สหภาพยุโรป

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
คำขวัญIn varietate concordia   (ละติน)
"United in diversity"
เพลงสดุดีOde to Joy (orchestral)
ศูนย์กลาง เบลเยียม บรัสเซลส์
ฝรั่งเศส สทราซบูร์
ลักเซมเบิร์ก ลักเซมเบิร์ก
ภาษาทางการ
เดมะนิม ยุโรป
รัฐสมาชิก
การปกครอง ลักษณะเฉพาะ
 -  ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป โปรตุเกส โฮเซ มานูเอล บาร์โรโซ (EPP)
 -  ประธานสภายุโรป เยอรมนี Hans-Gert Pöttering (EPP)
 -  ประธานคณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรป สาธารณรัฐเช็ก สาธารณรัฐเช็ก
 -  ประธานสหภาพยุโรป สวีเดน Fredrik Reinfeldt (ED)
การก่อตั้ง
 -  สนธิสัญญาปารีส 18 เมษายน พ.ศ. 2494 (ค.ศ. 1951)  
 -  สนธิสัญญาโรม 25 มีนาคม พ.ศ. 2500 (ค.ศ. 1957)  
 -  สนธิสัญญามาสทริชต์ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2535 (ค.ศ. 1992)  
พื้นที่
 -  รวม 4,324,782 ตร.กม. (7)
1,669,807 ตร.ไมล์ 
 -  แหล่งน้ำ (%) 3.08
ประชากร
 -  2551 (ประเมิน) 499,021,851 (3)
 -  ความหนาแน่น 114 คน/ตร.กม. (69)
289 คน/ตร.ไมล์
จีดีพี (อำนาจซื้อ) 2550 (IMF) (ประมาณ)
 -  รวม 14.712 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ 
 -  ต่อหัว $28,213 
จีดีพี (ราคาตลาด) 2550 (IMF) (ประมาณ)
 -  รวม 16.830 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ 
 -  ต่อหัว 33,482 ดอลลาร์สหรัฐ 
สกุลเงิน
เขตเวลา (UTC+0 ถึง +2)
 -  (DST)  (UTC+1 ถึง +3)
โดเมนบนสุด .eu

สหภาพยุโรป (อังกฤษ: European Union: EU) เป็นสหภาพทางเศรษฐกิจและการเมือง ประกอบด้วยรัฐสมาชิก 28 ประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในทวีปยุโรป[1][2] สหภาพยุโรปกำเนิดขึ้นจากประชาคมถ่านหินและเหล็กกล้าแห่งยุโรป (ECSC) และประชาคมเศรษฐกิจยุโรป (EEC) ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2494 และ 2501 ตามลำดับ สนธิสัญญามาสทริชท์สถาปนาสหภาพยุโรปภายใต้ชื่อปัจจุบันใน พ.ศ. 2536[3] การแก้ไขหลักพื้นฐานรัฐธรรมนูญล่าสุดของสหภาพยุโรปล่าสุด สนธิสัญญาลิสบอน มีผลใช้บังคับใน พ.ศ. 2552

สหภาพยุโรปดำเนินการผ่านระบบองค์การอิสระเหนือชาติและการตัดสินใจที่เจรจาระหว่างรัฐบาลโดยรัฐสมาชิก[4][5][6] สถาบันสำคัญของสหภาพยุโรปมีคณะกรรมาธิการยุโรป คณะมนตรีสหภาพยุโรป สภายุโรป ศาลยุติธรรมแห่งสหภาพยุโรป และธนาคารกลางยุโรป พลเมืองสหภาพยุโรปเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภายุโรปทุกห้าปี

