นักศึกษาวิชาทหาร
| นักศึกษาวิชาทหาร | |
|---|---|
![]() |
|
| ประจำการ | พ.ศ. 2491 (สถาปนากรมการรักษาดินแดน) |
| ประเทศ | |
| ขึ้นกับ | ฝ่ายกิจการพิเศษ กองทัพบก |
| คำขวัญ | น.น้ำหนึ่งใจเดียว กลมเกลียวสามัคคี ศ.ศึกษาดี มีความรู้ คู่คุณธรรม ท.ทำความดี เพื่อตอบแทนคุณแผ่นดิน |
นักศึกษาวิชาทหาร (นศท.) คือ บุคคลซึ่งอยู่ในระหว่างเข้ารับการฝึกวิชาทหารตามหลักสูตรที่กระทรวงกลาโหมกำหนด[1] ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร พ.ศ. 2503 หรือ นิยมเรียกว่า (อย่างไม่เป็นทางการ) รด. เป็นกำลังสำรองของกองทัพไทยภายใต้การควบคุมของ หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน
เนื้อหา |
[แก้] ประวัติ
พ.ศ. 2475 ประเทศไทยเริ่มมีการฝึกยุวชนทหารเพื่อผลิตทหารกองหนุน สนับสนุนการรบของกองทัพไทย กล่าวได้ว่าการฝึกนักศึกษาวิชาทหาร (นศท.) มีต้นกำเนิดและแนวคิดมาจากยุวชนทหาร
พ.ศ. 2491 กิจการการศึกษาวิชาทหารได้เริ่มต้นขึ้นโดยมีการสถาปนากรมการรักษาดินแดน ตาม พ.ร.บ.จัดระเบียบป้องกันราชอาณาจักร พ.ศ. 2491[2] เพื่อดำเนินกิจการดังกล่าว ลงคำสั่งทหารที่ 54/2477 วันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2491 โดยแนวคิดของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในขณะนั้น (ต่อมาแก้ไขโดย พ.ร.บ.จัดระเบียบป้องกันราชอาณาจักร พ.ศ. 2500)[3]
|
||
| — พลโทหลวงชาตินักรบ (ศุข นักรบ) | ||
พ.ศ. 2492 ได้เริ่มรับสมัครนักเรียนซึ่งอยู่ในระหว่างการศึกษาตั้งแต่ชั้นเตรียมอุดมศึกษาปีที่ 1 หรือชั้นปีที่ 1 ของโรงเรียนอาชีพ หรือเป็นนิสิตและนักศึกษาระดับอุดมศึกษาชั้นปีที่ 1 [4] และทำการฝึกนศท.เป็นปีแรก โดยเริ่มในกรุงเทพมหานคร แล้วจึงกระจายไปตามหัวเมืองในต่างจังหวัด โดยดำเนินการฝึกเป็นเวลา 5 ปี
พ.ศ. 2497 ได้มีการประกาศใช้กฎหมายสำคัญ 2 ฉบับในราชกิจจานุเบกษา คือ พระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. 2497 และพระราชบัญญัติส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2497 ส่งผลให้นักศึกษาหรือนิสิตที่สำเร็จการศึกษาในระดับอุดมศึกษา และการฝึกวิชาทหารตามหลักสูตรที่กระทรวงกลาโหมกำหนด ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร พ.ศ. 2494 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2497 ต้องเข้ารับราชการทหารในฐานะนายทหารสัญญาบัตรต่อไปอีกไม่เกิน 2 ปี จากนั้นให้ปลดเป็นนายทหารกองหนุนหรือรับราชการในฐานะนายทหารสัญญาบัตรประจำการต่อก็ได้[5] (ต่อมาได้มีการแก้ไขข้อบังคับฯ เพิ่มเติมส่งผลให้ปลดเป็นนายทหารสัญญาบัตรกองหนุน)[6] และได้มีพิธีประดับยศเป็น ว่าที่ร้อยตรี สำหรับผู้สำเร็จการฝึกวิชาทหารเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 17 พ.ค. 2497[7]
พ.ศ. 2503 ได้มีการประกาศใช้กฎหมายในราชกิจจานุเบกษา คือ พระราชบัญญัติส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร พ.ศ. 2503 ส่งผลให้ถอนทะเบียนกองประจำการนักศึกษาหรือนิสิต เฉพาะที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้ ตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร พ.ศ. 2494 ซึ่งได้แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2497 สำหรับนักศึกษาหรือนิสิตซึ่งรับราชการทหารตามมาตรา 7 และมาตรา 7 ทวิ แห่ง พระราชบัญญัติส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร พ.ศ. 2494 ซึ่งได้แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2497 นั้นให้ปลดเป็นกองหนุนตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร[8]
