เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์
Asiatique 26-1-2013.JPG
ข้อมูลทั่วไป
ที่ตั้ง2194 ถนนเจริญกรุง แขวงวัดพระยาไกร เขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร
สถานะเปิดให้บริการ
ข้อมูลการใช้งาน
พื้นที่30 ไร่ (เฟสแรก) / 70 ไร่ (ทั้งโครงการ)
จำนวนชั้นสูงสุด 2 ชั้น
ความจุที่จอดรถ2,000 คัน
ที่ดินและการบริหาร
ผู้บริหารหลักบริษัท ริเวอร์ไซด์ มาสเตอร์แพลน จำกัด
เว็บไซต์
Official Website

เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ (Asiatique The Riverfront) เป็นศูนย์การค้าแนวราบริมแม่น้ำที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ระหว่างซอยเจริญกรุง 72-76 ถนนเจริญกรุง แขวงวัดพระยาไกร เขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร บริหารงานโดย กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ไทยรีเทล อินเวสเม้นต์ โดย บริษัท แอสเสท เวิรด์ รีเทล จำกัด ภายในโครงการประกอบด้วยร้านค้า ร้านอาหารริมน้ำ นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของโรงละครคาลิปโซ่ที่ย้ายมาจากโรงแรมเอเชีย และโรงละครโจหลุยส์ที่ย้ายมาจากสวนลุมไนท์บาซาร์

เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดิมเคยเป็นที่ตั้งของวัดพระยาไกร ซึ่งต่อมาเป็นท่าเรือ และบริษัทอีสต์เอเชียติก บริษัทเดินเรือสัญชาติเดนมาร์ก มาเปิดกิจการในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยสร้างเป็นโกดัง โรงเลื่อย และนำเครื่องจักรขนาดใหญ่หลายตัวมาติดตั้งไว้ และมีการสร้างท่าเรือขนถ่ายสินค้าซึ่งเป็นการเปิดประตูการค้าสากลระหว่างประเทศไทยและทวีปยุโรป ในช่วงสงครามมหาเอเชียบูรพา กองทัพญี่ปุ่นได้เข้ามายึดท่าเรือและคลังสินค้าของบริษัทอีสต์เอเชียติก เพื่อใช้เป็นฐานกำลังและคลังแสง และยังปรากฏมาจนถึงปัจจุบัน

กระทั่งในปี พ.ศ. 2555 ได้มีพัฒนาปรับปรุงเป็นศูนย์การค้า ด้วยแนวคิด Festival Market and Living Museum ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและช้อปปิ้งที่มีทัศนียภาพที่สวยงาม[1] โดยมีจุดเด่นคือชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่ "เอเชียทีค สกาย" ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยที่ความสูง 60 เมตร และเมื่อขึ้นไปแล้วจะสามารถมองเห็นทัศนียภาพโดยรอบของกรุงเทพมหานครในมุมสูงได้รอบตัว[2]

ในอนาคต ยังมีแผนที่จะก่อสร้างอาคารพาณิชย์แบบผสมความสูง 450 เมตร จำนวน 100 ชั้น ซึ่งจะกลายเป็นอาคารที่สูงที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย[3]

การจัดสรรพื้นที่[แก้]

เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ ประกอบด้วยพื้นที่สำคัญดังนี้

  • โรงละครคาลิปโซ กรุงเทพ (ย้ายมาจากโรงแรมเอเชีย)
  • โรงละครโจหลุยส์ (ย้ายมาจากสวนลุมไนท์บาซาร์)
  • เดอะ สเตจ มวยไทย ไลฟ์
  • ฟูดเซอร์คัส
  • เอเชียทีค สกาย ชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
  • สิริมหรรณพ เรือใบสามเสาขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ภายในประกอบด้วยพิพิธภัณฑ์และร้านอาหาร บริหารงานโดยโรงแรม แบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค[4]

นอกจากนี้ยังมีลานกิจกรรมเอเชียทีคพาร์ค ทางเดินริมแม่น้ำ และบริการเรือรับ-ส่ง ไปยังท่าเรือสาทรได้อีกด้วย

ระเบียงภาพ[แก้]

โครงการในอนาคต[แก้]

เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ มีโครงการพัฒนาส่วนต่อขยายในระยะที่ 2 บนพื้นที่รวมเกือบ 100 ไร่ มูลค่าลงทุนไม่น้อยกว่า 30,000 ล้านบาท

โดยล่าสุดได้เซ็นสัญญากับ Adrian Smith + Gordon Gill Architecture (AS+GG) ผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ด้านการออกแบบอาคารที่สูงระฟ้าระดับโลก อาทิ บุรจญ์เคาะลีฟะฮ์ ในนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, เซ็นทรัล พาร์ค ทาวเวอร์ สหรัฐอเมริกา, เจดดาห์ทาวเวอร์ อาคารสูง 1 กิโลเมตร ในเมืองญิดดะฮ์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย และ AL Wasl Plaza นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สถานที่จัดงานเอ็กซ์โป 2020 ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2563 เป็นต้น โดย AS+GG จะทำงานร่วมกับ บริษัท เอ 49 จำกัด และ บริษัท เออร์เบิ้น อาร์คิเต็คส์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทสถาปนิกอันดับต้นๆ ของไทย

