องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย
Thai Public Broadcasting Service
TPBS 2009Logo.png
สำนัก
145 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210
ภาพรวม
วันก่อตั้ง 15 มกราคม พ.ศ. 2551
สืบทอดจาก สถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี
ผู้บริหาร พลเดช ปิ่นประทีป, ประธานกรรมการนโยบาย
เทพชัย หย่อง, ผู้อำนวยการ
ในกำกับดูแลของ นายกรัฐมนตรีไทย
ลูกสังกัด สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส
สถานีวิทยุไทยพีบีเอสออนไลน์
เอกสารหลัก พระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2551
เว็บไซต์
ThaiPBS.or.th
หมายเหตุ
มีสถานะเป็นหน่วยงานของรัฐซึ่งเป็นนิติบุคคลมหาชน แต่ไม่เป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ และอยู่ในการกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรี

องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (อังกฤษ: Thai Public Broadcasting Service) หรือเรียกโดยย่อว่า "ส.ส.ท." (อังกฤษ: TPBS) เป็นหน่วยงานของรัฐ มีสถานะเป็นนิติบุคคลมหาชน ซึ่งไม่เป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2551[1] มีหน้าที่เป็นสื่อสาธารณะด้านวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ดำเนินการด้วยทุน ทรัพย์สิน และรายได้ของตน ภายในวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการพัฒนาสังคมให้มีคุณภาพและคุณธรรมผ่านข่าวสารที่เที่ยงตรง เพื่อผลิตรายการข่าวสารที่มีสารประโยชน์ทางด้านการศึกษาและสาระบันเทิงในสัดส่วนที่เหมาะสม ทั้งนี้ โดยปราศจากอคติทางการเมืองและผลประโยชน์เชิงพาณิชย์ และโดยยึดถือประโยชน์สาธารณะเป็นหลัก

องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย เกิดขึ้นหลังจากการที่สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรียึดสัมปทานคลื่นความถี่และเครื่องส่งโทรทัศน์ช่องสัญญาณระบบยูเอชเอฟออกอากาศช่อง 29 คืนจาก บริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) และรัฐบาลของพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ได้นำช่องสัญญาณดังกล่าวมาจัดตั้งเป็น สถานีโทรทัศน์สาธารณะ โดยมี กรมประชาสัมพันธ์ เป็นผู้ดำเนินงานชั่วคราว และต่อมาองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทยได้รับจัดตั้งตามกฎหมาย โดย องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ได้บริหาร "สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส" เริ่มออกอากาศอย่างเป็นทางการในวันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 หลังจากผ่านการทดลองออกอากาศเป็นเวลา 1 เดือน

เนื้อหา

[แก้] ประวัติ

เมื่อปี พ.ศ. 2549 ศาลปกครองสูงสุด ได้มีคำสั่งเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2549 ให้ไอทีวี กลับไปจ่ายค่าสัมปทานปีละ 1,000 ล้านบาทต่อปีตามเดิม และต้องปรับผังรายการในช่วงพาร์มไทม์ (เวลาประมาณ 19.30 น.-21.30 น.) ให้มีรายการสาระประโยชน์ร้อยละ 70 ตั้งแต่ 1 เมษายน พ.ศ. 2547 หลังจากนั้นไอทีวี ไม่สามารถจ่ายค่าปรับดังกล่าวให้กับสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีได้ ทำให้สัมปทานคลื่นความถี่ดังกล่าวถูกยึดคืนมาเป็นของรัฐ เมื่อวันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2550 ในระยะแรกรัฐบาล โดยกรมประชาสัมพันธ์เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการออกอากาศชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2550 ถึงวันที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2551

ช่วงกลางปี พ.ศ. 2550 ในรัฐบาลของพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติฯ และโดยความเห็นชอบของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ให้ทีไอทีวี เป็นทีวีสาธารณะ ตามพระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2551 ส่งผลให้กรมประชาสมพันธ์ได้ยุติการดำเนินการและส่งต่อภารกิจดังกล่าวให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ดำเนินการในช่วงเปลี่ยนผ่าน ต่อมาองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ได้รับโอนกิจการ อำนาจหน้าที่ ทรัพย์สิน งบประมาณ หนี้ สิทธิ คลื่นความถี่ และภาระผูกพันของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ตามความในมาตรา 57 แห่งพระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2551 [2][3]