พ.ศ. 2528 ได้เริ่มมีการฝึกนศท.หญิงเป็นครั้งแรก พร้อมกับการฝึกนศท.ชั้นปีที่ 4 ในส่วนของกองทัพเรือ
พ.ศ. 2544 สถาปนา หน่วยบัญชาการกำลังสำรอง (นสร.) โดยการรวมกิจการของกรมการรักษาดินแดน และกรมการกำลังสำรองทหารบกเข้าด้วยกัน [9] ลงคำสั่ง ทบ.(เฉพาะ) ที่ 63/44 ลงวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2544
พ.ศ. 2552 เปลี่ยนนามหน่วยเป็น หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (นรด.) แทนชื่อเดิม หน่วยบัญชาการกำลังสำรอง (นสร.) [10] โดย นรด. มีหน้าที่วางแผน อำนวยการ ประสานงาน กำกับการและดำเนินการเกี่ยวกับกิจการกำลังสำรองทั้งปวง กิจการสัสดี รวมทั้งปกครองบังคับบัญชาหน่วยทหารที่กระทรวงกลาโหมกำหนด มีผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน เป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ[11] การฝึกนศท.จึงได้รับการอำนวยการจากหน่วยงานดังกล่าวจนถึงปัจจุบัน
[แก้] การคัดเลือก
ช่วงเดือนพฤษภาคมของทุกปี จะมีการคัดเลือกนักเรียนนักศึกษาในสถาบันการศึกษาต่าง ๆ เพื่อเข้าเป็นนักศึกษาวิชาทหาร โดยผู้เข้ารับการคัดเลือกจะต้องมีคุณลักษณะดังนี้[12]
- สำเร็จการศึกษาตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 หรือเทียบเท่าขึ้นไป และมีผลการศึกษาของชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 หรือเทียบเท่า ตั้งแต่ 1.0 ขึ้นไป
- กำลังศึกษาอยู่ในสถานศึกษาที่หน่วยบัญชาการรักษาดินแดนเปิดทำการฝึกวิชาทหาร
- เป็นบุคคลชายหรือหญิงและมีสัญชาติไทย
- เป็นบุคคลผู้มีอายุตั้งแต่ 15 ปี และไม่เกิน 22 ปี นับตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร และต้องได้รับคำยินยอมจาก บิดา มารดา หรือผู้ปกครอง (กรณีที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ)
- เป็นบุคคลที่ไม่พิการ ทุพพลภาพ หรือมีโรค [13]ซึ่งไม่สามารถจะรับราชการทหารได้ ตามกฎหมาย ว่าด้วยการรับราชการทหาร พ.ศ. 2497
- เป็นบุคคลที่ไม่มีลักษณะต้องห้ามการเป็นทหารในเฉพาะบางท้องที่ [14]ตามกฎหมาย ที่ออกตามความในมาตรา 13 (3) แห่งพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. 2497
- เป็นบุคคลผู้มีน้ำหนัก ขนาดรอบตัว ขนาดส่วนสูง ตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ โดยผู้สมัครต้องผ่านการทดสอบร่างกาย ตามเกณฑ์ที่กำหนด[15]
- มีใบรับรองของสถานศึกษาว่ามีความประพฤติเรียบร้อย สมควรเข้ารับการฝึกวิชาทหาร
นอกจากนี้ผู้สมัครจะต้องมีคุณสมบัติดังนี้
- เป็นบุคคลผู้มีค่าดัชนีมวลกาย (BMI: Body Mass Index)[16] อยู่ในเกณฑ์ปกติ และต้องไม่อยู่ในภาวะ โรคอ้วน ซึ่งมีดัชนีความหนาของร่างกาย ตั้งแต่ 30 กิโลกรัมต่อตารางเมตรขึ้นไป (BMI = น้ำหนักตัว (กก.) / ส่วนสูง² (ม.²) )
- ผ่านเกณฑ์ทดสอบสมรรถภาพการคัดเลือกนักศึกษาในปี พ.ศ. 2553 คือ วิ่ง 800 เมตร ใน 3 นาที 15 วินาที, ลุกนั่ง (ซิดอัป) 34 ครั้ง ใน 2 นาที , ดันพื้น (วิดพื้น) 22 ครั้ง ใน 2 นาที
[แก้] หลักสูตรและการเรียนการสอน
- เป้าหมายของการฝึกนักศึกษาวิชาทหารในแต่ละชั้นปี
- ชั้นปีที่ 1 และ 2 ให้นักศึกษาวิชาทหาร มีความรู้วิชาทหารเบื้องต้นในระดับลูกแถว เพื่อให้บังเกิดความมีระเบียบวินัยเสริมสร้างบุคลิกลักษณะทหาร สามารถใช้อาวุธประจำกายและทำการยิงอย่างได้ผล
- ชั้นปีที่ 3 ให้นักศึกษาวิชาทหาร มีความรู้วิชาทหารในระดับผู้บังคับหมู่เพื่อให้มีความพร้อม ในการควบคุมบังคับบัญชาหน่วยในการปฏิบัติการรบในแบบ และการรบนอกแบบ
- ชั้นปีที่ 4 ให้นักศึกษาวิชาทหาร มีความรู้วิชาทหารในระดับรองผู้บังคับหมวดเพื่อให้มีความพร้อม ในการควบคุมบังคับบัญชาหน่วยในการปฏิบัติการรบในแบบ และการรบนอกแบบ
