เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส
ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
ดำรงตำแหน่ง
1 ตุลาคม พ.ศ. 2550 – 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551
สมัยก่อนหน้า พลตำรวจเอก โกวิท วัฒนะ
สมัยถัดไป พลตำรวจเอก พัชรวาท วงษ์สุวรรณ
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 3 กันยายน พ.ศ. 2491 (64 ปี)
จังหวัดธนบุรี
คู่สมรส พัสวีศิริ เตมียาเวส

พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส (ชื่อเดิม เสรี เตมียเวส) อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เจ้าของฉายา "วีรบุรุษนาแก" และ "มือปราบตงฉิน"

เนื้อหา

ประวัติ[แก้]

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เกิดเมื่อวันที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2491 ที่จังหวัดธนบุรี เป็นบุตร นายชื้น และ นางอรุณ มีชื่อเล่นว่า "ตู่" สมรสกับ คุณหญิงพัสวีศิริ (สกุลเดิม เทพชาตรี) มีบุตรด้วยกัน 3 คน คือ นางสาวศศิภาพิมพ์, นายทรรศน์พนธ์ และนางสาวทัศนาวัลย์

การรับราชการตำรวจและการเมือง[แก้]

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ จบศึกษาระดับมัธยมต้นจากโรงเรียนทวีธาภิเศก จากนั้นจึงได้ศึกษาต่อที่โรงเรียนเตรียมทหาร (รุ่นที่ 8) รุ่นเดียวกับ พล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ, พล.อ.กิตติพงษ์ เกษโกวิท, พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม พล.ร.อ.วีรพล วรานนท์ ร.น., พล.อ.อ. อาคม กาญจนหิรัญ และพล.ต.อ.ปรุง บุญผดุง โรงเรียนนายร้อยตำรวจ (รุ่นที่ 24) เคยรับราชการอยู่ที่อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม ช่วง พ.ศ. 2515-2524 ได้ต่อสู้ปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์อย่างเด็ดเดี่ยว กล้าหาญ จนบ้านเมืองบังเกิดความสงบเรียบร้อย และได้รับการยกย่องว่าเป็น "วีรบุรุษนาแก" ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เคยดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการกองปราบปราม เป็นระยะเวลาสั้น ๆ เมื่อ พ.ศ. 2533-2534 ขณะ พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกรัฐมนตรี และต้องพ้นจากตำแหน่ง ภายหลังเหตุการณ์รัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2534 ภายหลังจึงเปลี่ยนชื่อเป็น เสรีพิศุทธ์ นัยว่า เพื่อแก้เคล็ด เนื่องจากชื่อไม่ถูกโฉลก [1]

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ มีภาพลักษณ์เป็นนายตำรวจมือปราบที่ซื่อตรง ได้ฉายาว่า "มือปราบตงฉิน" ผู้มีอำนาจในหลายรัฐบาลมักเลือก พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ให้เข้ามาสืบสวนสอบสวนคดีอื้อฉาวที่สังคมและสื่อตั้งข้อสงสัย ทำให้ได้รับผลกระทบจากการเมืองบ่อยครั้ง โดยมักถูกโยกย้ายไปอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ได้ควบคุมกำลัง เช่น กองวิทยาการตำรวจ หรือ ประจำกรมตำรวจ เป็นต้น

แต่อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ก็ยังได้รับความไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชาให้ดำรงตำแหน่งที่สำคัญ เช่น ผู้บัญชาการตำรจสอบสวนกลาง จเรตำรวจแห่งชาติคนแรก แต่ต่อมาก็ยังถูกผู้บังคับบัญชากลั่นแกล้งย้ายไปดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษา สบ.10 ก่อนจะมารักษาการในตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550 แทน พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ ที่ได้รับคำสั่งไปช่วยราชการสำนักนายกรัฐมนตรี

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ได้รับการโปรดเกล้าให้ดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2550

เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2550 คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ได้มีประกาศ ฉบับที่ 1 แต่งตั้ง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส เป็นสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ

