ข้ามไปเนื้อหา

สหพันธ์สาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตรัสเซีย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สหพันธ์สาธารณรัฐสังคมนิยม
โซเวียตรัสเซีย
Российская Советская Федеративная Социалистическая Республика
Rossiyskaya Sovetskaya Federativnaya Sotsialisticheskaya Respublika
1917–1991
ธงชาติของรัสเซียโซเวียต
ธง
(1954–1991)
คำขวัญ: ชนกรรมาชีพทั่วโลกจงสามัคคีกัน!
Пролетарии всех стран, соединяйтесь!
Proletarii vsekh stran, soyedinyaytes'! (tr.)
เพลงชาติ: 
สหพันธ์สาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตรัสเซีย (แดง) ในสหภาพโซเวียต (แดงและขาว) ในช่วง ค.ศ. 1956 ถึง 1991
สหพันธ์สาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตรัสเซีย (แดง) ในสหภาพโซเวียต (แดงและขาว) ในช่วง ค.ศ. 1956 ถึง 1991
สถานะ
เมืองหลวง
เมืองใหญ่สุดมอสโก
ภาษาราชการภาษารัสเซียb
ภาษาที่รับรองดูภาษาในประเทศรัสเซีย
ศาสนา
เดมะนิมชาวรัสเซีย
การปกครอง
ประมุขแห่งรัฐ 
 1917 (คนแรก)
เลฟ คาเมเนฟc
 1990–1991 (คนสุดท้าย)
โบริส เยลต์ซินd
หัวหน้ารัฐบาล 
 1917–1924 (คนแรก)
วลาดีมีร์ เลนินe
 1990–1991
อีวัน ซีลาเยฟf
 1991 (คนสุดท้าย)
โบริส เยลต์ซินg
สภานิติบัญญัติ
ประวัติศาสตร์ 
7 พฤศจิกายน 1917
30 ธันวาคม ค.ศ. 1922
19 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1954
12 มิถุนายน ค.ศ. 1990
12 ธันวาคม ค.ศ. 1991
 เปลี่ยนชื่อจากสหพันธ์สาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตรัสเซียเป็นสหพันธรัฐรัสเซีย
25 ธันวาคม ค.ศ. 1991
26 ธันวาคม 1991
25 ธันวาคม ค.ศ. 1993
พื้นที่
1956[ต้องการอ้างอิง]17,125,200 ตารางกิโลเมตร (6,612,100 ตารางไมล์)
ประชากร
147,386,000
สกุลเงินรูเบิลโซเวียต (Rbl)h (SUR)
เขตเวลา(UTC +2 ถึง +12)
รหัสโทรศัพท์+7
รหัส ISO 3166RU
โดเมนบนสุด.su
ก่อนหน้า
ถัดไป
1918
สาธารณรัฐรัสเซีย
1920
รัฐรัสเซีย
1922
สาธารณรัฐตะวันออกไกล
1923
รัฐบาลปรีอามูร์เย
1944
สาธารณรัฐประชาชนตูวา
1946
ปรัสเซียตะวันออก
ญี่ปุ่น
1956
สาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตคารีโล-ฟินนิช
1918
สาธารณรัฐประชาชนยูเครน
ลิทัวเนีย
เอสโตเนีย
สาธารณรัฐประชาชนเบลารุส
สาธารณรัฐลัตเวียที่หนึ่ง
1922
สหภาพโซเวียต
1940
สาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตคารีโล-ฟินนิช
1991
สหพันธรัฐรัสเซีย
  1. ยังคงเป็นเพลงชาติรัสเซียจนถึง ค.ศ. 2000
  2. ภาษาทางการในศาลตั้งแต่ ค.ศ. 1937.[4]
  3. ในฐานะประธาน VTsIK (All-Russian Central Executive Committee).
  4. ในฐานะประธานรัฐสภาโซเวียตแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตรัสเซียในวันที่ 29 พฤษภาคม ค.ศ. 1990 ถึง 10 กรกฎาคม ค.ศ 1991 ในเวลานั้นเป็นตำแหน่งประธานาธิบดี
  5. ในฐานะประธานคณะกรรมการราษฎรของสหพันธ์สาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตรัสเซีย
  6. ในฐานะประธานคณะมนตรีบริหาร – รัฐบาลสหพันธ์สาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตรัสเซีย
  7. ประธานาธิบดีรัสเซียที่ดำรงตำแหน่งหัวหน้ารัฐบาลรักษาการ
  8. ในช่วง ค.ศ. 1917 ถึง 1919 สกุลเงินรูเบิลจักรวรรดิสูญเสียมูลค่าทั้งหมดเนื่องจากการตีพิมพ์ธนบัตรมากเกิน ภายหลังจึงเปลี่ยนไปใช้รูเบิลโซเวียตใหม่[5]
รางวัลวีรนคร 7 เหรียญ
สหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยรัสเซียปรากฏขึ้นช่วงหนึ่งในวันที่ 19 มกราคม ค.ศ. 1918 แต่อำนาจอธิปไตยจริง ๆ ยังคงเป็นของโซเวียตแม้แต่หลังเปิดประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญของรัสเซียในสมัยแรกถึงสมัยสุดท้ายใน ค.ศ. 1918 ก็ตาม[6]

