นักศึกษาวิชาทหาร
| นักศึกษาวิชาทหาร | |
|---|---|
| ประจำการ | พ.ศ. 2491 (สถาปนากรมการรักษาดินแดน) |
| ประเทศ | |
| ขึ้นกับ | ฝ่ายกิจการพิเศษ กองทัพบก |
| คำขวัญ | น.น้ำหนึ่งใจเดียว กลมเกลียวสามัคคี ศ.ศึกษาดี มีความรู้ คู่คุณธรรม ท.ทำความดี เพื่อตอบแทนคุณแผ่นดิน |
นักศึกษาวิชาทหาร (นศท.) คือ บุคคลซึ่งอยู่ในระหว่างเข้ารับการฝึกวิชาทหารตามหลักสูตรที่กระทรวงกลาโหมกำหนด[1] ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร พ.ศ. 2503 เป็นกำลังพลสำรองของกองทัพไทย[2] ภายใต้การควบคุมของ หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (คนทั่วไปนิยมเรียกว่า รด.)
เนื้อหา |
ประวัติ[แก้]
พ.ศ. 2475 ประเทศไทยเริ่มมีการฝึกยุวชนทหารเพื่อผลิตทหารกองหนุน สนับสนุนการรบของกองทัพไทย กล่าวได้ว่าการฝึกนักศึกษาวิชาทหาร (นศท.) มีต้นกำเนิดและแนวคิดมาจากยุวชนทหาร
พ.ศ. 2491 กิจการการศึกษาวิชาทหารได้เริ่มต้นขึ้นโดยมีการสถาปนากรมการรักษาดินแดน ตาม พ.ร.บ.จัดระเบียบป้องกันราชอาณาจักร พ.ศ. 2491[3] เพื่อดำเนินกิจการดังกล่าว ลงคำสั่งทหารที่ 54/2477 วันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2491 โดยแนวคิดของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในขณะนั้น (ต่อมาแก้ไขโดย พ.ร.บ.จัดระเบียบป้องกันราชอาณาจักร พ.ศ. 2500)[4]
|
||
| — พลโทหลวงชาตินักรบ (ศุข นักรบ) | ||
พ.ศ. 2492 ได้เริ่มรับสมัครนักเรียนซึ่งอยู่ในระหว่างการศึกษาตั้งแต่ชั้นเตรียมอุดมศึกษาปีที่ 1 หรือชั้นปีที่ 1 ของโรงเรียนอาชีพ หรือเป็นนิสิตและนักศึกษาระดับอุดมศึกษาชั้นปีที่ 1 [5] และทำการฝึกนศท.เป็นปีแรก โดยเริ่มในกรุงเทพมหานคร แล้วจึงกระจายไปตามหัวเมืองในต่างจังหวัด โดยดำเนินการฝึกครบทั้ง 5 ชั้นปี ในปี 2496
พ.ศ. 2497 ได้มีการประกาศใช้กฎหมายสำคัญ 2 ฉบับในราชกิจจานุเบกษา คือ พระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. 2497[6] และ พระราชบัญญัติส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2497[7] ส่งผลให้นักศึกษาหรือนิสิตที่สำเร็จการศึกษาในระดับอุดมศึกษา และการฝึกวิชาทหารตามหลักสูตรที่กระทรวงกลาโหมกำหนด ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร พ.ศ. 2494[8] ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2497 ต้องเข้ารับราชการทหารในฐานะนายทหารสัญญาบัตรต่อไปอีกไม่เกิน 2 ปี จากนั้นให้ปลดเป็น นายทหารสัญญาบัตรกองหนุน[9] หรือรับราชการในฐานะนายทหารสัญญาบัตรประจำการต่อก็ได้[10] (ต่อมาได้มีการแก้ไขข้อบังคับฯ เพิ่มเติมส่งผลให้ปลดเป็นนายทหารสัญญาบัตรกองหนุน)[11] และได้มีพิธีประดับยศเป็น ว่าที่ร้อยตรี สำหรับผู้สำเร็จการฝึกวิชาทหารเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 17 พ.ค. 2497[12]
พ.ศ. 2503 ได้มีการประกาศใช้กฎหมายในราชกิจจานุเบกษา คือ พระราชบัญญัติส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร พ.ศ. 2503[13] ส่งผลให้ถอนทะเบียนกองประจำการนักศึกษาหรือนิสิต เฉพาะที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้ ตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร พ.ศ. 2494 ซึ่งได้แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2497 สำหรับนักศึกษาหรือนิสิตซึ่งรับราชการทหารตามมาตรา 7 และมาตรา 7 ทวิ แห่ง พระราชบัญญัติส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร พ.ศ. 2494 ซึ่งได้แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2497 นั้นให้ปลดเป็นกองหนุนตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร[14]
