ความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ไทย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ข้อหา "หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ" เริ่มมีขึ้นในประเทศไทยตั้งแต่ พ.ศ. 2451[ต้องการอ้างอิง] ในสมัยรัชกาลที่ 5 จนกระทั่งมีการปรับเปลี่ยนแก้ไขมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 บัญญัติไว้ว่า "ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี" อย่างไรก็ตาม ในประมวลกฎหมายมิได้นิยามว่าพฤติการณ์แบบใดเข้าข่าย "หมิ่นประมาท" หรือ "ดูหมิ่น"[1]

มีตัวอย่างการดำเนินคดีความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์เป็นจำนวนมาก บางฝ่ายกลุ่มออกมาเรียกร้องให้มีการแก้ไขหรือยกเลิกความผิดนี้[2]

เนื้อหา

[แก้] ความผิดทางอาญาในประเทศไทย

ข้อหา “หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ” เป็นบทบัญญัติหนึ่งของประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งเริ่มมีขึ้นในประเทศไทยตั้งแต่ ร.ศ. 127 (พ.ศ. 2451) ในสมัยรัชกาลที่ 5[ต้องการอ้างอิง] โดยแรกเริ่มนั้นมีโทษทั้งจำทั้งปรับ แต่ไม่มีข้อกำหนดโทษต่ำสุด มีแต่เพียงโทษสูงสุดเท่านั้น[ต้องการอ้างอิง] ทั้งนี้ข้อหาดังกล่าวใช้กับการ “หมิ่น” ผู้ดำรงฐานะ 4 อย่างเท่านั้น โดยเป็นพระราชวงศ์ 3 ตำแหน่ง ได้แก่ พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์อีก 1 ตำแหน่ง[ต้องการอ้างอิง] และมีบทบัญญัติเกี่ยวกับการ “หมิ่น” พระราชโอรส พระราชธิดา แยกไว้อีกมาตราหนึ่ง[ต้องการอ้างอิง]

ต่อมาใน พ.ศ. 2470 ได้มีการแก้ไขกฎหมายลักษณอาญามาตรา 104 กำหนดโทษการสั่งสอนทฤษฎีการเมืองหรือเศรษฐกิจเพื่อให้บังเกิดความเกลียดชังดูหมิ่นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแยกไว้อีกข้อหาหนึ่ง[ต้องการอ้างอิง]

เมื่อมีการประกาศใช้ประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2499 และยกเลิกกฎหมายลักษณะอาญา โทษข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพปรากฏอยู่ในมาตรา 112 โดยโทษจำคุกคงไว้ตามประมวลกฎหมายอาญา ส่วนโทษปรับได้ยกเลิกไป[ต้องการอ้างอิง] หลังการรัฐประหาร 6 ตุลาคม 2519 ซึ่งฝ่ายขวาจัดได้กลับมามีอำนาจในประเทศไทย คณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินมีการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญาเพิ่มโทษข้อหาหมิ่นทั้งสามกลุ่มได้แก่ หมิ่นประมาท หมิ่นศาล และหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ โดยกำหนดโทษจำคุกขั้นต่ำให้กับข้อหาหมิ่นศาลและหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ[ต้องการอ้างอิง]

ธานินทร์ กรัยวิเชียรได้แก้ไขกฎหมายให้มีโทษสูงขึ้น โดยเพิ่มจากสูงสุดเป็นจำคุก 7 ปี เป็นจำคุกต่ำสุด 3 ปี และสูงสุด 15 ปี และขยายขอบเขตของความผิด "หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ"[3]

ความผิดตามกรณีนี้ไม่ว่าจะกระทำภายในหรือภายนอกราชอาณาจักรไทยก็ต้องรับโทษในราชอาณาจักร เพราะเป็นความผิดต่อความมั่นคงของรัฐ (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 7) ซึ่งชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ภายนอกราชอาณาจักรก็สามารถกระทำผิดได้ และหากเดินทางเข้ามาในประเทศไทยก็อาจถูกจับและดำเนินคดีภายใต้กฎหมายไทย[ต้องการอ้างอิง]

ด้วยระวางโทษในปัจจุบันคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพมีอายุความสิบห้าปี ซึ่งหมายความว่าจะฟ้องร้องต่อศาลเมื่อใดก็ได้ภายหลังวันกระทำความผิดไปแล้วเป็นเวลาสิบห้าปี[ต้องการอ้างอิง]

[แก้] วิธีการดำเนินคดี

ในการดำเนินคดีนั้นเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสอบขออำนาจศาลออกหมายจับ สรุปสำนวนส่งพนักงานอัยการเพื่อฟ้องร้องต่อศาล[ต้องการอ้างอิง] ทั้งนี้ผู้ใดที่พบเห็นการกระทำความผิดดังกล่าวสามารถแจ้งต่อพนักงานสอบสวนได้ทันที[ต้องการอ้างอิง] คดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพโดยปกติเรื่มจากการแจ้งเบาะแสและดำเนินตามขั้นตอนไปโดยตำรวจและอัยการ[ต้องการอ้างอิง] ไม่มีความเกี่ยวข้องกับสำนักพระราชวังแต่อย่างใด[ต้องการอ้างอิง] มีผู้มีชื่อเสียงในสังคมไทยหลายคนถูกสอบสวนหรือดำเนินคดีในข้อหาดังกล่าวนี้ อาทิเช่น นายสนธิ ลิ้มทองกุล[ต้องการอ้างอิง] นายวีระ มุสิกพงศ์[ต้องการอ้างอิง] คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช[ต้องการอ้างอิง] นอกจากนี้ยังมีชาวต่างชาติที่กระทำผิดและเป็นข่าวดังไปทั่วโลกเช่น กรณีของนายแฮรี่ นิโคไลดส์[ต้องการอ้างอิง]

ในหลายคดีนั้นปรากฏว่าแม้ไม่ได้กล่าวถึงพระมหากษัตริย์โดยตรง แต่ศาลพิจารณาถึงเจตนาแล้วจึงตัดสินให้มีความผิด อาทิเช่น กรณีของนายวีระศาลฎีกาพิจารณาว่าคำกล่าวปราศรัยหาเสียงของนายวีระดังต่อไปนี้เป็นความผิด[ต้องการอ้างอิง]