- ชั้นปีที่ 5 ให้นักศึกษาวิชาทหาร มีความรู้วิชาทหารในระดับผู้บังคับหมวดเพื่อให้มีความพร้อม ในการควบคุมบังคับบัญชาหน่วยในการปฏิบัติการรบในแบบ และการรบนอกแบบ
การฝึกวิชาทหารดังกล่าว ถ้ามีการละเว้นการเรียน 1 ปีโดยไม่แจ้งลาพักเข้ารับการฝึก จะถือว่าสิ้นสุดสภาพความเป็นนักศึกษาวิชาทหารไม่สามารถเข้ารับการฝึกในชั้นปีต่อไปได้[17]
[แก้] นักศึกษาวิชาทหาร ในส่วนของกองทัพบก
นักศึกษาวิชาทหารในส่วนของกองทัพบกสามารถแบ่งออกได้ 5 เหล่าคือ
- เหล่าทหารราบ
- เหล่าทหารม้า
- เหล่าทหารปืนใหญ่
- เหล่าทหารสื่อสาร
- เหล่าทหารช่าง
การเรียนการสอนนักศึกษาวิชาทหารแบ่งออกเป็นภาคที่ตั้งและภาคสนาม
- ภาคที่ตั้ง
หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (นรด.) กำหนดให้หน่วยฝึกนักศึกษาวิชาทหารในส่วนกลางทำการฝึก 20 สัปดาห์ ทั้งหมด 80 ชม. ในชั้นปีที่ 4 และ 5 นั้นจะมีการฝึกศึกษาวิชาเหล่าใน 40 ชม.หลัง และสำหรับส่วนภูมิภาค (มทบ. และ จทบ.) จะทำการฝึกภาคที่ตั้งในช่วงปิดภาคต้นของสถานศึกษาปกติ
- ภาคสนาม
1.นักศึกษาวิชาทหารชาย
- ชั้นปีที่ 3 ทำการฝึกภาคสนาม ณ ค่ายฝึกตามที่ศูนย์ฝึกนักศึกษาวิชาทหารประจำ จทบ. มทบ. อย่างน้อย 6 วัน 5 คืน
- ชั้นปีที่ 4 ทำการฝึกภาคสนาม ณ ค่ายฝึกเขาชนไก่ จ.กาญจนบุรี อย่างน้อย 7 วัน 6 คืน
- ชั้นปีที่ 5 ทำการฝึกภาคสนาม ณ ค่ายฝึกเขาชนไก่ จ.กาญจนบุรี อย่างน้อย 7 วัน 6 คืน
2.นักศึกษาวิชาทหารหญิง
- ชั้นปีที่ 3 ทำการฝึกภาคสนาม ณ ค่ายฝึกตามที่ศูนย์ฝึกนักศึกษาวิชาทหารประจำ จทบ. มทบ. อย่างน้อย 3 วัน 2 คืน
- ชั้นปีที่ 4 ทำการฝึกภาคสนาม ณ ค่ายฝึกเขาชนไก่ จ.กาญจนบุรี อย่างน้อย 5 วัน 4 คืน
- ชั้นปีที่ 5 ทำการฝึกภาคสนาม ณ ค่ายฝึกเขาชนไก่ จ.กาญจนบุรี อย่างน้อย 5 วัน 4 คืน
- หลักสูตรพิเศษ
ปัจจุบัน มีการฝึกหลักสูตรพิเศษ เช่น การกระโดดร่มแบบพาราเซล สำหรับนักศึกษาวิชาทหารชั้นปีที่ 4 โดยมีการฝึกภาคที่ตั้งและภาคสนามเพิ่มเติมจากหลักสูตรปกติ
[แก้] นักศึกษาวิชาทหาร ในส่วนกองทัพเรือ (ราชนาวี)
สังกัดกองการกำลังพลสำรอง กรมกำลังพลทหารเรือ โดย กพส.กพ.ทร.ได้ประสานกับ นรด.เพื่อจัดหานักศึกษาวิชาทหารที่มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ของกองทัพเรือหรือเป็นทหารกองหนุนประเภทที่ 1 ในส่วนของกองทัพเรือ (สมุดประจำตัวทหารกองหนุน หรือ สด.8 เป็นเล่มสีน้ำตาล) เข้ารับการศึกษาวิชาทหารในชั้นปีที่ 4 โดยแต่ละปีการศึกษาจะรับนึกศึกษาวิชาทหารประมาณ 90 นาย
พ.ศ. 2552 การฝึกนักศึกษาวิชาทหารชั้นปีที่ 1 ในส่วนของกองทัพเรือเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก[18] ซึ่งจะขยายการฝึกจนครบทั้ง 5 ชั้นปีเช่นเดียวกับนักศึกษาวิชาทหารในส่วนของกองทัพบก แต่ยังเปิดรับนักศึกษาวิชาทหารที่สำเร็จการฝึกชั้นปีที่ 3 ในส่วนของกองทัพบกที่ประสงค์โอนย้ายมาฝึกวิชาทหารชั้นปีที่ 4 ในส่วนของกองทัพเรือไปจนถึงปีการศึกษา 2554
พ.ศ. 2555 เป็นต้นไป การรับนักศึกษาวิชาทหารชั้นปีที่ 4 จะรับสมัครนักศึกษาวิชาทหารที่สำเร็จการฝึกวิชาทหารชั้นปีที่ 3 จากกองทัพเรือเป็นเกณฑ์หลัก
การรับสมัครบุคคลเข้าศึกษาวิชาทหารชั้นปีที่ 4
- เป็นผู้ที่สำเร็จวิชาทหารชั้นปีที่ 3 และปลดเป็นทหารกองหนุนประเภทที่ 1 (สมุด สด.8 สีน้ำตาล)
- ถ้าผู้เข้าศึกษาวิชาทหารชั้นปีที่ 4 ไม่ครบตามจำนวน จะพิจารณาจากนักศึกษาวิชาทหารที่สำเร็จชั้นปีที่ 3 ในส่วนของกองทัพบก (สมุด สด.8 สีเขียว) ในเขตพื้นที่จังหวัด ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