[แก้] โครงสร้างการบริหาร

พระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2551 กำหนดโครงสร้างการบริหารงานของ ส.ส.ท. เป็น 2 ส่วน คือ คณะกรรมการนโยบาย และคณะกรรมการบริหาร โดยบทเฉพาะกาล มาตรา 58 กำหนดให้คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการจำนวนไม่เกิน 5 คน เพื่อปฏิบัติหน้าที่คณะกรรมการนโยบายชั่วคราวไปพลางก่อน จนกว่าจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบาย โดยที่การสรรหาคณะกรรมการนโยบายนั้น ให้สรรหาภายใน 180 วันนับแต่วันใช้บังคับ โดยให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีทำหน้าที่เป็นหน่วยงานธุรการในการสรรหา

[แก้] คณะกรรมการนโยบาย

คณะกรรมการนโยบาย มีจำนวนทั้งหมด 9 คน ประกอบด้วย ประธานกรรมการ และกรรมการอื่นๆ อีกไม่เกิน 8 คน ซึ่งมาจากผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่างๆ ได้แก่ ด้านสื่อสารมวลชน 2 คน ด้านบริหารจัดการองค์กร 3 คน และด้านประชาสังคม 4 คน

มีหน้าที่หลักในการกำหนดนโยบาย ให้ความเห็นชอบในแผนการดำเนินงาน แผนการจัดผังรายการ และแผนงบประมาณขององค์การ กำหนดระเบียบการดำเนินงาน และคุ้มครองสวัสดิภาพ และความอิสระในการทำงานของพนักงานในองค์การ รวมถึงการควบคุมดำเนินงานคณะกรรมการบริหาร โดยที่คณะกรรมการนโยบายมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 4 ปี

[แก้] คณะกรรมการนโยบายชุดปัจจุบัน

คณะกรรมการนโยบายชุดปัจจุบัน ประกอบด้วย[4] ด้านบริหารจัดการองค์กร

  1. นายแพทย์พลเดช ปิ่นประทีป (ประธาน)
  2. นางจินตนา พันธุฟัก
  3. นายศิริชัย สาครรัตนกุล

ด้านการส่งเสริมประชาธิปไตย การพัฒนาชุมชนฯ หรือ ท้องถิ่นการเรียนรู้และศึกษา การคุ้มครองและพัฒนาเด็ก เยาวชนหรือครอบครัว หรือ การส่งเสริมสิทธิของผู้ด้อยโอกาสทางสังคม

  1. นายกมล กมลตระกูล
  2. ผศ.ดร.จุมพล พูลภัทรชีวิน
  3. นางมัทนา หอมลออ
  4. ผศ.ดร.อรศรี งามวิทยาพงศ์

ด้านสื่อสารมวลชน

  1. นายสมชัย สุวรรณบรรณ (กลับมาเป็นคณะกรรมการนโยบายฯอีกครั้งหนึ่ง) ( 2 สิงหาคม พ.ศ. 2551 - 2 สิงหาคม พ.ศ. 2553 และ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 - ปัจจุบัน)
  2. รศ. มาลี บุญศิริพันธ์
[แก้] อดีตคณะกรรมการนโยบาย

คณะกรรมการนโยบายที่พ้นจากตำแหน่ง จำนวน 4 คน ด้วยวิธีการจับฉลาก เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2553[5]

  1. ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม (ประธาน)
  2. นายจอน อึ๊งภากรณ์
  3. นายสมชัย สุวรรณบรรณ
  4. นางเอื้อจิต วิโรจน์ไตรรัตน์

[แก้] คณะกรรมการบริหาร

คณะกรรมการบริหารมีทั้งหมด 11 คน ประกอบด้วยผู้อำนวยการเป็นประธานกรรมการโดยตำแหน่ง ผู้บริหารระดับรองผู้อำนวยการจำนวนไม่เกิน 6 คน และกรรมการบริหารจำนวนไม่เกิน 4 คน ทำหน้าที่ในการควบคุมดูแลการผลิตรายการของสถานีโทรทัศน์ ควบคุมการดำเนินงานขององค์การ จัดทำแผนการดำเนินงาน รวมไปจนถึงประเมินคุณภาพของรายการ ทั้งนี้คณะกรรมการบริหารมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 4 ปีเช่นเดียวกับคณะกรรมการนโยบาย