สหพันธ์สาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตรัสเซีย (รัสเซีย: Российская Советская Федеративная Социалистическая Республика, อักษรโรมัน: Rossíyskaya Sovétskaya Federatívnaya Socialistíčeskaya Respúblika, สัทอักษรสากล: [rɐˈsʲijskəjə sɐˈvʲetskəjə fʲɪdʲɪrɐˈtʲivnəjə sətsɨəlʲɪˈsʲtʲitɕɪskəjə rʲɪˈspublʲɪkə] ; อังกฤษ: Russian Soviet Federative Socialist Republics, RSFSR) อดีตมีชื่อเรียกว่า สาธารณรัฐโซเวียตรัสเซีย[7] และมีชื่อเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า รัสเซียโซเวียต[8] สหพันธรัฐรัสเซีย หรือเรียกสั้นเพียง รัสเซีย เป็นรัฐคอมมิวนิสต์ในช่วงปี ค.ศ. 1917 ถึง 1922 และหลังจากนั้นได้กลายเป็นสาธารณรัฐองค์ประกอบที่ใหญ่ที่สุดและมีประชากรมากที่สุดของสหภาพโซเวียต ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1922 ถึง 1991 จนกระทั่งได้ประกาศอำนาจอธิปไตยจากสหภาพโซเวียต โดยให้กฎหมายของรัสเซียมีศักดิ์เหนือกว่ากฎหมายระดับสหภาพใน ค.ศ. 1990 และ 1991 ซึ่งเป็นช่วงสองปีสุดท้ายของการดำรงอยู่ของสหภาพโซเวียต[9] สหพันธ์สาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตรัสเซียประกอบด้วยหน่วยองค์ประกอบย่อยที่เล็กลงมา ได้แก่ 16 สาธารณรัฐปกครองตนเอง 5 แคว้นปกครองตนเอง 10 เขตปกครองตนเอง 6 ดินแดน และ 40 แคว้น โดยมีชาวรัสเซียเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุด เมืองหลวงของรัสเซียโซเวียตและของสหภาพโซเวียตในภาพรวมคือ มอสโก และศูนย์กลางเมืองใหญ่อื่น ๆ ได้แก่ เลนินกราด (ชื่อเดิมคือเปโตรกราดจนถึง ค.ศ. 1924) สตาลินกราด (เปลี่ยนเป็นวอลโกกราดหลัง ค.ศ. 1961) โนโวซีบีสค์ สเวียร์ดลอฟสค์ กอร์กี และคูบืยเชียฟ