Cquote1.svg

…ถ้าเลือกเกิดได้ก็เลือกเกิดมันใจกลางพระบรมมหาราชวังนั่น ออกมาเป็นพระองค์เจ้าวีระซะก็หมดเรื่อง ไม่จำเป็นจะต้องออกมายืนตากแดดพูดให้พี่น้องฟัง เวลาอย่างนี้เที่ยงๆ ก็เข้าห้องเย็น เสวยเสร็จก็บรรทมไปแล้ว ตื่นอีกทีบ่ายสามโมง ที่มายืนกลางแดดอยู่ทุกวันนี้ก็มันเลือกเกิดไม่ได้…

Cquote2.svg

ผู้กระทำความผิดในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เมื่อมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว มักจะขอพระราชทานอภัยโทษและมีหลายกรณีที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษตามที่ขอ[ต้องการอ้างอิง]

สุวิชา ท่าค้อถูกจับกุมและตัดสินจำคุก 20 ปี ต่อมาลดโทษเหลือ 10 ปี จากการโพสต์รูปภาพในเว็บบอร์ดแห่งหนึ่งซึ่งถูกพิจารณาว่าดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ การพิจารณาคดีสุวิชาเป็นครั้งแรกที่การพิจารณาคดีความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ไทยเป็นผลสำเร็จ[4][5]

อย่างไรก็ตามสื่อมวลชนไทย รวมถึงสื่อต่างชาติอย่างซีเอ็นเอ็น มักจะหลีกเลี่ยงการเสนอข่าวถึงการกระทำที่เป็นความผิดฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ มักเสนอข่าวเพียงแต่ใครเป็นผู้กระทำผิดเท่านั้น ทั้งนี้เพราะเกรงกลัวปัญหาที่จะเกิดขึ้นตามมาถึงตัวเอง[ต้องการอ้างอิง]

มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่าการดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพนี้ตกเป็นเครื่องมือหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทางการเมือง และมีการเสนอให้มีการปฏิรูปฐานความผิดและวิธีการดำเนินคดี[ต้องการอ้างอิง]

คณะอนุกรรมาธิการกำกับติดตามการป้องกันและปราบปรามเว็บไซต์และการกระทำหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ มีเว็บไซต์เปิดรับแจ้งเบาะแสการกระทำความผิด[ต้องการอ้างอิง]

[แก้] ตัวอย่างการดำเนินคดี

คดีของนางดารณี ชาญเชิงศิลปกุล ซึ่งถือว่าสิ้นสุดแล้ว โดยได้ปรากฏว่ามี ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ ศาลอาญา และศาลรัฐธรรมนูญ เกี่ยวข้องถึง 4 ศาล และผู้กระทำผิดทำผิดหลายวาระในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เพียงมาตราเดียว[ต้องการอ้างอิง][6] จึงเป็นตัวอย่างในการดำเนินคดีที่น่าสนใจโดยการดำเนินคดีเป็นไปดังต่อไปนี้

โดยอัยการได้สั่งฟ้องตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ศาลวินิจฉัยว่าจำเลยทำผิดหลายครั้ง 6 วาระ จึงตัดสินขั้นต่ำ 3ปี รวม 6วาระเป็น 18ปี ต่อมาจำเลยได้ขอยื่นอุทธรณ์ขอให้ศาลส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่า บทบัญญัติตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 177 ที่ศาลชั้นต้นสั่งพิจารณาคดีลับขัดหรือแย้งสิทธิการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม ตามรัฐธรรมนูญ ปี 2550 มาตรา 29 และ 40 หรือไม่ ซึ่งจำเลยเคยยื่นคำร้องให้ศาลชั้นต้นส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้ว แต่ศาลชั้นต้นยกคำร้อง โดยศาลอุทธรณ์อนุญาตตามตำร้อง และได้ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ต่อมาศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยว่า บทบัญญัติตาม ป.วิ อาญา มาตรา 177 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ปี 2550 มาตรา 29 และ 40(2) นั้นศาลอาญา จึงได้นัดพิพากษาคดีใหม่ใน วันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2554โดยศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์แล้ว พิพากษาจำเลยกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรม รวม 3 กระทง จำคุกกระทงละ 5 ปี รวมจำคุก 15 ปี จำเลยไม่อุทธรณ์ต่อในชั้นฎีกาถือว่าคดีสิ้นสุดลง[7]

[แก้] ผู้ถูกกล่าวหาหรือถูกดำเนินคดี

คดีความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ไทยแบ่งเป็นสามประเภท[ต้องการอ้างอิง] กล่าวคือฟ้องตามประมาลกฎหมายอาญามาตรา 112 ฟ้องตามมาตราอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับมาตรา 112 และการวินิจฉัยให้เลิกจ้าง ถอนประกันตัว รวมถึงการออกหมายเรียก อันเนื่องมาจากมีพฤติกรรมสนับสนุนความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ไทย

