บาท (สกุลเงิน)
-
สำหรับความหมายอื่น ดูที่ บาท
| บาท (สกุลเงิน) บาทไทย |
|||||
|
|||||
| รหัส ISO 4217 | THB | ||||
|---|---|---|---|---|---|
| ใช้ใน | ประเทศไทย | ||||
| อัตราเงินเฟ้อ | >3.0% (ในวันที่15 พ.ค. 2555 เป็นต้นไป) | ||||
| ข้อมูลจาก | The World Factbook (พ.ศ. 2549) | ||||
| หน่วยย่อย | |||||
| 1/100 | สตางค์ | ||||
| สัญลักษณ์ | ฿ | ||||
| เหรียญ | |||||
| เหรียญที่ใช้บ่อย | 25, 50 สตางค์, 1, 2, 5, 10 บาท | ||||
| เหรียญที่ไม่ใช้บ่อย | 1, 5, 10 สตางค์ | ||||
| ธนบัตร | |||||
| ธนบัตรที่ใช้บ่อย | 20, 50, 100, 500, 1000 บาท | ||||
| ธนาคารกลาง | ธนาคารแห่งประเทศไทย | ||||
| เว็บไซต์ | www.bot.or.th | ||||
| โรงกษาปณ์ | สำนักกษาปณ์ | ||||
| เว็บไซต์ | www.trd.mof.go.th | ||||
เงินบาท (ตัวละติน: Baht ; สัญลักษณ์: ฿ ; รหัสสากลตาม ISO 4217: THB) เป็นสกุลเงินตราประจำชาติของประเทศไทย เดิมคำว่า "บาท" เป็นหนึ่งในคำใช้เรียกหน่วยการชั่งน้ำหนักของไทย ปัจจุบันยังมีใช้ในความหมายเดิมอยู่บ้าง โดยเฉพาะในการซื้อขายทองคำ เช่น "ทองคำวันนี้ราคาขายบาทละ 8,400 บาท" หมายถึงทองคำหนักหนึ่งบาทสามารถขายได้ 8,400 บาท ในสมัยที่เริ่มใช้เหรียญครั้งแรก เงินเหรียญหนึ่งบาทนั้นเป็นเงินที่มีน้ำหนักหนึ่งบาทจริง ๆ ไม่ได้ทำด้วยทองแดงนิกเกิลเช่นในปัจจุบัน
เหรียญไทยนั้นผลิตออกมาโดยสำนักกษาปณ์ กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง โดยสามารถผลิตออกใช้ได้ไม่จำกัดจำนวนโดยไม่ต้องมีสิ่งใดมาค้ำประกัน เพราะโลหะที่ใช้ผลิตเหรียญกปาษณ์นั้นมีค่าในตัวเองอยู่แล้ว ส่วนธนบัตรนั้นผลิตและควบคุมการหมุนเวียนโดยธนาคารแห่งประเทศไทย การผลิตธนบัตรนำออกใช้จะมีหลักเกณฑ์วิธีที่เหมาะสมเพื่อให้เศรษฐกิจของชาติมีเสถียรภาพ
เนื้อหา |
[แก้] ประวัติศาสตร์
ระบบสกุลเงินไทยในปัจจุบัน ซึ่งเงิน หนึ่งบาท มีค่าเท่ากับ 100 สตางค์ เริ่มใช้ปี พ.ศ. 2440 ในสมัยรัชกาลที่ 5 ก่อนหน้านั้นเงินตราไทยใช้ระบบดังนี้
| หน่วยเงิน | มูลค่า | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| 1 หาบ | 80 ชั่ง หรือ 6,400 บาท | |
| 1 ชั่ง | 20 ตำลึง หรือ 80 บาท | |
| 1 ตำลึง | 4 บาท | |
| 1 บาท | 1 บาท | |
| 1 มายน หรือ 1 มะยง | 12 บาท | |
| 1 สลึง | 14 บาท | |
| 1 เฟื้อง | 18 บาท | |
| 1 ซีก หรือ 1 สิ้ก | 116 บาท | |
| 1 เสี้ยว 1 เซี่ยว หรือ 1 ไพ | 132 บาท | |
| 1 อัฐ | 164 บาท | |
| 1 โสฬส หรือ โสฬศ | 1128 บาท | |
| 1 เบี้ย | 16400 บาท |
[แก้] เหรียญ
ในปัจจุบัน มีการผลิตเหรียญกษาปณ์อยู่ทั้งหมด 9 ชนิดคือ เหรียญ 1, 5, 10, 25 และ 50 สตางค์, 1, 2, 5 และ 10 บาท โดยเหรียญ 25 และ 50 สตางค์, 1, 2, 5 และ 10 บาท เป็นเหรียญที่ออกใช้หมุนเวียนทั่วไป ส่วนเหรียญ 1, 5 และ 10 สตางค์ ไม่ได้ออกใช้หมุนเวียนทั่วไป แต่ใช้ภายในธนาคารเท่านั้น
แต่ในปัจจุบัน ได้เกิดปัญหาราคาวัตถุดิบในการผลิตเหรียญสูงกว่าราคาเหรียญ ทำให้เกิดการลักลอบหลอมเหรียญไปขาย หรือบางครั้งก็เกิดปัญหาการใช้เหรียญผิด เพราะรูปร่างและสีของเหรียญบางชนิดนั้นคล้ายกัน (เช่น เหรียญ 1 บาท กับ เหรียญ 2 บาท แบบเก่า) ดังนั้น ใน พ.ศ. 2552 กระทรวงการคลัง ได้เปลี่ยนแปลงวัตถุดิบในการผลิตเหรียญบางชนิด เพื่อป้องกันการหลอมเหรียญและสร้างความแตกต่างของเหรียญ ลดความยุ่งยากในการใช้เหรียญ เป็นดังนี้
| เหรียญกษาปณ์หมุนเวียน (พ.ศ. 2552) [1] | ||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ภาพ | มูลค่า | ข้อมูล | ภาพ | ปีที่ประกาศใช้ | ||||
