อีแวน บอร์น

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
อีแวน บอร์น
An image of อีแวน บอร์น.
ข้อมูล
ฉายา อีแวน บอร์น
แลนซ์ ไซดอล
แมทท์
แมทท์ ไซดอล
ความสูง ฟุต 9 นิ้ว (1.75 ม.)
น้ำหนัก 183 ปอนด์ (83 กก.)
เกิด 19 มีนาคม ค.ศ. 1983 (31 ปี)
เซนต์หลุยส์, รัฐมิสซูรี
พำนัก แทมปา, รัฐฟลอริดา
มาจาก เซนต์หลุยส์, รัฐมิสซูรี
ฝึกหัดโดย Gateway Championship Wrestling
เปิดตัว 20 ตุลาคม ค.ศ. 2000

แมททิว โจเซฟ ค็อกแลน[1] เกิดวันที่ 19 มีนาคม ค.ศ. 1983[2] เป็นนักมวยปล้ำอาชีพชาวอเมริกัน ในนามสังเวียนมวยปล้ำมีชื่อว่า อีแวน บอร์น และ แมทท์ ไซดอล ปัจจุบันเซ็นสัญญาให้กับสมาคม ดับเบิลยูดับเบิลยูอี[3] ก่อนที่จะเซ็นสัญญาเข้าร่วม WWE แมททิวได้เข้าไปปล้ำในสมาคมต่างๆมาแล้วมากมาย อาทิ Independent Wrestling Association Mid-South , Ring of Honor และค่าย Dragon Gate ของญี่ปุ่น ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่ใช้ชื่อในการปล้ำว่าแมทท์ ไซดอลมาโดยตลอด จนกระทั่งเริ่มมีชื่อเสียงจากการเข้าร่วม Wrestling Society X ซึ่งออกอากาศทาง เอ็มทีวี เป็นระยะเวลาสั้นๆ ก่อนที่จะโด่งดังเต็มที่กับค่าย ทีเอ็นเอ (Total Nonstop Action Wrestling) ซึ่งความมีชื่อเสียงและความมีฝีมือของแมททิวนี้เอง ทำให้เขาได้เข้าสู่ WWE ในเวลาต่อมา

ประวัติ[แก้]

ก่อนเล่นมวยปล้ำ[แก้]

แมททิวได้อยู่ทีมมวยปล้ำตัวแทนโรงเรียนตั้งแต่มัธยมปลาย และด้วยความสนใจในมวยปล้ำนี้เอง ทำให้แมททิวสมัครเข้าร่วมค่าย GCW ของรัฐมิสซูรีเมื่อปลายปี 2000 และใช้เวลา 3 เดือนในการฝึกฝน ก่อนที่จะได้ขึ้นเวลาปล้ำจริงเมื่ออายุ 17 ปีเท่านั้น ต่อมาเมื่อฝึกฝนฝีมือจนเก่งขึ้นมากแล้ว แมททิวก็ตัดสินใจย้ายไปปล้ำต่อที่ SPW (Saint Peters Wrestling Organization) และเรียกตัวเองว่า แลนซ์ ไซดอล

เมื่อถึงปี 2003 แมททิวก็ได้รวบรวมเพื่อนๆจากค่าย GCW มาตั้งกลุ่ม Operation Shamrock ขึ้นและเริ่มปล้ำแทกทีม เปิดศึกกับนักมวยปล้ำอื่นๆ โดยคราวนี้เรียกชื่อตัวเองใหม่สั้นๆว่า แม็ท และเก็บเกี่ยวประสบการณ์การปล้ำในรูปแบบที่หลากหลายมากขึ้นเรื่อยๆ

ความสำเร็จขั้นต่อไป[แก้]

แมททิวเข้าสู่ค่าย IWA Mid South ในเดือนพฤศจิกายน 2003 และตัดสินใจนำชื่อเก่าๆมารวมกัน กลายเป็นชื่อ แม็ท ไซดอลในที่สุด และหลังจากปล้ำที่ IWA เพียง 3 เดือนเท่านั้น แม็ทก็ได้แชมป์เส้นแรกในชีวิต นั่นคือ IWA Mid-South Light Heavyweight Championship โดยเอาชนะ เจซี ไบร์เลย์ (J.C. Bailey) คว้าแชมป์ในวันที่ 17 มกราคม 2004 โดยครองแชมป์นานเกือบครึ่งปี ก่อนจะเสียแชมป์ให้ เดลีเรียส (Delirious) ในวันที่ 26 มิถุนายน 2004 และหลังจากนั้นแม็ทก็ย้ายค่ายไปที่ National Wrestling Alliance (NWA) ต่อทันที