[แก้] คณะกรรมการบริหารชุดปัจจุบัน

  1. เทพชัย หย่อง (ประธาน)
  2. วสันต์ ภัยหลีกลี้ รองผู้อำนวยการ ด้านปฏิบัติการ
  3. วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ รองผู้อำนวยการ ด้านข่าวและรายการ
  4. ดิษสุวรรณ สามพี่น้อง รองผู้อำนวยการ ด้านบริหาร
  5. วุฒิ ลีลากุศลวงศ์ รองผู้อำนวยการ ด้านพัฒนาสื่อสาธารณะ
  6. ทักษิณา ชัยอิทธิพรวงศ์
  7. นคร ชมพูชาติ
  8. ผศ.นลินี สีตะสุวรรณ
  9. สุรีรัตน์ ตรีมรรคา

[แก้] อดีตคณะกรรมการบริหาร

  1. ผศ.ดร.จันทจิรา เอี่ยมมยุรา อาจารย์ประจำภาควิชากฎหมายมหาชน คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  2. ผศ.ดร.นวลน้อย ตรีรัตน์ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  3. รศ.สดศรี เผ่าอินจันทร์ คณบดีคณะการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  4. เถกิง สมทรัพย์
  5. บุญชาย ศิริโภคทรัพย์
  6. พรรณิภา โสตถิพันธุ์
  7. พรพิมล เสนผดุง
  8. สุวิทย์ สาสนพิจิตร์
  9. อโณทัย อุดมศิลป์

[แก้] ทุนขององค์การฯ

ตามพระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2551 มาตรา 11 นั้น กำหนดแหล่งที่มาของเงินทุนที่จะใช้ในการบริหารงานส.ส.ท.ไว้ดังต่อไปนี้

  1. เงินบำรุงองค์การที่จัดเก็บตามมาตรา 12
  2. เงินและทรัพย์สินที่ได้รับโอนมาตามมาตรา 57 หรือตามกฎหมายอื่น (ในที่นี้ เงินและทรัพย์สินตามมาตรา 57 คือเงิน และทรัพย์สินของสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวีเดิม)
  3. ทุนประเดิมที่รัฐจ่ายให้เป็นการอุดหนุนตามมาตรา 60 (รัฐประเดิมทุนให้ได้สูงสุดไม่เกิน 2,000 ล้านบาท)
  4. ค่าธรรมเนียม ค่าบำรุง ค่าบริการ หรือค่าตอบแทนอื่นใดในการให้บริการ
  5. เงินหรือทรัพย์สินอื่นใดที่ได้รับจากผู้สนับสนุนองค์การ
  6. รายได้หรือการหาประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาขององค์การ
  7. ดอกผลที่เกิดจากเงินหรือทรัพย์สินขององค์การ

สำหรับการรับเงินตามข้อ 5 ต้องไม่เป็นการกระทำที่ทำให้องค์การขาดความเป็นอิสระในการดำเนินงาน หรือให้กระทำการอันขัดหรือแย้งต่อวัตถุประสงค์ขององค์การ และการรับเงินตามข้อ 2 และ 3 ต้องนำไปใช้ในการสนับสนุนพัฒนาศักยภาพ และให้โอกาสสร้างสรรค์แก่ผู้ผลิตรายการอิสระในอัตราที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด แต่ต้องไม่เกินร้อยละสิบของรายได้ดังกล่าว ทั้งนี้ รายได้ของส.ส.ท. ไม่ต้องนำส่งเป็นรายได้ของแผ่นดินตามกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง และกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ [6]