สหภาพยุโรปได้พัฒนาตลาดเดี่ยวผ่านระบบกฎหมายที่เป็นมาตรฐานซึ่งใช้บังคับในรัฐสมาชิกทุกรัฐ ในพื้นที่เชงเกิน (รวม 22 รัฐสหภาพยุโรป และ 4 รัฐนอกสหภาพยุโรป) มีการยกเลิกการควบคุมหนังสือเดินทาง[7] นโยบายสหภาพยุโรปมุ่งประกันการเคลื่อนย้ายบุคคล สินค้า บริการและทุนอย่างเสรี[8] ตรากฎหมายในกิจการยุติธรรมและมหาดไทย และคงไว้ซึ่งนโยบายการค้า[9] เกษตรกรรม[10] การประมงและการพัฒนาภูมิภาคร่วมกัน[11] ยูโรโซน ซึ่งเป็นสหภาพการเงิน ได้รับการจัดตั้งขึ้นใน พ.ศ. 2542 และประกอบด้วยรัฐสมาชิก 17 ประเทศ สหภาพยุโรปได้พัฒนาบทบาทในความสัมพันธ์ภายนอกและการป้องกันผ่านนโยบายการต่างประเทศและความมั่นคงร่วม มีการสถาปนาคณะผู้แทนทางทูตถาวรทั่วโลก มีผู้แทนของสหภาพยุโรปที่สหประชาชาติ องค์การการค้าโลก จี 8 และจี 20

โดยมีประชากรรวมกันกว่า 500 ล้านคน[12] หรือ 7.3% ของประชากรโลก[13] ใน พ.ศ. 2554 สหภาพยุโรปมีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศในรูปตัวเงินใหญ่ที่สุดในโลก กว่า 17.6 ล้านล้านดอลล่าร์สหรัฐ คิดเป็นประมาณ 20% ของจีดีพีโลก เมื่อวัดในแง่ความเท่าเทียมกันของอำนาจซื้อ[14]

ในปี พ.ศ. 2555 สหภาพยุโรป ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ[15] จากผลงานด้านการผลักดันให้เกิดสันติภาพในยุโรป

การปกครอง[แก้]

แม้สหภาพยุโรปจะเป็นการรวมกลุ่มของรัฐหรือเป็นองค์การระหว่างประเทศ แต่โครงสร้างของสหภาพยุโรปนั้นมีลักษณะ "เหนือชาติ" (supranational trait) อย่างชัดเจน ที่กล่าวเช่นนี้เพราะบรรดารัฐสมาชิกไม่เพียงรวมตัวกันเท่านั้น หากยังร่วมสร้างสรรค์สถาบันหรือหน่วยงานภายใน ซึ่งมีอำนาจเหนือรัฐสมาชิกรัฐใดรัฐหนึ่งโดยเฉพาะ อันประกอบไปด้วย สภายุโรป คณะมนตรี คณะกรรมาธิการ และศาลยุติธรรม ดังรายละเอียดต่อไปนี้

สภายุโรป[แก้]

สภายุโรป
ดูบทความหลักที่: สภายุโรป

สมาชิกสภายุโรปได้รับเลือกตั้งโดยตรงทุก ๆ 5 ปีจากแต่ละประเทศสมาชิก ปัจจุบันมีสมาชิก 732 คนจาก 27 ประเทศ โดยในจำนวนนี้เป็นผู้หญิงเกือบหนึ่งในสาม (222 คน) แม้สมาชิกแต่ละคนจะมาจากรัฐสมาชิก แต่การจัดกลุ่มภายในรัฐสภานั้นไม่ได้แบ่งตามสัญชาติ แต่แบ่งโดยทิศทางของพรรคการเมือง กลุ่มที่มีขนาดใหญ่ที่สุดคือ พรรคประชาชนยุโรป (European’s People Party) และพรรคประชาธิปไตยยุโรป (European Democrats) ตามมาด้วยกลุ่มสังคมนิยม เสรีนิยม และอนุรักษ์ธรรมชาตินิยม (กรีน) ที่ทำการสภายุโรปตั้งอยู่ในสองเมืองคือ สทราซบูร์ (Strasbourg) ประเทศฝรั่งเศส และบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม โดยประธานสภาคนปัจจุบันคือนายมาร์ติน ชูลซ์ จากพรรคสังคมประชาธิปไตยแห่งเยอรมนี