หลังจากย้ายไป NWA ได้เพียงเดือนเดียว แม็ทก็เอาชนะจัสติน เคจ (Justin Kage) คว้าแชมป์ NWA Midwest X Division Championship มาได้อีก ก่อนจะเสียแชมป์ให้คู่ปรับคนเดิมที่ย้ายตามมาอย่าง เดลีเรียส หลังจากครองแชมป์มานานข้ามปี และมีบทบาทเกี่ยวกับการชิงแชมป์และเสียแชมป์ต่อไปอีกระยะหนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจย้ายออกจากสมาคมเพื่อเข้าร่วม TNA แทน

ในระหว่างที่แม็ทปล้ำในค่ายใหญ่น้อยต่างๆนี้ เค้าได้พบกับนักมวยปล้ำรุ่นเดียวกัน ที่ปัจจุบันมีชื่อเสียงไปแล้วมากมาย เช่น เอ.เจ. สไตลส์ (AJ Styles) ซึ่งแม็ทแพ้รวดให้เอเจ 3 นัด นอกจากนี้ก็ยังมี ซีเอ็ม พังก์ (CM Punk) , คริส ซาบิน (Chris Sabin) , เน็ท เว็บบ์ (Nate Webb) เป็นต้น แต่หลังจากที่แม็ทเข้าร่วม TNA ไปแล้ว เค้าก็ยังเป็นแขกรับเชิญปล้ำให้สมาคมเล็กๆเหล่านี้เป็นครั้งคราว และทุ่มเทปล้ำเต็มที่ทุกๆครั้งเหมือนสมัยที่ยังไม่ได้โด่งดังเท่านี้

โทเทิล นอนสต็อป แอคชั่น (2004 – 2005)[แก้]

แม็ทปรากฏตัวครั้งแรกใน TNA เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2004 ในศึก Victory Road ซึ่งเป็นเพย์ เพอร์ วิว (PPV) ของค่าย โดยโผล่มาร่วมปล้ำในแมตช์ 20-man X Division Gauntlet แต่ก็ไม่ได้สร้างความตื่นตาตื่นใจอะไร และในระหว่างการปล้ำกับค่าย TNA เค้าก็มักไม่ประสบความสำเร็จและไม่ได้รับการผลักดันเท่าที่ควร แต่แม็ทก็ไม่ได้เรียกร้องอะไรมาก โดยขอเพียงให้ตัวเองได้ออกไปปล้ำในสมาคมอื่นๆได้อย่างอิสระเท่านั้น ก่อนจะลาออกจากสมาคมในช่วงปี 2005

ริงออฟออเนอร์ (2004 – 2007)[แก้]

แม็ทเข้าสู่สมาคม ROH แบบปล้ำพาร์ทไทม์ และเปิดศึกแรกใน ROH อย่าง Reborn Stage One ในวันที่ 23 เมษายน 2004 และเอาชนะคู่ต่อสู้เก่าแก่อย่างเดลีเรียสไปได้ หลังจากนั้นก็ตั้งทีมแอร์ เดวิล (Air Devils) ร่วมกับ เอ็ดดี เวกัส (Eddie Vegas) และเริ่มปล้ำแบบเหินหาวมากขึ้นเรื่อยๆ และมีชื่อเสียงมากขึ้นเรื่อยๆจากการปล้ำที่เสี่ยงตายและพลิ้วไหวสวยงาม

ที่ ROH นั้น แม็ทได้เจอกับคู่ต่อสู้เก่าๆสมัยยังปล้ำอินดี้มากมาย รวมทั้งเจอสุดยอดฝีมือหลายๆคนด้วย ครั้งหนึ่ง แม็ทได้ร่วมทีมกับซามัว โจ (Samoa Joe) ชิงแชมป์ ROH Tag Team Champion แต่ไปพลาดแพ้ให้ทีมของเดลิเรียสอีกครั้ง และทำให้แม็ทฟอร์มทีมใหม่กับ คริสโตเฟอร์ แดเนียล (Christopher Daniels) คว้าแชมป์แทกทีมของ ROH มาครองอีกจนได้ในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2005