พ.ศ. 2528 ได้เริ่มมีการฝึกนศท.หญิงเป็นครั้งแรก พร้อมกับการฝึกนศท.ชั้นปีที่ 4 ในส่วนของกองทัพเรือ
พ.ศ. 2544 สถาปนา หน่วยบัญชาการกำลังสำรอง (นสร.) โดยการรวมกิจการของกรมการรักษาดินแดน และกรมการกำลังสำรองทหารบกเข้าด้วยกัน [15] ลงคำสั่ง ทบ.(เฉพาะ) ที่ 63/44 ลงวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2544
พ.ศ. 2552 เปลี่ยนนามหน่วยเป็น หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (นรด.) แทนชื่อเดิม หน่วยบัญชาการกำลังสำรอง (นสร.) [16] โดย นรด. มีหน้าที่วางแผน อำนวยการ ประสานงาน กำกับการและดำเนินการเกี่ยวกับกิจการกำลังสำรองทั้งปวง กิจการสัสดี รวมทั้งปกครองบังคับบัญชาหน่วยทหารที่กระทรวงกลาโหมกำหนด มีผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน เป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ[17] การฝึกนศท.จึงได้รับการอำนวยการจากหน่วยงานดังกล่าว
ปัจจุบัน รัฐบาลได้กำหนดวันที่ 8 ธันวาคม ของทุกปีเป็นวัน นักศึกษาวิชาทหาร หน่วยฝึกนักศึกษาวิชาทหารในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคจัดพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนสวนสนามของนักศึกษาวิชาทหารเพื่อรำลึกถึงวีรกรรมของ ทหารประจำการ ตำรวจ ยุวชนทหาร และราษฏรอาสาสมัครที่ได้ร่วมมือต่อต้านข้าศึกในสงครามมหาเอเชียบูรพา
การคัดเลือก[แก้]
ช่วงเดือนพฤษภาคมของทุกปี จะมีการคัดเลือกนักเรียนนักศึกษาในสถาบันการศึกษาต่าง ๆ เพื่อเข้าเป็นนักศึกษาวิชาทหาร โดยผู้เข้ารับการคัดเลือกจะต้องมีคุณลักษณะดังนี้[18]
- สำเร็จการศึกษาตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 หรือเทียบเท่าขึ้นไป และมีผลการศึกษาไม่น้อยกว่า 2.00 สำหรับผู้เคยเป็นลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่และสอบได้วิชาพิเศษไม่น้อยกว่า 8 วิชาต้องมีผลการศึกษาไม่น้อยกว่า 1.5 (หน้า 71 หนังสือคู่มือนักศึกษาวิชาทหารชั้นปีที่ 3)
- กำลังศึกษาอยู่ในสถานศึกษาที่หน่วยบัญชาการรักษาดินแดนเปิดทำการฝึกวิชาทหาร
- เป็นบุคคลชายหรือหญิงและมีสัญชาติไทย
- เป็นบุคคลผู้มีอายุไม่เกิน 22 ปี นับตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร และต้องได้รับคำยินยอมจาก บิดา มารดา หรือผู้ปกครอง (กรณีที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ) (ดูการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบด้านล่างประกอบ สำหรับผู้มีอายุต่ำกว่า 17 ปี)
- เป็นบุคคลที่ไม่พิการ ทุพพลภาพ หรือมีโรค [19]ซึ่งไม่สามารถจะรับราชการทหารได้ ตามกฎหมาย ว่าด้วยการรับราชการทหาร พ.ศ. 2497
- เป็นบุคคลที่ไม่มีลักษณะต้องห้ามการเป็นทหารในเฉพาะบางท้องที่ [20]ตามกฎหมาย ที่ออกตามความในมาตรา 13 (3) แห่งพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. 2497
- เป็นบุคคลผู้มีน้ำหนัก ขนาดรอบตัว ขนาดส่วนสูง ตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ โดยผู้สมัครต้องผ่านการทดสอบร่างกาย ตามเกณฑ์ที่กำหนด[21]
- มีใบรับรองของสถานศึกษาว่ามีความประพฤติเรียบร้อย สมควรเข้ารับการฝึกวิชาทหาร
นอกจากนี้ผู้สมัครจะต้องมีคุณสมบัติดังนี้
- เป็นบุคคลผู้มีค่าดัชนีมวลกาย (BMI: Body Mass Index) อยู่ในเกณฑ์ปกติ และต้องไม่อยู่ในภาวะ โรคอ้วน ซึ่งมีดัชนีความหนาของร่างกาย ตั้งแต่ 30 กิโลกรัมต่อตารางเมตรขึ้นไป (BMI = น้ำหนักตัว (กก.) / ส่วนสูง² (ม.²) )
- ผ่านเกณฑ์ทดสอบสมรรถภาพการคัดเลือกนักศึกษาในปี พ.ศ. 2553 คือ วิ่ง 800 เมตร ใน 3 นาที 15 วินาที, ลุกนั่ง (ซิดอัป) 34 ครั้ง ใน 2 นาที , ดันพื้น (วิดพื้น) 22 ครั้ง ใน 2 นาที