ภารกิจหลักของสภายุโรปจะเป็นการร่วมตัดสินใจกับคณะมนตรีในประเด็นต่าง ๆ ได้แก่ การพิจารณาร่างกฎหมายของสหภาพซึ่งริเริ่มโดยคณะกรรมาธิการ การอนุมัติงบประมาณของสหภาพยุโรป ให้การรับรองความตกลงระหว่างประเทศของสหภาพยุโรปกับประเทศนอกกลุ่ม และที่สำคัญที่สุดคือการให้การรับรองผู้ดำรงตำแหน่งในคณะกรรมาธิการยุโรป

คณะมนตรียุโรป[แก้]

สมาชิกคณะมนตรี ประกอบด้วยรัฐมนตรี หรือผู้แทนรัฐบาลจากทุกประเทศสมาชิก ในการประชุมแต่ละครั้งจะมีรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบเรื่องนั้น ๆ เข้าร่วม รวมทั้งสิ้น 28 คน เช่น การต่างประเทศ เกษตรกรรม คมนาคม เศรษฐกิจและการเงิน และพลังงาน เป็นต้น หากเป็นการประชุมตัดสินใจประเด็นสำคัญ ๆ ก็จะเป็นการประชุมในระดับประมุขของประเทศ โดยจะมีการประชุมสุดยอดสี่ครั้งต่อปีเพื่อกำหนดทิศทางนโยบายของสหภาพยุโรป แต่ละประเทศจะมีเสียงโหวตแตกต่างกันตามสัดส่วนจำนวนประชากร การตัดสินใจส่วนใหญ่ใช้แบบเสียงข้างมาก ในขณะที่ประเด็นสำคัญจะใช้ระบบการโหวตแบบเอกฉันท์

คณะมนตรีถือเป็นองค์กรหลักในด้านนิติบัญญัติและด้านการตัดสินใจชี้ขาดของสหภาพยุโรป โดยจะประสานงานกับรัฐสภาในการพิจารณาร่างกฎหมายดังได้กล่าวแล้ว นอกจากนั้นยังเป็นผู้รับผิดชอบด้านนโยบายต่างประเทศและความมั่นคงร่วมกัน (CFSP: Common Foreign and Security Policy) รวมถึงภารกิจเกี่ยวกับการเปิดเสรีสินค้า บริการ เงินทุน รวมถึงประชาชนด้วย

คณะกรรมาธิการยุโรป[แก้]

คณะกรรมาธิการเป็นตัวแทนและปกป้องผลประโยชน์ของสหภาพยุโรป โดยเป็นอิสระจากรัฐบาลของแต่ละชาติ คณะกรรมาธิการประกอบด้วยกรรมาธิกร 27 คนจากแต่ละประเทศสมาชิกตามความเชี่ยวชาญโดยจะทำงานร่วมกับข้ารัฐการราว 24,000 คน มีสำนักงานอยู่ที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ประธานคณะกรรมาธิการจะได้รับการเลือกจากรัฐบาลของประเทศสมาชิกและจะต้องได้รับการรับรองจากสภา ส่วนกรรมาธิการคนอื่น ๆ จะได้รับการแต่งตั้งจากรัฐสมาชิกและต้องได้รับการรับรองจากสภาเช่นกัน มีวาระคราวละ 5 ปี โดยประธานคณะกรรมาธิการคนปัจจุบันคือ นายโฮเซ มานูเอล ดูเรา บาร์โรโซ (José Manuel Durao Barroso)

ภารกิจหลักของคณะกรรมาธิการคือการเสนอร่างกฎหมาย นอกจากนั้นยังดูแลการบริหารงบประมาณของสหภาพยุโรป กรรมาธิการแต่ละคนมีหน้าที่รับผิดชอบคนละด้าน แต่ละคนมีเจ้าหน้าที่และองค์กรย่อยอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของตน เปรียบเทียบได้ว่ากรรมาธิการแต่ละคนคือรัฐมนตรีซึ่งต้องดูแลกระทรวง ทบวง กรมของตนนั่นเอง

ศาลยุติธรรมแห่งสหภาพยุโรป[แก้]