[แก้] ที่มาของเงินบำรุงองค์การฯ ตามมาตรา 12

ถือเป็นมิติใหม่ประการหนึ่งของวงการสื่อสารมวลลชน จากการที่พรบ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธาณะแห่งประเทศไทย กำหนดให้ส.ส.ท. มีอำนาจจัดเก็บเงินบำรุงองค์การจากผู้มีหน้าที่เสียภาษีตามกฎหมายว่าด้วยสุราและกฎหมายว่าด้วยยาสูบ ในอัตราร้อยละ 1.5 ของภาษีที่เก็บจากสุราและยาสูบตามกฎหมายว่าด้วยสุราและกฎหมายว่าด้วยยาสูบ และจัดสรรให้เป็นรายได้ขององค์การ โดยให้มีรายได้ สูงสุดปีงบประมาณละไม่เกิน 2,000 ล้านบาท (รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีอำนาจปรับเพดานสูงสุดของเงินได้ทุกๆ 3 ปี) ถือเป็นการจัดเก็บภาษีจากกลุ่มผู้ที่ค้า และจำหน่ายสุรา กับบุหรี่มาให้เป็นเงินบำรุงองค์การ ซึ่งเป็นมาตรการใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทำให้มีทั้งผู้ที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย อย่างไรก็ดี การจัดเก็บเงินบำรุงองค์การนี้ กรมศุลกากร และกรมสรรพสามิตเป็นผู้ดำเนินการจัดส่งรายได้ส่วนนี้เพื่อมาเป็นเงินบำรุงองค์การ โดยไม่ต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน เว้นแต่ว่าจะเกินกว่าที่กำหนด จึงนำส่งส่วนที่เหลือเป็นรายได้แผ่นดินต่อไป [7]

[แก้] อัตลักษณ์ขององค์การฯ

ตราสัญลักษณ์ขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ได้มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ถึง 4 ครั้ง จนถึงปัจจุบัน โดยใช้ตราสัญลักษณ์ที่ 4 และ 5 เป็นอัตลักษณ์ขององค์การฯ ดังต่อไปนี้

[แก้] ที่ทำการ

[แก้] หน่วยงานในสังกัด

[แก้] สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส

ดูบทความหลักที่ สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส

สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เป็นสถานีโทรทัศน์ออกอากาศผ่านเสาอากาศพื้นดินแห่งที่ 6 ของประเทศไทย เริ่มแพร่ภาพออกอากาศครั้งแรก เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2539 ภายใต้ชื่อ สถานีโทรทัศน์ไอทีวี และ สถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี ซึ่งทั้ง 2 สถานีโทรทัศน์เดิมนั้น เป็นยุคของสถานีโทรทัศน์เสรี และได้ออกอากาศในฐานะที่เป็นสถานีโทรทัศน์สาธารณะ อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2551 และ 1 เดือนหลัง คือวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ในปีเดียวกันนั้น สถานีฯ ก็ได้ออกอากาศอย่างเป็นทางการ ทางสถานีฯ ได้ส่งสัญญาณออกอากาศทางโทรทัศน์สีในระบบยูเอชเอฟ ช่อง 29 ซึ่งเครื่องส่งที่กรุงเทพฯ และในภูมิภาคดังกล่าวนั้น เคยเป็นทรัพย์สมบัติเดิมของ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่เคยเป็นเจ้าของมาก่อน และในอนาคต จะสามารถจัดตั้งสถานีโทรทัศน์ในส่วนภูมิภาค ในระยะเวลาอันใกล้

สถานีฯ ได้นำเสนอการรายงานข่าวสาร สาระบันเทิง รายการเพื่อเด็กและเยาวชน และรายการความรู้ ที่บริหารด้วยความเป็นไทย มีความสมดุล ซื่อตรงต่อจรรยาบรรณ โดยมุ่งดำเนินการโดยปราศจากอคติทางการเมือง และผลประโยชน์เชิงพาณิชย์ เป็นต้น

[แก้] สภาผู้ชมและผู้ฟังรายการ

ดูบทความหลักที่ สภาผู้ชมและผู้ฟังรายการ

เป็นส่วนหนึ่งของ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ที่มีสมาชิก 50 คน ที่คัดเลือกจากผู้สมัครจากแต่ละกลุ่ม มากลุ่มละ 4 คน และคณะกรรมนโยบายมาคัดเลือกอีกทีหนึ่งโดยคัดเลือกให้เลือกเพียง 50 คนที่ กฎหมาย เพื่อเป็นกลไลในการรับฟังความคิด นอกจากนี้ยังผู้ตรวจสอบภายในและศูนย์เพื่อนไทยพีบีเอส เพื่อให้ไทยพีบีเอส วิทยุไทย และสื่อใน องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย เป็นสิ่งที่ตอบสนองคนทุกกลุ่มได้อย่างชัดเจนและเป็นธรรม