หลักสูตรและการเรียนการสอน[แก้]
- เป้าหมายของการฝึกนักศึกษาวิชาทหารในแต่ละชั้นปี
- ชั้นปีที่ 1 และ 2 ให้นักศึกษาวิชาทหาร ให้มีความรู้วิชาทหารเบื้องต้น เพื่อให้บังเกิดระเบียบวินัย ลักษณะทหาร การเชื่อฟังและการปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาโดยเคร่งครัด สามารถใช้อาวุธประจำกาย และทำการยิงปืนอย่างได้ผล
- ชั้นปีที่ 3 ให้นักศึกษาวิชาทหาร ให้มีความรู้วิชาทหารทั้งทางเทคนิคและยุทธวิธี ให้สามารถทำหน้าที่ในตำแหน่งผู้บังคับหมู่ได้
- ชั้นปีที่ 4 ให้นักศึกษาวิชาทหาร ให้มีความรู้วิชาทหารทั้งทางเทคนิคและยุทธวิธี ให้สามารถทำหน้าที่ในตำแหน่งรองผู้บังคับหมวดได้
- ชั้นปีที่ 5 ให้นักศึกษาวิชาทหาร ให้มีความรู้วิชาทหารทั้งทางเทคนิคและยุทธวิธี ให้สามารถทำหน้าที่ในตำแหน่งผู้บังคับหมวดได้
การฝึกวิชาทหารดังกล่าว ถ้ามีการละเว้นการเรียน 1 ปีโดยไม่แจ้งลาพักเข้ารับการฝึก จะถือว่าสิ้นสุดสภาพความเป็นนักศึกษาวิชาทหารไม่สามารถเข้ารับการฝึกในชั้นปีต่อไปได้[22]
นักศึกษาวิชาทหาร ในส่วนของกองทัพบก[แก้]
นักศึกษาวิชาทหารในส่วนของกองทัพบกสามารถแบ่งออกได้ 5 เหล่าคือ
- เหล่าทหารราบ
- เหล่าทหารม้า
- เหล่าทหารปืนใหญ่
- เหล่าทหารสื่อสาร
- เหล่าทหารช่าง
การเรียนการสอนนักศึกษาวิชาทหารแบ่งออกเป็นภาคที่ตั้งและภาคสนาม
- ภาคที่ตั้ง
หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (นรด.) กำหนดให้หน่วยฝึกนักศึกษาวิชาทหารในส่วนกลางทำการฝึก 20 สัปดาห์ ทั้งหมด 80 ชม. ในชั้นปีที่ 4 และ 5 นั้นจะมีการฝึกศึกษาวิชาเหล่าใน 40 ชม.หลัง และสำหรับส่วนภูมิภาค (มทบ. และ จทบ.) จะทำการฝึกภาคที่ตั้งในช่วงปิดภาคต้นของสถานศึกษาปกติ
- ภาคสนาม
1.นักศึกษาวิชาทหารชาย
- ชั้นปีที่ 2 ทำการฝึกภาคสนาม ณ ค่ายฝึกตามที่ศูนย์ฝึกนักศึกษาวิชาทหารประจำ จทบ. มทบ. อย่างน้อย 3 วัน 2 คืน
- ชั้นปีที่ 3 ทำการฝึกภาคสนาม ณ ค่ายฝึกตามที่ศูนย์ฝึกนักศึกษาวิชาทหารประจำ จทบ. มทบ. อย่างน้อย 5 วัน 4 คืน
- ชั้นปีที่ 4 ทำการฝึกภาคสนาม ณ ค่ายฝึกเขาชนไก่ จ.กาญจนบุรี อย่างน้อย 7 วัน 6 คืน
- ชั้นปีที่ 5 ทำการฝึกภาคสนาม ณ ค่ายฝึกเขาชนไก่ จ.กาญจนบุรี อย่างน้อย 7 วัน 6 คืน
2.นักศึกษาวิชาทหารหญิง
- ชั้นปีที่ 3 ทำการฝึกภาคสนาม ณ ค่ายฝึกตามที่ศูนย์ฝึกนักศึกษาวิชาทหารประจำ จทบ. มทบ. อย่างน้อย 3 วัน 2 คืน
- ชั้นปีที่ 4 ทำการฝึกภาคสนาม ณ ค่ายฝึกเขาชนไก่ จ.กาญจนบุรี อย่างน้อย 5 วัน 4 คืน
- ชั้นปีที่ 5 ทำการฝึกภาคสนาม ณ ค่ายฝึกเขาชนไก่ จ.กาญจนบุรี อย่างน้อย 5 วัน 4 คืน
- หลักสูตรพิเศษ
ปัจจุบัน มีการฝึกหลักสูตรพิเศษ เช่น การกระโดดร่มแบบพาราเซล สำหรับนักศึกษาวิชาทหารชั้นปีที่ 4 โดยมีการฝึกภาคที่ตั้งและภาคสนามเพิ่มเติมจากหลักสูตรปกติ
นักศึกษาวิชาทหาร ในส่วนกองทัพเรือ (ราชนาวี)[แก้]
สังกัดกองการกำลังพลสำรอง กรมกำลังพลทหารเรือ โดย กพส.กพ.ทร.ได้ประสานกับ นรด.เพื่อจัดหานักศึกษาวิชาทหารที่มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ของกองทัพเรือหรือเป็นทหารกองหนุนประเภทที่ 1 ในส่วนของกองทัพเรือ (สมุดประจำตัวทหารกองหนุน หรือ สด.8 เป็นเล่มสีน้ำตาล) เข้ารับการศึกษาวิชาทหารในชั้นปีที่ 4 โดยแต่ละปีการศึกษาจะรับนึกศึกษาวิชาทหารประมาณ 90 นาย
พ.ศ. 2552 การฝึกนักศึกษาวิชาทหารชั้นปีที่ 1 ในส่วนของกองทัพเรือเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก[23] ซึ่งจะขยายการฝึกจนครบทั้ง 5 ชั้นปีเช่นเดียวกับนักศึกษาวิชาทหารในส่วนของกองทัพบก แต่ยังเปิดรับนักศึกษาวิชาทหารที่สำเร็จการฝึกชั้นปีที่ 3 ในส่วนของกองทัพบกที่ประสงค์โอนย้ายมาฝึกวิชาทหารชั้นปีที่ 4 ในส่วนของกองทัพเรือไปจนถึงปีการศึกษา 2554