วันที่เกิดเหตุ ผู้ถูกกล่าวหา เหตุการณ์
จตุพร พรหมพันธุ์
นิสิต สินธุไพร
ถูกถอนประกันในคดีก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 135/1-135/4 ในวันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 จากกรณีการกล่าวปราศัยหมิ่นก้าวล่วงเกินพระมหากษัตริย์ ปัจจุบันได้รับการประกันตัว[ต้องการอ้างอิง]
สุรภักดิ์ ภูไชยแสง ถูกจับวันที่3 กันยายน 2554 ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 (1) (5)และกฎหมายอาญามาตรา 112 จากกรณีเกี่ยวข้องกับเว็บไซ์หมิ่นสถาบัน[8]
ณัฐกานต์ สกุลดาราชาติ ถูกออกหมายเรียก ตามความผิดมาตรา 112 ประมวลกฎหมายอาญา[9]
สุรพศ ทวีศักดิ์ ถูกออกหมายเรียก ตามความผิดมาตรา 112 ประมวลกฎหมายอาญา[10]
สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ได้รับหมายเรียกเนื่องจากสำนักงานพระธรรมนูญทหารบกแจ้งความ[11] ตามความผิดมาตรา 112 ประมวลกฎหมายอาญา เราไปรายงานตัวเมื่อวันที่ 11พฤษภาคม พ.ศ. 2554
นรเวศย์ ยศปิยะเสถียร ถูกจับวันที่ 5 สิงหาคม 2554 ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 (1) (5)และกฎหมายอาญามาตรา 112 จากกรณีโพสข้อความหมิ่นเขาติดคุก 3 วันก่อนได้รับการประกันตัวเมื่อวันที่ 8 สิงหาคมวงเงิน 5 แสนบาท[12]
ก่อแก้ว พิกุลทอง การหมิ่นก้าวล่วงเกินพระมหากษัตริย์จากการกล่าวปราศรัยในงานชุมนุม "ความจริงวันนี้สัญจร"ซึ่งมีขึ้นที่เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2552 ออกหมายจับ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 ปัจจุบันคดียังอยู่ในศาล[13]
เลอพงษ์ วิไชยคำมาตย์ การเป็นเจ้าของเว็บไซด์หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ศาลสั่งจำคุกไม่ให้ประกันตัว เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2554[14]คดีหมายเลขคดีดำ อ.3328/2554 ศาลอาญาลงโทษจำคุก 2 ปี 6 เดือนนับตั้งแต่วันจำคุก[15]
พิษณุ พรหมสร การหมิ่นก้าวล่วงเกินพระมหากษัตริย์ ด้วยการปราศัย เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.2552 ที่สนามหลวง ออกหมายจับแล้ว หลบหนี[16]
ณัฐ สัตยาภรณ์พิสุทธิ์ การแพร่วิดิทัศน์หมิ่นก้าวล่วงเกินพระมหากษัตริย์ทางยูทูบศาลสั่งจำคุก 4 ปี 6 เดือน[17]
ธนพล บำรุงศรี การแพร่วิดิทัศน์หมิ่นก้าวล่วงเกินพระมหากษัตริย์ทางเฟซบุ๊กศาลอาญาอนุมัติหมายจับ ลงวันที่ 24 พฤษภาคม 2553[18]
ธันย์ฐวุฒิ ทวีวโรดมกุล การหมิ่นและปล่อยให้ผู้อื่นหมิ่นหรือก้าวล่วงเกินพระมหากษัตริย์ในฐานะเจ้าของเว็บไซด์นปช.USA ศาลตัดสินจำคุก 13 ปี[19]
ชูพงษ์ ถี่ถ้วน การหมิ่นก้าวล่วงเกินพระมหากษัตริย์โดยการปราศัยและมีปรากฏในเว็บไซด์ยูทูบ ศาลได้ออกหมายจับแล้ว เมื่อวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2554[20] อยู่ระหว่างหลบหนี[ต้องการอ้างอิง]
17 ธันวาคม พ.ศ. 2553
21 กันยายน พ.ศ. 2553
29 ตุลาคม พ.ศ. 2553
สุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ การหมิ่นก้าวล่วงเกินพระมหากษัตริย์ ศาลตัดสินจำคุก 15 ปี สารภาพเหลือ 7ปี 6เดือน คดีสิ้นสุดแล้ว[21]
สมยศ พฤกษาเกษมสุข ศาลอาญาอนุมัติหมายจับ ตามความผิด มาตรา 112 หมายจับของศาลอาญา ที่ 131/2554 ลงวันที่ 15 ก.พ. 54[22] ตำรวจจับกุมแล้วที่อำเภออรัญประเทศจังหวัดสระแก้วเมื่อวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2554 ศาลอนุมัติฝากขังเบื้องต้น 12 วัน[23]
ชูชีพ ชีวสุทธิ์ การหมิ่นก้าวล่วงเกินพระมหากษัตริย์ โดยปราศัยทางวิทยุชุมชน เว็บไซด์พันทิป และประชาไท ศาลออกหมายจับ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2551 ความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14(3)(5)และกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 112 มาตรา 116 พระราชกำหนด แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2546 มาตรา 135/2 อยู่ระหว่างหลบหนี[ต้องการอ้างอิง]
5 ธันวาคม พ.ศ. 2549 โอลิเวอร์ รูดอล์ฟ จูเฟอร์ การหมิ่นก้าวล่วงเกินพระมหากษัตริย์ในระหว่างประกาศกฎอัยการศึก[24] ที่ จังหวัดเชียงใหม่ โดยการพ่นสีใส่พระบรมฉายาลักษณ์ขณะเมาสุรา จำคุก 10 ปี ขอพระราชทานอภัยโทษจำคุก 4 เดือนเนรเทศกลับประเทศสวิตเซอร์แลนด์[ต้องการอ้างอิง]
11 มีนาคม พ.ศ. 2554 เอกชัย หงส์กังวาน การขายซีดี หมิ่นก้าวล่วงเกินพระมหากษัตริย์ ตำรวจแจ้งข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ได้รับประกันตัว[25]
19 มีนาคม พ.ศ. 2554 เสถียร รัตนวงษ์ การขายซีดี หมิ่นก้าวล่วงเกินพระมหากษัตริย์ ตำรวจแจ้งข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพปัจจุบันจำคุก อยู่ระหว่างต่อสู้คดี[26]
สุริยันต์ กกเปือย ผู้ต้องหาขู่ว่าระเบิดสถานที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ ขณะนั้น (โรงพยาบาลศิริราช) ศาลตัดสินจำคุก 3 ปี 15 วัน อยู่ระหว่างขออภัยโทษ[27]
อำพล ตั้งนพกุล การหมิ่นก้าวล่วงเกินพระมหากษัตริย์ โดยการส่งข้อความสั้นทางโทรศัพท์มือถือถึงเลขานุการนายกรัฐมนตรี จำคุก 20 ปี(เริ่ม25พ.ย.2554)ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 (2) (3)และกฎหมายอาญามาตรา 112[28]
7 เมษายน พ.ศ. 2552 วันชัย แซดัน การหมิ่นก้าวล่วงเกินพระมหากษัตริย์ แจกจ่ายเอกสารเข้าข่ายหมิ่นฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2552 กฎหมายอาญา มาตรา 33 มาตรา 112 จำคุกรวม 15 ปี[29]
5 เมษายน พ.ศ. 2552
18 เมษายน พ.ศ. 2552
กิตติ แสนสุขโรจน์วงศ์[30]
ทศพรฤทัย ประเสริฐสูง
การหมิ่นก้าวล่วงเกินพระมหากษัตริย์ โดยการจงใจถ่ายสำเนาเอกสารที่มีข้อความหมิ่นพระบรมเดชาดานุภาพ จำคุกไม่ให้ประกันตัว[31]
ชาญวิทย์ จริยานุกูล การแจกจ่ายเอกสารหมิ่นก้าวล่วงเกินพระมหากษัตริย์ ศาลให้ประกันตัว ปัจจุบันคดียังอยู่ในศาล[32]
30 เมษายน พ.ศ. 2553
18 กันยายน พ.ศ. 2553
17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
วิภาส รักสกุลไทย
วิเศษ พิชิตลำเค็ญ
นาวาอากาศตรี ชนินทร์ คล้ายคลึง
การหมิ่นก้าวล่วงเกินพระมหากษัตริย์ ในเว็บไซด์เฟซบุ๊ก ความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14(3)(5)และกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 112 มาตรา 116 ประกอบ พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินมาตรา 9 ข้อ 2 พระราชกำหนด แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2546 มาตรา 135/2 ตัดสินจำคุก คดีอยู่ระหว่างการพิจารณา[33]
วราวุธ ฐานังกรณ์
ปภัสชนัญญ์ ฉิ่งอินทร์
การหมิ่นก้าวล่วงเกินพระราชินี จำคุก 6 ปี ยอมรับสารภาพจึงได้รับการลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 3ปี