หลังจากเสียแชมป์แทกทีมของ ROH ให้บริสโก้ บราเธอส์ (Briscoe Brothers) ในศึก Fifth Year Festival Chicago เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2006 แล้ว แม็ทก็ลองพลิกบทบาทมาเป็นฝ่ายอธรรมดูบ้าง โดยเข้าร่วมทีมสวีท แอนด์ ซาวน์ (Sweet n' Sour Inc.) ของ แลร์รี สวีนีย์ (Larry Sweeney) ในบทบาทเอเย่นมาเฟียฝ่ายอธรรม และในขณะนี้เองที่ WWE ได้เข้ามาดูฟอร์มและประทับใจจนเรียกตัวไปทดสอบฝีมือ โดยแม็ทกล่าวว่าถ้าเค้าไม่ได้เข้าร่วมกลุ่มสวีท แอนด์ ซาวน์และได้รับการผลักดันจากแลรี่ ก็คงไม่มีวันที่ได้เซ็นสัญญากับ WWE เป็นแน่แท้ หลังจากนั้นในเดือนกันยายน 2007 แม็ทก็ปล้ำแมทสุดท้ายปิดฉากชีวิตในสมาคม ROH กับเพื่อนเก่าและคู่ต่อสู้ที่สมศักดิ์ศรีที่สุดอย่างเดลิเรียส ก่อนจะเป็นฝ่ายแพ้เดลิเรียสไปอีกครั้ง

ดราก้อน เกท และ เรสต์ลิงโซไซตีเอ็กซ์ (2006 – 2007)[แก้]

ระหว่างปล้ำที่ ROH นั้น แม็ทยังได้มีโอกาสไปปล้ำที่ญี่ปุ่นกับสมาคม Dragon Gate ในเดือนพฤษภาคม ปี 2006 และตั้งกลุ่ม New Blood Generation International กับโรเดริก สตรอง (Roderick Strong) และได้รับชัยชนะเป็นเงินหนึ่งหมื่นเหรียญในฐานะผู้ชนะเลิศการแข่งขันประเ฿ท แทกทีม

แม็ทกลับมาปล้ำให้ Dragon Gate อีกครั้งในปี 2007 และคว้าแชมป์ Open the Brave Gate Title มาจาก มาซาโตะ โยชิโนะ และเป็นแชมป์ชาวต่างชาติคนแรกในประวัติศาสตร์ แม็ทป้องกันแชมป์กับคู่ต่อสู้มากหน้าหลายตา และครองเข็มขัดไปได้เดือนเศษก่อนจะเสียกลับไปให้ชาวญี่ปุ่นอย่างเก็นจิ โฮริกูชิ (Genki Horiguchi)

นอกจากนี้แม็ทยังเป็นส่วนหนึ่งของ Wrestling Society X ของช่อง MTV ที่ออกอากาศเป็นระยะเวลา 10 ตอน ทำให้คนที่ดู MTV รู้จักกับแม็ทและเป็นการปล้ำออกโทรทัศน์เป็นรายการที่สองต่อจาก TNA

เวิลด์เรสต์ลิงเอ็นเตอร์เทนเมนต์ / ดับเบิลยูดับเบิลยูอี (2007 – ปัจจุบัน)[แก้]

โอไฮโอวาลลีย์เรสต์ลิง และ ฟลอริดาแชมเปียนชิปเรสต์ลิง (2007 – 2008)[แก้]

แม็ทเข้าสู่ WWE และเข้าไปฝึกทักษะกับค่าย OVW ในวันที่ 10 ตุลาคม 2007 เอาชนะจามิน โอลิเวนเซีย (Jamin Olivencia) ในการปล้ำเปิดตัวได้อย่างสวยงาม ในเดือนธันวาคมปีเดียวกันแม็ทก็เอาชนะ ไมค์ ครูเอล (Mike Kruel) คว้า OVW Heavyweight Champion มาครองได้สำเร็จ

หลังจากนั้น WWE ต้องการนักมวยปล้ำไปชูโรงที่ค่าย FCW บ้าง จึงเขียนบทให้แม็ทเสียแชมป์ OVW ให้เจย์ แบรดลีย์ (Jay Bradley) ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2008 และย้ายไป FCW ในเดือนมีนาคม เปิดตัวเอาชนะทีเจ วิลสัน (TJ Wilson) ไปได้ และอยู่กับ FCW ไม่นานก็ถูก WWE ดึงตัวไปปล้ำที่ ECW