พ.ศ. 2555 เป็นต้นไป การรับนักศึกษาวิชาทหารชั้นปีที่ 4 จะรับสมัครนักศึกษาวิชาทหารที่สำเร็จการฝึกวิชาทหารชั้นปีที่ 3 จากกองทัพเรือเป็นเกณฑ์หลัก
การรับสมัครบุคคลเข้าศึกษาวิชาทหารชั้นปีที่ 4
- เป็นผู้ที่สำเร็จวิชาทหารชั้นปีที่ 3 และปลดเป็นทหารกองหนุนประเภทที่ 1 (สมุด สด.8 สีน้ำตาล)
- ถ้าผู้เข้าศึกษาวิชาทหารชั้นปีที่ 4 ไม่ครบตามจำนวน จะพิจารณาจากนักศึกษาวิชาทหารที่สำเร็จชั้นปีที่ 3 ในส่วนของกองทัพบก (สมุด สด.8 สีเขียว) ในเขตพื้นที่จังหวัด ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
- เมื่อปฏิบัติตามข้อที่ 2 ไม่ครบตามจำนวน จะพิจารณานักศึกษาวิชาทหารที่สำเร็จชั้นปีที่ 3 ในส่วนของกองทัพบก (สมุด สด.8 สีเขียว) นอกเขตพื้นที่จังหวัด ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
นักศึกษาวิชาทหารในส่วนของกองทัพเรือสามารถแบ่งออกได้ 2 พรรค 3 หน่วย คือ
- พรรคนาวิน สังกัด กองเรือยุทธการ (กร.) เปิดรับทุก ๆ ปี ปีละประมาณ 45 นาย
- พรรคนาวิกโยธิน สังกัด หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน (นย.) เปิดรับปีเว้นปี ปีละประมาณ 45 นาย
- พรรคนาวิน สังกัด หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง (สอ.รฝ.) เปิดรับปีเว้นปี (สลับกับ นย.) ปีละประมาณ 45 นาย
การฝึกภาคสนาม/ทะเล
- นักศึกษาวิชาทหารชั้นปีที่ 4 จะเข้ารับการฝึกเป็นเวลา 7 วัน ที่กองการฝึก กองเรือยุทธการ (กฝร.)[24]
- นักศึกษาวิชาทหารชั้นปีที่ 5 จะแยกฝึกตามสังกัดของตน (กร., นย. หรือ สอ.รฝ.) โดยใช้เวลาฝึก 17 วัน[24]
- หลักสูตรก่อนการแต่งตั้งยศเป็น ว่าที่เรือตรี ณ ศูนย์การฝึก หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน (ศฝ.นย.) เป็นเวลา 15 วัน [25]
นักศึกษาวิชาทหาร ในส่วนของกองทัพอากาศ[แก้]
ปีการศึกษา 2549 กรมกำลังพลทหารอากาศได้รับอนุมัติจากกองทัพอากาศ เปิดการฝึกนักศึกษาวิชาทหารชั้นปีที่ 1 และจะเปิดการฝึกครบทั้ง 5 ชั้นปี ในปีการศึกษา 2553 โดยกองทัพอากาศต้องการเน้นเฉพาะการฝึกนักศึกษาวิชาทหารเพื่อเป็นกำลังพลสำรองในส่วนช่างเทคนิค เพื่อชดเชยกำลังหลักในส่วนดังกล่าวที่ขาดแคลน โดยจะคัดเลือกเฉพาะนักศึกษาวิชาทหารที่สถานศึกษามีที่ตั้งใกล้เคียงกับกองบัญชาการกองทัพอากาศกรุงเทพมหานคร และเปิดสอนในด้านช่างเทคนิค ซึ่งได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคดอนเมือง วิทยาลัยเทคนิคมีนบุรี โรงเรียนเซนต์จอห์นโปลิเทคนิค
การฝึกภาคทฤษฎี
การเรียนภาคทฤษฎีเริ่มทำการฝึกประมาณเดือนกรกฎาคม จนถึง เดือนพฤศจิกายน ของทุกปี ที่โรงเรียนจ่าอากาศ
การฝึกภาคสนาม
- นศท.ชั้นปีที่ 1 ฝึกภาคสนามที่โรงเรียนการบิน อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม
- นศท.ชั้นปีที่ 2 ฝึกภาคสนามที่ กองบิน 2 จังหวัดลพบุรี
- นศท.ชั้นปีที่ 3 ฝึกภาคสนามที่ กองบิน 4 อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์
- นศท.ชั้นปีที่ 4 และ นศท. ชั้นปีที่ 5 ฝึกภาคสนามที่ กองบิน 5 อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคิรีขันธ์
การฝึกอบรมก่อนพิธีประดับยศ การอบรมใช้เวลา 5 วัน ดำเนินการโดยกรมยุทธศึกษาทหารอากาศ กองบัญชาการกองทัพอากาศ
วันจันทร์ที่ 19 กันยายน 2554 ได้มีพิธีประดับยศเป็น ว่าที่เรืออากาศตรี ให้กับ นศท. ชั้นปีที่ 5 ในส่วนของกองทัพอากาศ รุ่นที่ 1 ปีการศึกษา 2553[26]
สิทธิที่นักศึกษาวิชาทหารจะได้รับ[แก้]
การแต่งกาย[แก้]
