กองทัพอากาศไทย
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
|
(Royal Thai Air Force) |
|
|
|
|
| ปฏิบัติการ | 27 มีนาคม พ.ศ. 2457 |
| ประเทศ | ไทย |
| รูปแบบหน่วย | กองทัพอากาศ |
|---|---|
| ที่ตั้งหน่วย | กองบัญชาการกองทัพอากาศ ดอนเมือง กรุงเทพมหานคร |
| สมญานาม | ทัพฟ้า |
| สีประจำหน่วย | ฟ้า |
| เพลงประจำหน่วย | มาร์ชกองทัพอากาศ |
| วันสถาปนา หน่วย |
9 เมษายน พ.ศ. 2480 |
| สงคราม ครั้งสำคัญ |
สงครามอินโดจีน สงครามมหาเอเชียบูรพา |
| ผู้บัญชาการ ทหารอากาศ |
พล.อ.อ. ชลิต พุกผาสุก |
| ผู้บังคับบัญชา ที่สำคัญ ในอดีต |
พล.อ.ท. พระเวชยันต์รังสฤษฎ์ จอมพลอากาศ ฟื้น รณนภากาศ ฤทธาคนี จอมพลอากาศ เฉลิมเกียรติ วัฒนางกูร |
| เครื่องหมายของหน่วย | |
| ตราราชการ | |
| ธงประจำ กองทัพ |
|
| Roundel | |
กองทัพอากาศไทย (อักษรย่อ: ทอ.,en: Royal Thai Air Force : RTAF) เกิดขึ้นภายหลังจากการจัดตั้งกองทัพอากาศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นกองทัพอากาศหน่วยแรกของโลกเพียง 4 ปีเท่านั้น ถือได้ว่าเป็นกองทัพอากาศที่ก่อตั้งเป็นลำดับแรกๆ ของเอเชีย และมีวีรกรรมครั้งสำคัญเกิดขึ้นมากมายในช่วงกรณีพิพาทไทย-อินโดจีนฝรั่งเศส ปัจจุบันมีกองบัญชาการอยู่ที่เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ
เนื้อหา |
[แก้] ประวัติ
กองทัพอากาศไทย แนวความคิดที่ให้มีเครื่องบินใช้ในราชการ ได้เริ่มขึ้นในรัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ เมื่อชาวเบลเยี่ยมชื่อ Van Den Born ได้นำเครื่องบินแบบออร์วิลไรท์มาแสดงการบินในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ณ สนามม้าสระปทุม เพื่อเป็นการแสดงการบินสู่สายตาประชาชนชาวไทยในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2454 จอมพล สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ ขณะนั้นทรงดำรงตำแหน่งเสนาธิการทหารบกทรงเห็นความจำเป็นที่ประเทศไทยจะต้องจัดหาอากาศยานไว้ป้องกันประเทศ จึงทรงดำริจัดตั้งกิจการการบินขึ้นเป็นแผนกหนึ่งของกองทัพบก อยู่ที่สนามราชกรีฑาสโมสร (สนามม้าสระปทุม) อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของนายพลโท พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร กรมขุนกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน จเรทหารช่าง และส่งนายทหารไปเรียนวิชาการบินที่ประเทศฝรั่งเศส จำนวน 3 นายประกอบด้วย
- นายพันตรี หลวงศักดิ์ศัลยาวุธ (สุณี สุวรรณประทีป) ต่อมาเป็น พลอากาศโท พระยาเฉลิมอากาศ