เมื่อต้นปี พ.ศ. 2551 ภายหลังพรรคพลังประชาชนชนะการเลือกตั้ง นายสมัคร สุนทรเวช ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พ.ต.อ.ทินกร มั่งคั่ง อดีตนายเวร ที่ถูก พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ฯ ปลดออกจากราชการ ลงนามหนังสือร้องเรียนถึงนายสมัครฯ ซึ่งสำนักนายกรัฐมนตรีได้ลงรับหนังสือร้องเรียนทั้ง 3 ฉบับ ไว้พร้อมกันในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 และ ในวันรุ่งขึ้น นายสมัคร ก็ได้ออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ต่อ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ฯ ทันที โดยข้ามขั้นตอน ไม่ทำการสืบสวนข้อเท็จจริงตามกฎหมายเสียก่อน และในวันเดียวกันนั้นก็ได้ออกคำสั่งให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ฯ ไปปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี โดยให้ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้รักษาราชการแทน [2][3]

ต่อมา วันที่ 8 เมษายน ปีเดียวกัน นายสมัครฯ ก็ได้ออกคำสั่ง สำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 73/2551 ให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ออกจากราชการไว้ก่อน โดยที่ยังไม่ทันได้เริ่มทำการสอบสวนใด ๆ ทั้งสิ้น และแต่งตั้ง พล.ต.อ.พัชรวาทฯ ดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร. แทน

หลังจากนั้น ในวันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2552 พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ ได้ทำการแถลงข่าวที่โรงแรมโนโวเทล สยามสแควร์ ถึงเรื่องที่ถูกปลดออกจากตำแหน่งโดยกล่าวว่าตนถูกกลั่นแกล้ง ไม่ได้รับความเป็นธรรม[4]

ต่อมาเมื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ก็ได้สั่งให้ยุติการสอบสวน และยกเลิกคำสั่งให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ฯ ออกจากราชการไว้ก่อน เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2553

และในที่สุดนายสมัครฯ ก็ถูกลุ่มพันธมิตรขับไล่ ยึดทำเนียบรัฐบาล และต่อมาถูกคำสั่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญให้ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในวันที่ 19 กันยายน 2551 ส่วน พล.ต.อ.พัชรวาทฯ ก็ถูกนายอภิสิทธิ์ฯ มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 228/2552 ลงวันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2552 ลงโทษปลดออกจากราชการ และยังตกเป็นจำเลยในคดีที่ถูก พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ฯ ฟ้องอีกหลายคดี

การเลือกตั้งผู้ว่าฯ[แก้]

ในวันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2555 พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ ได้เปิดตัวแสดงเจตนาที่จะลงรับสมัครเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในต้นปี พ.ศ. 2556 ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล ในนาม "กลุ่มพลังกรุงเทพ"[5]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. http://www.positioningmag.com/Magazine/Details.aspx?id=50173
  2. http://www.nationmultimedia.com/2008/02/29/politics/politics_30066833.php
  3. คำสั่งเด้งผบ.ตร.
  4. เสรีพิศุทธ์ แฉถูกปล้นตำแหน่ง ผบ.ตร.จากกระปุกดอตคอม
  5. “เสรีพิศุทธิ์” เปิดตัวลงสมัครผู้ว่าฯกทม. จากเดลินิวส์
  6. ราชกิจจานุเบกษา ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย (ชั้นสายสะพาย ในโอกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๔๕) เล่ม 119 ตอนที่ 21ข วันที่ 4 ธันวาคม 2545
  7. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ (ชั้นสายสะพาย ในวโรกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๔๐ จำนวน ๔,๗๙๙ ราย)
สมัยก่อนหน้า เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส สมัยถัดไป
พลตำรวจเอกโกวิท วัฒนะ 2leftarrow.png Emblem of Royal Thai Police.png
ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
(5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550 - 9 เมษายน พ.ศ. 2551)
2rightarrow.png พลตำรวจเอกพัชรวาท วงษ์สุวรรณ