นักศึกษาวิชาทหารมีสิทธิแต่งเครื่องแบบนักศึกษาวิชาทหารได้ ตามพระราชบัญญัติเครื่องแบบนักศึกษาวิชาทหารและเครื่องแบบผู้กำกับนักศึกษาวิชาทหาร พ.ศ. 2521
การยกเว้นตรวจเลือกเข้ารับราชการทหารกองประจำการ[แก้]
นักศึกษาวิชาทหารซึ่งอยู่ในระหว่างเข้ารับการฝึกวิชาทหารตามหลักสูตรของกระทรวงกลาโหมกำหนดตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร พ.ศ. 2503 มีสิทธิได้รับการยกเว้นการเรียกมาตรวจเลือกเข้ารับราชการทหารกองประจำการในยามปกติ ตามพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. 2497[27]
การเข้ารับราชการทหารกองประจำการ[แก้]
บุคคลชายผู้มีสัญชาติไทยโดยกำเนิด มีหน้าที่รับราชการทหารด้วยตนเองทุกคน[28]
- นักศึกษาวิชาทหารที่สำเร็จชั้นปีที่ 1 มีสิทธิเข้ารับราชการทหารกองประจำการ 1 ปี 6 เดือน หรือร้องขอสมัครใจเป็น 1 ปี
- นักศึกษาวิชาทหารที่สำเร็จชั้นปีที่ 2 มีสิทธิเข้ารับราชการทหารกองประจำการ 1 ปี หรือร้องขอสมัครใจเป็น 6 เดือน
- นักศึกษาวิชาทหารที่สำเร็จชั้นปีที่ 3 มีสิทธิได้รับการขึ้นทะเบียนกองประจำการและปลดเป็นทหารกองหนุนประเภทที่ 1[29] (ได้รับยกเว้นการเข้ารับราชการทหารกองประจำการ )[30]
การเพิ่มคะแนนพิเศษ[แก้]
นักศึกษาวิชาทหารมีสิทธิได้รับการเพิ่มคะแนนพิเศษ เมื่อสอบเข้าโรงเรียนทหาร ตามข้อบังคับ กห.ว่าด้วยโรงเรียนทหาร พ.ศ. 2492 คือ
- สำเร็จการฝึกวิชาทหารชั้นปีที่ 1 เพิ่มให้ร้อยละ 3
- สำเร็จการฝึกวิชาทหารชั้นปีที่ 2 เพิ่มให้ร้อยละ 4
- สำเร็จการฝึกวิชาทหารชั้นปีที่ 3 เพิ่มให้ร้อยละ 5
- สำเร็จการฝึกวิชาทหารชั้นปีที่ 4 เพิ่มให้ร้อยละ 6
- สำเร็จการฝึกวิชาทหารชั้นปีที่ 5 เพิ่มให้ร้อยละ 7
การแต่งตั้งยศทหาร[แก้]
การแต่งตั้งยศทหารของนักศึกษาวิชาทหารผู้สำเร็จการฝึกวิชาทหาร (ในส่วนของกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ ) ซึ่งเป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามข้อบังคับกระทรวงกลาโหม ว่าด้วยการแต่งตั้งยศทหาร พ.ศ. 2507 ระเบียบกระทรวงกลาโหม ว่าด้วยการแต่งตั้งยศผู้สำเร็จการฝึกวิชาทหารตามหลักสูตรของกระทรวงกลาโหม ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร พ.ศ. 2524 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบกระทรวงกลาโหม ว่าด้วยการแต่งตั้งยศผู้สำเร็จการฝึกวิชาทหารตามหลักสูตรของกระทรวงกลาโหม ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2537 ดังต่อไปนี้ [31]
| ระดับการศึกษา วิชาทหารหลักสูตรของ กห. |
ระดับการศึกษา วิทยฐานะ ศธ.รับรอง |
ยศทหาร ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ |
อักษรย่อ ทบ. ทร. ทอ. |
เงื่อนไข |
|---|---|---|---|---|
| ชั้นปีที่ 1 | มัธยมศึกษาตอนปลาย (เทียบเท่า) | สิบตรี จ่าตรี จ่าอากาศตรี | ส.ต., จ.ต., จ.ต. | เข้ารับราชการกองประจำการครบกำหนดแล้ว |
| อนุปริญญา (เทียบเท่า) - ปริญญาตรี | สิบโท จ่าโท จ่าอากาศโท | ส.ท., จ.ท., จ.ท. | รับราชการกองประจำการครบกำหนดแล้วขึ้นทะเบียนและนำปลดแล้ว | |
| ชั้นปีที่ 2 | - | สิบตรี จ่าตรี จ่าอากาศตรี | ส.ต., จ.ต., จ.ต. | เข้ารับราชการกองประจำการครบกำหนดแล้ว |
| มัธยมศึกษาตอนปลาย (เทียบเท่า) | สิบโท จ่าโท จ่าอากาศโท | ส.ท., จ.ท., จ.ท. | รับราชการกองประจำการครบกำหนดแล้วขึ้นทะเบียนและนำปลดแล้ว | |
| อนุปริญญา (เทียบเท่า) - ปริญญาตรี | สิบเอก จ่าเอก จ่าอากาศเอก | ส.อ., จ.อ., จ.อ. | รับราชการกองประจำการครบกำหนดแล้วขึ้นทะเบียนและนำปลดแล้ว | |
| ชั้นปีที่ 3 | - | สิบโท จ่าโท จ่าอากาศโท | ส.ท., จ.ท., จ.ท. | ขึ้นทะเบียนและนำปลดแล้ว |