กรณีเผาโลงศพ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ลงโทษจำคุก 3 ปี ที่มาของคดีกล่าวคือ สนธิ ลิ้มทองกุล ได้พูดออกรายการโทรทัศน์ ใจความตอนหนึ่งว่าคนเสื้อเหลืองออกมาปกป้องพลเอกเปรมในฐานะที่พระองค์ท่านเป็นประธานองคมนตรี[34] จึงทำให้ปภัสชนัญญ์ ฉิ่งอินทร์ นำเรื่องนี้มาล้อเลียนโดยเขียนที่ข้างโลงศพว่าพระองค์ท่าน พลเอกเปรม ต่อมามีการฟ้องร้อง เนื่องจากพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยมองว่าหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ คดีอยู่ระหว่างอุทธรณ์[ต้องการอ้างอิง]

จักรภพ เพ็ญแข การหมิ่นก้าวล่วงเกินพระมหากษัตริย์ ปัจจุบันคดียังอยู่ในศาล กรณีปราศรัยที่ลอสแอนเจลิส[ต้องการอ้างอิง]
พ.ศ. 2517 ประเดิม ดำรงเจริญ การถูกกล่าวหาตามมาตรานี้จนเป็นเหตุให้ติดคุก แต่ภายหลังศาลตัดสินว่าเขาบริสุทธิ์[ต้องการอ้างอิง]
ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช
น.ส.ปรารถนา คงนาค
ภูมิสรรค์ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา
ถนอม อ่อนเกตุพล
อธิวัฒน์ จันทุมมี[35]
กรณีสติกเกอร์มีข้อความพระราชดำรัสโดยไม่ได้รับอนุญาต พนักงานสอบสวนเห็นสมควรฟ้องแต่อัยการสูงสุดไม่ฟ้องตามข้อกล่าวหาโดยระบุว่าเป็นการกระทำที่สุจริต[36]
กระทำความผิด

13 กรกฎาคม พ.ศ. 2529

นายวีระ มุสิกพงศ์ กรณีปราศรัยหาเสียงหาเสียงที่จังหวัดบุรีรัมย์ ในพ.ศ. 2529 ว่า

“…ถ้าเลือกเกิดได้ก็เลือกเกิดมันใจกลางพระบรมมหาราชวังนั่น ออกมาเป็นพระองค์เจ้าวีระซะก็หมดเรื่อง ไม่จำเป็นจะต้องออกมายืนตากแดดพูดให้พี่น้องฟัง เวลาอย่างนี้เที่ยงๆ ก็เข้าห้องเย็น เสวยเสร็จก็บรรทมไปแล้ว ตื่นอีกทีบ่ายสามโมง ที่มายืนกลางแดดอยู่ทุกวันนี้ก็มันเลือกเกิดไม่ได้…"[37]

ศาลฎีกาตัดสินจำคุกสองกระทง กระทงละ 2 ปี รวม 4 ปี

ต่อมาขอพระราชทานอภัยโทษ และได้รับพระราชทานอภัยโทษ[ต้องการอ้างอิง]

พ.ศ. 2552 นายสุวิชา ท่าค้อ ภาพตัดต่อเผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ต

ศาลตัดสินจำคุกสองกระทง กระทงละ 5 ปี รวม 10 ปี[ต้องการอ้างอิง]

31 สิงหาคม พ.ศ. 2551 นายแฮรี่ นิโคไลดส์ ข้อความในหนังสือ Verisimilitude หนึ่งย่อหน้า โดยมีข้อความเริ่มต้น "From King Rama to the Crown Prince, the nobility was renowned for their ..." และลงท้ายว่า "...she and her family would disappear with their name, familial lineage and all vestiges of their existence expunged forever."[38][ต้องการอ้างอิง] ข้อความเหล่านี้สื่อตะวันตกหลายแห่งรวมถึงซีเอ็นเอ็นปฏิเสธที่จะเผยแพร่เพื่อป้องกันมิให้เจ้าหน้าที่ของตนที่ปฏิบัติงานในประเทศไทยได้รับผลกระทบ

ศาลชั้นต้นตัดสินจำคุก 3 ปี

ต่อมาขอพระราชทานอภัยโทษ และได้รับพระราชทานอภัยโทษหลังจากถูกจำคุกไปแล้วเป็นเวลาหกเดือน เมื่อ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552[ต้องการอ้างอิง]

15 มิถุนายน พ.ศ. 2551 นางสาวรัชพิณ จันทร์เจริญ ไม่ยืนเมื่อมีเพลงสรรเสริญพระบารมีในโรงภาพยนตร์

คดีอยู่ระหว่างสอบสวน แจ้งข้อหาตามมาตรา 112 แล้ว[39]

พ.ศ. 2551 นายโชติศักดิ์ อ่อนสูง
นางสาวชุติมา เพ็ญภาค
ไม่ยืนเมื่อมีเพลงสรรเสริญพระบารมีในโรงภาพยนตร์[40]

คดีอยู่ระหว่างขั้นตอนการสอบสวนของเจ้าพนักงานสอบสวน[ต้องการอ้างอิง]