อันเป็นผลมาจากการปฏิวัติเดือนตุลาคม เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน ค.ศ. 1917 [ตามปฏิทินเก่าคือ 25 ตุลาคม] สาธารณรัฐรัสเซียโซเวียตได้รับการประกาศให้เป็นรัฐอธิปไตยและเป็นรัฐคอมมิวนิสต์แห่งแรกของโลกที่ดำเนินตามอุดมการณ์คอมมิวนิสต์ รัฐธรรมนูญฉบับแรกถูกประกาศใช้ใน ค.ศ. 1918 ต่อมาใน ค.ศ. 1922 รัสเซียโซเวียตได้ลงนามในสนธิสัญญาก่อตั้งสหภาพโซเวียต อย่างเป็นทางการ ในวันที่ 12 มิถุนายน ค.ศ. 1990 สมัชชาผู้แทนประชาชนได้ให้การรับรองปฏิญญาว่าด้วยอำนาจอธิปไตยรัฐ และในวันที่ 12 มิถุนายน ค.ศ. 1991 โบริส เยลต์ซิน ได้รับเลือกตั้งให้เป็นประธานาธิบดีคนแรกและคนเดียวของรัสเซียโซเวียต โดยการสนับสนุนจากขบวนการปฏิรูป "ประชาธิปไตยรัสเซีย" ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ต่อมาจะกลายเป็นประธานาธิบดีแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย เหตุการณ์พยายามก่อรัฐประหารในโซเวียตเมื่อเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1991 ที่มอสโก พร้อมกับการกักตัวประธานาธิบดีมีฮาอิล กอร์บาชอฟ ไว้ชั่วคราวในช่วงสั้น ๆ ได้ทำให้สหภาพโซเวียตสูญเสียความมั่นคง ภายหลังเหตุการณ์เหล่านี้ กอร์บาชอฟได้สูญเสียอำนาจที่เหลืออยู่ทั้งหมด โดยมีเยลต์ซินก้าวขึ้นมาแทนที่ในฐานะบุคคลที่มีอิทธิพลสูงสุดในประเทศ ในวันที่ 8 ธันวาคม ค.ศ. 1991 ผู้นำของรัสเซีย ยูเครน และเบลารุส ได้ลงนามในข้อตกลงเบโลเวจา เพื่อประกาศการล่มสลายของสหภาพโซเวียต และจัดตั้งเครือรัฐเอกราช ขึ้นมาแทนที่ในรูปแบบสมาพันธรัฐอย่างหลวม ๆ และในวันที่ 12 ธันวาคม ข้อตกลงดังกล่าวได้รับการสัตยาบันโดยสภาโซเวียตสูงสุด (รัฐสภาของรัสเซียโซเวียต) ส่งผลให้รัสเซียโซเวียตประกาศยกเลิกสนธิสัญญาก่อตั้งสหภาพโซเวียต และเป็นการประกาศเอกราชของรัสเซียจากสหภาพโซเวียต รวมถึงตัดความสัมพันธ์กับสาธารณรัฐโซเวียตอื่น ๆ โดยพฤตินัย

วันที่ 25 ธันวาคม ค.ศ. 1991 ภายหลังการลาออกของกอร์บาชอฟจากตำแหน่งประธานาธิบดีสหภาพโซเวียต สหพันธ์สาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตรัสเซียได้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็นสหพันธรัฐรัสเซีย[a] ในวันถัดมาคือวันที่ 26 ธันวาคม สหภาพโซเวียตได้ประกาศยุบตัวเองโดยสภาโซเวียตแห่งสาธารณรัฐ ซึ่งในขณะนั้นเป็นสภาเดียวที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ของสภาโซเวียตสูงสุดแห่งสหภาพ ภายหลังการล่มสลาย รัสเซียได้รับผิดชอบอย่างเต็มตัวต่อสิทธิและพันธกรณีทั้งหมดของสหภาพโซเวียตภายใต้กฎบัตรสหประชาชาติ รวมถึงพันธกรณีทางการเงิน ด้วยเหตุนี้ รัสเซียจึงเข้ารับช่วงต่อสมาชิกภาพในสหประชาชาติและสมาชิกภาพถาวรในคณะมนตรีความมั่นคงต่อจากสหภาพโซเวียต รวมถึงคลังอาวุธนิวเคลียร์และการควบคุมกองทัพ นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูตโซเวียตในต่างประเทศทั้งหมดได้เปลี่ยนสถานะเป็นสถานเอกอัครราชทูตรัสเซีย[10]

