 2547