27 ธันวาคม พ.ศ. 2551 นางสาวจิตรา คชเดช เป็นแนวร่วมกับนายโชติศักดิ์ อ่อนสูง ในการออกสถานีโทรทัศน์ และใส่เสื้อที่มีข้อความไม่ยืนไม่ใช่อาชญากร คิดต่างไม่ใช่อาชญากรรม ออกสถานีโทรทัศน์ ทำให้ถูกบริษัทฟ้องศาลเลิกจ้างเนื่องจากกรณีดังกล่าวทำให้บริษัทเสียหาย

ศาลพิพากษาเห็นสมควรให้เลิกจ้างตามที่บริษัทร้องขอเนื่องจากได้บอกอย่างชัดเจนว่าเป็นประธานสหภาพ จนเป็นเหตุให้บริษัทได้รับความเสียหายจริง[41][42]

20 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 สนธิ ลิ้มทองกุล การนำข้อความอภิปรายของนางสาวดารณี ชาญเชิงศิลปกุล มาบอกในที่ชุมนุม ปัจจุบันคดียังอยู่ในศาล[ต้องการอ้างอิง]
รศ. ดร. ใจ อึ๊งภากรณ์ จากการเผยแพร่หนังสือ A Coup for the Rich ซึ่งมีการอ้างอิงหนังสือ The King Never Smiles อยู่ระหว่างการสอบสวนของตำรวจ ผู้ต้องหาหลบหนีไปยังสหราชอาณาจักร[ต้องการอ้างอิง]
นางบุญยืน ประเสริฐยิ่ง ปราศรัยบนเวทีประชาชนที่ท้องสนามหลวง ด้วยการกระจายเสียงทางเครื่องกระจายเสียงท่ามกลางประชาชนที่มาฟังจำนวนหลายคน ในเรื่องหมิ่นประมาท ดูหมิ่น องค์รัชทายาท โดยประการที่น่าจะทำให้องค์รัชทายาทเสื่อมเสียเกียรติ เสียชื่อเสียง และถูกเกลียดชัง ศาลได้พิพากษาเมื่อวันที่ 6 พ.ย. 2551 ว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 วางโทษจำคุก 12 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ให้กึ่งหนึ่ง คงลงโทษจำคุก 6 ปี (คดีหมายเลขแดงที่ อ.4308/2551)[43]
7 มิถุนายน พ.ศ. 2551 นางสาวดารณี ชาญเชิงศิลปกุล (ดา ตอร์ปิโด) สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ฟ้องต่อศาลในข้อหาหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ ราชินี[44] ศาลอาญาอ่านตามคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.3959/2551 วันที่ 15ธันวาคม พ.ศ. 2554 จำคุก 15 ปี จำเลยไม่อุทธรณ์ต่อคดีสิ้นสุดแล้ว[ต้องการอ้างอิง]
นายธนาพล อิ๋วสกุล เกิดจากการที่ตัวแทนจากคาราวานคนจน ได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจบางซื่อ กล่าวหานายสุลักษณ์ ศิวรักษ์ และนายธนาพล อิ๋วสกุล กระทำการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ จากการเผยแพร่/วางจำหน่ายวารสารฟ้าเดียวกัน ฉบับ "สถาบันกษัตริย์กับสังคมไทย"[ต้องการอ้างอิง]

31 มีนาคม 2549 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการยึดวารสารฟ้าเดียวกันฉบับ "สถาบันกษัตริย์กับสังคมไทย" ที่ร้านนายอินทร์ สาขาท่าพระจันทร์ คำสั่งดังกล่าวใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.การพิมพ์ พ.ศ. 2484 มาตรา 9[45]

[แก้] การเรียกร้องให้มีการปฏิรูปข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

[แก้] ข้อเสนอของนักวิชาการไทย

ศ.ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ เสนอให้คงกฎหมายไว้เช่นเดิม แต่ให้แก้ไขให้อัยการสูงสุดมีสิทธิ์ขาดในสืบสวนและสั่งฟ้องแต่ผู้เดียวเท่านั้น โดยให้คำสั่งของอัยการสูงสุดเป็นสิทธิ์ขาด จะอุทธรณ์คำสั่งหรือจะเอาผิดอัยการสูงสุดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่มิได้[46]

[แก้] ข้อเรียกร้องของนักวิชาการต่างชาติ

จดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรีไทย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ลงนามโดยนักวิชาการที่มีชื่อเสียงจากทั่วโลก[ต้องการอ้างอิง] มีข้อเรียกร้องสามข้อ

  1. ให้หยุดการใช้มาตรการที่กดขี่ข่มเหงการแสดงความคิดเห็นของบุคคลโดยสงบเพื่อไม่ให้ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง
  2. ปฏิรูปกฎหมายเกี่ยวกับข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เพื่อป้องกันการใช้ในทางที่ผิด และปกป้องพระเกียรติของสถาบันกษัตริย์ในเวทีสากล
  3. ให้พิจารณาถอนการดำเนินคดีข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพในปัจจุบัน ปลดปล่อยนักโทษในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เนื่องจากการแสดงความคิดเห็นไม่ควรเป็นอาชญากรรม[47]

[แก้] การเรียกร้องให้ยกเลิกกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

คณาจารย์ผู้เรียกตัวเองว่ากลุ่มนิติราษฏร์จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ออกมาเรียกร้องให้ยกเลิกกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ[ต้องการอ้างอิง] และก่อนหน้านี้ ดร.เก่งกิจ กิติเรียงลาภ ภาคประวัติศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุลภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ออกมาเรียกร้องด้วย[48] การเรียกร้องถูกดำเนินขึ้นเนื่องจากผู้เข้าร่วมเสาวนาอ้างว่ามีผู้กระทำผิดตามมาตรา 112 จำนวนมาก ในวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2554 ได้มีการเปิดตัวกลุ่มกิจกรรม “มาตรา 112: รณรงค์เพื่อความตื่นรู้” โดยมีการตะโกนคำว่ายกเลิก 112 ไปตลอดเส้นทาง จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ถึง อนุเสาวรีย์ประชาธิปไตย ประกาศจุดยืนให้ยกเลิกกฎหมายประมวลอาญามาตรา 112 แกนนำกลุ่มคือกลุ่ม 24 มิถุนา ประชาธิปไตย ซึ่งเป็นกลุ่มแนวร่วมของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ นางสาวจิตรา คชเดช ผู้ถูกเลิกจ้างอันกระทำการให้บริษัทเสื่อมเสียฐานความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ไทยได้เป็นแกนนำในครั้งนี้[49]