รัฐธรรมนูญรัสเซียโซเวียต ฉบับ ค.ศ. 1978 ถูกแก้ไขหลายครั้งเพื่อสะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านสู่ระบอบประชาธิปไตย กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินส่วนบุคคล และระบบเศรษฐกิจแบบตลาด รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของรัสเซียซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม ค.ศ. 1993 ภายหลังวิกฤตการณ์รัฐธรรมนูญ ได้ยกเลิกระบอบการปกครองในรูปแบบโซเวียตโดยสิ้นเชิง และแทนที่ด้วยระบบกึ่งประธานาธิบดี เศรษฐกิจรัสเซียมีความเป็นอุตสาหกรรมอย่างหนัก โดยคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 2 ใน 3 ของการผลิตไฟฟ้าทั้งหมดในสหภาพโซเวียต ภายใน ค.ศ. 1961 รัสเซียกลายเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก เนื่องจากการค้นพบแหล่งน้ำมันใหม่ ๆ ในภูมิภาควอลกา-ยูรัล[11] และไซบีเรีย[12] ใน ค.ศ. 1974 มีสถาบันอุดมศึกษาในสาธารณรัฐจำนวน 475 แห่ง ซึ่งจัดการศึกษาใน 47 ภาษาให้แก่นักศึกษาประมาณ 23,941,000 คน นอกจากนี้ยังมีเครือข่ายบริการสาธารณสุขที่จัดตั้งขึ้นตามเขตพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อให้บริการดูแลสุขภาพ ระบบเศรษฐกิจเริ่มมีการเปิดเสรีใน ค.ศ. 1985 ภายใต้นโยบายการปรับโครงสร้าง "เปเรสตรอยกา" ของกอร์บาชอฟ ซึ่งรวมถึงการอนุญาตให้มีวิสาหกิจที่รัฐไม่ได้เป็นเจ้าของ (เช่น สหกรณ์)

ประวัติศาสตร์

[แก้]

ช่วงเริ่มแรก (ค.ศ. 1917–1920)

[แก้]

รัฐบาลโซเวียตขึ้นสู่อำนาจครั้งแรกเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน ค.ศ. 1917 หลังจากที่รัฐบาลชั่วคราวรัสเซียภายใต้การนำของ อะเลคซันดร์ เคเรนสกี ซึ่งปกครองสาธารณรัฐรัสเซีย ถูกโค่นล้มในการปฏิวัติเดือนตุลาคม โดยถือเป็นการปฏิวัติรัสเซียครั้งที่สอง เนื่องจากสถานภาพของรัฐยังไม่ชัดเจน ทำให้โซเวียตรัสเซียไม่ได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการจากประเทศเพื่อนบ้านอีกเป็นเวลาห้าเดือน

เมื่อวันที่ 18 มกราคม ค.ศ. 1918 สภาร่างรัฐธรรมนูญได้ออกกฤษฎีกาประกาศให้รัสเซียเป็นสหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตย ภายใต้ชื่อ "สหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยรัสเซีย" อย่างไรก็ตาม บอลเชวิคได้กระทำการยุบสภาในวันรุ่งขึ้นและประกาศให้กฤษฎีกานี้เป็นโมฆะ[13]