- นายร้อยเอก หลวงอาวุธสิขิกร (หลง สินศุข) ต่อมาเป็น นาวาอากาศเอก พระยาเวหาสยานศิลปสิทธิ์
- นายร้อยโท ทิพย์ เกตุทัต ต่อมาเป็น นาวาอากาศเอก พระยาทะยานพิฆาต
ทั้งสามท่านได้เข้าเรียนที่บริษัทนีเออร์ปอร์ต (Nieuport Company) ในเดือนมกราคมปี พ.ศ. 2454
หลังจากท่านทั้งสามสำเร็จวิชาการบิน ก็ได้ซื้อเครื่องบิน 2 แบบ 8 ลำ คือ Nieuport และ Breguet แบบละ 4 ลำ โดยระยะแรกได้ใช้สนามม้าสระปทุมเป็นสนามบิน แต่ด้วยปัญหาบางประการทำให้สนามม้าสระปทุมไม่สามารถรองรับกิจการการบินที่เติบโตขึ้นได้ จอมพลสมเด็จเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ ทรงย้ายที่ตั้งแผนกการบิน มาที่ตำบลดอนเมืองตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2457 และทรงยกฐานะแผนกการบิน เป็น"กองบินทหารบก" ในวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2457 ต่อมากระทรวงกลาโหมได้ยึดถือวันนี้เป็น "วันที่ระลึกกองทัพอากาศ"
หลังจากนั้นกิจการการบินได้เติบโตเรื่อยมา โดยกองบินทหารบกได้เข้าร่วมรบในสงครามโลกครั้งที่ 1 กับฝ่ายสัมพันธมิตร กองบินทหารบกจึงได้รับการยกฐานะขึ้นเป็น "กรมอากาศยานทหารบก" หลังจากนั้นในปี พ.ศ. 2464 ด้วยการเติบโตของกำลังทางอากาศ จึงได้รับการยกฐานะขึ้นเป็น "กรมทหารอากาศ" และวันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2480 จึงได้รับการยกฐานะขึ้นเป็น "กองทัพอากาศ" มียศและเครื่องแต่งกายเป็นของตนเอง โดยนาวาอากาศเอก พระเวชยันต์รังสฤษฎ์ เป็นผู้บัญชาการทหารอากาศคนแรก จึงถือเอาวันนี้เป็น "วันกองทัพอากาศ" และยกย่องถวายพระเกียรติจอมพล สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ ว่าเป็น "พระบิดาแห่งกองทัพอากาศไทย" และยกย่องนายทหาร 3 ท่าน ที่ไปเรียนวิชาการบินรุ่นแรกว่าเป็น "บุพการีทหารอากาศ"
กองทัพอากาศได้สร้างวีรกรรมและยุทธเวหาไว้มากมาย โดยเข้าร่วมรบในสงครามโลกครั้งที่ 2 และสงครามอินโดจีน สามารถสร้างความพรั่นพรึงให้กับอริราชศัตรูของชาติได้อย่างมาก
ปัจจุบัน กองทัพอากาศมีกำลังทางอากาศทั้งสิ้น 4 กองพลบิน 11 กองบิน โดยมีอากาศยานรวมเกือบ 320 ลำ
นอกจากนี้ กองทัพอากาศดอนเมือง ยังเคยเป็นสถานที่แข่งขันรายการเกมโชว์ทางโทรทัศน์อัจฉริยะข้ามคืน ล้านที่ 3 อีกด้วย
[แก้] ภารกิจ
มีหน้าที่เตรียมกำลังกองทัพอากาศและป้องกันราชอาณาจักร มีผู้บัญชาการทหารอากาศเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ
[แก้] ส่วนราชการในสังกัดกองทัพอากาศ
[แก้] ส่วนบัญชาการ
- สำนักงานเลขานุการกองทัพอากาศ
- กรมสารบรรณทหารอากาศ
- กรมกำลังพลทหารอากาศ
- กรมข่าวทหารอากาศ
- กรมยุทธการทหารอากาศ