[แก้] กรณีการออกหมายเรียก ตามมาตรา 18 พระราชบัญญัติ ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551

กรณีนี้สืบเนื่องจากกรมสอบสวนคดีพิเศษเห็นพ้องให้ออกหมายเรียก ตามพระราชบัญญัติ ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 โดยออกหมายเรียกบุคคลที่ต้องสงสัยว่ากระทำความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ไทย จำนวน 19 คน คือ นายจตุพร พรหมพันธุ์, นายแพทย์เหวง โตจิราการ, นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นายก่อแก้ว พิกุลทอง, นางธิดา ถาวรเศรษฐ์, นายการุณ โหสกุล, นายยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก, นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท, นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์, นายชินวัฒน์ หาบุญพาด, นายวิเชียร ขาวขำ, นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ หรือแรมโบ้อีสาน, นายขวัญชัย สาราคำ หรือไพรพนา, นายนิสิต สินธุไพร, จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศีรษะ, นายวรวุฒิ วิชัยดิษฐ, นางลัดดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์, นายสมชาย ไพบูลย์ และ นายพายัพ ปั้นเกตุ[50]

เนื่องจากการกระทำบุคคลดังกล่าวฝ่าฝืนข้อกำหนด กฎหมาย พระราชบัญญัติ ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 เช่นการปราศัยในที่สาธารณะ ในวันที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2554 บริเวณ อนุเสาวรีย์ประชาธิปไตย และก่อนหน้านี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ มีความเห็นว่าการกระทำของบุคลดังกล่าวเป็นภัยต่อความมั่นคงต่อรัฐ ทั้งนี้เมื่อกลุ่มบุคคลดังกล่าวฝ่าฝืนข้อกำหนดออกตามความพระราชบัญญัติ ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 มาตรา 18 ข้อ (2) ห้ามเข้าหรือให้ออกจากบริเวณพื้นที่ อาคาร หรือสถานที่ที่กำหนดในห้วงเวลาที่ ปฏิบัติการ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือเป็นบุคคลซึ่งได้รับการยกเว้น เจ้าหน้าที่ของรัฐจึงดำเนินการออกหมายเรียกโดยอาศัยอำนาจตามความพระราชบัญญัติ ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 มาตรา 18 ข้อ (1) ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องปฏิบัติการหรืองดเว้นการปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใด (ออกหมายเรียก) และฟ้องร้องต่อศาลโดยอาศัยอำนาจตาม พระราชบัญญัติ ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 มาตรา 24 ผู้ใดฝ่าฝืนข้อกำหนดที่ออกตามมาตรา 18 (2) (3) (4) (5) หรือ (6) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ภายหลังกรมสอบสวนคดีพิเศษออกหมายเรียกนายพายัพ ปั้นเกตุ เพิ่มอีก 1 ราย จึงรวมเป็น ทั้งหมด 19 ราย[51]

[แก้] กรณีการถูกจับหรือเลิกจ้างอันเนื่องมาจากการพิมพ์ข้อความในสื่ออินเทอร์เน็ต

  • กรณีเลิกจ้างโดยไม่อาศัยคำสั่งศาล นางสาว วงศ์วิภา เกษจุโลม[ต้องการอ้างอิง]
  • กรณีถูกจับนายวิภาส รักสกุลไทยและนายวิเศษ พิชิตลำเค็ญ[52][53]
  • กรณีเยาวชนนางสาว ณัฐกานต์ สกุลดาราชาติ ออกหมายเรียกแล้ว[ต้องการอ้างอิง]

[แก้] การยื่นฟ้องร้องบุคคลที่อยู่ในต่างประเทศ

บุคคลถูกฟ้องร้องที่มีที่ พำนักในต่างประเทศตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ได้แก่ นายประเสริฐ จิระวาณิชสกุล และนายเอนก ชัยชนะ พำนักที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ตำรวจยื่นฟ้องร้องแล้วตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112[54]

[แก้] คดีการปราศัยในที่สาธารณะที่ปรากฏในสื่ออินเทอร์เน็ต

คดีการปราศัยในที่สาธารณะที่ปรากฏในสื่ออินเทอร์เน็ต ผู้ถูกกล่าวหาส่วนใหญ่เป็นแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ[ต้องการอ้างอิง] อาทิ นาย พันทิวา ภูมิประเทศ หรือ ทอม ดันดี ถูกฟ้องร้องในวันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2553 ให้ดำเนินคดีตามกฎหมายอาญาประกอบมาตรา 112 และมาตรา 116 พระราชบัญญํติคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 พรก.ในการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน มาตรา 9 พระราชกำหนด แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2546 มาตรา 135/2 และกฎหมายอาญา มาตรา112 มาตรา 116 พระราชบัญญํติคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 พรก.ในการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน มาตรา 9 พระราชกำหนด แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2546 มาตรา 135/2 กับผู้เผยแพร่ วิดิทัศน์ดังกล่าวในเว็บไซด์ยูทูบ[ต้องการอ้างอิง] ต่อมา ได้มีการปราศัยของแกนนำ อาทิ นายจตุพร พรหมพันธุ์แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติในวันที่ 10เมษายน พ.ศ. 2553 ผู้บัญชาการทหารบกได้ดำเนินการฟ้องร้อง ในข้อหา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เช่นเดียวกัน[ต้องการอ้างอิง]

[แก้] คดีที่ส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยอันเนื่องมาจากการพิมพ์ข้อความในสื่ออินเทอร์เน็ต