อีซีดับเบิลยู (2008 – 2009)[แก้]

แม็ทย้ายมาปล้ำให้ ECW ในวันที่ 3 มิถุนายน 2008 และเปิดตัวด้วยการแพ้ Count out ให้กับเชลตัน เบนจามิน (Shelton Benjamin) ในสัปดาห์ต่อมาแม็ทก็เปลี่ยนชื่อตัวเองใหม่ให้โดดเด่นยิ่งขึ้นเป็น อีแวน บอร์น (Evan Bourne) และจับคู่กับ โคฟี คิงส์ตัน (Kofi Kingston) เอาชนะไมค์ น็อกซ์ (Mike Knox) กับเชลตัน เบนจามินไปได้

หลังจากนั้น บอร์นก็ฝึกฝนฝีมือไปเรื่อยๆด้วยการปราบนักมวยปล้ำใน ECW อย่าง แมทท์ สไตรเกอร์ (Matt Striker), นุนซิโอ (Nunzio) และ ชาโว เกอร์เรโร จูเนียร์ (Chavo Guerrero) ด้วยท่าไม้ตายเดียวกันทั้งหมด นั่นคือ Shooting Star Press

หลังจากโด่งดังใน ECW แล้ว บอร์นก็เข้ามาปล้ำใน RAW บ้างเป็นครั้งคราว เช่น เจอกับ เคน (Kane) แต่ก็แพ้ แต่มาแก้ตัวได้สำเร็จเมื่อแทคทีมกับ เรย์ มิสเตริโอ (Rey Mysterio) เอาชนะคู่แทกทีมแห่งปี 2008 อย่าง เดอะ มิซ (The Miz) กับ จอห์น มอร์ริสัน (John Morrison) ไปได้

บอร์นเคยได้สิทธิเข้าไปชิงแชมป์โลก ECW จากการโหวตในศึก Cyber Sunday แต่ก็แพ้ให้กับ แมทท์ ฮาร์ดี (Matt Hardy) ไปอย่างน่าเสียดาย และต่อมาไม่นาน บอร์นก็ได้รับบาดเจ็บข้อเท้าเคลื่อน และได้รับการคาดหมายว่าจะต้องพักยาวถึง 6 เดือน แต่ถึงอยู่ในช่วงที่ไม่มีการปล้ำ บอร์นก็ยังโผล่หน้ามาให้แฟนๆให้เห็นอยู่บ้างประปราย เช่น ใน RAW วันที่ 1 ธันวาคม 2008 ถือไม้ค้ำยันออกมาทักทายคนดู ก่อนที่จะโดนไมค์ น็อกออกมาเล่นงาน หรือใน RAW ตอนประกาศรางวัล Slammy Award บอร์นก็ปรากฏตัวให้เห็นอีกครั้งเพื่อรับรางวัล สุดยอดท่าไม้ตายแห่งปี (Shooting Star Press) และนั่นเป็นการปรากฏตัวครั้งสุดท้ายของเขากับ WWE ในปี 2008

รอว์ (2009 - ปัจจุบัน)[แก้]

บอร์นย้ายมาสู่ รอว์ เพื่อมาสร้างสีสันโดยบทบาทของบอร์นจะวนเวียนปล้ำอยู่กับ เดอะ มิซ และ แจ๊ค สแวกเกอร์ (Jack Swagger) โดยจะปล้ำผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะโดยบอรนด์มีโอกาสได้ชิงแชมป์ยูเอส กับ เดอะ มิซ แต่ก็แพ้ไปอย่างน่าเสียดาย โดยบอร์นได้ปล้ำศึกใหญ่คือ Survivor Series 2009 ในการปล้ำ Traditional Survivor Series Match แต่บอร์นก็ออกเป็นคนที่ 2 คนแรกของทีม มอร์ริสัน (Team Morrison) บอร์นยังไปปล้ำที่ ECW ในแมตช์ Homecoming Battle Royal แต่ก็ถูกเหวี่ยงออกเป็นคนแรก บอร์นได้ปล้ำใน Royal Rumble โดยออกมาเป็นคนที่ 2 อยู่บนเวทีได้พอสมควรแต่ถูก ซีเอ็ม พังก์ เหวี่ยงยกเวทีไปได้อย่างน่าเสียดาย ต่อมา ใน Raw บอร์นได้จับคู่กับ โยะชิ ทัตสึ (Yoshi Tatsu) และ โคฟี คิงส์ตัน เอาชนะ เดอะเลกาซี (The Legacy) ไปได้อาทิตย์ต่อมา ในการปล้ำคัดเลือกหาผู้เข้าร่วมในแมตช์การปล้ำ Money In The Bank บอร์นเอาชนะ วิลเลียม รีกัล (William Regal) ผ่านเข้าไปชิงกระเป๋าในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 26 ซึ่งบอร์นก็ไม่ได้ทำให้แฟนๆ ผิดหวังเพราะบอร์นปล้ำได้มันส์มากแต่ถึงกระนั้น Money In The Bank ก็ตกไปในมือของ แจ๊ค สแวกเกอร์