| มัธยมศึกษาตอนปลาย (เทียบเท่า) | สิบเอก จ่าเอก จ่าอากาศเอก | ส.อ., จ.อ., จ.อ. | ขึ้นทะเบียนและนำปลดแล้ว | |
| อนุปริญญา (เทียบเท่า) - ปริญญาตรี | จ่าสิบตรี พันจ่าตรี พันจ่าอากาศตรี | จ.ส.ต., พ.จ.ต., พ.อ.ต. | ขึ้นทะเบียนและนำปลดแล้ว | |
| ชั้นปีที่ 4 | ศึกษาอนุปริญญา (เทียบเท่า) แต่ไม่สำเร็จการศึกษา | จ่าสิบตรี พันจ่าตรี พันจ่าอากาศตรี | จ.ส.ต., พ.จ.ต., พ.อ.ต. | ขึ้นทะเบียนและนำปลดแล้ว |
| อนุปริญญา (เทียบเท่า) | จ่าสิบโท พันจ่าโท พันจ่าอากาศโท | จ.ส.ท., พ.จ.ท., พ.อ.ท. | ขึ้นทะเบียนและนำปลดแล้ว | |
| ปริญญาตรี | จ่าสิบเอก พันจ่าเอก พันจ่าอากาศเอก | จ.ส.อ., พ.จ.อ., พ.อ.อ. | ขึ้นทะเบียนและนำปลดแล้ว | |
| ชั้นปีที่ 5 | ศึกษาอนุปริญญา (เทียบเท่า) แต่ไม่สำเร็จการศึกษา | จ่าสิบเอก พันจ่าเอก พันจ่าอากาศเอก | จ.ส.อ., พ.จ.อ., พ.อ.อ. | ขึ้นทะเบียนและนำปลดแล้ว |
| อนุปริญญา (เทียบเท่า) - ปริญญาตรี | ร้อยตรี เรือตรี เรืออากาศตรี | ร.ต., ร.ต.(ชื่อ) ร.น., ร.ต. | ได้รับการฝึกอบรมตามระเบียบการแต่งตั้งยศของเหล่าทัพแล้ว นำขึ้นทะเบียนและนำปลด | |
| หลักสูตรฝึกเลื่อนยศ(สูงสุด) | พันตรี นาวาตรี นาวาอากาศตรี | พ.ต., น.ต.(ชื่อ) ร.น., น.ต. | เข้ารับการฝึกวิชาทหารตามระเบียบของเหล่าทัพ |
หมายเหตุ 1 : ยศทหารชั้นสัญญาบัตรที่มิได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชทานยศทหาร ให้มีคำว่า "ว่าที่" นำหน้ายศนั้น ๆ
หมายเหตุ 2 : เมื่อทหารกองเกินสำเร็จการฝึกวิชาทหารแล้วปลดจากกองประจำการจะได้รับการแต่งตั้งยศทหาร[32]เป็นนายทหารสัญญาบัตรแล้วปลดเป็นนายทหารสัญญาบัตรกองหนุน (ไม่มีเบี้ยหวัด)[33] หรือได้รับการแต่งตั้งเป็นนายทหารประทวน แล้วปลดเป็นนายทหารประทวนกองหนุน (ไม่มีเบี้ยหวัด)แล้วแต่กรณีตามชั้นปีที่สำเร็จการศึกษาและเขื่อนไขดังกล่าวตามตารางข้างต้น
หมายเหตุ 3 : เมื่อสมัครสอบคัดเลือกและได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการทหาร การแต่งตั้ง การเลื่อนหรือลดตำแหน่ง การย้าย การโอน การเลื่อนชั้นเงินเดือน...ให้เป็นไปตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการทหารและการให้ได้รับเงินเดือน พ.ศ. 2555[34] ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร พ.ศ. 2521[35] (แก้ไขเพิ่มเติม ฉับบที่ 7 พ.ศ. 2551 [36]) ส่วนการแต่งตั้งยศทหารให้เป็นไปตามระเบียบที่กระทรวงกลาโหมกำหนดตามพระราชบัญญัติยศทหาร พ.ศ. 2479 [37] (แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 4 พ.ศ. 2494[38] และ ฉบับที่ 7 พ.ศ. 2505[39])
การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ[แก้]
ตั้งแต่ปีการศึกษา 2555 จะไม่รับผู้มีอายุ 15 ปี (ซึ่งเป็นอายุที่กำลังศึกษาในระดับ ม.3-4) และจะเลือกรับผู้มีอายุ 17 ปีขึ้นไปก่อน ตามข้อเสนอของคณะกรรมการสิทธิเด็กแห่งสหประชาชาติที่มิให้ฝึกใช้อาวุธแก่บุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี[40]
เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก และพล.ท.วิชิต ศรีประเสริฐ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน ให้สัมภาษณ์ถึงแนวคิดที่จะแก้ไขระเบียบให้นักศึกษาวิชาทหารต้องเข้ารับการตรวจเลือกเกณฑ์ทหารตามปกติ แต่ลดเวลารับราชการทหารกองประจำการลงเหลือ 3-6 เดือน เพราะอัตราส่วนของชายไทยที่เข้ารับการตรวจเลือกแล้วต้องเป็นทหารเกณฑ์ลดลงเรื่อยๆ ซึ่งขณะนี้อยู่ที่ 2.3 คน ต่อการเป็นทหารเกณฑ์ 1 คน อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากการสำเร็จหลักสูตรนักศึกษาวิชาทหารปีที่สาม[41][42]
ศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียง[แก้]