นางสาว ธีรนันท์ วิภูชนินท์ อดีตกรรมการผู้จัดการบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ยูบีเอส และ นายคธา ปาจริยพงศ์ เจ้าหน้าที่บริษัทเคที-ซิมิโก้ จำกัด ถูกตำรวจจับอันเนื่องมากจากการกระทำผิดตามมาตรา 14 พรบ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 โดยพฤติกรรมการปล่อยข่าวลือดังกล่าวส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทย 2 วันดัชนีร่วง 53.95 จุด ลดลง 7.34%[55] โดยในวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2552 ตลาดหุ้นลดลง 2.04%[56] และในวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2552 ตลาดหุ้นลดลง 5.30%[57] เวลา 14.40 ลดลง ถึง 8.03% ลดลงถึง 58.72 จุด[58] ต่อมาวันที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 ตำรวจจับกุมเพิ่มอีกได้แก่ พ.ญ.ทัศพร รัตนวงศา แพทย์ประจำโรงพยาบาลธนบุรี และวันที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 ตำรวจได้จับกุม นายสมเจตน์ อิทธิวรกุล ที่จังหวัดชลบุรี[59]

[แก้] มาตรการอื่น ๆ

[แก้] การตรวจพิจารณาเว็บไซต์ยูทูบ

ด้วยปรากฏโดยทั่วไปว่าในเว็บไซด์ดังกล่าวมีการกล่าวถึงองค์พระมหากษัตริย์ไทย ทั้งในแง่การเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร การกระทำผิดตามมาตรา 112 ตามพรบ.คอมพิวเตอร์ 2550 กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร จึงได้ดำเนินมาตรการตรวจพิจารณาเว็บไซด์ดังกล่าวซึ่งเคยปิดถาวรระยะเวลาหนึ่ง[60] ส่วนในปัจจุบันได้ปิดเฉพาะในส่วนที่มีความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ไทย เท่านั้นและได้ขอความร่วมมือห้ามเผยแพร่วิดิทัศน์เหล่านี้ภายในประเทศไทย[ต้องการอ้างอิง]

วันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2554 กรมสอบสวนคดีพิเศษ[61] แถลงการว่าส่วนใหญ่เว็บไซด์ดังกล่าวผู้กระทำความผิดเป็นประชาชนของประเทศลาวและประเทศกัมพูชา พบว่ามีคนไทยเข้าไปมีส่วนร่วมด้วยสาเหตุคาดว่าน่าจะมาจากเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและความขัดแย้งระหว่างประเทศ ทั้งนี้มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่าประชาชนของประเทศทั้งสอง ใช้ภาษาอังกฤษได้ดี รวมถึงทำงานอยู่ในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นจำนวนมาก จึงพบการกระทำผิดในเว็บไซด์ดังกล่าวเป็นภาษาอังกฤษและภาษาไทยด้วย เนื่องจากพื้นฐานภาษาใกล้เคียงกันประชาชนของประเทศดังกล่าวจึงสามารถใช้ภาษาไทยได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

[แก้] ตำรวจกับการจับกุมวิทยุชุมชน

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติความมั่นคง พ.ศ. 2551 ทำการจับกุมและปิดสถานีวิทยุชุมชนกว่า 14 แห่งเมื่อวันที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2554 ที่เจ้าหน้าที่วินิจฉัยว่ากระทำการอันเป็นความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ไทย[62]

[แก้] ทหารกับการป้องปราม

เมื่อวันที่ 12 เมษายน พ.อ.จีรพล หลงประดิษฐ์ นายทหารพระธรรมนูญจากสำนักงานพระธรรมนูญทหารบก กองทัพบก ได้รับมอบอำนาจจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. นำเอกสารเข้าแจ้งความกับ พ.ต.อ.จิรภัทร โพธิ์ชนะพันธุ์ ผกก.สน.สำราญราษฎร์ ให้คดีกับนายจตุพร พรหมพันธุ์ นายวิเชียร ขาวขำ นายสุพร อัตถาวงศ์ แกนนำคนเสื้อแดง ในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ จากการปราศรัยบนเวที นปช.บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเมื่อวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา[63]

เมื่อวันที่ 19 เมษายน พล.ต.กัมปนาท รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.1 รอ.) ได้เดินทางตรวจเยี่ยมความพร้อมรบของกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) ได้กล่าวว่า ขอให้พวกท่านรักษาเกียรติ และศักดิ์ศรีของทหาร ที่ยึดถือมาอย่างยาวนาน ตามที่รัชกาลที่ 5 ทรงพระราชทานให้พวกเรา ยึดถือมาโดยตลอดว่า ทหารคือผู้ที่ได้รับเกียรติสูงสุดจากประชาชนให้เป็นสุภาพบุรุษเพื่อปกป้อง ประเทศ ทหารคือผู้ที่สละประโยชน์ส่วนตน เพื่อความผาสุกของประชาชนและความอยู่รอดของบ้านเมือง ทหารคือผู้ที่บูชารักษาเกียรติยศมากกว่าเงินตรา ที่สำคัญต้องการให้ทุกคนได้ยึดมั่นในสัจจะวาจา ที่พวกเราไปถวายต่อองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทุกวันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี ที่เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาว่า ข้าพระพุทธเจ้าจะยอมตายเพื่อรักษาไว้ซึ่งพระบรมเดชานุภาพในพระมหากษัตริย์เจ้า ข้าพระพุทธเจ้าจะจงรักภักดี และถวายความปลอดภัยต่อใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทกว่าชีวิตจะหาไม่[64] ซึ่งถูกมองว่าเป็นการประกาศสงครามกับผู้กระทำความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ไทยในราชอาณาจักรไทย[ต้องการอ้างอิง]