| ด้านหน้า | ด้านหลัง | เส้นผ่านศูนย์กลาง | น้ำหนัก | ส่วนประกอบ | ด้านหน้า | ด้านหลัง | ||
| 1 สตางค์ | 15 มม. | 0.5 กรัม | อะลูมิเนียม ร้อยละ 99 | พระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช |
พระเจดีย์วัดพระธาตุหริภุญชัย | พ.ศ. 2530 | ||
| 5 สตางค์ | 16.5 มม. | 0.6 กรัม | พระปฐมเจดีย์ | พ.ศ. 2530 | ||||
| 10 สตางค์ | 17.5 มม. | 0.8 กรัม | พระเจดีย์วัดพระธาตุเชิงชุม | พ.ศ. 2530 | ||||
| 25 สตางค์ | 16 มม. | 1.9 กรัม | เหล็กกล้าชุบทองแดง | พระบรมธาตุเจดีย์ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร | พ.ศ. 2530 | |||
| 50 สตางค์ | 18 มม. | 2.4 กรัม | พระเจดีย์วัดพระธาตุดอยสุเทพ | พ.ศ. 2530 | ||||
| 1 บาท | 20 มม. | 3 กรัม | เหล็กกล้าชุบนิเกิล | พระศรีรัตนเจดีย์ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม | พ.ศ. 2529 | |||
| 2 บาท | 21.75 มม. | 4 กรัม | อะลูมิเนียมบรอนซ์ | พระบรมบรรพต วัดสระเกศ | พ.ศ. 2548 | |||
| 5 บาท | 24 มม. | 6 กรัม | คิวโปรนิกเกิลสอดไส้ทองแดง | พระอุโบสถวัดเบญจมบพิตร | พ.ศ. 2531 | |||
| 10 บาท | 26 มม. | 8.5 กรัม | วงแหวน: คิวโปรนิกเกิล ตรงกลาง: อะลูมิเนียมบรอนซ์ |
พระปรางค์วัดอรุณราชวราราม | พ.ศ. 2531 | |||
[แก้] ธนบัตร
นับแต่เริ่มนำธนบัตรออกใช้เมื่อพุทธศักราช 2445 จนถึงปัจจุบัน ประเทศไทยได้นำธนบัตรออกใช้รวมทั้งสิ้น 15 แบบ ซึ่งแบ่งเป็นธนบัตรก่อนจัดตั้งโรงพิมพ์ธนบัตร ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้แก่ ธนบัตรแบบ 1-10 รวมทั้งธนบัตรแบบพิเศษ และธนบัตรที่ผลิตจากโรงพิมพ์ธนบัตร ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้แก่ ธนบัตรแบบ 11-15
ธนบัตรที่ใช้ในประเทศไทยในปัจจุบันมีหลายชนิด แต่หลายชนิดเป็นธนบัตรที่ระลึกที่มีจำนวนจำกัด และไม่ถูกใช้ในการหมุนเวียนทั่วไป เช่น ธนบัตรที่ระลึกมูลค่า 60 บาท เป็นต้น ส่วนธนบัตรที่ถูกใช้หมุนเวียนทั่วไป และยังมีการผลิตอยู่อย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน มี 5 ชนิด ได้แก่ ธนบัตร 20, 50, 100, 500 และ 1000 บาท
| ธนบัตรที่หมุนเวียนใช้ในระบบเศรษฐกิจ [2] | |||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ภาพ | มูลค่า | ขนาด | สี | ด้านหน้า | ด้านหลัง | วันที่ออกใช้ | |
| 20 บาท | 138 × 72 มม. | เขียว | พระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช |
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร | 3 มีนาคม 2546 | ||
| 50 บาท | 144 × 72 มม. | น้ำเงิน | สมเด็จพระนเรศวรมหาราช | 19 มกราคม 2555 | |||
| 100 บาท | 150 × 72 มม. | แดง | พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว | 21 ตุลาคม 2548 | |||
| 500 บาท | 156 × 72 มม. | ม่วง | พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว | 1 สิงหาคม 2544 | |||
| 1000 บาท | 162 × 72 มม. | เทา | พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช | 25 พฤศจิกายน 2548 | |||
[แก้] อ้างอิง
- http://www.tv5.co.th/service/mod/heritage/nation/krasab/index1.htm
- http://www.bot.or.th/Thai/Banknotes/HistoryANdSeriesOfBanknotes/Pages/banknote_series16.aspx
[แก้] ดูเพิ่ม
| วิกิซอร์ซ มีงานต้นฉบับเกี่ยวกับ: |
[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น
- ข้อมูลของธนบัตรจากธนาคารแห่งประเทศไทย
- ข้อมูลของเหรียญจากกรมธนารักษ์
- สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ธนบัตรเงินกระดาษของไทย หมาย
- สำนักกษาปณ์
|
|||||||||||||||||||||||||||
|
||||||||||||||||||||