- ว่าที่ร้อยตรี ไพโรจน์ สุวรรณฉวี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์
- ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองคาย
- ว่าที่ร้อยตรี ดร. สุเมธ ฤทธาคนี อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปทุมธานี
- ว่าที่ร้อยตรี วสุ แสงสิงแก้ว (จิ๊บ รด.) นักร้อง นักการทูต
- ว่าที่ร้อยตรี ลักษณ์ เรขานิเทศ (หมอลักษณ์ ฟันธง) โหราจารย์ที่มีชื่อเสียง
- ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ว่าที่ร้อยตรี ดร. เจษฎา เด่นดวงบริพันธุ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้ตรวจสอบเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดแบบมือถือ
- ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ว่าที่เรือตรี ดร. เอกวิทย์ มณีธร อาจารย์ประจำภาควิชารัฐศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา
- ว่าที่พันตรี ดร.กวี วงศ์พุฒ ผู้อำนวยการ สถาบันพัฒนาวิสัยทัศน์นักบริหาร ธนาคารแห่งประเทศไทย
- ว่าที่พันตรี ชาญวิทย์ บ่วงราบ นักวิชาการภาคประชาชน เปิดตำนานวีระบุรุษนักรบแห่งคอคอดกระ ตอน เจ้าพระยายมราช (ครุฑ บ่วงราบ) และ ตอน นายคุ้ม บ่วงราบ (เสือคุ้ม) หรือ สมพร
- ว่าที่ร้อยตรี สมทรง สรรพโกศลกุล นายกเทศมนตรีเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา (3 สมัยซ้อน)
ดูเพิ่ม[แก้]
อ้างอิง[แก้]
- ↑ มาตรา 4 วรรค 1 แห่ง พ.ร.บ. ส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2521
- ↑ มาตรา 26 แห่ง พ.ร.บ. จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. 2551
- ↑ พ.ร.บ.จัดระเบียบป้องกันราชอาณาจักร พ.ศ. 2491
- ↑ พ.ร.บ.จัดระเบียบป้องกันราชอาณาจักร พ.ศ. 2500
- ↑ กฎกระทรวง พ.ศ. 2494 ออกตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร พ.ศ. 2494
- ↑ พระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. 2497
- ↑ พระราชบัญญัติส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2497
- ↑ พระราชบัญญัติส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร พ.ศ. 2494
- ↑ นายทหารกองหนุน
- ↑ ข้อบังคับ กห.ว่าด้วยผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยตาม กม.ว่าด้วยการส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร พ.ศ. 2498
- ↑ ข้อบังคับ กห.ว่าด้วยผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยตาม กม.ว่าด้วยการส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2499
- ↑ จากบทความ "นักศึกษาวิชาทหาร" ในสูจิบัตรงานวันกำลังสำรอง ปี 2553 หน้าที่ 58 บรรทัดที่ 8 โดย ศาสตราจารย์พิเศษ ว่าที่ร้อยตรี ดร.กัญจน์ นาคามดี
- ↑ พระราชบัญญัติส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร พ.ศ. 2503
- ↑ มาตรา 9 แห่ง พ.ร.บ.ส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร พ.ศ. 2503
- ↑ พ.ร.ฎ.แบ่งส่วนราชการ และกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการ กองทัพบก พ.ศ. 2544
- ↑ พระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการ และกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการ กองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม พ.ศ. 2552
- ↑ หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน
- ↑ กฎกระทรวง ฉบับที่ 10
- ↑ กฎกระทรวง ฉบับที่ 74
- ↑ กฎกระทรวง ฉบับที่ 6
- ↑ กฎกระทรวง ฉบับที่ 12 ข้อ 2 (7)
- ↑ เอกสารประกอบการประชุมชี้แจงการรับสมัครเข้าฝึกวิชาทหารประจำปีการศึกษา 2553 โดย นรด.