- กรมส่งกำลังบำรุงทหารอากาศ
- กรมจเรทหารอากาศ
- กรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ
- สำนักงานปลัดบัญชีทหารอากาศ
- สำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศทหารอากาศ
[แก้] กองบัญชาการยุทธทางอากาศ
| กองพลบินที่ 1 | กองพลบินที่ 2 | กองพลบินที่ 3 | กองพลบินที่ 4 |
|
|
|
|
- กรมควบคุมการปฏิบัติทางอากาศ
- หน่วยบัญชาการอากาศโยธิน
- ศูนย์การสงครามทางอากาศ
- โรงเรียนการบิน กำแพงแสน
- ฝูงฝึกขั้นต้น ใช้เครื่อง CT-4 "Chicken"
- ฝูงฝึกขั้นปลาย ใช้เครื่อง PC-9 "Mustang"
หมายเหตุ
(*) = ฝูงบินอิสระปฏิบัติราชการสนาม
(**) = ฝูงบินอิสระปฏิบัติราชการสนามและสนามฝึกใช้อาวุธทางอากาศ
(***) = ฝูงบินอิสระปฏิบัติราชการสนามและหน่วยบินเฮลิคอปเตอร์พระราชพาหนะ
(****) = ฐานบินปฏิบัติการส่วนหน้า
[แก้] กองบัญชาการสนับสนุนทหารอากาศ
- กรมช่างอากาศ
- กรมสรรพาวุธทหารอากาศ
- กรมสื่อสารทหารอากาศ
- ศูนย์ส่งกำลังบำรุง
- กรมขนส่งทหารอากาศ
- กรมช่างโยธาทหารอากาศ
- กรมพลาธิการทหารอากาศ
- กรมแพทย์ทหารอากาศ
- กรมการลาดตระเวนทางอากาศ
- กรมอิเล็กทรอนิกส์ทหารอากาศ
[แก้] กองบัญชาการฝึกศึกษาทหารอากาศ
- กรมยุทธศึกษาทหารอากาศ
- โรงเรียนนายทหารชั้นผู้บังคับหมวด
- โรงเรียนครูทหาร
- โรงเรียนรวมสายวิทยาการ
- โรงเรียนจ่าอากาศ
- ศูนย์ภาษา
- กองอนุศาสนาจารย์
- กองการศึกษา
- สถาบันวิชาการทหารอากาศชั้นสูง
- โรงเรียนนายเรืออากาศ
[แก้] ส่วนกิจการพิเศษ
- กรมการเงินทหารอากาศ
- กรมสวัสดิการทหารอากาศ
- ศูนย์วิทยาศาสตร์และพัฒนาระบบอาวุธกองทัพอากาศ
- สำนักงานตรวจบัญชีทหารอากาศ
- สำนักงานผู้บังคับทหารอากาศดอนเมือง
[แก้] พิพิธภัณฑ์
[แก้] สื่อในการควบคุมของกองทัพอากาศ
- สถานีวิทยุกระจายเสียงทหารอากาศ(สนว.กจ.ทอ)
- ช่องรายการโทรทัศน์กองทัพอากาศ(AFCTV หรือ Air Force Channel)
[แก้] อากาศยานที่ประจำการ
[แก้] เครื่องบินขับไล่/โจมตี
| ผู้ผลิต | แบบอากาศยาน | ประเทศ | รุ่น | จำนวน | รายละเอียด |
|---|---|---|---|---|---|
| Saab | JAS-39 Gripen | ขับไล่ครองอากาศ / โจมตี / โจมตีทางทะเล | 6 | สั่งซื้อ รับมอบในปี 2011 มี Option เพื่อซื้อเพิ่มอีก 6 ลำ | |
| General Dynamics / Lockheed Corporation | F-16A | ขับไล่ครองอากาศ / โจมตี | 29 | (ฝูง 103, 403.) | |
| General Dynamics / Lockheed Corporation | F-16B | ขับไล่ครองอากาศ / โจมตี / ฝึก | 15 | ฝึก (ฝูง 103, 403.) | |
| General Dynamics / Lockheed Corporation | F-16ADF | ขับไล่ครองอากาศ / โจมตี | 15 | สามารถติด AIM-120 AMRAAM ได้ (ฝูง 102.) | |