เบื้องต้นในโครงการจะประกอบด้วย อาคารที่สูงที่สุดในประเทศไทย ความสูง 450 เมตร จำนวน 100 ชั้น ริมแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณลานจอดรถและเอเชียทีค สกาย ในปัจจุบัน ภายในอาคารประกอบด้วย โรงแรมเจดับบลิว แมริออท มาร์คีส์ เอเชียทีค กรุงเทพ ขนาด 1,000 ห้อง, โรงแรมริทซ์-คาร์ลตัน รีเสิร์ฟ จำนวน 124 ห้อง และโรงแรมดิ เอเชียทีค แบงค็อก ออโตกราฟ คอลเลคชัน จำนวน 208 ห้อง นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สำนักงาน พื้นที่ค้าปลีกระดับบน และจุดชมวิวบนดาดฟ้า โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการทำงานร่วมกับของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง คาดว่าจะใช้เวลา 1 ปีครึ่งกว่าการออกแบบโครงการทั้งหมดจะแล้วเสร็จ พร้อมยื่นรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมก่อนเริ่มการก่อสร้าง คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในปี พ.ศ. 2564 คาดว่าใช้เวลาก่อสร้างไม่เกิน 3 ปี และคาดว่าจะเปิดให้บริการในปี พ.ศ. 2567[3][5] นอกจากนี้บริเวณพื้นที่ในปัจจุบัน ยังมีแนวทางการพัฒนาอีก 2 ส่วน ดังนี้

  1. พื้นที่ติดถนนเจริญกรุง ก่อสร้างเป็นอาคารรูปทรงเจดีย์ สำหรับเป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ของที่ตั้งโครงการ ซึ่งเป็นจุดที่พบพระพุทธรูปทองคำของวัดพระยาไกรในอดีต ซึ่งปัจจุบันประดิษฐานอยู่ที่วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร ถัดมาจะมีการพัฒนาเป็นพื้นที่ฟันพาร์ค
  2. พื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา จะก่อสร้างเป็นร้านสตาร์บัคส์ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย พร้อมกันนี้จะมีการย้ายเอเชียทีค สกาย จากจุดเดิมมาตั้งบริเวณเดียวกัน ที่สำคัญจะมีร้านค้าปลีกมาเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง จากปัจจุบันที่เปิดให้บริการในช่วงเวลาตั้งแต่ 17.00-23.00 น.

ซึ่งการพัฒนาทั้งหมดจะใช้ระยะเวลา 3 ปี สำหรับพื้นที่อีกเกือบ 40 ไร่ที่เหลือบริเวณฝั่งตรงข้ามถนนที่ปัจจุบันเป็นที่จอดรถบัสนักท่องเที่ยว จะมีการพัฒนาเป็นส่วนสุดท้าย ซึ่งเบื้องต้นจะพัฒนาเป็นพื้นที่อาคารค้าปลีก[6]

อ้างอิง[แก้]

  1. เอ็มไทย (8 พฤษภาคม 2555). "ASIATIQUE The Riverfront ตลาดนัดริมแม่น้ำเจ้าพระยา ย่านเจริญกรุง". travel.mthai.com. สืบค้นเมื่อ 3 กรกฎาคม 2562. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  2. กระปุก.คอม (8 มีนาคม 2556). "นั่งชิงช้าสวรรค์ เอเชียทีค ชิล ๆ ชมวิวเมืองกรุง". travel.kapook.com. สืบค้นเมื่อ 3 กรกฎาคม 2562. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  3. 3.0 3.1 กรุงเทพธุรกิจ (19 ธันวาคม 2562). "'AWC' ท้าชน 'ไอคอนสยาม' จ่อผุด ตึกสูงสุด ริมเจ้าพระยา". www.bangkokbiznews.com. สืบค้นเมื่อ 6 เมษายน 2563. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  4. เอเชียทีค ดันแนวคิด Heritage Alive ส่ง “เรือสิริมหรรณพ” พร้อม New Mega F&B Destination ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของทุกกลุ่ม
  5. ฐานเศรษฐกิจ (12 มีนาคม 2563). "'เจ้าสัวเจริญ' ทุบทุกสถิติ เสกตึกสูง 100ชั้น ริมเจ้าพระยา". www.thansettakij.com. สืบค้นเมื่อ 6 เมษายน 2563. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  6. ข่าวสด (19 ธันวาคม 2562). "โปรเจ็กต์ยักษ์! เอเชียทีค ดึงสถาปนิกระดับโลก สร้างตึก 100 ชั้น สูงสุดในไทย". www.khaosod.co.th. สืบค้นเมื่อ 8 มกราคม 2563. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ คำแนะนำ

พิกัดภูมิศาสตร์: 13°42′22″N 100°30′17″E / 13.706021°N 100.504660°E / 13.706021; 100.504660