- เมื่อปฏิบัติตามข้อที่ 2 ไม่ครบตามจำนวน จะพิจารณานักศึกษาวิชาทหารที่สำเร็จชั้นปีที่ 3 ในส่วนของกองทัพบก (สมุด สด.8 สีเขียว) นอกเขตพื้นที่จังหวัด ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
นักศึกษาวิชาทหารในส่วนของกองทัพเรือสามารถแบ่งออกได้ 2 พรรค 3 หน่วย คือ
- พรรคนาวิน สังกัด กองเรือยุทธการ (กร.) เปิดรับทุก ๆ ปี ปีละประมาณ 45 นาย
- พรรคนาวิกโยธิน สังกัด หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน (นย.) เปิดรับปีเว้นปี ปีละประมาณ 45 นาย
- พรรคนาวิน สังกัด หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง (สอ.รฝ.) เปิดรับปีเว้นปี (สลับกับ นย.) ปีละประมาณ 45 นาย
การฝึกภาคสนาม/ทะเล
- นักศึกษาวิชาทหารชั้นปีที่ 4 จะเข้ารับการฝึกเป็นเวลา 7 วัน ที่กองการฝึก กองเรือยุทธการ (กฝร.)[19]
- นักศึกษาวิชาทหารชั้นปีที่ 5 จะแยกฝึกตามสังกัดของตน (กร., นย. หรือ สอ.รฝ.) โดยใช้เวลาฝึก 17 วัน[19]
- หลักสูตรก่อนการแต่งตั้งยศเป็น ว่าที่เรือตรี ณ ศูนย์การฝึก หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน (ศฝ.นย.) เป็นเวลา 15 วัน [20]
[แก้] นักศึกษาวิชาทหาร ในส่วนของกองทัพอากาศ
ปีการศึกษา 2549 กรมกำลังพลทหารอากาศได้รับอนุมัติจากกองทัพอากาศ เปิดการฝึกนักศึกษาวิชาทหารชั้นปีที่ 1 และจะเปิดการฝึกครบทั้ง 5 ชั้นปี ในปีการศึกษา 2553 โดยกองทัพอากาศต้องการเน้นเฉพาะการฝึกนักศึกษาวิชาทหารเพื่อเป็นกำลังพลสำรองในส่วนช่างเทคนิค เพื่อชดเชยกำลังหลักในส่วนดังกล่าวที่ขาดแคลน โดยจะคัดเลือกเฉพาะนักศึกษาวิชาทหารที่สถานศึกษามีที่ตั้งใกล้เคียงกับกองบัญชาการกองทัพอากาศกรุงเทพมหานคร และเปิดสอนในด้านช่างเทคนิค ซึ่งได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคดอนเมือง วิทยาลัยเทคนิคมีนบุรี โรงเรียนเซนต์จอห์นโปลิเทคนิค
การฝึกภาคทฤษฎี
การเรียนภาคทฤษฎีเริ่มทำการฝึกประมาณเดือนกรกฎาคม จนถึง เดือนพฤศจิกายน ของทุกปี ที่โรงเรียนจ่าอากาศ
การฝึกภาคสนาม
- นศท.ชั้นปีที่ 1 ฝึกภาคสนามที่โรงเรียนการบิน อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม
- นศท.ชั้นปีที่ 2 ฝึกภาคสนามที่ กองบิน 2 จังหวัดลพบุรี
- นศท.ชั้นปีที่ 3 ฝึกภาคสนามที่ กองบิน 4 อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์
- นศท.ชั้นปีที่ 4 และ นศท. ชั้นปีที่ 5 ฝึกภาคสนามที่ กองบิน 5 อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคิรีขันธ์
การฝึกอบรมก่อนพิธีประดับยศ การอบรมใช้เวลา 5 วัน ดำเนินการโดยกรมยุทธศึกษาทหารอากาศ กองบัญชาการกองทัพอากาศ
วันจันทร์ที่ 19 กันยายน 2554 ได้มีพิธีประดับยศเป็น ว่าที่เรืออากาศตรี ให้กับ นศท. ชั้นปีที่ 5 ในส่วนของกองทัพอากาศ รุ่นที่ 1 ปีการศึกษา 2553[21]
[แก้] สิทธิที่นักศึกษาวิชาทหารจะได้รับ
[แก้] การแต่งกาย
นักศึกษาวิชาทหารมีสิทธิแต่งเครื่องแบบนักศึกษาวิชาทหารได้ ตามพระราชบัญญัติเครื่องแบบนักศึกษาวิชาทหารและเครื่องแบบผู้กำกับนักศึกษาวิชาทหาร พ.ศ. 2521
[แก้] การยกเว้นตรวจเลือกเข้ารับราชการทหารกองประจำการ
นักศึกษาวิชาทหารที่อยู่ระหว่างการเข้ารับการฝึกวิชาทหารตามหลักสูตรของกระทรวงกลาโหม ในพระราชบัญญัติส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร พ.ศ. 2503 มีสิทธิได้รับการยกเว้นการเรียกมาตรวจเลือกเข้ารับราชการทหารกองประจำการในยามปกติ ตามพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. 2497
[แก้] การเข้ารับราชการทหารกองประจำการ
บุคคลชายผู้มีสัญชาติไทยโดยกำเนิด มีหน้าที่รับราชการทหารด้วยตนเองทุกคน[22]