| Northrop | F-5T Tigris | ขับไล่สกัดกั้น | ~15 | ปรับปรุงโดยอิสราเอล สามารถติด Python-4 ได้(ฝูง 211.) | |
| Northrop | F-5E | ขับไล่สกัดกั้น | ~15 | จะถูกแทนด้วย JAS-39 Gripen (ฝูง 701.) | |
| Northrop | F-5B | ขับไล่สกัดกั้น / ฝึก | ~3 | ฝึก, จะถูกแทนด้วย JAS-39 Gripen (ฝูง 701.) | |
| Northrop | F-5F | ขับไล่สกัดกั้น / ฝึก | ~5 | ฝึก,(ฝูง 211.) | |
| Aero | L-39ZA/ART Albatros | โจมตี / ฝึก | 36 | ปรับปรุงโดยอิสราเอล, ใช้อาวุธมาตราฐาน NATO (ฝูง 411, 401.) | |
| Dornier / Dassault-Breguet | Alpha Jet | โจมตี | 19 | จัดซื้อจากทอ.เยอรมัน (ฝูง 231.) | |
| Pilatus Aircraft | AU-23A Peacemaker | โจมตี / ธุรการ | ~20 | ปรับปรุงจาก PC-6 โดยกองทัพสหรัฐ, ทอ.ไทยเป็นผู้ใช้ผู้เดียวในโลก (ฝูง 503.) |
[แก้] เครื่องบินลำเลียง
| ผู้ผลิต | แบบอากาศยาน | ประเทศ | รุ่น | จำนวน | รายละเอียด |
|---|---|---|---|---|---|
| Lockheed Corporation | C-130 | ลำเลียงทางยุทธวิธี | 12 | (ฝูง 601.) | |
| Basler Turbo Conversions | BT-67 | ลำเลียงทางยุทธวิธี | 8 | ปรับปรุงจาก C-47, ส่วนใหญ่ใช้ในภารกิจฝนหลวงและดับไฟป่า (ฝูง 461.) | |
| GAF | Nomad | ลำเลียงทางยุทธวิธี | 19 | ส่วนใหญ่ใช้ในภารกิจฝนหลวงและดับไฟป่า (ฝูง 461.) | |
| Alenia | G.222 | ลำเลียงทางยุทธวิธี | 3 | (ฝูง 603.) | |
| Avro | HS-748 | ลำเลียง | 4 | เครื่องบินลำเลียงแบบที่ 5 (บ.ล.5) กำลังปลดประจำการ (ฝูง 603.) หมายเลข 11-111 พระราชพาหนะ ประจำการ พ.ศ. 2518 หมายเลข 99-999 พระราชพาหนะ ประจำการ พ.ศ. 2526 [1] |
|
| Boeing | 737-2Z6 | รับส่งบุคคลสำคัญ | 1 | เครื่องบินลำเลียงแบบที่ 11 (บ.ล.11) เครื่องพระราชพาหนะสำรอง (ฝูง 602 รอ.) (เดิมหมายเลข 22-222 ปัจจุบันเปลี่ยนเป็น 60201) ประจำการ พ.ศ. 2527 [1][2] |
|
| Boeing | 737-4Z6 | รับส่งบุคคลสำคัญ | 1 | เครื่องบินลำเลียงแบบที่ 11ข (บ.ล.11ข) เครื่องพระราชพาหนะสำรอง (ฝูง 602 รอ.) (เดิมหมายเลข 55-555/HS-CMV ปัจจุบันเปลี่ยนแล้ว) ประจำการ พ.ศ. 2538 [1] |
|
| Boeing | 737-8Z6 BBJ | รับส่งบุคคลสำคัญ | 1 | เครื่องบินลำเลียงแบบที่ 11ค (บ.ล.11ค) เครื่องพระราชพาหนะหลัก (ฝูง 602 รอ.) (หมายเลข 55-555/HS-TYS) ประจำการ พ.ศ. 2550 [1][3] |
|
| Airbus | A310-324 | รับส่งบุคคลสำคัญ | 1 | เครื่องบินลำเลียงแบบที่ 13 (บ.ล.13) เครื่องพระราชพาหนะสำรอง (ฝูง 602 รอ.) (เดิมหมายเลข 44-444/HS-TYQ ปัจจุบันเปลี่ยนเป็น 60202) ประจำการ พ.ศ. 2534 [1] |