กลับมาใน Raw บอร์นมีโอกาสเจออดีตลูกพี่ของตัวเอง ซีเอ็ม พังก์ โดยใครชนะจะได้สิทธิ์การดราฟท์ตัวนักมวยปล้ำไปโดยบอร์นเป็นตัวแทน Raw โดยบอร์นแพ้ไป เพราะมีคนมาป่วนในการปล้ำต่อมาบอร์นเอาชนะ แซค ไรเดอร์ (Zack Ryder) ทำให้ บอร์นได้ผู้หญิงของ แซค ไรเดอร์ มาครองนั่นคือ เกล คิม (Gail Kim) และทั้งคู่ก็ปล้ำเอาชนะ แซค ไรเดอร์ และ อลิเซีย ฟอกซ์ (Alicia Fox) ในสัปดาห์ต่อมาอีกด้วย ต่อมาบอร์นมีเรื่องกับ เอดจ์ (Edge) และบอร์นได้จับคู่กับ จอห์น ซีนา (John Cena) เอาชนะ เอดจ์ กับ เชมัส (Sheamus) มาได้สำเร็จ หลังจากนั้นมีการโหวตว่าใครจะได้เจอกับ เชมัส ผมปรากฏว่าเป็น เคน ชนะโหวตบอร์นอย่างขาดลอย และใน Raw ตอนถัดมานั้น บอร์นได้เจอกับ คริส เจอริโค (Chris Jericho) โดยบอร์นชนะฟาว์ลเพราะ คริส เจอริโค เล่นตุกติก และในศึกใหญ่ ไฟเทิล โฟร์เวย์ (2010) บอร์นได้ Rematch กับเจอริโค อีกครั้งหนึ่งและกลายเป็นบอร์นที่ใช้ Air Bourne เอาชนะ คริส เจอริโค มาได้อย่างงดงาม!.

ในศึกรอว์ (15 สิงหาคม 2011) บอร์นได้จับคู่กับ โคฟี คิงส์ตัน เจอกับ ไมเคิล แมคกิลลิคัตตี (Michael McGillicutty) และ เดวิด โอทังก้า (David Otunga) สุดท้าย บอร์นกับโคฟี ก็สามารถเอาชนะมาได้ ในศึกรอว์ (22 สิงหาคม 2011) บอร์นได้จับคู่กับ โคฟี คิงส์ตัน อีกครั้ง และเจอกับ ไมเคิล แมคกิลลิคัตตี และ เดวิด โอทังก้า ในแมตช์การปล้ำชิงแชมป์แทคทีม WWE สุดท้าย บอร์นกับโคฟี ก็เป็นฝ่ายชนะและคว้าแชมป์แทคทีม WWE มาครองได้สำเร็จ ในศึกรอว์ (29 สิงหาคม 2011) บอร์นและโคฟี ต้องป้องกันแชมป์แทคทีม WWE กับ ไมเคิล แมคกิลลิคัตตี และ เดวิด โอทังก้า สุดท้าย บอร์นและโคฟี ก็สามารถป้องกันแชมป์เอาไว้ได้สำเร็จ ในศึก ไนท์ออฟแชมเปียนส์ (2011) บอร์นและโคฟี ต้องป้องกันแชมป์แทคทีม WWE กับ เดอะ มิซ และ อาร์-ทรูธ สุดท้าย บอร์นและโคฟี ชนะฟาล์ว แต่ยังเป็นแชมป์ต่อไป