- นักศึกษาวิชาทหารที่สำเร็จชั้นปีที่ 1 มีสิทธิเข้ารับราชการทหารกองประจำการ 1 ปี 6 เดือน หรือร้องขอสมัครใจเป็น 1 ปี
- นักศึกษาวิชาทหารที่สำเร็จชั้นปีที่ 2 มีสิทธิเข้ารับราชการทหารกองประจำการ 1 ปี หรือร้องขอสมัครใจเป็น 6 เดือน
- นักศึกษาวิชาทหารที่สำเร็จชั้นปีที่ 3 มีสิทธิได้รับการขึ้นทะเบียนกองประจำการและปลดเป็นทหารกองหนุนประเภทที่ 1[23] (ได้รับยกเว้นการเข้ารับราชการทหารกองประจำการ )[24]
[แก้] การเพิ่มคะแนนพิเศษ
นักศึกษาวิชาทหารมีสิทธิได้รับการเพิ่มคะแนนพิเศษ เมื่อสอบเข้าโรงเรียนทหาร ตามข้อบังคับ กห.ว่าด้วยโรงเรียนทหาร พ.ศ. 2492 คือ
- สำเร็จการฝึกวิชาทหารชั้นปีที่ 1 เพิ่มให้ร้อยละ 3
- สำเร็จการฝึกวิชาทหารชั้นปีที่ 2 เพิ่มให้ร้อยละ 4
- สำเร็จการฝึกวิชาทหารชั้นปีที่ 3 เพิ่มให้ร้อยละ 5
- สำเร็จการฝึกวิชาทหารชั้นปีที่ 4 เพิ่มให้ร้อยละ 6
- สำเร็จการฝึกวิชาทหารชั้นปีที่ 5 เพิ่มให้ร้อยละ 7
[แก้] การแต่งตั้งยศทหาร
การแต่งตั้งยศทหารของนักศึกษาวิชาทหารผู้สำเร็จการฝึกวิชาทหาร (ในส่วนของกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ ) ซึ่งเป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามข้อบังคับกระทรวงกลาโหม ว่าด้วยการแต่งตั้งยศทหาร พ.ศ. 2507 ระเบียบกระทรวงกลาโหม ว่าด้วยการแต่งตั้งยศผู้สำเร็จการฝึกวิชาทหารตามหลักสูตรของกระทรวงกลาโหม ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร พ.ศ. 2524 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบกระทรวงกลาโหม ว่าด้วยการแต่งตั้งยศผู้สำเร็จการฝึกวิชาทหารตามหลักสูตรของกระทรวงกลาโหม ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2537 ดังต่อไปนี้ [25]
| ระดับการศึกษา วิชาทหารหลักสูตรของ กห. |
ระดับการศึกษา วิทยฐานะ ศธ.รับรอง |
ยศทหาร ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ |
อักษรย่อ ทบ. ทร. ทอ. |
เงื่อนไข |
|---|---|---|---|---|
| ชั้นปีที่ 1 | มัธยมศึกษาตอนปลาย (เทียบเท่า) | สิบตรี จ่าตรี จ่าอากาศตรี | ส.ต., จ.ต., จ.ต. | เข้ารับราชการกองประจำการครบกำหนดแล้ว |
| อนุปริญญา (เทียบเท่า) - ปริญญาตรี | สิบโท จ่าโท จ่าอากาศโท | ส.ท., จ.ท., จ.ท. | รับราชการกองประจำการครบกำหนดแล้วขึ้นทะเบียนและนำปลดแล้ว | |
| ชั้นปีที่ 2 | - | สิบตรี จ่าตรี จ่าอากาศตรี | ส.ต., จ.ต., จ.ต. | เข้ารับราชการกองประจำการครบกำหนดแล้ว |
| มัธยมศึกษาตอนปลาย (เทียบเท่า) | สิบโท จ่าโท จ่าอากาศโท | ส.ท., จ.ท., จ.ท. | รับราชการกองประจำการครบกำหนดแล้วขึ้นทะเบียนและนำปลดแล้ว | |
| อนุปริญญา (เทียบเท่า) - ปริญญาตรี | สิบเอก จ่าเอก จ่าอากาศเอก | ส.อ., จ.อ., จ.อ. | รับราชการกองประจำการครบกำหนดแล้วขึ้นทะเบียนและนำปลดแล้ว | |
| ชั้นปีที่ 3 | - | สิบโท จ่าโท จ่าอากาศโท | ส.ท., จ.ท., จ.ท. | ขึ้นทะเบียนและนำปลดแล้ว |
| มัธยมศึกษาตอนปลาย (เทียบเท่า) | สิบเอก จ่าเอก จ่าอากาศเอก | ส.อ., จ.อ., จ.อ. | ขึ้นทะเบียนและนำปลดแล้ว | |
| อนุปริญญา (เทียบเท่า) - ปริญญาตรี | จ่าสิบตรี พันจ่าตรี พันจ่าอากาศตรี | จ.ส.ต., พ.จ.ต., พ.อ.ต. | ขึ้นทะเบียนและนำปลดแล้ว | |
| ชั้นปีที่ 4 | ศึกษาอนุปริญญา (เทียบเท่า) แต่ไม่สำเร็จการศึกษา | จ่าสิบตรี พันจ่าตรี พันจ่าอากาศตรี | จ.ส.ต., พ.จ.ต., พ.อ.ต. | ขึ้นทะเบียนและนำปลดแล้ว |
| อนุปริญญา (เทียบเท่า) | จ่าสิบโท พันจ่าโท พันจ่าอากาศโท | จ.ส.ท., พ.จ.ท., พ.อ.ท. | ขึ้นทะเบียนและนำปลดแล้ว | |
| ปริญญาตรี | จ่าสิบเอก พันจ่าเอก พันจ่าอากาศเอก | จ.ส.อ., พ.จ.อ., พ.อ.อ. | ขึ้นทะเบียนและนำปลดแล้ว | |