|
| Airbus | A319-115X CJ | รับส่งบุคลลสำคัญ | 1 | เครื่องบินลำเลียงแบบที่ 15 (บ.ล.15) เครื่องพระราชพาหนะสำรอง (ฝูง 602 รอ.) (หมายเลข HS-TYR เดิมคือเครื่องไทยคู่ฟ้า) |
|
| Saab | Saab 340 | ลำเลียง / ฝึก | 1 | สั่งซื้อ, รับมอบในปี 2010 |
[แก้] เครื่องบินตรวจการณ์
| ผู้ผลิต | แบบอากาศยาน | ประเทศ | รุ่น | จำนวน | รายละเอียด |
|---|---|---|---|---|---|
| Lear Jet | Learjet 35A | ตรวจการณ์ | 2 | ตก 1 ลำ (ฝูง 402.) | |
| Israel Aircraft Industries | IAI Arava | ตรวจการณ์ | 3 | (ฝูง 402.) | |
| Saab | Saab 340 with ERIEYE | ตรวจการณ์ / แจ้งเตือนล่วงหน้า | 1 | สั่งซื้อ, รับมอบในปี 2010 มี Option ซื้อเพิ่มอีก 1 ลำ |
[แก้] เฮลิคอปเตอร์
| ผู้ผลิต | แบบอากาศยาน | ประเทศ | รุ่น | จำนวน | รายละเอียด |
|---|---|---|---|---|---|
| Bell Helicopter Textron | UH-1 Iroquois | ค้นหากู้ภัย / ลำเลียงทั่วไป | 20 | (ฝูง 203.) | |
| Bell Helicopter Textron | Bell 412SP | รับส่งบุคคลสำคัญ | 17 | เฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง (ฝูง 201 รอ.) | |
| Sikorsky Aircraft Corporation | Sikorsky S-92 | รับส่งบุคคลสำคัญ | 3 | เฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง, สั่งซื้อ, รับมอบในปี 2010 |
[แก้] เครื่องบินฝึก
| ผู้ผลิต | แบบอากาศยาน | ประเทศ | รุ่น | จำนวน | รายละเอียด |
|---|---|---|---|---|---|
| Pacific Aerospace | PAC CT/4 | ฝึกขั้นต้น | ~20 | โรงเรียนการบินกำแพงแสน | |
| Pilatus Aircraft | PC-9 | ฝึกขั้นปลาย | 23 | โรงเรียนการบินกำแพงแสน | |
| กองทัพอากาศไทย | บ.ชอ.2 | ฝึกขั้นต้น/ธุรการ/ต้นแบบ | 1 | ต้นแบบอากาศยานที่กองทัพอากาศพัฒนาเอง เพื่อทำการทดลองสร้างบ.ทอ.6 เข้าประจำการ |
[แก้] ข่าวการจัดหาอาวุธของกองทัพอากาศ
[แก้] โครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่ทดแทน บ.ข.18
วันที่ 17 ตุลาคม เวลา 13.00 น.ที่กองบัญชาการกองทัพอากาศ พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) เปิดแถลงข่าวการจัดซื้อเครื่องบินขับไล่แบบกริพเพน/ซีดี จำนวน 12 ลำ ตามงบประมาณที่ ครม.อนุมัติไปเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยจะจัดซื้อลอตแรก จำนวน 6 ลำ เป็นจำนวนเงิน 1.9 หมื่นล้านบาท โดยเป็นงบประมาณผูกพัน 5 ปี ตั้งแต่ปี 2551-2555 โดยปี 2551 ตั้งงบไว้ที่ 1,900 ล้านบาท ปี 2552 จำนวน 7,065 ล้านบาท ปี 2553 จำนวน 5,595 ล้านบาท ปี 2554 จำนวน 2,960 ล้านบาท และปี 2555 จำนวน 1,480 ล้านบาท