ในศึกรอว์ (19 กันยายน 2011) บอร์นและโคฟี ได้จับคู่กับ เชมัส และ จัสติน เกเบรียล (Justin Gabriel) เจอกับ คริสเตียน (Christian), เวด บาร์เร็ตต์ (Wade Barrett), เดวิด โอทังก้า และ ไมเคิล แมคกิลลิคัตตี สุดท้าย บอร์น, โคฟี คิงส์ตัน, เชมัส และ จัสติน เกเบรียล ก็เอาชนะไปได้ ในศึก เฮลอินเอเซล (2011) บอร์นและโคฟี ต้องป้องกันแชมป์แทคทีม WWE กับ ดอล์ฟ ซิกก์เลอร์ (Dolph Ziggler) และ แจ๊ค สแวกเกอร์ สุดท้าย บอร์นและโคฟี ก็สามารถป้องกันแชมป์เอาไว้ได้ ในศึกรอว์ (3 ตุลาคม 2011) บอร์นและโคฟี ได้จับคู่กับ จอห์น ซีนา, ซีเอ็ม พังก์, เชมัส และ เมสัน ไรอัน (Mason Ryan) เจอกับ อัลเบร์โต เดล รีโอ (Alberto Del Rio), โคดี โรดส์ (Cody Rhodes), คริสเตียน, ดอล์ฟ ซิกก์เลอร์, แจ๊ค สแวกเกอร์ และ เดวิด โอทังก้า สุดท้าย บอร์น, โคฟี คิงส์ตัน, จอห์น ซีนา, ซีเอ็ม พังก์, เชมัส และ เมสัน ไรอัน ก็เอาชนะไปได้ ในศึกรอว์ (10 ตุลาคม 2011) บอร์นและโคฟี ได้จับคู่กับ เมสัน ไรอัน เจอกับ ดอล์ฟ ซิกก์เลอร์, แจ๊ค สแวกเกอร์ และ เดวิด โอทังก้า สุดท้าย บอร์น, โคฟี คิงส์ตัน และ เมสัน ไรอัน ก็เอาชนะไปได้ ในศึก เวนเจินส์ (2011) บอร์นและโคฟี ต้องป้องกันแชมป์แทคทีม WWE กับ ดอล์ฟ ซิกก์เลอร์ และ แจ๊ค สแวกเกอร์ สุดท้าย บอร์นและโคฟี ก็สามารถป้องกันแชมป์เอาไว้ได้

บอร์นได้ถูก WWE ทำการแบนเป็นเวลา 30 วัน ฐานไม่ผ่านการตรวจสารกระตุ้น[4] หลังจากพ้นโทษแบน ในศึกเฮาส์โชว์ บอร์นและ โคฟี คิงส์ตัน จะต้องป้องกันแชมป์แทคทีม WWE กับ อีปิโค (Epico) และ พรีโม (Primo) สุดท้าย บอร์นและโคฟี ก็เป็นฝ่ายแพ้และเสียแชมป์แทคทีม WWE ให้กับ อีปิโคและพรีโม ต่อมา บอร์นก็ได้ถูก WWE ทำการแบนอีกครั้งเป็นเวลา 60 วัน ฐานไม่ผ่านการตรวจสารกระตุ้นรอบสอง[5] ถ้าหากมีครั้งที่สาม บอร์นจะถูกไล่ออกจาก WWE ทันที!! ในวันที่ 19 มีนาคม 2012 บอร์นได้รับบาดเจ็บข้อเท้าแตก ทั้งๆ ที่เพิ่งพ้นโทษแบน 60 วัน และตรงกับวันเกิดของบอร์นพอดี (ครบรอบ 29 ปี) นับว่าเป็นการฉลองวันเกิดที่แย่จริงๆ[6]

ผลงานอื่นๆ[แก้]

บอร์นเป็นนักมวยปล้ำอายุน้อยที่ได้ออกดีวีดี โดยเมื่อวันที่ 20 มกราคม ค.ศ. 2009 บริษัท Image Entertainment, Inc ก็ได้จัดทำ Before They Were Stars: Matt Sydal: Bourne Is Born ซึ่งเป็นดีวีดีรวบรวมแมตช์การปล้ำของบอร์นในค่ายอินดี้ ตั้งแต่สมัยยังเป็นแม็ท ไซดอลออกมาวางจำหน่าย