| ชั้นปีที่ 5 | ศึกษาอนุปริญญา (เทียบเท่า) แต่ไม่สำเร็จการศึกษา | จ่าสิบเอก พันจ่าเอก พันจ่าอากาศเอก | จ.ส.อ., พ.จ.อ., พ.อ.อ. | ขึ้นทะเบียนและนำปลดแล้ว |
| อนุปริญญา (เทียบเท่า) - ปริญญาตรี | ร้อยตรี เรือตรี เรืออากาศตรี | ร.ต., ร.ต.(ชื่อ) ร.น., ร.ต. | ได้รับการฝึกอบรมตามระเบียบการแต่งตั้งยศของเหล่าทัพแล้ว นำขึ้นทะเบียนและนำปลด | |
| หลักสูตรฝึกเลื่อนยศ(สูงสุด) | พันตรี นาวาตรี นาวาอากาศตรี | พ.ต., น.ต.(ชื่อ) ร.น., น.ต. | เข้ารับการฝึกวิชาทหารตามระเบียบของเหล่าทัพ |
หมายเหตุ 1 : ยศทหารชั้นสัญญาบัตรที่มิได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชทานยศทหาร ให้มีคำว่า "ว่าที่" นำหน้ายศนั้น ๆ
หมายเหตุ 2 : เมื่อได้รับการแต่งตั้งยศ[26]เป็นนายทหารสัญญาบัตร ให้ปลดเป็นนายทหารสัญญาบัตรกองหนุน (ไม่มีเบี้ยหวัด)[27] หรือได้รับการแต่งตั้งเป็นนายทหารประทวน (ไม่มีเบี้ยหวัด) ซึ่งทั้งสองกรณีให้ปลดเป็นทหารกองหนุน ประเภทที่ 1 เช่นเดียวกัน
หมายเหตุ 3 : เมื่อสมัครสอบคัดเลือกและได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการทหาร การแต่งตั้ง การเลื่อนหรือลดตำแหน่ง การย้าย การโอน การเลื่อนชั้นเงินเดือน...ให้เป็นไปตามระเบียบที่กระทรวงกลาโหมกำหนด ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร พ.ศ. 2521 [28] (แก้ไขเพิ่มเติม ฉับบที่ 7 พ.ศ. 2551 [29]) ส่วนการแต่งตั้งยศทหารให้เป็นไปตามระเบียบที่กระทรวงกลาโหมกำหนดตามพระราชบัญญัติยศทหาร พ.ศ. 2479 [30] (แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 4 พ.ศ. 2494[31] และ ฉบับที่ 7 พ.ศ. 2505[32])
[แก้] รายนามผู้บังคับบัญชา
[แก้] ทำเนียบเจ้ากรม กรมการรักษาดินแดน
- พลเอก สุทธิ สุทธิสารณกร พ.ศ. 2491 - 2491
- พลโท ขุนศิลป์ศรชัย พ.ศ. 2491 - 2492
- พลตรี จำรัส จำรัสโรมรัน พ.ศ. 2492 - 2494
- พลโท ขุนศิลป์ศรชัย พ.ศ. 2494 - 2495
- พลโท สุรใจ พูลทรัพย์ พ.ศ. 2495 - 2506
- พลโท พิศิษฐ์ ฉายเหมือนวงศ์ พ.ศ. 2506 - 2507
- พลโท บุญชัย บำรุงพงศ์ พ.ศ. 2507 - 2508
- พลโท ยุทธ สมบูรณ์ พ.ศ. 2508 - 2513
- พลโท อุทัย ฉายแสงจันทร์ พ.ศ. 2513 - 2515
- พลโท พนม โชติพิมาย พ.ศ. 2515 - 2517
- พลโท แสวง ขมะสุนทร พ.ศ. 2517 - 2519
- พลโท เอื้อม จิระพงศ์ พ.ศ. 2519 - 2522
- พลโท ณรงค์ฤทธิ์ มหารักขะกะ พ.ศ. 2522 - 2523
- พลโท เทียนชัย สิริสัมพันธ์ พ.ศ. 2523 - 2525
- พลโท จารุ จาติกานนท์ พ.ศ. 2525 - 2528
- พลโท วิจิตร สุขมาก พ.ศ. 2528 - 2530
- พลโท วิโรจน์ แสงสนิท พ.ศ. 2530 - 2531
- พลโท วชิรพล พลเวียง พ.ศ. 2531 - 2533
- พลโท อารียะ อุโฆษกิจ พ.ศ. 2533 - 2534
- พลโท อานุภาพ ทรงสุนทร พ.ศ. 2534 - 2535
- พลโท ยุทธพันธุ์ มกรมณี พ.ศ. 2535 - 2536
- พลโท ประยูร มีเดช พ.ศ. 2536 - 2538
- พลโท การุญ ฉายเหมือนวงศ์ พ.ศ. 2538 - 2540
- พลโท พนม จีนะวิจารณะ พ.ศ. 2540 - 2542
- พลโท หาญ เพไทย พ.ศ. 2542 - 2543
- พลโท เกรียงไกร เจริญศิริ พ.ศ. 2543 - 2544
- พลโท จำลอง บุญกระพือ พ.ศ. 2544
[แก้] ทำเนียบเจ้ากรม กรมการกำลังสำรองทหารบก
- พลตรี เหรียญ ดิษฐบรรจง พ.ศ. 2513 - 2519
- พลตรี จิตต์กวี เกษะโกมล พ.ศ. 2519 - 2521
- พลตรี มานะ รัตนโกเศศ พ.ศ. 2521 - 2524
- พลตรี ศิริชัย ลักษณียนาวิน พ.ศ. 2524 - 2526
- พลตรี ปัญญา ขวัญอยู่ พ.ศ. 2526 - 2528
- พลตรี ปราโมทย์ ระงับภัย พ.ศ. 2528 - 2531
- พลตรี อุทัย ชุณหเพสย์ พ.ศ. 2531 - 2534
- พลตรี สุพจน์ เกิดชูชื่น พ.ศ. 2534 - 2537
- พลตรี บรรจบ จูภาวิง พ.ศ. 2537 - 2541