เมื่อวันที่ 25 มกราคม ค.ศ. 1918 ในการประชุมครั้งที่สามของรัฐสภารัสเซียทั้งปวง รัสเซียที่ไม่ได้รับการยอมรับถูกเปลี่ยนชื่อเป็น "สาธารณรัฐโซเวียตรัสเซีย"[7] เมื่อวันที่ 3 มีนาคม ค.ศ. 1918 ได้มีการลงนามในสนธิสัญญาเบรสท์-ลีตอฟสก์ โดยเป็นการมอบดินแดนส่วนหนึ่งที่เดิมเป็นของจักรวรรดิรัสเซียให้แก่จักรวรรดิเยอรมัน เพื่อแลกกับสันติภาพบนแนวรบด้านตะวันออกของสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม ค.ศ. 1918 รัฐธรรมนูญรัสเซียฉบับ ค.ศ. 1918 ได้ประกาศให้เปลี่ยนชื่อประเทศเป็น "สหพันธ์สาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตรัสเซีย"[14] ใน ค.ศ. 1918 ระหว่างสงครามกลางเมืองรัสเซีย หลายรัฐที่เคยอยู่ภายใต้อดีตจักรวรรดิรัสเซียได้แยกตัวเป็นอิสระจากกัน ทำให้ขนาดของประเทศลดน้อยลงไปอีก

เชิงอรรถ

[แก้]
  1. ชื่อสหพันธรัฐรัสเซียและรัสเซียมีความหมายเท่ากันมาตั้งแต่ 25 ธันวาคม ค.ศ. 1993

อ้างอิง

[แก้]
  1. Arthur Ransome (16 March 1918). "Lenine's Migration A Queer Scene". เก็บถาวร 16 กันยายน 2018 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน. The New York Times.
  2. Historical Dictionary of Socialism. James C. Docherty, Peter Lamb. Page 85. "The Soviet Union was a one-party Marxist-Leninist state."
  3. "Law of the USSR of 14 March 1990 N 1360-I 'On the establishment of the office of the President of the USSR and the making of changes and additions to the Constitution (Basic Law) of the USSR'". Garant.ru. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 13 August 2011. สืบค้นเมื่อ 12 July 2010.
  4. article 114 of the 1937 Constitution, article 171 of the 1978 Constitution
  5. R. W. Davies; Mark Harrison; S. G. Wheatcroft (9 December 1993). The Economic Transformation of the Soviet Union, 1913–1945. Cambridge University Press. p. 6. ISBN 978-0-521-45770-5.
  6. Riasanovsky, Nicholas (2000). A History of Russia (sixth ed.). Oxford University Press. p. 458. ISBN 0-19-512179-1.
  7. 1 2 Конституции РСФСР 1918 г. เก็บถาวร 2 กรกฎาคม 2018 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน (ภาษารัสเซีย). Hist.msu.ru. สืบค้นเมื่อ 22 มิถุนายน 2011.
  8. Declaration of Rights of the laboring and exploited people (original VTsIK variant เก็บถาวร 7 สิงหาคม 2011 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, III Congress revision), article I.
  9. The Free Dictionary Russian Soviet Federated Socialist Republic เก็บถาวร 13 สิงหาคม 2011 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน. Encyclopedia2.thefreedictionary.com. Retrieved on 22 June 2011.
  10. "INFCIRC/397 – Note to the Director General from the Ministry of Foreign Affairs of the Russian Federation". 23 November 2003. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 23 November 2003. สืบค้นเมื่อ 7 February 2023.{{cite web}}: CS1 maint: bot: original URL status unknown (ลิงก์)
  11. Peterson, James A.; Clarke, James W. "Petroleum Geology and Resources of the Volga-Ural Province, U.S.S.R." (PDF). Pubs.USGS.gov. 1983, U.S. Department of the Interior – U.S. Geological Survey. เก็บ (PDF)จากแหล่งเดิมเมื่อ 2 April 2015. สืบค้นเมื่อ 11 March 2015.
  12. Sokolov, Vasily Andreevich (2002). Petroleum. Honolulu: University Press of the Pacific. p. 183. ISBN 0898757258. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2 April 2015. สืบค้นเมื่อ 11 March 2015.
  13. Ikov, Marat Sal. "Round Table the Influence Of National Relations on the Development of the Federative State Structure and on the Social and Political Realities of the Russian Federation". Prof.Msu.RU. สืบค้นเมื่อ 9 กุมภาพันธ์ 2021.
  14. Soviet Russia information เก็บถาวร 26 สิงหาคม 2010 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน. Russians.net (23 สิงหาคม 1943). สืบค้นเมื่อ 22 มิถุนายน 2011.

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]