[แก้] ผลการดำเนินงานขององค์การฯ[8]

[แก้] รายงานผลการดำเนินงานต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร พ.ศ. 2552

วันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2552 จากการอภิปรายของ ส.ส. ระหว่างรับทราบรายงานผลการดำเนินงานขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือ ส.ส.ท. นายเทพชัย หย่อง ผู้อำนวยการ ส.ส.ท. ชี้แจงถึงหลักการบริหารจัดการงบประมาณของสถานีโทรทัศน์ทีวีไทย โดยย้ำถึงความโปร่งใสในการใช้จ่ายงบประมาณ พร้อมเปรียบเทียบตัวเลขค่าตอบแทนของพนักงาน การผลิตและการจัดหารายการน้อยกว่าสถานีโทรทัศน์ช่องอื่น ๆ และยืนยันถึงกระบวนการตรวจสอบด้วยการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง หากเชื่อว่ามีการทุจริตเกิดขึ้น ส่วนเนื้อหาในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารผู้อำนวยการ สสท. ยืนยันว่า มีความเป็นอิสระและเกิดประโยชน์กับประชาชน รวมถึงการเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการทำหน้าที่สื่ออย่างสร้างสรรค์ แต่ยอมรับว่าระยะเวลาทำงาน 1 ปีที่ผ่านมา ส.ส.ท. ยังไม่สามารถทำหน้าที่สื่อสาธารณะได้อย่างสมบูรณ์ ก่อนหน้านี้ ส.ส. ต่างลุกขึ้นอภิปรายแสดงความเป็นห่วงกรณีความไม่โปร่งใสในการบริหารงบประมาณของทีวีไทย ซึ่งมีค่าใช้จ่ายตั้งแต่เดือนมกราคม ถึง ธันวาคม 2551 กว่า 1,000 ล้านบาท แต่รายงานสรุปที่นำเสนอต่อสภาฯ ไม่ชัดเจน ทั้งเงินเดือนและค่าตอบแทนพนักงาน ค่าลิขสิทธิ์สารคดี และต้นทุนผลิตรายการและการทำธุรกรรมทางการเงิน รวมถึงวางโครงการก่อสร้างที่ทำการทีวีไทย และยังตั้งข้อสังเกตถึงกรณีการฝากบุคคลเข้าเป็นพนักงาน การห้ามนักการเมืองระดับรองนายกรัฐมนตรีและนักวิชาการบางคนออกรายการของสถานี นอกจากนี้ ส.ส. หลายคนยังได้อภิปรายเสนอแนะให้ทีวีไทยเป็นสื่อที่กล้าแสดงจุดยืนในช่วงที่เกิดวิกฤตทางการเมือง เพราะที่ผ่านมา ทีวีไทย ทำหน้าที่เพื่อเป็นทางออกท่ามกลางความขัดแย้งในสังคมได้ เช่น เหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองในประเทศไทย เมษายน พ.ศ. 2552[9]

[แก้] รายงานผลการดำเนินงานต่อสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2552


[แก้] รายงานผลการดำเนินงานต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร พ.ศ. 2554

วันพฤหัสบดีที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2554 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานในการพิจารณารับทราบผลการปฏิบัติงานประจำปี 2553 ขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส) โดยมีประธานกรรมการนโยบาย นพ.(พลเดช ปิ่นประทีป) และ นายเทพชัย หย่อง ผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือ ส.ส.ท. ชี้แจงผลการปฏิบัติงานประจำปี 2553 โดยย้ำถึงหลักการนำเสนอที่ยึดประโยชน์สาธารณะ แม้จะมีรายการหรือละครที่เข้าข่ายบันเทิงก็ตาม[11] [12] [13]