องค์คณะผู้พิพากษาประกอบด้วยผู้พิพากษาจากแต่ละประเทศสมาชิกรวม 27 คน มีสำนักงานอยู่ที่ประเทศลักเซมเบิร์ก หน้าที่หลักของศาลคือการบังคับใช้ และการตีความกฎหมายเพื่อพิจารณาและชี้ขาดว่ากฎหมายของสหภาพยุโรปได้รับการปรับใช้เหมือนกันในทุกประเทศสมาชิกหรือไม่ พลเมืองของสหภาพยุโรปสามารถยื่นเรื่องฟ้องต่อศาลได้หากสถาบันต่าง ๆ ของสหภาพยุโรปได้ในกรณีกระทำการผิดกฎหมาย

รัฐสมาชิก[แก้]

สหภาพยุโรปประกอบไปด้วยรัฐอิสระ 28 ประเทศ เป็นที่รู้จักกันในสถานะรัฐสมาชิก: ออสเตรีย เบลเยียม บัลแกเรีย โครเอเชีย ไซปรัส สาธารณรัฐเช็ก เดนมาร์ก เอสโตเนีย ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี กรีซ ฮังการี ไอร์แลนด์ อิตาลี ลัตเวีย ลิทัวเนีย ลักเซมเบิร์ก มอลตา เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ โปรตุเกส โรมาเนีย สโลวาเกีย สโลวีเนีย สเปน สวีเดน และสหราชอาณาจักร [16]

ปัจจุบันมีประเทศสมัครเข้าเป็นสมาชิก 2 ประเทศคือ มาซิโดเนียและตุรกี ส่วนประเทศแถบคาบสมุทรบอลข่านตะวันตกเช่น แอลเบเนีย บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา มอนเตเนโกรและเซอร์เบีย ถูกจัดให้เป็นประเทศที่สามารถสมัครเข้าเป็นสมาชิกได้ คอซอวอเองก็ได้สถานะนี้เช่นเดียวกัน

อ้างอิง[แก้]

  1. "Basic information on the European Union". European Union. europa.eu. สืบค้นเมื่อ 4 October 2012. 
  2. "European". Oxford English Dictionary. สืบค้นเมื่อ 3 October 2011.  Unknown parameter |Quote= ignored (|quote= suggested) (help)
  3. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ EU1993
  4. "European Union". Encyclopædia Britannica. สืบค้นเมื่อ 1 July 2009. "international organisation comprising 27 European countries and governing common economic, social, and security policies...." 
  5. "European Union". The World Factbook. Central Intelligence Agency. สืบค้นเมื่อ 11 October 2009. 
  6. Anneli Albi (2005). "Implications of the European constitution". EU enlargement and the constitutions of Central and Eastern Europe. Cambridge, UK: Cambridge University Press, 2008. p. 204. ISBN 90-6704-285-4. สืบค้นเมื่อ 25 July 2011. "In practical terms, the EU is perhaps still best characterised as a 'supranational organisation sui generis': this term has proved relatively uncontroversial in respect of national constitutional sensitivities, being at the same time capable of embracing new facets of integration" 
  7. "Schengen area". Europa web portal. สืบค้นเมื่อ 8 September 2010. 
  8. European Commission. "The EU Single Market: Fewer barriers, more opportunities". Europa web portal. สืบค้นเมื่อ 27 September 2007. 
    "Activities of the European Union: Internal Market". Europa web portal. สืบค้นเมื่อ 29 June 2007. 
  9. "Common commercial policy". Europa Glossary. Europa web portal. สืบค้นเมื่อ 6 September 2008. 
  10. "Agriculture and Fisheries Council". The Council of the European Union. สืบค้นเมื่อ 6 September 2008. 
  11. "Overview of the European Union activities: Regional Policy". Europa web portal. สืบค้นเมื่อ 6 September 2008. 
  12. "First demographic estimates for 2009". 11 December 2009. สืบค้นเมื่อ 3 February 2010. 
  13. "European Union reaches 500 Million through Combination of Accessions, Migration and Natural Growth". Vienna Institute of Demography. 
  14. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ 2011-IMG-GDP
  15. [1]
  16. http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1372423773&grpid=03&catid=&subcatid=

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]