เกี่ยวกับมวยปล้ำ[แก้]

อีแวน บอร์น ใช้ท่า Air Bourne เล่นงานใส่ คริส เจอริโค
อีแวน บอร์น ใช้ท่า Shooting Star Press เล่นงานใส่ ชาโว่ เกอร์เรโร่
    • ท่าเอกลักษณ์
      • Catapult followed by a corner dropkick
      • Corkscrew plancha
      • Diving double knee drop to a standing opponent's shoulders
      • Dropkick, sometimes from the top rope
      • Enzuigiri
      • Headscissors takedown
      • High knee
      • Hurricanrana, sometimes to an opponent on the top rope
      • Jumping back kick
      • Roundhouse kick
      • Standing moonsault, sometimes from the top rope
      • Standing shiranui
      • Suicide dive
      • Spinning heel kick
    • ฉายาและชื่ออื่นๆ
      • Air Bourne
      • Evan "Air" Bourne
      • The Aviation Nut
      • That Kid
    • เพลงเปิดตัว
      • "Axeman" โดย Damian Wes, Lenny Charles และ Sparky Buddha
      • "Born to Win" โดย Mutiny Within และ Jim Johnston
      • "Born to SOS" โดย Mutiny Within and Collie Buddz (WWE; September 5, 2011 – October 3; Used as part of Air Boom)
      • "Boom" โดย Jim Johnston (October 7 2011 - January 2012; Used while a part of Air Boom)
  • Independent circuit
    • ท่าไม้ตาย
      • Aftershock (Gory neckbreaker)
      • Cyclorama (Independent circuit) / Sydal Special (Dragon Gate)(Belly to belly moonsault slam)
      • Double Helix (corkscrew moonsault)
      • Here It Is Driver / Here We Go Driver (Pumphandle half nelson driver)
      • Shooting Sydal Press (Shooting star press)
    • ท่าเอกลักษณ์
      • Cannonball (Diving leg drop)
      • Catapult followed by a corner dropkick
      • Corkscrew plancha
      • Cradle suplex
      • Diving double knee drop to a standing opponent's shoulders
      • Dragonrana
      • Enzuigiri
      • Hurricanrana, sometimes to an opponent seated on the top turnbuckle
      • Inverted leg drop bulldog into a pin
      • Shining wizard to a cornered opponent
      • Springboard into either a 450° splash or a senton
      • Standing moonsault
      • Suicide dive
    • เพลงเปิดตัว
      • "Clavicle" โดย Alkaline Trio

ผลงานทั้งหมด[แก้]

บอร์นกับแชมป์แทคทีม WWE
  • Dragon Gate
    • Open The Brave Gate Championship (1 สมัย)
  • Independent Wrestling Association Mid-South
    • IWA Mid-South Light Heavyweight Championship (1 สมัย)
    • Ted Petty Invitational (2005)
  • NWA Midwest
    • NWA Midwest X Division Championship (2 สมัย)
  • Ohio Valley Wrestling
    • OVW Heavyweight Championship (1 สมัย)
  • Pro Wrestling Illustrated
    • PWI จัดอันดับ บอร์น ในอันดับที่ 63 ของท็อป 500 อันดับ นักมวยปล้ำเดี่ยวแห่งปีใน PWI 500 ปี 2009 และ 2010
  • Ring of Honor
    • ROH World Tag Team Championship (1 สมัย) – คู่กับ Christopher Daniels
  • Wrestling Observer Newsletter
    • Best Flying Wrestler (2008)
    • Best Wrestling Maneuver (2008) Shooting Star Press
    • Most Underrated (2009)

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. "Matt Sydal Bio". Online World of Wrestling. 
  2. "Matt Sydal fast facts". MattSydal.com. สืบค้นเมื่อ 2008-07-16. 
  3. "Evan Bourne bio". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 2009-06-30. 
  4. "Evan Bourne suspended". WWE. 2011-11-01. สืบค้นเมื่อ 2011-11-13. 
  5. "http://corporate.wwe.com/news/2012/2012_01_17.jsp". WWE. สืบค้นเมื่อ January 19, 2012. 
  6. Caldwell, James (March 23, 2012). "Bourne injured in auto accident". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ March 25, 2012. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]