[แก้] โครงการในอนาคต

  • อาคารสำนักงานใหญ่ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงวางศิลาฤกษ์อาคารสำนีกงานใหญ่ ส.ส.ท. เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2552 อาคารสำนักงานถาวรของ ส.ส.ท. ประกอบด้วย อาคารอำนวยการ อาคารปฏิบัติการวิทยุและโทรทัศน์ อาคารบริการ และอาคารศูนย์การเรียนรู้ นอกจากนี้ยังมีสวนสาธารณะพื้นที่ 2 ไร่ พื้นที่แห่งนี้จะเป็นที่ตั้งอาคารปฏิบัติการของสื่อสาธารณะที่ครบวงจร ควบคู่กับการสร้างประโยชน์แก่ชุมชนและประชาชน อาคารสำนักงานใหญ่แห่งใหม่พร้อมปฏิบัติการในวันเสาร์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2554

[แก้] รายนามผู้อำนวยการ

รายนามผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) มีดังต่อไปนี้

องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย
รายนามผู้อำนวยการ วาระการดำรงตำแหน่ง
1. นายเทพชัย หย่อง 15 มกราคม พ.ศ. 2551 - 9 ตุลาคม พ.ศ. 2551 (รักษาการ)
10 ตุลาคม พ.ศ. 2551 - ปัจจุบัน

[แก้] ดูเพิ่ม

[แก้] อ้างอิง

  1. ^ ราชกิจจานุเบกษา, พระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2551, เล่ม 125, ตอน 8ก, 14 มกราคม พ.ศ. 2551, หน้า 1
  2. ^ คำสั่งกรมประชาสัมพันธ์ ที่ 25/2551 เรื่อง ให้สถานีวิทยุโทรทัศน์ ระบบ ยู เอช เอฟ ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2551 เดลินิวส์ออนไลน์ 14 มกราคม 2551 21:01 น.
  3. ^ ราชกิจจานุเบกษา, พระราชบัญญัติ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2551, เล่ม 125, ตอน 8ก, 14 มกราคม พ.ศ. 2551, หน้า 1
  4. ^ ราชกิจจานุเบกษา, ราชกิจจานุเบกษา ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งกรรมการนโยบายองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทยแทนตำแหน่งที่ว่าง, เล่ม 127, ตอนพิเศษ 137ง, 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553, หน้า 3
  5. ^ บอร์ดทีวีไทยจับสลากลากออก-หลังครบวาระ
  6. ^ ราชกิจจานุเบกษา,พระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2551, เล่ม 125, ตอน 8ก, 14 มกราคม พ.ศ. 2551, หน้า 1
  7. ^ ราชกิจจานุเบกษา,พระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2551, เล่ม 125, ตอน 8ก, 14 มกราคม พ.ศ. 2551, หน้า 1
  8. ^ http://www2.thaipbs.or.th/event/annualreport/ รายงานผลการปฏิบัติงาน ส.ส.ท.
  9. ^ http://www.thaipbs.or.th/clip/index.asp?content_id=214810&content_category_id=1020 รายงานผลการปฏิบัติงานปีพ.ศ. 2551 ต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
  10. ^ http://www.thaipbs.or.th/clip/index.asp?content_id=214812&content_category_id=1020 รายงานผลการปฏิบัติงานปีพ.ศ. 2551 ต่อสมาชิกวุฒิสภา
  11. ^ ผู้บริหาร ส.ส.ท.ชี้แจงงบประมาณต่อสภาฯ ย้ำหลักการยึดประโยชน์สาธารณะ
  12. ^ http://www2.thaipbs.or.th/event/GOVReport/images/govReport.pdf สรุปการรายงานผลการปฏิบัติงาน ส.ส.ท. ประจำปี 2553ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันพฤหัสบดีที่ 8 กันยายน 2554
  13. ^ http://www2.thaipbs.or.th/event/GOVReport/ ชมคลิปสรุปการรายงานผลการปฏิบัติงาน ส.ส.ท. ประจำปี 2553 ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันพฤหัสบดีที่ 8 กันยายน 2554

[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น


เครื่องมือส่วนตัว
สิ่งที่แตกต่าง
การกระทำ
ป้ายบอกทาง
มีส่วนร่วม
พิมพ์/ส่งออก
เครื่องมือ
ภาษาอื่น