- ↑ ศฝ.นศท. ศฝท. ยศ.ทร.
- ↑ "การอบรมก่อนการแต่งตั้งยศ"
- ↑ พิธีประดับเครื่องหมายยศ เรืออากาศตรี แก่ นศท.ทอ. ที่สำเร็จการฝึกวิชาทหารชั้นปีที่ 5
- ↑ พระราชบัญญัติรับราชการทหาร ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2507 มาตรา 3 แก้ไขมาตรา 14
- ↑ กฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2550 มาตรา 73 บุคคลมีหน้าที่รับราชการทหาร... ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ และ พระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. 2497 มาตรา 7 ชายที่มีสัญชาติไทยตามกฎหมาย มีหน้าที่รับราชการทหารด้วยตนเองทุกคน
- ↑ พระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. 2497 มาตรา 4 (4) ทหารกองหนุนประเภทที่ 1 หมายความว่า ... หรือ ทหารกองเกินซึ่งสำเร็จการฝึกวิชาทหารตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร และได้ขึ้นทะเบียนกองประจำการแล้วปลดเป็นกองหนุนตามพระราชบัญญัตินี้
- ↑ การส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร
- ↑ ชมรมการกำลังสำรองแห่งประเทศไทย จังหวัดชลบุรี
- ↑ ข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการแต่งตั้งยศทหาร
- ↑ ข้อบังคับทหารว่าด้วยการแบ่งประเภทนายทหารสัญญาบัตร
- ↑ กฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการทหารและการให้ได้รับเงินเดือน พ.ศ. 2555
- ↑ พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร พ.ศ. 2521
- ↑ พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2551
- ↑ พระราชบัญญัติยศทหาร พ.ศ. 2479
- ↑ พระราชบัญญัติยศทหาร (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2494
- ↑ พระราชบัญญัติยศทหาร (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2505
- ↑ ทบ.ปรับเกณฑ์นักเรียน รด.ต้องอายุ 17 ปีขึ้นไป, ไทยรัฐ
- ↑ ผบ.นรด. เด้งรับแนวคิด “ประยุทธ์”จบรด.เกณฑ์ทหาร, เดลินิวส์
- ↑ บิ๊กตู่ดัน"รด." ต้องเกณฑ์ทหาร, ข่าวสด
แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]
หน่วยงาน[แก้]
- หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน
- ศูนย์การกำลังสำรอง
- โรงเรียนรักษาดินแดน ศูนย์การกำลังสำรอง
- โรงเรียนการกำลังสำรอง ศูนย์การกำลังสำรอง
- กองการกำลังพลสำรอง กรมกำลังพลทหารเรือ
- ชมรมกำลังสำรองแห่งประเทศไทย
กฎหมายและคำสั่งของทางราชการที่เกี่ยวข้อง[แก้]
| วิกิซอร์ซ มีงานต้นฉบับเกี่ยวกับ: |
- พระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พ.ศ. 2477 (รวมการแก้ไขล่าสุด)
- พระราชบัญญัติยศทหาร พ.ศ. 2479 (รวมการแก้ไขล่าสุด)
- พระราชบัญญัติว่าด้วยวินัยทหาร พ.ศ. 2476 (รวมการแก้ไขล่าสุด)
- พระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. 2497 (รวมการแก้ไขล่าสุด)
- พระราชบัญญัติส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร พ.ศ. 2503 (รวมการแก้ไขล่าสุด)
- พระราชบัญญัติเครื่องแบบนักศึกษาวิชาทหารและเครื่องแบบผู้กำกับนักศึกษาวิชาทหาร พ.ศ. 2521
- ระเบียบ/คำสั่งที่เกี่ยวข้องกับกำลังสำรอง กองการควบคุมกำลังพลสำรอง หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน
|
|||||||||||||||||||||||||||||