ส่วนลอตที่สองอีก6 ลำ เป็นงบประมาณผูกพันตั้งแต่ปี 2556-2560 เป็นจำนวนเงิน 15,400 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 12 ลำ เป็นจำนวนเงิน 34,400 ล้านบาท โดยเครื่องบินขับไล่รุ่นนี้จะนำมาทดแทนเครื่องบินขับไล่แบบเอฟ 5 ที่ประจำการอยู่ที่ จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งจะปลดประจำการในปี 2552-2554 แหล่งข่าวกองทัพอากาศเปิดเผยว่า กองทัพอากาศมีแผนในการจัดซื้อเครื่องบินขับไล่เพื่อมาทดแทนเครื่องบินแบบเอฟ 5 มาตั้งแต่สมัยรัฐบาลของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดย พล.อ.อ.ชลิต ได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาเพื่อคัดเลือกแบบ โดยกองทัพอากาศให้ความสนใจในเครื่องบิน 3 รุ่น คือ เครื่องบินเอฟ 16 ซีดีของสหรัฐอเมริกา เครื่องบินซู 30 ของรัสเซีย และเครื่องบินกริพเพนของสวีเดน ก่อนจะมีการคัดเลือกในที่สุด [4]
ในวันที่ 8 มกราคม 2551 คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติให้กองทัพอากาศจัดหาเครื่องบินรบจำนวน 6 ลำ ดังมีการแถลงข่าวดังนี้
ประเด็นที่ 1 กระทรวงกลาโหมพิจารณาเห็นว่ากองทัพอากาศดำเนินการอันเป็นประโยชน์สูงสุดต่อทางราชการภายใต้มติ ครม. ตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม และกรอบบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือ ตามข้อ 2 โดยจำเป็นต้องจัดหาเครื่องบินประจำการ ดังนั้นเพื่อให้การดำเนินการโครงการเรียบร้อย ได้มีข้อเสนอ ดังนี้
1. ให้กระทรวงกลาโหม โดยกองทัพอากาศ ดำเนินการจัดซื้อเครื่องบินกริปเปน จีอาร์ไอพีอีเอ็น 39 ซี/ดี จำนวน 6 เครื่อง พร้อมอุปกรณ์ อะไหล่ การฝึกอบรม การปรับปรุงอาคารสถานที่ และการบริหารโครงการ เป็นเงิน 19,000 ล้านบาท โดยวิธีรัฐบาลต่อรัฐบาล (จี2จี) ระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลสวีเดน
2. ให้ผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นผู้รับมอบอำนาจลงนามในข้อตกลงการซื้อขายเครื่องบิน ในนามรัฐบาลไทย รวมทั้งแก้ไขข้อตกลงการซื้อขายเครื่องบินโดยวงเงินรวมไม่เปลี่ยนแปลง
ทั้งนี้ มีการอธิบายจาก พล.อ.ชลิต พุกผาสุข ผู้บัญชาการทหารอากาศ ได้ข้อสรุปเพิ่มเติมว่า เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว มีเงื่อนไขพิเศษที่รัฐบาลสวีเดนจะจัดให้ เป็นข้อที่ 3 คือ ทางรัฐบาลสวีเดน ในการเจรจากับคณะกรรมการ จะมีการจัดเครื่องบินควบคุมและแจ้งเตือนทางอากาศ ติดตั้งอุปกรณ์เรดาร์แบบอีรีอาย 1 เครื่อง หรือ 1 ลำ กับเครื่องบินลำเลียงแบบ SAAB-340 จำนวน 1 เครื่อง พร้อมทั้งทุนการศ