- พลตรี ศักดิ์สิน ทิพย์เกษร พ.ศ. 2541 - 2544
[แก้] ทำเนียบผู้บัญชาการ หน่วยบัญชาการกำลังสำรอง
- พลโท จำลอง บุญกระพือ พ.ศ. 2544 - 2545
- พลโท ชาญวิช ศรีธรรมวุฒิ พ.ศ. 2545 - 2546
- พลโท ศักดิ์สิน ทิพยเกษร พ.ศ. 2546 - 2547
- พลโท วิชญ ไขรัศมี พ.ศ. 2547 - 2548
- พลโท อาทร โลหิตกุล พ.ศ. 2548 - 2549
- พลโท มนตรี สังขทรัพย์ พ.ศ. 2549 - 2549
- พลโท สมเกียรติ สุทธิไวยกิจ พ.ศ. 2549 - 2551
- พลโท สิงห์ศึก สิงห์ไพร พ.ศ. 2551- 2552
[แก้] ทำเนียบผู้บัญชาการ หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (ปัจจุบัน)
- พลโท สิงห์ศึก สิงห์ไพร พ.ศ. 2552 - 2552
- พลโท ธนดล เผ่าจินดา พ.ศ. 2552 - 2554
- พลโท ชูเกียรติ เธียรสุนทร พ.ศ. 2554 - 2555
- พลโท วิชิต ศรีประเสริฐ พ.ศ. 2555 - ปัจจุบัน
[แก้] ศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียง
- ว่าที่ร้อยตรี ไพโรจน์ สุวรรณฉวี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์
- ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองคาย
- ว่าที่ร้อยตรี ดร. สุเมธ ฤทธาคนี อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปทุมธานี
- ว่าที่ร้อยตรี วสุ แสงสิงแก้ว (จิ๊บ รด.) นักร้อง นักการทูต
- ว่าที่ร้อยตรี ลักษณ์ เรขานิเทศ (หมอลักษณ์ ฟันธง) โหราจารย์ที่มีชื่อเสียง
- ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ว่าที่ร้อยตรี ดร. เจษฎา เด่นดวงบริพันธุ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้ตรวจสอบเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดแบบมือถือ
- ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ว่าที่เรือตรี ดร. เอกวิทย์ มณีธร อาจารย์ประจำภาควิชารัฐศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา
[แก้] อ้างอิง
- ^ พ.ร.บ. ส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2521
- ^ พ.ร.บ.จัดระเบียบป้องกันราชอาณาจักร พ.ศ. 2491
- ^ พ.ร.บ.จัดระเบียบป้องกันราชอาณาจักร พ.ศ. 2500
- ^ กฎกระทรวง พ.ศ. 2494 ออกตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร พ.ศ. 2494
- ^ ข้อบังคับ กห.ว่าด้วยผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยตาม กม.ว่าด้วยการส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร พ.ศ. 2498
- ^ ข้อบังคับ กห.ว่าด้วยผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยตาม กม.ว่าด้วยการส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2499
- ^ จากบทความ "นักศึกษาวิชาทหาร" ในสูจิบัตรงานวันกำลังสำรอง ปี 2553 หน้าที่ 58 บรรทัดที่ 8 โดย ศาสตราจารย์พิเศษ ว่าที่ร้อยตรี ดร.กัญจน์ นาคามดี
- ^ มาตรา 9 แห่ง พ.ร.บ.ส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร พ.ศ. 2503
- ^ พ.ร.ฎ.แบ่งส่วนราชการ และกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการ กองทัพบก พ.ศ. 2544
- ^ พระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการ และกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการ กองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม พ.ศ. 2552
- ^ หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน
- ^ กฎกระทรวง ฉบับที่ 10
- ^ กฎกระทรวง ฉบับที่ 74
- ^ กฎกระทรวง ฉบับที่ 6
- ^ กฎกระทรวง ฉบับที่ 12 ข้อ 2 (7)
- ^ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา มหาวิทยาลัยมหิดล
- ^ เอกสารประกอบการประชุมชี้แจงการรับสมัครเข้าฝึกวิชาทหารประจำปีการศึกษา 2553 โดย นรด.