[แก้] ดูเพิ่ม


[แก้] อ้างอิง

  1. ^ http://news.bbc.co.uk/2/hi/asia-pacific/7604935.stm
  2. ^ มาตรา 112
  3. ^ Colum Murphy (September 2006). "A Tug of War for Thailand’s Soul". Far Eastern Economic Review (ฉบับที่). 
  4. ^ Thai Netizen, First Verdict On CCA-LM Is Scheduled For The Accused Internet User On 3 April 2009, 27 March 2009
  5. ^ The Nation, Man gets 10-year jail term for lese majesty
  6. ^ http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1323924926&grpid=00&catid=00
  7. ^ http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNeU16a3hPREExTmc9PQ==
  8. ^ http://rli.in.th/2011/09/05/%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a-%e0%b9%80%e0%b8%9f%e0%b8%84%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b9%8a%e0%b8%84-%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad-112-%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a5/
  9. ^ http://www.prachatai.com/journal/2012/01/38604
  10. ^ http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1323266133&grpid=03&catid=19
  11. ^ http://www.tfn5.info/board/index.php?topic=23800.0
  12. ^ http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9540000098909
  13. ^ http://lmwatch.blogspot.com/2009/05/blog-post_27.html
  14. ^ http://www.prachatai3.info/journal/2011/05/35124
  15. ^ http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9540000156329
  16. ^ ขอศาลออกหมายจับพิษณุ พรหมสรหมิ่นเบื้องสูง
  17. ^ จำคุกปล่อยคลิปหมิ่นสถาบัน 4ปีครึ่ง
  18. ^ DSI ประกาศจับ'ธนพล บำรุงศรี'โพสต์เฟซบุ๊คหมิ่น
  19. ^ จำคุก 13 ปี'ธันย์ฐวุฒิ'แพร่ข้อมูลหมื่นเบื้องสูง
  20. ^ คนเสื้อแดง
  21. ^ http://www.nationchannel.com/main/news/politics/20120228/27820486/สั่งจำคุก%22สุรชัย%22คดีหมิ่นฯ/
  22. ^ “ดีเอสไอ” หิ้ว “สมยศ” แนวร่วม นปช.ฝากขังค้านประกัน
  23. ^ ศาลอนุญาตให้ฝากขัง “สมยศ” คดีหมิ่นเบื้องสูง
  24. ^ http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2549/A/095/3.PDF
  25. ^ Internet Freedom
  26. ^ ตำรวจจับคนขายซีดีก่อนตั้งหาหมิ่นฯ พร้อมขวางไม่ให้พบทนาย
  27. ^ ตัดสินจำคุก 3 ปี 15 วัน ช่างซ่อมรองเท้าขู่บึ้มศิริราช
  28. ^ http://www.rajdumnern.net/printthread.php?tid=21422
  29. ^ http://prachatai.com/journal/2011/06/35601
  30. ^ รวบหนุ่มเมืองพลแจกเอกสารหมิ่นเบื้องสูง
  31. ^ กรณีทศพร ฤทัยประเสริฐสูง
  32. ^ ชาญวิทย์ จริยานุกูล
  33. ^ จับแล้ว นายวิภาส รักสกุลไทย ข้อหาหมิ่นสถาบัน เครื่อข่าย นปช.
  34. ^ สนธิ ลิ้มทองกุล : "เสื้อเหลืองออกมาปกป้องพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ในฐานะที่พระองค์ท่านเป็นประธานองคมนตรี"
  35. ^ http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9490000013473
  36. ^ http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9490000027518
  37. ^ s:คำพิพากษาศาลฎีกา_คดีนายวีระ_มุสิกพงศ์_หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ
  38. ^ en:Harry_Nicolaides#Offending_text
  39. ^ กรณีรัชพิณ จันทร์เจริญ
  40. ^ http://www.prachatai.com/05web/th/home/11916
  41. ^ http://accomthailand.wordpress.com/2008/07/30/ศาลอนุญาต-บไทรอัมพ์-เลิ/
  42. ^ http:/www.oknation.net/blog/print.php?id=605584
  43. ^ http://www.crcourt.com/aryaweb/view_case_detail.php?hidTabPage=3&black_running=205021&court_running=2
  44. ^ http://www.prachatai.com/05web/th/home/15127
  45. ^ เจ้าพนักงานการพิมพ์กรุงเทพมหานคร หนังสือ ที่ ตช. 0028.143/1922
  46. ^ Lese majeste: abuse and benevolence
  47. ^ Thailand’s precarious politics
  48. ^ นักวิชาการกล้าร้อง "ยกเลิก ม. 112, ยุบองคมนตรี"
  49. ^ เปิดตัวกลุ่ม ‘อาร์ติเคิล112’ รณรงค์เพื่อตื่นรู้
  50. ^ “ธาริต” ออกหมายเรียก 17 แกนนำ นปช. ข้อหา หมิ่นเบื้องสูง
  51. ^ http://breakingnews.nationchannel.com/read.php?ng=T&newsid=510833
  52. ^ จับแล้ว หนุ่มโพสต์ข้อความหมิ่นสถาบันฯ ใน Facebook
  53. ^ โฆษก ตร.เผยจับผู้ต้องหาหมิ่นเบื้องสูงคาด่าน ตม.ขณะรอบินสิงคโปร์
  54. ^ ชี้‘ประเสริฐ’ไม่พ้นคดีหมิ่น กลับไทยเมื่อไหร่โดน‘ซิว’
  55. ^ 2 ผู้ต้องหาป่วนหุ้น สารภาพ โพสต์ข่าวลือจริง
  56. ^ ภาวะตลาดหุ้น​ไทย: ปิดร่วง 2.04% สวนทางภูมิภาค ตลาด​เกิด Panic หลัง​เจอหลายกระ​แสข่าว​เชิงลบ
  57. ^ ภาวะตลาดหุ้น​ไทย: ปิดร่วง 5.3% ผันผวนสวนทางภูมิภาค, ต่างชาติขายหลัง​ไม่มั่น​ใจปัจจัย​ในปท.
  58. ^ ดัชนี SET ​เปิดตลาดภาคบ่ายยังร่วง​ไม่หยุด ทรุดตัว​ไป​แล้วกว่า 8%
  59. ^ ตร.จับเพิ่มอีก"แพทย์หญิง" รพ.ดัง ร่วมแพร่ข่าวลือ"ทุบหุ้น"
  60. ^ ICT ยอมรับสั่งบล็อก YouTube ทั้งเว็บไซต์
  61. ^ DSI เอาจริง ลุยปิดเว็บหมิ่นสถาบันชี้โอนเป็นคดีพิเศษได้เข้าข่ายคดีล้มเจ้า
  62. ^ ผบ.ตร.แจงบุกจับวิทยุชุมชนเหตุมีเนื้อหาจาบจ้วงสถาบัน
  63. ^ นายทหารพระธรรมนูญ เข้าแจ้งความกับ ตร.เอาผิด แกนนำ นปช.ข้อหาหมิ่นสถาบัน
  64. ^ ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รอ. ปลุก"ทหารรักษาพระองค์"แสดงพลังปกป้องสถาบัน

[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น

เครื่องมือส่วนตัว

สิ่งที่แตกต่าง
การกระทำ
ป้ายบอกทาง
มีส่วนร่วม
พิมพ์/ส่งออก
เครื่องมือ
ภาษาอื่น