- ^ ศฝ.นศท. ศฝท. ยศ.ทร.
- ^ "การอบรมก่อนการแต่งตั้งยศ"
- ^ พิธีประดับเครื่องหมายยศ เรืออากาศตรี แก่ นศท.ทอ. ที่สำเร็จการฝึกวิชาทหารชั้นปีที่ 5
- ^ กฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2550 มาตรา 73 บุคคลมีหน้าที่รับราชการทหาร... ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ และ พระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. 2497 มาตรา 7 ชายที่มีสัญชาติไทยตามกฎหมาย มีหน้าที่รับราชการทหารด้วยตนเองทุกคน
- ^ พระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. 2497 มาตรา 4 (4) ทหารกองหนุนประเภทที่ 1 หมายความว่า ... หรือ ทหารกองเกินซึ่งสำเร็จการฝึกวิชาทหารตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร และได้ขึ้นทะเบียนกองประจำการแล้วปลดเป็นกองหนุนตามพระราชบัญญัตินี้
- ^ การส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร
- ^ ชมรมการกำลังสำรองแห่งประเทศไทย จังหวัดชลบุรี
- ^ ข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการแต่งตั้งยศทหาร
- ^ ข้อบังคับทหารว่าด้วยการแบ่งประเภทนายทหารสัญญาบัตร
- ^ พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร พ.ศ. 2521
- ^ พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2551
- ^ พระราชบัญญัติยศทหาร พ.ศ. 2479
- ^ พระราชบัญญัติยศทหาร (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2494
- ^ พระราชบัญญัติยศทหาร (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2505
[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น
[แก้] หน่วยงาน
- หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน
- ศูนย์การกำลังสำรอง
- โรงเรียนรักษาดินแดน ศูนย์การกำลังสำรอง
- โรงเรียนการกำลังสำรอง ศูนย์การกำลังสำรอง
- กองการกำลังพลสำรอง กรมกำลังพลทหารเรือ
- ชมรมกำลังสำรองแห่งประเทศไทย
- พิธีประดับเครื่องหมายยศร้อยตรี
[แก้] กฎหมายเกี่ยวกับการฝึกวิชาทหาร
- พระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พ.ศ. 2477
- พระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. 2497
- พระราชบัญญัติรับราชการทหาร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2498
- พระราชบัญญัติส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร พ.ศ. 2503
- พระราชบัญญัติรับราชการทหาร (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2507
- พระราชบัญญัติรับราชการทหาร (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2516
- พระราชบัญญัติส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2516
- พระราชบัญญัติส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2521
- พระราชบัญญัติเครื่องแบบนักศึกษาวิชาทหาร... พ.ศ. 2521
- กฎกระทรวง พ.ศ. 2499 ... ว่าด้วยสิทธิและโอกาสในการแต่งเครื่องแบบทหาร
- กฎกระทรวง (ฉบับที่ 21) พ.ศ. 2505 ...คุณวุฒิพิเศษให้รับราชการทหารกองประจำการน้อยกว่า 2 ปี
- กฎกระทรวง (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2516...บุคคลที่พ้นจากการฝึกวิชาทหาร
- กฎกระทรวง (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2528...คุณสมบัติของผู้มีสิทธิเข้ารับการฝึกวิชาทหาร
- กฎกระทรวง (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2532...คุณสมบัติของผู้มีสิทธิเข้ารับการฝึกวิชาทหาร
- กฎกระทรวง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2534...เครื่องแบบนักศึกษาวิชาทหาร... พ.ศ. 2521
- ระเบียบ/คำสั่งที่เกี่ยวข้องกับกำลังสำรอง กองการควบคุมกำลังพลสำรอง หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน
- ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการใช้ตำแหน่งทางวิชาการเป็นคำนำหน้านาม พ.ศ. 2536
- ข้อบังคับทหารว่าด้วยการแบ่งประเภทนายทหารสัญญาบัตร
- เครื่องหมายยศทหาร สาระน่ารู้ กองบัญชาการกองทัพไทย
|
|||||||||||||||||||||||||||||
